มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ชีวิตหลังความตาย




พอดีได้รับข้อความเรื่อง "ชีวิตหลังความตาย" จากเพื่อนนักปฏิบัติในชีวิตประจำวันทางเมืองไทย แล้วดิฉันก็ได้แอบเข้ามาอ่านข้อความอะไรต่ออะไรอยู่เสมอ คิดว่าข้อความเหล่านี้ดีมากๆ ก็เลยขอนำมาเผยแพร่สู่กันอ่านนะค๊ะ ดิฉันอาศัยอยู่เมือง Tswassen Delta Canada ค่ะ

โดย Frosty [29 เม.ย. 2548 , 21:38:34 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]


  สลักธรรม 1

ชีวิตหลังความตาย แบบตะวันตก
เกริ่นนำ
ชีวิตหลังความตาย แบบตะวันตก ได้รวบรวมมาจาก ผู้เชี่ยวชาญ จำนวนมาก จาก SPR (Society for Psychical Research) และ College for Psychic Studies ในอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ เป็นนักวิทยาศาสตร์ นักจิตศาสตร์ นักปรัชญา และนักสังคมศาสตร์ พวกเขากำลังพยายามค้นหา รูปแบบของชีวิตหลังความตาย จากข้อมูล ที่ได้รวบรวมไว้กว่า ๑๐๐ ปี ข้อมูลได้ถูกบันทึกไว้ จากบุคคลที่สามารถติดต่อ กับวิญญาณผู้ที่ตายไปแล้ว โดยมีความแตกต่างกันทั้งเวลา สถานที่ ภาษา
ผู้เชี่ยวชาญได้สรุปความเห็นว่า คนส่วนใหญ่ จะคิดว่าข่าวสาร จากโลกหลังความตาย ไม่น่าเชื่อถือ เนื่องจากไม่สามารถ ตรวจสอบย้อนหลัง ไปยังต้นตอของข่าวนั้นได้ โดยไม่ทันได้คิด ว่ายังมีบุคคลบางคน ซึ่งได้ตายไปแล้ว ยังพยายามจะส่งข่าวสาร เกี่ยวกับมิติใหม่ ที่พวกเขาได้เข้าไปอยู่ กลับมายังพวกเรา และพวกเขาได้พบว่า ข้อมูลจำนวนมาก รายงานสิ่งที่เหมือนกัน เป็นจำนวนมาก โดยไม่ได้ผ่านการแก้ไขใดๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านั้น มีความแตกต่างกันมาก ในการบันทึก (เวลา สถานที่ ภาษา) เราไม่อาจสรุปได้ว่า มันเป็นอุบัติเหตุ หรือเหตุบังเอิญ เนื่องจากมันไม่ได้พ้องกัน เพียง ๑ หรือ ๒ ข้อมูล แต่มันอาจจะเป็น ๑๐๐ หรือ ๑,๐๐๐ ข้อมูล ซึ่งนั่นหมายความว่า ข้อมูลเหล่านั้นทั้งหมด หรือบางส่วนเป็นความจริง
จากผลสรุปเหล่านี้ พวกเขาพบว่า โลกหลังความตาย ไม่ได้มีแบบเดียว มันแบ่งออกเป็นหลายระดับ ตามระดับจิตใจ ผู้ที่จะได้เลื่อนระดับ จะต้องเข้าใจองค์สัจธรรม ที่มีอยู่ของระดับที่ตัวเองอยู่ ถ้าไม่สามารถเข้าถึงองค์สัจธรรม ก็จะต้องติดอยู่ในระดับนั้น จนกว่าจะสูญเสียศักยภาพ ในการดำรงอยู่ และไปเกิดใหม่

โดย Frosty [29 เม.ย. 2548 , 21:40:37 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 2

เริ่มออกผจญภัย!
เมื่อวิญญาณนั้น ยอมรับความตายแล้ว เขาจะเข้าถึง ระดับแรกแห่งวิญญาณ ซึ่งมีอยู่ ๒ แดนด้วยกัน เราอาจเรียกได้ว่า "ดินแดนอบอุ่น" กับ "ดินแดนเยือกเย็น" ในทุกแดนจะมี ความแปลกประหลาดมาก จินตนาการของจิต จะเป็นใหญ่ เมื่อวิญญาณคิดอะไร จะเกิดสิ่งนั้นขึ้นทันที ตราบเท่าที่ เขายังคิดอยู่ และจะหายไปเมื่อเลิกคิด มันไม่ใช่เพียงภาพธรรมดา แต่สามารถจับต้องได้ ดังนั้น ในระดับนี้ จะเต็มไปด้วย สิ่งต่างๆ มากมาย เกิดขึ้น และหายไป ตลอดเวลา ผู้ที่ไม่เชื่อเรื่อง ชีวิตหลังความตาย ก็ยังคงคิดว่า นี่เป็นความฝันอันยาวนาน และพวกเขายังไม่ตื่นเสียที สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ บนโลกมนุษย์ และความคิดของเขา ว่าจะดีหรือร้าย
ในดินแดนเยือกเย็น เป็นที่อยู่ของวิญญาณที่ชั่วร้าย เปี่ยมไปด้วยอัตตา มีจิตใจมืดบอด และอุดมบาป เป็นพื้นที่ทรงกลม สำหรับวิญญาณทุกดวง ทุกพื้นที่จะแบ่งแยกด้วย ความมืด ความเยือกเย็น และกาลเวลา ไม่มีใครอาจหาญเข้าไปได้ นอกจาก วิญญาณระดับสูงบางดวง ซึ่งต้องการจะมาชี้นำทาง ให้เห็นสัจธรรม แต่ว่าส่วนใหญ่ จะปิดใจไม่รับ และเปี่ยมไปด้วยอัตตา เช่นเดียวกับตอนมีชีวิต
ส่วนในดินแดนอบอุ่น เป็นที่อยู่ของวิญญาณที่ดี สภาพแวดล้อม จะสว่างไสว และสวยงาม วิญญาณเหล่านั้น จะสร้างดินแดนของตน ตามความคิดฝัน และเมื่อพลังการสร้างสรรค์หมดลง ถ้าพวกเขายังไม่พบสัจธรรม ก็อาจจะต้องไปค้นหาประสบการณ์ใหม่ โดยการไปเกิดใหม่อีกครั้ง
ข้อมูลบางส่วน กล่าวว่า บางคนจะพบกับ บางสิ่งบางอย่าง คล้ายกับสะพานสายรุ้ง ทอดลงมาข้างหน้า และมีสภาพแวดล้อมสวยงาม บางคนเห็นอุโมงค์ หรือประตู ซึ่งมีแสงอยู่ที่ปลาย พวกเขารู้สึกว่า หากเข้าไปแล้ว จะไม่ได้กลับออกมาอีก (ถ้ายังไม่ตาย) ผู้ที่พบประตูกล่าวว่า มีสวนที่สวยงามมาก อยู่หลังประตูนั้น แต่ว่าพวกเขาไม่กล้าเข้าไป

โดย Frosty [29 เม.ย. 2548 , 21:44:02 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 3

บางคนพบประสบการณ์ที่น่ากลัว เช่น ไฟนรก และสัตว์ร้าย ซึ่งจะคอยทำร้ายเขา ทั้งนี้เนื่องจาก พวกเขามีบาปมาก หรือพยายามฆ่าตัวตาย
วิญญาณที่ค้นพบสัจธรรม จากดินแดนอบอุ่น หรือดินแดนเยือกเย็น ก็จะได้เลื่อนระดับ ไปยังดินแดนต่อไป ซึ่งเป็นดินแดนที่ ไม่มีสิ่งใดทั้งสิ้น อาจเรียกได้ว่า "ดินแดนแห่งความว่างเปล่า" วิญญาณที่เข้ามาแล้ว จะเป็นพวกที่ปลดปล่อยจิตใจ จากรูปนิมิต อันหลอกลวงแล้ว พวกเขายังคงมีตัวตนอยู่ และมีความยินดี และเข้าใจแจ่มแจ้ง ในความเป็นไปของตนเอง จากนั้น ภาพของความชั่วดีแห่งตน จะปรากฏออกมา ต่อหน้าวิญญาณอื่นๆ ณ ที่นั้น นี่ทำให้เกิดความทุกข์ทรมาน อย่างแสนสาหัส ต่อจิตใจของผู้นั้น ช่วงนี้อาจเรียกว่า "ช่วงเวลา แห่งการพิพากษา" พวกเขาจะพบกับ ความผิดพลาดแห่งตนเอง ย้อนหลังไปยาวนานเรื่อยๆ อาจจะเป็นพัน หรือเป็นล้านปีก็ได้ จนกว่าจะพบกับความจริง และปลดปล่อยตัวเองจาก "อัตตา" จึงจะพ้นจากความทรมาน และพาตัวเองขึ้นสู่ระดับสูงขึ้น
เมื่อวิญญาณปล่อย "อัตตา" ได้แล้ว เขาจะพบกับ "การตายครั้งที่สอง" ซึ่งจะพบกับ "ความสงัดอันยิ่งใหญ่" ความเป็นตัวตนจะสูญไป จะไม่มีความรู้สึก จะไม่รู้สิ่งใดๆ ทั้งสิ้นอีกต่อไป ไม่มีแม้กระทั่ง ทุกข์หรือสุข และจะสงบเช่นนั้นอยู่นาน จวบจนตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็จะเปลี่ยนสภาพไปอย่างสิ้นเชิง เขาจะเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เกี่ยวกับตนเอง และความจริงเกี่ยวกับ การเกิดตาย ย้ายภพ รู้ว่าเคยเกิดมาแล้วกี่ชาติ และแม้แต่ เหตุแห่งการเกิดนั้นด้วย ทำให้เขาทราบว่า ตัวเองนั้น มีความเกี่ยวพันอย่างแน่นหนา และยุ่งเหยิงกับวิญญาณอื่น ทำให้สามารถ ตอบคำถามยอดนิยมที่ว่า "ทำไมถึงต้องเป็นเรา?" ได้

โดย Frosty [29 เม.ย. 2548 , 21:45:39 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 4

ทุกๆ คนล้วนแต่ผ่าน การเวียนว่ายตายเกิด มาอย่างนับไม่ถ้วน ทุกคนต่างก็ ค้นหาประสบการณ์ และบทเรียนใหม่ๆ ในการเกิดทุกครั้ง แต่ว่า การเกิดในแต่ละครั้ง เป็นความเสี่ยง ต่อความผิดพลาดซ้ำซ้อน เนื่องจาก กิเลสตัณหาจำนวนมาก คอยจะฉุดเราลงต่ำ ทำให้เราต้อง กลับมาค้นหาอีกครั้ง แถมยังต้องมาชดใช้ หนี้กรรมอีกต่างหาก
เมื่อวิญญาณรู้ทุกอย่างแล้ว ก็จะเปลี่ยนไปเป็น "เมต้าโซล" (แปลตรงๆ ตัวก็คือ วิญญาณที่ยิ่งใหญ่ หรือผู้รู้แจ้งก็น่าจะได้) และรอคอยการกลับมา ของญาติในความสงัดนั้น เวลาอาจจะยาวนานมาก แต่ว่า เมื่อทุกวิญญาณกลับมาเจอกัน ก็จะรวมกันเป็น กลุ่มของผู้รู้แจ้ง ซึ่งมีหลายกลุ่ม สมาชิกในแต่ละกลุ่ม มีอิสระเต็มที่ ที่จะแยกตัวเมื่อใดก็ได้ แต่ว่าโดยธรรมชาติ จะคอยดึงดูด ให้กลับมา รวมกลุ่มกันอยู่เสมอ แล้วทุกคนก็จะถ่ายทอด และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ที่ได้มาให้แก่กัน จะค้นพบศักยภาพร่วมกัน และสุดท้าย ทั้งกลุ่มก็จะเลื่อนระดับพร้อมๆ กัน
มีข้อมูลน้อยมาก ที่กล่าวถึงระดับสุดท้ายนี้ และไม่ชัดเจนด้วย ส่วนใหญ่ จะกล่าวว่า ไม่สามารถหาคำใดมาอธิบายได้ มันเกินความคาดหมาย ของมนุษย์จะรับรู้ได้ แต่ว่า ส่วนหนึ่ง ได้กล่าวว่า กลุ่มของเมตาโซล จะอยู่ในภพนี้ ตราบเท่าที่ยังมีศักยภาพ และเมื่อพลังหมดลง ก็จะแยกตัวกัน ออกไปค้นหาประสบการณ์ใหม่ เฉพาะตน และเกิดใหม่ตามที่ต้องการ (เมต้าโซล ไม่น่าจะใช่นิพพาน เพราะยังมีการเกิดใหม่อยู่ น่าจะเทียบได้กับพรหมเท่านั้น)
สรุป
ความตาย ไม่ใช่จุดสุดท้ายแห่งชีวิต และไม่ใช่ผู้พิพากษา แต่ว่า ผู้พิพากษาที่แท้จริง คือความดีชั่ว ที่ทำมาต่างหาก สุดท้าย ทุกคนจะต้อง รับการพิพากษาด้วยตนเอง มันเป็น ความยุติธรรมสูงสุด ซึ่งไม่สามารถพบได้ ในชีวิตประจำวัน นี่เองที่เรียกว่า "ชีวิต" มันไม่เคยตาย และไม่ตายด้วย

โดย Frosty [29 เม.ย. 2548 , 21:46:51 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 5

เกริ่นนำ
ชีวิตหลังความตายแบบจีน จะเป็นแบบพุทธศาสนานิกายมหายาน ผู้เขียนได้เล่าว่า เขาได้รวบรวมจากประสบการณ์ ที่พระจี้กงได้พาวิญญาณเขา ไปเที่ยวในโลกหลังความตาย ด้วยบัวอาสน์เป็นเวลาหลายปี เนื่องจากเป็นคำสั่งจากเบื้องบน
พวกเขาได้กล่าวว่า ในขั้นแรกนั้น ในจักรวาลไม่มีอะไรเลย แต่มีเพียงพลังงานกลุ่มใหญ่ ซึ่งไม่มีรูปร่างอยู่ ต่อมา พลังงานกลุ่มใหญ่นี้ ได้แตกพลังงานย่อยๆ ออกมา และพลังงานย่อยๆ เหล่านั้นก็ได้กลายเป็นวิญญาณของมนุษย์ หลังจากนั้น พลังงานตัวแม่ก็ได้สร้างสิ่งต่างๆ ขึ้น เช่น แดนนิพพาน เพื่อเป็นที่อยู่สำหรับวิญญาณลูกทั้งหลาย และอื่นๆ ดังนั้น พวกเขาจึงเรียกพลังงานแม่นี้ว่า "เหลาหมู่" หรือพระแม่เจ้า และเรียกแดนนิพพานว่า "บ้านเดิม"
วิญญาณของเรา ได้ลงมาเกิดบนโลกนี้ เป็นเวลาประมาณ ๖๐,๐๐๐ ปีมาแล้ว ทำให้วิญญาณของเราสกปรก เนื่องจากบาป กิเลส ตัณหาที่มีอยู่ในโลก มันทำให้เราหลงลืมหนทาง ซึ่งจะนำเรากลับคืนสู่บ้านเดิมด้วย ดังนั้น เราจึงหลงทาง อยู่ระหว่าง นรก กับโลกมนุษย์อยู่เป็นเวลานานแล้ว และมีมนุษย์อยู่น้อยมาก ที่สามารถตื่น และค้นหาหนทางที่ถูกต้อง ในการกลับบ้านได้
เมื่อมนุษย์ตายลง วิญญาณเขาอาจใช้เวลาประมาณ ๗ วัน จึงจะรู้ตัวว่าตัวเองตายแล้ว (ถ้าหากตายเพราะอุบัติเหตุ) หรืออาจจะรู้ตัวทันทีก็ได้ เขาอาจจะวนเวียนอยู่ในบ้าน เป็นเวลา ๔๙ วัน ก่อนจะไปต่อตามทางของตนเอง หรืออาจจะมียมทูตมาพาตัวไปทันทีก็ได้ ช่วงเวลา ๔๙ วันนี้ อาจเรียกได้ว่า "ช่วงเวลาแห่งความกตัญญู" เพราะทุกสิ่งที่คนข้างหลังทำ ในช่วงเวลานี้ จะเป็นของผู้ตายทั้งหมด ไม่ว่าบาปหรือบุญ ดังนั้น เราควรจะถือศีลกินเจ ในช่วงนี้ เพื่อลดหย่อนบาปให้แก่ผู้ตาย

โดย Frosty [29 เม.ย. 2548 , 21:49:18 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 6

นรก
สถานที่สำหรับตัดสิน และลงโทษวิญญาณ มีทั้งหมด ๑๐ ตำหนัก และด่านสำหรับลงโทษย่อยๆ อีกมากมาย ในแต่ละตำหนัก
เขาซันโถว
เป็นภูเขาที่อยู่ในช่วงต้นๆ ทางของโลกหลังความตาย มีถ้ำ และเหวที่ลึกมากอยู่ เมื่อวิญญาณผ่านมาถึง หากเป็นวิญญาณบาป จะถูกแสงจ้าสะท้อนเข้าตา และทำให้ตกลงไปในเหว ลงสู่นรก แต่ถ้าเป็นวิญญาณที่ดี จะมีสะพานสายรุ้งทอดผ่าน เพื่อนำวิญญาณนั้นขึ้นสู่สวรรค์
สระน้ำชิงซิน
สำหรับล้างวิญญาณ เฉพาะผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้น
ทางสามแพร่ง
เป็นทางแยกระหว่างมนุษย์ กับผี (โลกมนุษย์ นรก และสวรรค์)
แดนสนธยา
เป็นพรมแดนระหว่างคนกับผี
แผนกบัญชี
ตรวจสอบบาปบุญของวิญญาณ ถ้าทำบุญไว้มาก จะพาชมนรก
ด่านมรณะ และสำนักพระศาสดา
เป็นทางเข้าสู่นรกจริงๆ
ตำหนักที่ ๑
หอกระจกทิพย์
เป็นกระจก ที่จะแสดงพฤติกรรมทั้งหมด ของวิญญาณที่ดื้อด้าน ทำให้ ไม่สามารถปฏิเสธบาปได้
สถานสวดมนต์
สำหรับลงโทษ พระที่รับจ้างสวดมนต์ตามงาน และได้สวดผิดอย่างจงใจ จะต้องสวดมนต์ซ้ำๆ กันไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถูกต้อง ตามจำนวนที่ระบุ โดยมีเพียง เทียนเล่มเดียว เป็นแหล่งแสงสว่าง
เมืองผีตายโหง
สำหรับเก็บวิญญาณ ที่ตายโดยที่ยังไม่ถึงอายุไว้ชั่วคราว จนกว่าจะครบกำหนด จึงจะนำมาพิจารณา
ตำหนักที่ ๒
สถานแสดงธรรม
สำหรับแสดงธรรม โปรดวิญญาณที่มีบาปน้อย
หนองอาจม
สำหรับลงโทษ วิญญาณที่มีชีวิตโสโครก เช่น โสเภณี มือปืน มิจฉาชีพ คอรัปชั่น โดยจะต้องแช่ จนกว่าเนื้อจะเน่า
นรกอดอยาก
สำหรับลงโทษ วิญญาณที่ใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย ร่ำรวยแต่ขี้เหนียว จะได้รับอาหารเพียง อาทิตย์ละมื้อเท่านั้น

โดย Frosty [29 เม.ย. 2548 , 21:50:22 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 7

