| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
บันไดสู่สติปัฏฐาน
สลักธรรม 1การเกิดและการดับนี้มี ๒ รูปแบบ คือ อย่างแรงและอย่างปกติธรรมดา การเกิด การดับ ของแต่ละขั้น แต่ละขั้นมีความหมายมาก เช่น
การเกิดมาครั้งแรกจากครรภ์มารดา และการตายลงไปเลย ๒ ชนิดนี้เป็นอย่างแรง การหลุดออกมาจากครรภ์มารดาต้องใช้อำนาจกรรมที่เป็นพลวะ มีกำลังแรงผลักดันออกมาปฏิสนธิได้ และอำนาจกรรมมีกำลังแรงผลักดันให้ถึงแก่ความตายได้ นี่คือกรรมที่เป็นพลวปัจจัย
ส่วนการเกิดดับระหว่างท่าหนึ่งไปอีกท่าหนึ่งเรียกว่า ขณิกชาติ และ ขณิกมรณะ มีอยู่เสมอ คือ การเกิด และการตายอยู่ทุกขณะจิต
อันนี้ผู้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานจะได้เห็นขณิกะของจังหวัดแห่งการตาย และการเกิดในระหว่างที่เจริญสติอยู่ที่ กาย เวทนา จิต และ ธรรม
เรามาเจริญสติกันเพื่ออะไร การเจริญสติก็เพื่อเป็นการปลูกฝังการมีสติเข้าไปเพื่อสร้างพลังในภูมิแห่งการกำเนิดนั้นให้เกิดขึ้นมาใน ๔ แหล่ง
สติ คือกุศลโดยตรง เป็นกุศลที่กระทำแล้วได้รับผลทันที
สติ เปรียบเสมือนตัวละครตัวหนึ่ง แต่เป็นตัวละครที่ด้อยความหมาย เพราะถูกมองข้ามไป เพ่งเล็งให้ความสำคัญแก่ตัวละครตัวอื่นมาก
เรามาดูข้ออินทรีย์ ๕ ถ้าผู้ใดสามารถมีอินทรีย์ อันบริบูรณ์ครบองค์ ก็สามารถจะทำมรรค ๘, โพชฌงค์ ๗, พล๕, อิทธิบาท ๔, สัมมัปปธาน ๔, สติปัฏฐาน ๔ ได้เต็มที่
อินทรีย์ ๕ ได้แก่ สัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญาโดย ศาลาเสือพิทักษ์ [8 พ.ค. 2548 , 20:58:14 น.] ( IP = 202.183.134.233 : : )
สลักธรรม 2สติ คือ กุศล และเป็นจอมทัพของกุศล ที่จะผลักดันให้กุศลเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา
สติเป็นตัวกลาง อยู่ตรงกลาง มีความสำคัญมาก แต่ความสำคัญของสติถูกเพิกเฉยและถูกมองข้ามในความสำคัญของสติไป
ถ้าเปรียบกับเจตสิกตัวอื่น จิตคือตัวรู้อารมณ์คือตัวถูกรู้ อารมณ์นั้นจะเกิดขึ้นครั้งใดจะต้องมีเจตสิกทำหน้าที่ปรุงแต่งอยู่ตลอดเวลา
สติตัวนี้มาปรุงแต่งจิตให้มีการระงับและรับรู้การกระทำที่ปัจจุบันว่าอะไรเป็นโทษ อะไรเป็นประโยชน์อยู่เสมอ
ถ้าเปรียบกับตัวละคร สติตัวนี้ก็คือละครตัวหนึ่ง ที่ด้อยความหมายกว่าเจตสิกตัวอื่นๆ คือสัทธา วิริยะ สมาธิ ปัญญา เพราะ สัทธา วิริยะ สมาธิ และ ปัญญา เป็นตัวปรุงแต่งจิตที่มีความกระทบกระทั่งรุนแรงทันที เช่น
เกิดศรัทธาก็มีการกระทำอันรุนแรงขึ้นมาคือ ความเชื่อมั่น ยึดมั่น แล้วก็ บริจาคกัน
วิริยะ ความเพียร เมื่อมีวิริยะขึ้นมา ความเพียรนั้นก็มีการตรงดิ่ง สะเทือนใจทันที
สมาธิคือความสงบนิ่ง เมื่อสงบ การรู้สึกสงบก็สะเทือนใจทันที แต่สติถูกมองข้ามพลังไป
ถ้าพลังของสัทธา วิริยะ สมาธิ และปัญญาขาดสติเข้าร่วมด้วยก็ไม่ได้ เพราะสติเมื่อหยั่งรากลงมั่นคงในสถานการณ์ใดๆ แล้ว สติจะไม่มีหวั่นถูกสั่นคลอนได้ง่าย
สติครองความเป็นใหญ่เรียกว่า สตินทรีย์โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [8 พ.ค. 2548 , 21:01:35 น.] ( IP = 202.183.134.233 : : )
สลักธรรม 3เราเข้าใจแล้วว่า การเจริญสตินั้นเป็นฝ่ายดี เป็นฝ่ายที่จะประหารกิเลสได้หมดสิ้น
ในทางโลก ถ้ามีสติก็ช่วยให้กิจการเสร็จสิ้นไปด้วยความรอบคอบ ดังนั้น ในทางโลกจึงใช้คำว่า สติช่วยในกิจทั้งปวง
ในทางธรรม คือโลกุตตระ สติสามารถที่จะเป็นผู้นำและควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างให้อยู่ภายใต้อำนาจของสติได้ สติเป็นใหญ่ เป็นจอมทัพในกุศลมากกว่าตัวอื่นๆ ทั้งสิ้น
เราเข้าใจแล้วว่าทางพ้นทุกข์คือ ทางสายเดียวแห่งมหาสติปัฏฐาน ๔ เท่านั้น พระพุทธองค์ได้เคยตรัสออกจากพระโอษฐ์ว่าเป็นทางสายเดียวที่ดำเนินไป...
เพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์โลกทั้งหลาย
เพื่อระงับเสียซึ่งความโศกเศร้าและความร่ำไร
เพื่อความอัสดงแห่งทุกข์และโทมนัส
เพื่อบรรลุญาณธรรมแห่งอริยมรรคเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง
ทางสายนี้เรียกว่า สติปัฏฐาน ๔ คือ กาย เวทนา จิต ธรรม
กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน
เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน
จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน
ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน
หลักใหญ่ของสติปัฏฐาน ๔ ที่มีอยู่ในพระไตรปิฎกนั้น เป็นการกระทำซึ่งมนุษย์ใช้ขอบเขตจำกัดไว้ว่า จะต้องอยู่ในห้องปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งไม่ขอแย้ง ...
แต่ถ้าเราไม่ปูพื้นฐานการเจริญไม่มีใครทำได้ เราจะขึ้นบันไดขั้นที่ ๑๐ เราจะต้องเดินจากขึ้นที่ ๑ ขึ้นไป ฉะนั้น พื้นฐานมีความสำคัญมาก
หลักของพระพุทธศาสนาไม่ได้สอนให้ทุกคนหนีไปบวชไปเรียน สอนทั้งอยู่บนทางโลกและทางธรรม มีชีวิตอยู่ในโลกียะ ก็ให้รู้ว่าเป็นโลกียะ ไม่ใช่ทางพ้นทุกข์
ให้มีการกระทำที่มีเหตุ มีผลมีการประมาณอยู่ตลอดเวลา ต้องมีหลักประพฤติและปฏิบัติด้วย ไม่ใช่ทำตามเขา เราแย่ เรากลัวแก่ เราเจอตาย เรางมงาย เราก็เพ้อฝัน
โปรดติดตามตอนต่อไปในคราวหน้า
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [8 พ.ค. 2548 , 21:07:58 น.] ( IP = 202.183.134.233 : : )
สลักธรรม 4สาธุ...สาธุ...สาธุ...
ดีมากเลยครับ..บันไดสู่สติปัฏฐานเพราะสามารถสร้างความเข้าใจในหลักการที่สำคัญแห่งการก้าวย่างไปในทางแห่งสติปัญญาครับ ซึ่งจะนำมาซึ่งความถูกต้องตามหลักครับ เป็นการเดินเสมือนเดินขึ้นที่สูงที่มีบันไดให้ก้าวขึ้น ทำให้ไม่ประมาทครับผม ขอบพระคุณครับผม
![]()
โดย พี่เณร [9 พ.ค. 2548 , 06:56:04 น.] ( IP = 61.90.82.137 : : )
สลักธรรม 5ขอบพระคุณค่ะ ขอกราบบูชาพระคุณของหลวงพ่อและคณาจารย์ทุกท่านค่ะ ที่ช่วยชี้ทางให้เดินอยู่เสมอ
วันคืนผ่านไป ..รู้สึกละอายใจ ที่ทำทางเดินพร่องไปบ้าง อ่านแล้วก็สะเทือนใจไม่น้อย ที่ปฏิบัติไม่สมำเสมอ แต่จะพยายามต่อไปค่ะโดย น้องอุ๊ [9 พ.ค. 2548 , 12:46:43 น.] ( IP = 202.28.181.9 : : 10.6.129.64 )
สลักธรรม 6มาศึกษาและกราบระลึกถึงพระคุณของหลวงพ่อเสือด้วยความเคารพค่ะ
โดย น้องกิ๊ฟ [9 พ.ค. 2548 , 13:20:38 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )
สลักธรรม 7ขอบพระคุณค่ะ มารับความรู้ เพื่อปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตในแต่ละวัน
ที่มีกระทำหลายๆอย่างที่กระทำความเคยชิน ให้มีสติ มีปัญญา มากขึ้นค่ะโดย เซิ่น [9 พ.ค. 2548 , 14:18:35 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |