มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เมื่อท่านตายแล้วท่านจะไปไหน






พอเอ่ยถึงคำว่า “ความตาย” บรรดาท่านผู้ฟังทั้งหลายต่างก็มีความเข้าใจกันเป็นอย่างดีว่า หมายความถึงอะไร เพราะเคยรู้เคยเห็นคนและสัตว์เดรัจฉานที่ตายมาแล้วมากต่อมาก

ถ้าจะตั้งคำถามว่า “ความตายคืออะไร?” ผู้ตอบคำถามนี้ ก็จะตอบด้วยความลำบากใจเพราะจะหาคำตอบไม่ได้ง่ายนัก

แต่ถ้าจะถามว่า “เหตุใดจึงต้องตาย” ผู้ตอบคำถามดังกล่าวก็จะตอบได้ยากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะเห็นแต่เหตุตื้นๆเผินๆ เช่นป่วยไข้ หรือเชื้อโรคมาทำลาย

ถ้าจะถามต่อไปว่า “ในขณะที่กำลังตายนั้น ร่างกายและจิตใจทำการงานอะไรบ้าง?” ผู้ตอบคำถามนี้ถ้ามิได้เคยศึกษาพระอภิธรรมให้เข้าใจดี ก็หมดปัญญาที่จะตอบคำถามอันเป็นปัญหาที่ลึกซึ้งดังกล่าวได้อย่างแน่นอน

โดย พี่เณร [2 พ.ค. 2548 , 19:22:43 น.] ( IP = 61.90.118.206 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1


แม้คำว่า.. “ ความตายคืออะไร? ” ..ซึ่งดูเสมือนว่า เป็นคำถามที่จะตอบได้ง่ายๆหรือ ถึงจะเป็นคำถามที่พอจะตอบกันได้ ก็เป็นการตอบตามสามัญสำนึกของบุคคลทั้งหลาย หาได้เป็นไปตามหลักวิชาปรมัตถ์อันเป็นความจริงแท้ไม่ ด้วยเหตุดังนี้ จึงมิได้ถูกต้องสมบูรณ์จริงๆ

สำหรับคำถามที่ว่า “เหตุใดจึงต้องตาย ?” ผู้ตอบคำถามนี้ ก็มักจะเอาเหตุที่ห่างไกลเกินไปมาอ้าง เช่นว่า เพราะต้องอาวุธ ของมีคม อวัยวะในส่วนสำคัญเสียหายหรือเลือดออกไม่หยุด กินอาหารไมได้ หรือเพราะว่าเชื้อโรคร้ายแรงมาทำให้ร่างกายทำงานต่อไปไม่ไหว


เมื่อฟังดูแล้วก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องตายซึ่งน่าจะถูกต้องดีแล้ว แต่ถ้าว่าตามหลักของสภาวธรรม ....คำตอบนี้ยังเป็นเหตุที่ห่างไกลต่อความจริงอยู่มาก เพราะตัวการที่ทำให้ต้องตายอย่างสำคัญ หรือเหตุใกล้ชิดติดกันของความตายนั้นยังมีอีกต่างหาก ซึ่งผู้ปรารถนาที่จะหาความรู้ในเรื่องนี้ให้เข้าใจจริงๆก็จะต้องศึกษา และจะต้องศึกษาจากพระอภิธรรมปิฎก ซึ่งมีคำอธิบายในเรื่องนี้อย่างละเอียดลออพิสดาร



โดย พี่เณร [2 พ.ค. 2548 , 19:26:12 น.] ( IP = 61.90.118.206 : : )


  สลักธรรม 2

ส่วนคำถามที่ว่า “ในขณะที่ตายนั้น มันมีการงานอะไรกันบ้าง ในขณะที่กำลังตายนั้น ผู้ตายมีความเจ็บปวดหรือหาไม่ มีความรู้สึกสำนึกตัวเพียงใด ”

คำอธิบายในเรื่องนี้ วิทยาการทางโลกโดยทั่วไปยังไม่มี นอกจากจะนึกค้นเดาเอา แล้วแต่ผู้ใดจะได้อบรมมาจากทางไหน ก็ตอบไปตามสายทางนั้น เช่นตอบว่าผู้ที่จะถึงแก่ความตายย่อมจะเจ็บปวดสาหัส จิตหรือวิญญาณซึ่งเป็นดวงๆ หรือเป็นควันออกจากร่างกายของคนตายแล้ว ก็จะไปสิงอยู่ในรูปที่ๆชีวิตอื่นต่อไป หรือมิฉะนั้นก็ว่า วิญญาณดับสูญไปเลย เกิดอีไม่ได้ เป็นต้น

