| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สังคายนาครั้งที่ ๒ (The Second Buddhist Synod)
สลักธรรม 1รวมทั้งหมด ๘ รูป เป็นผู้ทำการสาธยาย พระธรรมวินัยและนำอธิกรณ์เข้าสู่สงฆ์เพื่อระงับ
และในจำนวน ๘ รูปนี้ ๖ รูป เป็นลูกศิษย์ของพระอานนท์คือ.. พระสัพพกามี,..... พระเรวตะ, พระกุชชโสภิตะ,..... พระสาณสัมภูตะและพระยศกากัณฑบุตร อีก ๒ รูป คือ พระวาสคามิกะ... และพระสุมนะ เป็นลูกศิษย์ของพระอนุรุทธะ
ที่ประชุมได้ตกลงแต่งตั้งให้.. ๑. พระอชิตะ เป็นผู้จัดสถานที่ ประชุมสังคายนา.... ๒.พระสัพพกามี เป็นประธานในที่ประชุม
![]()
พระอรหันต์ทั้ง ๗๐๐ องค์ เริ่มทำสังคายนา ครั้งที่ ๒
ที่เวลุการาม นครไวศาลี
สาเหตุที่คณะสงฆ์เลือกเอาพระสัพพกามีเป็นประธานในที่ประชุมนั้นเพราะท่านเป็นผู้มีพรรษายุกาลมาก คือ มีพรรษา ๑๒๐ ปี แก่กว่าพระภิกษุทั้งหลายในที่ประชุม ทั้งเป็นผู้มีความรู้แตกฉานในพระไตรปิฎก ตั้งอยู่ในฐานะควรเคารพสักการะของภิกษุและประชาชนทั่วไป
การประชุมครั้งสุดท้ายนี้ มีพระขีณาสพเข้าร่วมเพียง ๘ รูปเท่านั้น และได้ตัดสินเป็นเอกฉันท์ว่า การ ปฏิบัติของภิกษุชาววัชชีไม่ชอบด้วยพระธรรมวินัยได้ประชุมกันที่วาฬุการามนอกเมืองเวสาลี พระเจ้ากาฬาโศกอุปถัมภ์ ๘ เดือน จึงสำเร็จ
ฝ่ายพระวัชชีบุตรเมื่อไม่ได้การอุปถัมภ์จึงเสียใจ แล้วพร้อมใจกันไปทำสังคายนา ต่างหากที่เมืองปาฏลีบุตรมีผู้เข้าร่วมถึง ๑๐,๐๐๐ รูป เรียกตนเองว่ามหาสังคีติ เพราะมีพวกมาก เป็นอันว่าพุทธศาสนามหายานเริ่มมีเค้าเกิดขึ้นในสมัยนี้เองเพราะเหตุแห่งความขัดแย้งนี้
โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [29 เม.ย. 2548 , 16:46:37 น.] ( IP = 61.90.82.168 : : )
สลักธรรม 2สรุปสังคายนาครั้งที่ ๒
๑. ทำที่วาลิการาม (หรือวาลุการาม) เมืองเวสาลี แคว้นวัชชี
๒. พระสัพพกามีมหาเถระเป็นประธาน