สะพานมรณะ
เป็นสะพานแคบๆ ไม่มีราว ใต้สะพานเป็นงู วิญญาณบาปจะตกลงไป ด้วยความหวาดกลัว หรือถูกผลักตกลงไปเอง เมื่อขึ้นมาบนสะพาน
นรกเวทีลีลาศ
สำหรับลงโทษ วิญญาณพวกพาร์ทเนอร์ หรือพวกที่ชอบดิ้น และขายตัวให้กับผู้ชายกลัดมัน พื้นจะเป็นเหล็กเผาจนแดง และวิญญาณจะถูกผลักเข้าไป "ดิ้น" บนพื้นนั้น
นรกน้ำแข็ง
สำหรับลงโทษ วิญญาณที่ชอบอวดเรือนร่าง ทำซ่อง อวดรวย ยักยอก พวกนี้จะถูกแช่แข็งจนกว่าจะพ้นโทษ
ตำหนักที่ ๓
นรกควักลูกตา
สำหรับลงโทษ ผู้ที่เหยียดหยามผู้อื่น ถ้ำมอง ทุจริต ดูหนังโป๊ หนังสือโป๊
นรกเฉือนใบหน้า
สำหรับลงโทษ ผู้ที่หน้าด้าน ไร้ยางอาย จะถูกเฉือนใบหน้าด้วยมีด โดยพวกผีนรก
นรกแขวนห้อยหัว
สำหรับลงโทษ ผู้ที่เนรคุณ มีพฤติกรรมเหมือนสัตว์ จะถูกแขวนเท้าไว้กับราว โดยราวจะแทงทะลุเท้าด้วย
เมืองสัตว์กลับชาติ
สำหรับสัตว์ที่กลับมา หลังจากตายแล้ว จะมีศาลากลับชาติ ซึ่งมีน้ำกลับชาติ สำหรับให้สัตว์ดื่ม เพื่อกลับสู่ร่างเดิมครั้งเป็นมนุษย์
ตำหนักที่ ๔
นรกกรอกยา
สำหรับลงโทษ ผู้ที่ทำยาปลอมขาย จะถูกกรอกยาเข้าปาก
นรกราดน้ำร้อนลวกมือ
สำหรับลงโทษ ผู้ที่เป็นขโมย ต้มตุ๋น โจร เซ็นเช็คเด้ง โกง จะถูกราดน้ำร้อนลงบนมือ
นรกแทงปาก
สำหรับลงโทษ พวกปากไม่ดี จะถูกแทงปากด้วยเหล็กแหลม
นรกบั่นมือ
สำหรับลงโทษ ผู้ที่โกงตาชั่ง จะถูกตัดมือ แล้วโยนให้หมาเหล็กกิน

โดย Frosty [29 เม.ย. 2548 , 21:53:34 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 8

นรกผึ้งพิษ
สำหรับลงโทษ ผู้ที่ฉ้อฉลสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผึ้งเหล่านี้เป็นผึ้งศักดิ์สิทธิ์ จะไม่ทำร้ายผู้ไม่ผิด
ตำหนักที่ ๕
เจ้าตำหนักนี้ มีชื่อทั่วไปว่า "เปากง" หรือ "เปาบุ้นจิ้น" ที่เรารู้จักกันนั่นเอง ผู้ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความยุติธรรม ท่านจะตรงไปตรงมา และตัดสินโทษหนักมาก

หอดูบ้าน
เป็นหอสำหรับ วิญญาณที่ต้องการจะดูความเป็นอยู่ ของลูกหลาน
นรกควักหัวใจ
สำหรับลงโทษ ผู้ที่มีจิตใจสกปรก เช่น ดูหมิ่นศาสนาอื่น เจ้าชู้ อิจฉาริษยา ข่มขืนผู้อื่น เล่นการพนัน จะถูกพวกปีศาจเฉือนหน้าอก แล้วควักหัวใจออกมา
ตำหนักที่ ๖
นรกหนูกัดตัดอวัยวะเพศ
สำหรับลงโทษ ผู้ชายที่ใช้จำปีในการสร้างบาป เช่น ข่มขืน หรือความผิดทางเพศ จะถูกหนูเข้ามากัดจำปี จนกว่าจะขาด
นรกลากรถ
สำหรับลงโทษ ผู้ที่ทำผิดกฎจราจร แล้วทำให้เกิดอุบัติเหตุ พวกนี้จะต้องลากรถ ซึ่งมีหินหนักๆ บรรจุอยู่เต็ม จากยอดเนินลงมาสู่ทางราบ โดยใช้ถนนแคบๆ เป็นเวลาหลายเที่ยว ต่อวัน
นรกงัดปากให้อมเข็ม
สำหรับลงโทษ ผู้ที่ทำผิดด้วยวาจา ติดยาเสพติด หน้าเลือด จะถูกงัดปากให้เปิด แล้วเอาลูกหนามใส่ลงไป
นรกตาข่ายลวดหนาม ตั๊กแตนกินสมอง
สำหรับลงโทษ ผู้ที่อยุติธรรม ผู้รักษากฎทำผิดกฎเสียเอง มิจฉาชีพ จะอยู่ในตาข่ายลวดหนาม โดนข่วน แล้วมีตั๊กแตนมาเจาะ กินสมองอีกด้วย
ศาลตุลาการ
สำหรับรับวิญญาณ
ตำหนักที่ ๗
นรกอิฐเผาร้อนมหาโหด
สำหรับลงโทษ ผู้ที่บ้าชื่อเสียง เกียรติยศ ขี้โมโห รั้น จะต้องเดินผ่านอิฐเผา ยาว ๓๐๐ ลี้ (ประมาณ ๙๐ กม.) ก็เป็นอันพ้นโทษ
นรกรางเหล็กเผาลวกนิ้วมือ
สำหรับลงโทษ ผู้ที่ลวนลามผู้อื่น ใช้มือทำความผิด เปิดบ่อน โกงพนัน ใช้เช็คเด้ง ชอบชกต่อย จะต้องถูกเอานิ้วนาบบนรางเหล็กร้อน
นรกผ่าท้อง
สำหรับลงโทษ ผู้ที่คอรัปชั่น ใจดำ อำมหิต บังคับคนอื่นขายตัว เอาแต่ได้ ไม่คิดถึงผู้อื่น
นรกย่อตัวทูนหิน
สำหรับลงโทษ ผู้ที่หัวแข็ง โอหัง เป็นครูชั่ว จะถูกบังคับให้ย่อตัวลง แล้วทูนหินไว้บนหัว
นรกกระทะทองแดง
สำหรับลงโทษ ผู้ที่เป็นโจร ปล้น ฆ่าคนตาย เนรคุณ ใช้ไสยศาสตร์ ทำให้คนอื่นเดือดร้อน จะถูกจับใส่ในกระทะ ที่มีน้ำมันเดือดๆ อยู่
นรกตัดลิ้นเจาะแก้ม
สำหรับลงโทษ ผู้ที่ปากเสีย จะถูกดึงลิ้นออกมา แล้วตัดลิ้นออก แล้วเอาเหล็กแหลมมาเจาะแก้มด้วย

โดย Frosty [29 เม.ย. 2548 , 21:55:19 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 9

ตำหนักที่ ๘
นรกรถทับร่าง
สำหรับลงโทษ ผู้ที่เป็นอาชญากรทางเพศ ฆ่าคน อกตัญญู รถจะมีล้อขรุขระ เทียมด้วยล่อ ๔ ตัว วิ่งเข้ามาทับร่างให้บี้แบน
นรกตัดแขนขา
สำหรับลงโทษ ผู้ที่ใจคด อกตัญญู ฆ่าคน ประทุษร้ายคน
ตำหนักที่ ๙
มีถนนสำหรับแสวงบุญ (ผู้ที่จะไปเป็นเจ้าที่) และมีน้ำตกของนาค ๙ ตัว (จิ่วฉวน)
นรกเคี่ยวน้ำมันกระเซ็นร่าง
สำหรับลงโทษ ผู้ที่เขียนหนังสือโป๊ ถ่ายรูปโป๊ จะถูกบังคับให้ยืนอยู่ข้างๆ กระทะน้ำมันเดือดๆ แล้วพวกผีนรกจะสาดให้น้ำมันกระเซ็นใส่
ขุมอสรพิษ
สำหรับลงโทษ ผู้ที่ทุจริต คดโกง งูจะเจาะเข้าออกจากตัว

โดย Frosty [29 เม.ย. 2548 , 21:56:10 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 10

นรกอเวจี
สำหรับลงโทษ ผู้ที่บาปหนักที่สุด (อนันตริยกรรม) เช่น อกตัญญู ข่มขืน ทำเหล้าปลอม ยาปลอม ค้าของเถื่อน ติดยาเสพติด ขายชาติ ฯลฯ เป็นถ้ำขนาดใหญ่ มืดสนิท มี ๑๘ ชั้น ข้างในมีดงเหล็กแหลม นองด้วยเลนร้อน ผู้ที่ถูกลงโทษอาจไม่ได้ผุดได้เกิด อย่างไรก็ตาม บางส่วนจะถูกส่งไปเกิด เป็นสัตว์เดรัจฉานเป็นช่วงๆ (ขึ้นกับการพิพากษา) เมื่อไปเกิดแล้ว ก็จะถูกคนฆ่า หลังจากนั้นก็กลับมายังอเวจีอีกครั้ง นอกจากนี้ ผู้เขียนยังได้บอกด้วยว่า ผู้ยิ่งใหญ่ และจักรพรรดิในอดีตหลายคน ก็ยังคงอยู่ในนรกขุมนี้
ตำหนักที่ ๑๐ เป็นทางออกของนรก

หอดูการกำเนิด เป็นหอที่สูงมาก มีบันได ๓๖๐ ขั้น ขึ้นไปยังยอด เพื่อดูภาพบนโลกได้
สถานพิจารณาบาป
สำหรับตรวจสอบครั้งสุดท้าย ก่อนส่งวิญญาณไปเกิดใหม่ มีหน่วยย่อยมากมาย

หน่วยตรวจสอบ
หน่วยตรวจบุญกุศล
หน่วยตรวจบาป
หน่วยสนองกรรม
หน่วยอายุขัย
หน่วยควบคุมทดแทนคุณโทษ
หน่วยพิจารณาวาสนา
หน่วยให้กำเนิด
ศาลาเมิ่งผอ
ศาลานี้ จะมีน้ำล้างความจำ เพื่อให้วิญญาณทุกดวงได้ดื่ม สำหรับลบล้างความจำ เมื่อครั้งมีชีวิตอยู่ เพื่อป้องกันความสับสน
วัฏจักร ๖ วิถี (หอจักรผัน)
ตั้งอยู่ที่ "แม่น้ำแดง" (เกิดจากหยาดเหงื่อและเลือด ของวิญญาณบาป) จะหมุนตลอดเวลา โดยมีสะพานทอดไปหา ๖ สะพาน
สะพานทอง: สำหรับผู้มีบุญมาก จะทอดไปสู่สวรรค์โดยตรง โดยไม่ผ่านหอ
สะพานเงิน: สำหรับผู้มีบุญปานกลาง นำวิญญาณไปเป็นเจ้าที่ จะไม่ผ่านหอ
สะพานหยก: สำหรับผู้ที่ทำบุญพอควร จะเข้าหอจักรผัน ไปเกิดเป็นคนร่ำรวย
สะพานหิน: สำหรับผู้ที่ทำบุญบ้าง ไปเกิดเป็นสามัญชน
สะพานไม้: สำหรับผู้ที่ทำชั่วมากกว่าดี ไปเกิดเป็นคนยากไร้
สะพานไม้ไผ่: สำหรับผู้ที่บาปหนา ไปเกิดเป็นสัตว์
หอจะเป็นรูป ๘ เหลี่ยม ข้างในเป็นภาพโลก มีช่องทางออกอยู่ ๖ ช่อง

ทั้ง ๖ ช่องจะส่งวิญญาณไปเป็น
1...เจ้านาย
2...สามัญชน
3...สัตว์ออกลูกเป็นตัว
4...สัตว์ออกลูกเป็นไข่
5...สัตว์น้ำ
6...แมลง

โดย Frosty [29 เม.ย. 2548 , 21:57:09 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org