นอกจากนั้น ยังมีเรื่องที่ถกเถียงกันมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ถกเถียงกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ ก็ยังไม่มีใครสามารถที่จะตัดสินชี้ขาดเอาเป็นยุติได้

..นั่นก็คือ.. เรื่องของความเชื่อในบุคคล ๒ ฝ่าย

คือฝ่ายหนึ่งมีความเห็นว่า คนเรานั้นถึงที่แล้วก็ต้องตายไม่มีใครจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไปได้

อีกฝ่ายหนึ่งกลับมีความเห็นว่า ไม่มีขอบเขตของเวลาตาย ถึงที่แล้วต้องตายนั้น ไม่เป็นความจริง จะถึงที่หรือไม่ถึงที่ ถ้ามีเหตุมาทำให้ตายแล้วก็จะต้องตายอย่างแน่นอนทั้งนั้น

โดย พี่เณร [2 พ.ค. 2548 , 19:30:34 น.] ( IP = 61.90.118.206 : : )


  สลักธรรม 3

อย่าว่าแต่เรื่องตายแล้วไปเกิดได้อย่างไรเลย... แม้ความตายจะต้องเกิดขึ้นกับใครๆทุกคน ไม่ช้าก็เร็วก็จริง หรือแม้ความตายนั้นเราจะเห็นอยู่ต่อหน้า ...คือในความตายของคนหรือของสัตว์อยู่เสมอ

และแม้ว่าเราได้เผชิญหน้ากับความตายหลังจากได้เกิดมีชีวิตขึ้นมาแล้วจนนับชาติไม่ไหว แต่เราก็มิได้เข้าใจความตายเลยแม้แต่น้อย

ทำไมวิทยาการในโลกนี้ก็มีมากมาย ถึงจะลึกซึ้งประการใดนักปราชญ์ราชบันฑิตทั้งหลายผู้มีความสามารถก็ค้นคว้าขึ้นมาได้เป็นส่วนมาก แต่เรื่องของความตายที่อยู่ใกล้ๆแค่เอื้อม ค้นคว้าเท่าใดก็ได้ แต่คว้าน้ำเหลว ทั้งนี้ก็เพราะใช่วิสัยของปุถุชนผู้ซึ่งหนาไปด้วยกิเลส

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แสดงเรื่องของความตายไว้อย่างละเอียดลออพิสดารมาก ผู้ศึกษาจะต้องอดทนค่อยๆศึกษาไปตามลำดับแล้วจะหายสงสัยได้

โดย พี่เณร [2 พ.ค. 2548 , 19:33:56 น.] ( IP = 61.90.118.206 : : )


  สลักธรรม 4

ความตายคืออะไร.. เหตุใดจึงต้องตาย... ในขณะกำลังตายมีความเจ็บปวดบ้างหรือไม่มี...ความสำนึกรู้สึกตัวได้เพียงใด.... และถึงที่แล้วจึงต้องตายนั้นจริงหรือเปล่า?

เรื่องเหล่านี้จะต้องอาศัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น และโดยการศึกษาจากพระธรรมที่พระองค์ท่านตรัสรู้

เฉพาะอย่างยิ่งในพระอภิธรรมปิฎกท่านผู้ใดค่อยๆศึกษาไปจนมีความเข้าใจโดยมิได้ท้อถอยแล้ว ก็จะได้ความละเอียด ทั้งจะได้พบความเร้นลับพิสดารเป็นอย่างยิ่งในเรื่องต่างๆของชีวิต


โดย พี่เณร [2 พ.ค. 2548 , 19:36:18 น.] ( IP = 61.90.118.206 : : )


  สลักธรรม 5

ความตายคืออะไร ?


คำถามนี้ เป็นคำถามที่ให้คำตอบกันง่ายๆ โดยทั่วไปบุคคลทั้งหลายก็จะพากันตอบว่า.. ความตายคือการไม่หายใจ ความตายก็คือการดำเนินชีวิตให้เป็นไปตามปกติธรรมดาไม่ได้ทุกอย่าง

คำตอบเช่นนี้ก็มิได้ผิด แต่เป็นการถูกต้องผิวเผินเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง แต่ในสายตาของนักศึกษาเรื่องของชีวิตจากพระอภิธรรมปิฎกมีความเข้าใจดี..

