มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อุบายวิธีเพื่อสร้างสัมมาทิฏฐิ




เมื่อไม่นานมานี้ได้เข้าไปอ่านกระทู้หนึ่ง เห็นว่าเป็นประโยชน์จึงได้นำมาให้พิจารณากัน...

การพิจารณาสภาวะไตรลักษณ์ของขันธ์ห้านั้น เวลาผู้ปฏิบัติบางท่านที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องจะมีจุดมุ่งหมายว่า เราจะต้องพิจารณาต่างๆ เพื่อละตัวตนบ้าง ละตัวผู้รู้กันบ้างอยู่ ซึ่งความจริงแล้วการมีจุดมุ่งหมายแบบนี้ยังมีความเห็นไม่ตรง ยังเป็นการปฏิบัติที่คลาดเคลื่อนไป จึงขออธิบายให้เข้าใจแต่โดยย่อดังนี้

"ผู้ทำกรรมก็ไม่มี ผู้รับผลกรรมก็ไม่มี มีเพียงปัจจัยเท่านั้นที่ทำกรรม มีเพียงปัจจัยเท่านั้นที่ถูกกระทำ มีเพียงปัจจัยเท่านั้นที่เสวยผลกรรม"

"ตัวผู้รู้ไม่ได้มีอยู่แต่ไหนๆ เลย แล้วจะเอาตัวผู้รู้จากไหนมาละกันเล่า?"

"ตัวอย่างให้นำไปคิดนะ "เวลากินข้าวอย่างนี้ จริงๆ แล้วตัวผู้กินก็ไม่มี ข้าวที่นำเข้าปากก็ไม่มี ผู้ที่ได้กิน ผู้ที่เกิดความอิ่มก็ไม่มี แล้วคุณจะเอาตัวที่ไหนมาละกันล่ะ ลองไปคิดดูพิจารณาดูดีๆ นะกับอุบายนี้"

จากตัวอย่างดังกล่าวถ้าเข้าใจถ่องแท้ได้จะประโยชน์อย่างมาก จะช่วยให้มีความคิดเห็นที่ถูกต้อง มีความเห็นตรง ปฏิบัติจะได้ไม่คลาดเคลื่อน

ขอให้เจริญในธรรมครับ

โดย หัวใจอริยะ [9 พ.ค. 2548 , 10:43:14 น.] ( IP = 208.147.1.1 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เป็นอุบายที่เยี่ยมมากคะ
ขอบพระคุณมากเลยคะ

โดย วรางคณา [9 พ.ค. 2548 , 10:51:17 น.] ( IP = 203.172.175.8 : : 192.168.1.157 )


  สลักธรรม 2

คำสอนข้างบนก็คือการสอนให้ละตัวตนเช่นเดียวกัน แต่เป็นการใช้โวหารอีกแบบหนึ่งมาอธิบาย
เพราะคำว่า "ตัวผู้รู้" และ"ตัวรู้" นั่นแหละคือตัวตน การบอกว่า ตัวตนไม่มี

โดย ตัวตน [9 พ.ค. 2548 , 11:37:40 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3

จริงๆ เราปฏิบัติธรรมกันทุกๆ วันนี้ก็ไม่ใช่เพราะจะละตัว ละตน หรือละตัวผู้รู้อะไรกันเลย เราปฏิบัติกันเพื่อถอนความยึดมั่นว่ามีตัวตนต่างหาก ให้เห็นจริงตามที่มันเป็นอยู่เท่านั้นเอง เรียกง่ายๆ ว่าถอนความยึดมั่นในอุปทาน

ตัวตนนั้นเป็นเพียงสมมุติ ถ้าคุณลองพิจารณาแยกแยะส่วนประกอบย่อยๆ ไปแล้วคุณจะเห็นว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ จะเห็นถึงความว่าง อย่างในตัวอย่างของการกินข้าวที่ได้บอกไป ลองไปพิจารณาดูแล้วจะรู้ว่าตัวตน สิ่งของจะว่ามีก็มีแต่สมมุติเป็นปัจจัยต่างๆ ที่ประกอบรวมกัน เกี่ยวข้องกันเท่านั้น ให้พิจารณาตามก็จะเห็นได้ และก็ให้เราก็พิจารณาเพียงเพื่อความรู้จริงให้เห็นจริงตามที่เป็นอยู่เท่านั้นเราไม่ได้ไปยึดมั่นถือมั่นในทิฏฐิใดๆ ไม่ได้ยึดมั่นว่าเรามีตัวตนหรือไม่มีตัวตน เพระตัวตนของเราไม่ได้มีมาแล้วตั้งแต่ไหนๆ

อธิบายไปจะยืดยาวเข้าใจยาก เพราะบางอย่างจะเกิดได้ก็เพราะเข้าถึง ไม่ใช่เกิดจากการอ่าน หรือร่ำเรียนเท่านั้น

เปรียบเหมือนผู้เรียนมาก แต่ปฏิบัติน้อย ไม่เคยปฏิบัติคนเดียวในป่า พอเวลาไปเจริญสมาธิในป่าคนเดียวตามลำพัง ได้เคยร่ำได้เคยเรียนมาว่าอย่าไปกลัวอะไร อย่าไปปรุงแต่งจิตอะไร (ถ้าสถานที่นั่นเราได้เลือกอย่างเหมาะสมแล้ว)

แต่ปรากฏว่าเมื่อนั่งหลับตาไปจริงๆ ความกลัวมันเกิดขึ้น ความตกใจเพราะกิ่งไม้ เสียงหญ้าเคลื่อนไหว เราห้ามมันไม่ให้เกิดไม่ได้ มันเป็นซะอย่างนี้ฉันใด ฉันนั้นก็เหมือนกันและคือบางอย่างต้องใช้การเข้าถึง ให้เห็นจริงแล้วจะเข้าใจ เมื่อนั้นความยึดมั่นถือมั่นในอุปทานก็จะหมดไป

ขอให้เจริญในธรรมครับ

โดย หัวใจอริยะ [9 พ.ค. 2548 , 12:34:14 น.] ( IP = 208.147.1.1 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org