๓. พระอชิตะเป็นผู้จัดสถานที่การประชุม
๔. พระเจ้ากาฬาโศกเป็นองค์ศาสนูปถัมภ์
๕. พระอรหันต์ ๗๐๐ รูปเข้าร่วมประชุม
๖. ได้ยกวัตถุ ๑๐ ประการมาเป็นเหตุสังคายนา
๗. ใช้เวลาทำ ๘ เดือนจึงสำเร็จ
๘. ทำเมื่อพระพุทธองค์ปรินิพพานได้ ๑๐๐ ปี
โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [29 เม.ย. 2548 , 16:48:34 น.] ( IP = 61.90.82.168 : : )
สลักธรรม 3
สรุปว่า การแตกนิกายในสังคายนาครั้งนี้มีเพียง ๒ นิกายเท่านั้น.. คือ ฝ่ายพระสัพพกามีเถระ และภิกษุชาววัชชีที่เรียกตนเองว่ามหาสังคีติ กาลต่อมา จึงแตกออกเป็น ๑๘ นิกายคือ
แยกออกจากเถรวาทดั่งเดิม ๑๑ นิกาย
แยกออกจากมหาสังฆิกะ (มหายาน) ๗ นิกาย
และ ๗ นิกายที่แตกจากมหาสังฆิกะ เกิดเมื่อ พ.ศ. ๑๐๐
ส่วน ๑๑ นิกายที่แตกจากเถรวาท เกิดเมื่อ พ.ศ. ๒๐๐ เป็นต้นมา
พ.ศ. ๑๑๘ พระเจ้ากาฬาโศก ผู้อุปถัมภ์สังคายนาครั้งที่ ๒ ก็ เสด็จสวรรคต รวมครองราชสมบัติ ณ กรุงปาฏลีบุตรได้ ๒๘ ปี
ในหนังสือชินกาลมาลินีกล่าวว่า พระองค์มีพระโอรส ๑๐ ประองค์คือ ๑. เจ้าชายภัทรเสน ๒. เจ้าชายโกรัณฑวรรณ ๓. เจ้าชายมังกร ๔. เจ้าชายสัพพัญชหะ ๕. เจ้าชายชาลิกะ ๖. เจ้าชายสัญชัย ๗. เจ้าชายอุภคะ ๘. เจ้าชาโกรพยะ ๙. เจ้าชายนันทิวัฒนะ ๑๐ เจ้าชายปัญจมตะ ต่อมาเจ้าชายภัทรเสนและพระอนุชาช่วยกันปกครองปาฏลีบุตรแบบคณะ จนมาถึง พ.ศ. ๑๔๐ ปีก็ถูกโจรนันทะยึดอำนาจสำเร็จ ราชวงศ์สุสูนาคจึงสิ้นสุดลงแค่นี้ รวมเวลาที่พระเจ้าภัทรเสนปกครอง ๒๒ ปี
โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [29 เม.ย. 2548 , 16:51:29 น.] ( IP = 61.90.82.168 : : )
สลักธรรม 4
ต่อมา พ.ศ. ๑๔๐ มหาโจรนันทะ ซ่องสุมผู้คนได้เป็นจำนวนมากแล้วเข้ายึดปาฏลีบุตรจากพระเจ้าภัทรเสนสำเร็จ ตั้งราชวงศ์นันทะขึ้นปราบดาภิเษกตนเองเป็นกษัตริย์ ปกครองแคว้นมคธต่อมา
พระเจ้านันทะ มีพระโอรส ๙ พระองค์คือ...