แม้คำว่า “จุติ” ซึ่งแปลว่าดับหรือตาย ประชาชนส่วนใหญ่ ก็ยังเข้าใจผิดไป เพราะไปเข้าใจว่า จุติได้แก่การเกิด......

บางคนเอาไปตั้งชื่อร้านค้าขายของตนเองว่า “….จุติ” หรือเมื่อเห็นแสงที่เรียกกันว่าดาวตกจึงได้พากันพูดว่าเทวดาจุติ หมายความว่าเทวดาเกิดในท้องของมารดา อย่าได้ไปทักเข้า หาไม่แล้วจะเข้าไปเกิดในท้องสุนัข

โดย พี่เณร [2 พ.ค. 2548 , 19:46:36 น.] ( IP = 61.90.118.206 : : )


  สลักธรรม 6

ความตายก็ได้แก่ จุติหรือมรณะ
มีวจนัตถว่า..วจนํ จุติ
การเคลื่อนจากภพหนึ่ง (สู่ภพหนึ่ง) ชื่อว่า จุติ

มรณะ หรือ จุติ คือความตายนั้น จำแนกออกไปเป็น ๓ ประเภท คือ

๑. ขณิกมรณะ การดับไปของรูป- นามที่เกิดและดับไปอยู่ตลอดเวลา

๒. สมมติมรณะ คือการดับซึ่งได้แก่ความตายของคนหรือสัตว์ทั้งหลาย

๓. สมุจเฉทมรณะ ได้แก่การปรินิพพานของพระอรหันต์


ขณิกมรณะ ได้แก่การดับหรือการสลายตัวเปลี่ยนแปลงไปจนไม่เหมือนเดิมของบรรดารูปนามทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างกายหรือรูปอื่นใด จะเป็นจิตหรือวิญญาณ ซึ่งในวินาทีหนึ่งย่อมจะผันแปรเปลี่ยนแปลงไปมากมาย ไม่มีผู้ใดที่จะมาบังคับให้มันหยุดนิ่งได้

ขณิกมรณะนี้ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องชีวิตภายหลังความตายนัก ดังนั้นจึงของดไม่บรรยายในรายละเอียดต่อไป

สมุจเฉทมรณะ เป็นการสิ้นชีวิตของพระอรหันต์ผู้ซึ่งปราศจากกิเลสแล้ว ไม่มีการเกิดมีชีวิตขึ้นมาได้อีกต่อไป เพราะหมดอำนาจของเหตุปัจจัยที่จะมาส่งเสริม ดังนั้นจึงของดไม่บรรยายในรายละเอียดต่อไปด้วยเหมือนกัน




จะได้บรรยายเฉพาะสมมติมรณะซึ่งได้แก่ การดับหรือความตายของคนหรือสัตว์ทั้งหลายเท่านั้น

รอติดตามท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร ต่อไปนะครับ
รับรองทั้งสนุกและได้ปัญญาบารมีมากเลยครับผม



โดย พี่เณร [2 พ.ค. 2548 , 19:56:49 น.] ( IP = 61.90.118.206 : : )


  สลักธรรม 7

เป็นเนื้อหาธรรมะที่ควรทำความเข้าใจมากๆ ก็เพราะว่า....
อีกไม่ช้าในอนาคต....แต่ละชีวิตก็ต้องเผชิญกับเหตุการณ์เช่นนี้
ขอบพระคุณพี่เณรค่ะ

โดย เซิ่น [2 พ.ค. 2548 , 22:43:18 น.] ( IP = 61.91.169.216 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบคุณที่พี่ดอกแก้วและ ท่านพี่เณร
ได้เขียนเตือนสติเป็นอย่างดียิ่งค่ะ

โดย ทิกิ [3 พ.ค. 2548 , 08:02:40 น.] ( IP = 61.91.200.62 : : )


  สลักธรรม 9

ความตาย..แค่พูดถึงก็รู้สึกน่ากลัวแล้ว
จะรอติดตามอ่านต่อไปค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [3 พ.ค. 2548 , 08:37:00 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 10

ขอบคุณครับ ผมจะรออ่านนะครับ

แก้วประเสริฐ.

โดย แก้วประเสริฐ. [3 พ.ค. 2548 , 23:14:18 น.] ( IP = 203.151.140.118 : : 203.113.36.8 )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org