มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทำไมจึงต้องเอาพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง





เมื่อกล่าวชีวิตยังต้องดิ้นรน ขวนขวาย ย่อมจะต้องการหลัก ต้องการที่พึ่งและที่พึ่งอะไรเหล่า
ที่จะประเสริฐ และมีสาระให้แก่ชีวิตเราได้
เหตุที่จะกล่าวได้ว่า พระรัตนตรัยชื่อว่าเป็นที่พึ่งที่ประเสริฐได้นั้นหรือที่เรียกว่า สรณะ
คำว่าสรณะนั้น มีความหมายว่า กำจัด บีบ ทำลาย นำออก และดับซึ่งภัย ความหวาดสะดุ้ง
ความทุกข์ ทุคติ และความเศร้าหมอง (กิเลส)
อธิบายว่า เมื่อบุคคลเข้าถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ โดยการปฏิบัติตามพระธรรม
จนสามารถทำลายกิเลส มีความรัก โลภ โกรธ หลง เป็นต้นได้ ภัยเป็นต้นเหล่านั้นก็จะถูกกำจัด
หรือถูกทำลายหมดสิ้นไป



พระพุทธเจ้า ชื่อว่า สรณะ เพราะเป็นผู้กำจัดภัยของสัตว์ทั้งหลาย
ด้วยการนำออกจากสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ แล้วได้บรรลุซึ่งสิ่งอันเป็นประโยชน์
พระธรรม ชื่อว่า สรณะ เพราะทรงไว้ซึ่งผู้ปฏิบัติตามไม่ให้ตกไปในอบาย
คือไม่ให้กลายสภาพเป็นสัตว์ดิรัจฉาน เปรต สัตว์นรก และอสุรกาย และช่วยให้ผู้ปฏิบัติตามได้รับความปลอดโปร่งใจ
พระสงฆ์ ชื่อว่า สรณะ เพราะเป็นเนื้อนาบุญของโลก
หมายความว่า พระสงฆ์ผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ ที่เรียกว่า อริยสงฆ์
ใครได้ถวายจตุปัจจัยแก่ท่าน การถวายนั้น ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก
เกิดความรุ่งเรืองแผ่ไพศาล เพราะเป็นการสนับสนุนคนดีให้มีกำลังทำงานแก่สังคม


โดย ธีร์ (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 เม.ย. 2548 , 17:05:27 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


จิตใจที่มีความเลื่อมใส และมีความเคารพในพระรัตนตรัยนั้นว่า พระรัตนตรัยเป็นของเรา พระรัตนตรัยเป็นผู้นำทางชีวิตของเรา
ซึ่งสามารถนำไปสู่การทำลายกิเลสได้ ชื่อว่า สรณคมน์ (การถึงพระรัตนตรัยว่าเป็นสรณะ)
วิธีถึงพระรัตนตรัยว่าเป็นสรณะนั้นมีหลายอย่าง
ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะที่ปรากฏโดยมาก ๕ วิธี คือ



๕.๑ วิธีสมาทาน ตัวอย่างเช่น พาณิชสองพี่น้อง ผู้มีนามว่า ตปุสสะ และภัลลิกะ
ได้เปล่งวาจาถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า และพระธรรมเป็นสรณะว่า
เอเต มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สรณํ คจฺฉามิ,
ธมฺมญฺจ,อุปาสเกโนภควาธาเรตุอชฺชตคฺเค
ปาณุเปเต สรณํ คเต แปลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ทั้งสองนี้
ขอถึงพระผู้มีพระภาคเจ้าและ
พระธรรมว่าเป็นสรณะ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้า
จงทรงจำข้าพระองค์ทั้งสอง ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะด้วยชีวิต ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป


โดย T (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 เม.ย. 2548 , 17:09:56 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 2


๕.๒ วิธีมอบตนเป็นสาวก เช่น พระมหากัสสปเถระ ครั้งยังเป็นปิปผลิมาณะออกบวชอุทิศพระอรหันต์ทั้งหลายที่มีอยู่ในโลก
ได้ไปพบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับนั่งสมาธิอยู่ที่โคนต้นพหุปุตตนิโครธ
(อรรถกถาว่า ต้นสีขาว ใบสีเขียว ผลสีแดง) ในระหว่างทางเมืองราชคฤห์ไปนาลันทา
เข้าใจว่าเป็นพระอรหันต์ จึงน้อมกายเข้าไปเฝ้าด้วยความเคารพอย่างยิ่ง
แล้วเปล่งวาจามอบตนเป็นสาวกว่า
สตฺถา เม ภนฺเต ภควา, สาวโกหมสฺมิ
แปลว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นศาสดาของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เป็นสาวก



๕.๓ วิธีทุ่มเทความเลื่อมใสในพระศาสดา เช่นพรหมายุพราหมณ์
ในพรหมายุสูตร มัชฌิมนิกาย กล่าวว่า พรหมายุพราหมณ์ เป็นพราหมณ์ผู้ใหญ่ เชี่ยวชาญไตรเวท รู้จักศาสตร์ว่าด้วยคดีโลก และมหาปุริสลักษณะ ได้ยินกิตติศัพท์ว่า พระพุทธเจ้าทรงมีมหาปุริสลักษณะครบ ๓๒ ประการ
จึงส่งอุตตรมาณพผู้เป็นศิษย์เอกไปพิสูจน์ความจริง อุตตรมาณพรับคำของอาจารย์ไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ได้เห็นมหาปุริสลักษณะ ๓๐ ประการหมดแล้ว
ยังเหลืออีก ๒ ประการ ที่ยังไม่เห็น ครั้นเขาเห็นมหาปุริสลักษณะครบทั้ง ๓๒ ประการ
และความเป็นไปแห่งอิริยาบถทั้งปวงของพระพุทธเจ้าแล้ว
จึงกลับไปกราบเรียนให้อาจารย์ทราบ
ครั้นอุตตรมาณพพรรณนามหาปุริสลักษณะ
ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจบลง พรหมายุพราหมณ์ก็ได้ลุกขึ้นยืนห่มผ้าเฉวียงบ่า
ผินหน้าไปทางทิศที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ ประณมมือเปล่งวาจาว่า
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ๓ ครั้ง
แปลว่า ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาค
อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น


โดย ธีร (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 เม.ย. 2548 , 17:12:18 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 3


๕.๔ วิธีมอบตน เช่นพระโยคีผู้มีศรัทธา ขวนขวายในการเจริญกรรมฐาน
ก่อนแต่จะสมาทานกรรมฐาน ต้องกล่าวคำมอบตนต่อพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า
อิมาหํ ภนฺเต ภควา อตฺตภาวํ ตุมฺหากํ ปริจฺจชามิ แปลว่า
ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เจริญ
ข้าพระองค์ ขอสละอัตตภาพร่างกายนี้แก่พระพุทธองค์



๕.๕ วิธีปฏิบัติหน้าที่ของพุทธบริษัท คือการกำจัดกิเลสทั้งหลาย
ทำตนให้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน
พระสกทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์
เหมือนพระอริยสาวกบางท่านได้ฟังธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้วได้ดวงตาเห็นธรรมเป็นต้น
วิธีนี้จัดว่าเป็นวิธีถึงสรณคมน์ขั้นสูงสุดและมีความมั่นคงที่สุด



โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 เม.ย. 2548 , 17:14:11 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org