๑. เจ้าชายอุคคเสนนันทะ
๒. เจ้าชายยกนกนันทะ
๓. เจ้าชายจันคุติกนันทะ
๔. เจ้าชายภูติปาละนันทะ
๕. เจ้าชายรัฐปาลนันทะ
๖. เจ้าชายโควิสาณกนันทะ
๗. เจ้าชายทศสิทธิกนันทะ
๘. เจ้าชายเกวัฏฏนันทะ
๙. เจ้าชายธนนันทะ
พระเจ้านันทะปกครองปาฏลีบุตรนานพอสมควรก็สวรรคต เจ้าชายธนนันทะปกครองต่อมา
ในยุคนี้ ที่ชายแดนด้านตะวันตก อาณาจักรมาเซโดเนียของกรีก เริ่มเรืองอำนาจ สามารถยึดอาณาจักรหลายแห่งให้อยู่ในอำนาจได้
ต่อมาพระเจ้าธนนันทะ ก็ถูกจันทรคุปตะซ่องสุมผู้คนเป็นกบฏ ....ครั้งแรกพระองค์ปราบปรามสำเร็จ.... แต่ครั้งที่สองก็พ่ายแพ้ต้องสิ้นประชนม์ในสนามรบ รวมราชวงศ์นันทะปกครองมคธ ๒๒ ปี โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [29 เม.ย. 2548 , 16:54:52 น.] ( IP = 61.90.82.168 : : )
สลักธรรม 5พุทธศาสนา ๑๘ นิกาย (The eighteen sects)
ร่องรอยแห่งการแบ่งแยกในวงการพุทธศาสนา ได้มีมาตั้งแต่หลังพุทธปรินิพพาน กล่าวคือพระปุราณะไม่ยอมรับการสังคายนาที่จัดโดยพระมหากัสสปะ ณ เมืองราชคฤห์ จึงได้นำคณะสงฆ์อีกกลุ่มหนึ่งไปทำสังคายนาต่างหาก เรียกคณะตัวเองว่ามหาสังคีติ จึงเป็นเหตุให้คณะสงฆ์เริ่มแตกแยกออกเป็น ๒ ฝ่าย แต่ที่ชัดเจนเริ่มเมื่อ พ.ศ.๑๐๐ เป็นต้นมา หลักฐานที่เขียนเหตุการณ์แตกแยกเป็น ๑๘ นิกายมีปรากฏในคัมภีร์มหาวงส์ และทีปวงส์ของลังกากถาวัตถุ
ในอินเดีย จดหมายเหตุพระถังซัมจังก็กล่าวถึงเช่นกัน และการสังคายนาครั้งที่ ๔ ที่กัศมีร์หรือ ชาลันธร ได้จัดขึ้นก็เพื่อขจัดความขัดแย้งของ ๑๘ นิกายเป็นสำคัญ
นิกายทั้ง ๑๘ นั้นยังแบ่งออกไปอีก ๔ รวมเป็น ๒๒ นิกายโดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [29 เม.ย. 2548 , 17:01:25 น.] ( IP = 61.90.82.168 : : )
สลักธรรม 6มีโครงสร้างดังนี้
![]()
นิกายเหล่านี้ยังแตกออกเป็น ๕ นิกาย คือ ๑๙. อปรเสลิยะ ๒๐. นิกายอุตตรเสลิยะ ๒๑. นิกายอุตตรปถะ ๒๒. นิกายวิภัชชวาทิน ๒๓. นิกายเวตุลลวาท โดยฝ่ายเถรวาทได้แบ่งออกเป็น ๑๒ นิกายหลังจากพุทธปรินิพพานราว ๒๐๐ ปี ส่วนมหาสังฆิกะนั้นได้เริ่มแบ่งแยกออกเป็นนิกายย่อยราวพุทธปรินิพพาน ๑๐๐ปี
![]()
ที่มา : หนังสือประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาในอินเดีย โดย พระมหาดาวสยาม วชิรปัญโญ
โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [29 เม.ย. 2548 , 17:03:21 น.] ( IP = 61.90.82.168 : : )
สลักธรรม 7มาติดตามต่ออย่างตื่นเต้นค่ะ ..
ขนาดสมัยนั้นยังมีพระขีนาสพเป็นร้อยๆ
ก็ยังมิสามารถรวมความเป็นหนึ่งไว้ได้
สมกับความเป็นจริงของธรรมชาติเลยนะคะ
ที่บังคับบัญชามิได้
ขอบพระคุณมากค่ะคุณทับตะวันโดย น้องกิ๊ฟ [29 เม.ย. 2548 , 17:08:15 น.] ( IP = 202.183.132.63 : : )
สลักธรรม 8มาติดตามอ่านต่อค่ะ
แม้หลังพุทธปรินิพพานไม่นาน ก็ยังแตกแยกเป็นนิกายหลายนิกาย
ขอบพระคุณค่ะ...ที่นำมาฝากโดย เซิ่น [29 เม.ย. 2548 , 21:06:39 น.] ( IP = 210.213.15.248 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |