| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สังคายนาครั้งที่ ๓ (The third Buddhist Synod)
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1![]()
พระโมคคัลลีบุตรติสสเถระเป็นประธานสังคายนาครั้งที่ ๓ ที่อโศการาม นครปาฏลีบุตร
ในการทำสังคายนาครั้งนี้ มีพระภิกษุเข้าร่วม ๑,๐๐๐ รูป ล้วนแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญแตกฉานในพระไตรปิฎก ได้อภิญญา ๖ และปฏิสัมภิปทา ๔
สังคายนาครั้งนี้ได้ทำเช่นเดียวกับสังคายนาครั้งที่ ๑ ได้มีการปุจฉาวิสัชนาพระวินัยปิฎกก่อน เริ่มตั้งแต่ปฐมปาราชิก สังคายนาวัตถุ นิทาน บุคคลบัญญัติ อนุบัญญัติ อาบัติ และอนาบัติ แล้วสังคายนาในทุติยปาราชิกไปตามลำดับ จนครบ ปาราชิกทั้ง ๔ แล้วยกปาราชิกทั้ง ๔ ขึ้นตั้งไว้เป็น ปาราชิกกัณฑ์ ยกสังฆาทิเสส ๑๓ สิกขาบทเป็นเตรสกัณฑ์ เป็นต้น
เมื่อสังคายนาพระวินัยปิฎก เสร็จแล้วได้สังคายนาพระสุดตันตปิฎกต่อไป เริ่มตั้งแต่ทีฆนิกายจนถึงขุททกนิกายในการทำสังคายนาครั้งนี้ได้จัดทำสังคายนาพระอภิธรรมปิฎกอีก คือ ในสังคายนาพระอภิธรรม ๗ คัมภีร์เริ่มต้งแต่ธรรมสังคณีจนถึงมหาปัฎฐานโดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [12 พ.ค. 2548 , 14:49:45 น.] ( IP = 61.91.76.65 : : )
สลักธรรม 2
เรื่องที่สำคัญในการทำสังคายนาครั้งนี้ ..ก็คือพระโมคคัลลีบุตรติสสเถระได้ร้อยกรองคัมภีร์กถาวัตถุขึ้น เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่ยังคลุมเครือให้แจ่มแจ้ง
โดยได้ตั้งคำถาม และคำตอบไปในตัวกถาวัตถุ (เรื่อง)กล่าวถึงธรรมหมวดใด ก็เรียกตามชื่อของธรรมหมวดนั้น เช่น ...กล่าวถึงบุคคลก็เรียกชื่อว่าบุคคลากถา กล่าวถึงความเสื่อมก็เรียกว่า ปริหานิยกถา รวมทั้งหมดมี ๒๑๙ กถา และกถาวัตถุ เป็นคัมภีร์หนึ่งในอภิธรรม ๗ คัมภีร์ คือ
๑. ธรรมสังคณี
๒.วิภังคะ
๓.ธาตุกถา
๔.บุคคลบัญญัติ
๕. กถาวัตถุ
๖ยมกะ
๗.ปัฏฐานะ
นักปราชญ์หลายท่านให้ความเห็นว่า กถาวัตถุมิใช่หนังสือที่บรรจุไว้ซึ่งพระพุทธน์อันดั้งเดิม พระโมคคัลลีบุตรติสสเถระพึ่งจะรจนาขึ้นเมื่อคราวทำสังคายนาครั้งที่ ๓ ในรัชสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราช หลังจากที่พระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว ๒๓๖ ปี
โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [12 พ.ค. 2548 , 14:55:19 น.] ( IP = 61.91.76.65 : : )
สลักธรรม 3เรื่องที่สำคัญที่สุดในการทำสังคายนาครั้งที่ ๓ นี้ก็คือ พระเจ้าอโศกมหาราชได้ทรงส่งสมณทูตไปประกาศพุทธศาสนาในแคว้นและประเทศต่าง ๆ รวมทั้งหมดมี ๙ สายด้วยกันคือ
๑. พระมัชณันติกเถระ ไปแคว้นกัศมีร์และคันธาระ อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย ซึ่งได้แก่แคว้น แคชเมียร์ในปัจจุบันนี้
๒. พระมหาเทวะเถระ ไปมหิสสกมณฑล อยู่ทางทิศใต้ของแม่น้ำโคธาวารี ซึ่งได้แก่ไมซอร์ ในปัจจุบัน (อยู่ ทางทิศใต้ของอินเดียติดกับเมืองมัทราส)
๓. พระรักขิตเถระ ไปวนวาสีประเทศ อยู่ในเขตกนราเหนือ ภาคตะวันตกเฉียงใต้
๔. พระโยนกธัมมรักขิตเถระไปปรันตชนบทอยู่ริมฝั่งทะเลอาระเบียนทิศเหนือของบอมเบย์
โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [12 พ.ค. 2548 , 14:58:37 น.] ( IP = 61.91.76.65 : : )
สลักธรรม 4๕. พระมหาธัมมรักขิตเถระ ไปที่แคว้นมหาราษฎร์ ภาคตะวันตกไม่ห่างจากบอมเบย์ในปัจจุบัน
๖. พระมหารักขิตเถระ ไปโยนกประเทศได้แก่ เขตแดนบากเตรียในเปอร์เซียปัจจุบัน
๗. พระมัชฌิมเถระ ไปหิมวันประเทศได้แก่เนปาล ซึ่งอยู่ตอนเหนือของอินเดีย
๘. พระโสณเถระ และพระอุตตรเถระ ไปสุวรรณภูมิ ได้แก่ ไทย พม่า และมอญทุกวันนี้
๙. พระมหินทเถระ ไปประเทศเกาะสิงหล หรือประเทศศรีลังกา
![]()
โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [12 พ.ค. 2548 , 15:02:58 น.] ( IP = 61.91.76.65 : : )
สลักธรรม 5
เมื่อเห็นการเผยแผ่ไปของพุทธศาสนาทั้ง ๙ สายนี้แล้ว ก็พอจะทราบได้ว่า ในรัชสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราชนี้ พุทธศาสนาได้เจริญรุ่งเรืองแพร่หลายไปไกลที่สุดยิ่งกว่าสมัยใด ๆ
นับตั้งแต่พุทธศาสนาอุบัติขึ้นมา ในสมัยเมื่อพระองค์ยังทรงพระชนมายุอยู่นั้น พุทธศาสนาได้เจริญอยู่ในแคว้น มคธ โกศล วัชชี อังคะ วังสะ กาสี และอุชเชนี คือได้เจริญอยู่ทางทิศเหนือทิศตะวันออกเฉียงเหนือและตอนกลางบางส่วน พระพุทธองค์ได้เสร็จไปประกาศพุทธศาสนาใน ๗ รัฐเท่านั้น ส่วนทางทิศใต้สุด ตะวันออกสุด และตะวันตกสุด พุทธศาสนายังไปไม่ถึงศาสนาพราหมณ์ ยังมั่นคงแข็งแรงอยู่แม้แต่ในที่พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง ก็ยังมีศาสนาพราหมณ์ และศาสนาเช่นแทรกซึมอยู่ทุกแห่ง ในยุคของพระองค์ได้ติดต่อกับราชอาณาจักรของกษัตริย์ที่อยู่ห่างไกล เช่น
กษัตริย์โยนะ นามว่า อันติโยคะ คือ พระเจ้าอันติโอโคส (Antiochos) แห่งซีเรีย
พระเจ้าตุระมายะ คือพระเจ้าปโตเลมี (Ptolemy) แห่งอีหยิปต์
พระเจ้าอันเตกินะ คือพระเจ้าอันติโคโนส (Antgonos) แห่งมาเซโดเนีย
พระเจ้ามคะ หรือพระเจ้ามคัส(Magas) อาณาจักรไกรีนถัดจากอียิปต์
พระเจ้าอลิกกสุนทระหรือ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ (Alexander) แห่งเอปิรุสหรือประเทศกรีก
โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [12 พ.ค. 2548 , 15:06:04 น.] ( IP = 61.91.76.65 : : )
สลักธรรม 6จากหลักฐานที่เราได้พบและได้รู้จากหลักศิลาจารึกของพระเจ้าอโศกมหาราช ซึ่งปักไว้ตามสถานที่สำคัญต่าง ๆ เกือบทั่วประเทศอินเดียนั้นแสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงมีความเลื่อมใสในพุทธศาสนาอย่างมาก พวกเรารุ่นหลังจึงได้อาศัยสิ่งก่อสร้างเหล่านี้เป็นหลักฐานในทางประวัติศาสตร์ ไม่อย่างนั้นเราอาจไม่รู้ว่า สถานที่สำคัญของพุทธศาสนาในสมัยนั้นอยู่ที่ไหนบ้าง
สรุปการทำสังคายนาครั้งที่ ๓
๑. ทำที่อโศการาม เมืองปาฏลีบุตร แคว้นมคธ
๒. พระโมคคัลลีบุตรติสสเถระเป็นประธาน
๓. พระเจ้าอโศกมหาราชเป็นองค์อุปถัมภ์
๔. พระอรหันต์ ๑,๐๐๐ องค์ เข้าร่วมประชุม
๕. พระโมคคัลลีบุตรติสสเถระได้รจนากถาวัตถุขึ้น
๖. ส่งสมณทูตไปประกาศพุทธศาสนารวม ๙ สาย
๗. การทำสังคายนาครั้งนี้เพื่อกำจัดภิกษุอลัชชีหกหมื่นที่ปลอมบวช
๘. ทำอยู่ ๙ เดือนจึงสำเร็จ พุทธศาสนาแผ่ไพศาลมากยิ่งขึ้น
๙. พระโมคคัลลีบุตรติสสะเถระเป็นผู้ถาม
๑๐. พระมัชฌันติกเถระ และพระมหาเทวเถระเป็นผู้วิสัชนา
๑๑. เมื่อพระพุทธองค์เสด็จปรินิพพานแล้ว ๒๓๖ ปี
โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [12 พ.ค. 2548 , 15:08:37 น.] ( IP = 61.91.76.65 : : )
สลักธรรม 7ผลดีของการสังคายนา
สังคายนาครั้งนี้ ในตำราพุทธศาสนาฝ่ายมหายานของฝ่ายจีน หรือธิเบต และท่านเฮี้ยนจังก็มิได้กล่าวไว้ในรายงานของท่านแต่อย่างใด
หลังสิ้นสุดสังคายนาแล้วได้มีผลดีเกิดขึ้นหลายอย่างคือ...
๑. กำจัดภิกษุผู้ปลอมบวชได้ ทำให้สังฆมณฑลบริสุทธิ์ขึ้น
๒. รวบรวมพระไตรปิฎกเป็น ๓ หมวดอย่างสมบูรณ์ คือ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก และพระอริธรรมปิฎก
๓. พระโมคคัลลีบุตรติสสเถระแต่งกถาวัตถุ ไว้ในพระอภิธรรมปิฏกด้วย สังคายนาครั้งที่ ๓ นี้ได้มีพระเถระที่มีบทบาทสำคัญที่ควรจะได้กล่าวถึงหลายท่านคือ....
๕. พระโมคคัลลีบุตรติสสเถระ (Mokkalliputratissathera)...ท่านเป็นชาวเมืองปาฏลีบุตร เป็นบุตรของพราหมณ์ผู้คงแก่เรียน เมื่อสมัยเด็กได้ศึกษาไตรเพทอย่างช่ำชอง
ต่อมาพระสิคควะได้มาเยี่ยมพราหมณ์ผู้เป็นบิดาที่บ้าน และเมื่อกุมารได้ถามคำถามเกี่ยวกับพระเวท พระเถระได้ตอบปัญหาในพระเวทได้อย่างแจ่มแจ้ง แต่เมื่อถูกถามเรื่องพุทธศาสนา โมคคัลลีบุตร ติสสกุมารไม่อาจให้คำตอบได้ เพราะความอยากรู้ในพุทธศาสนา พระเถระจึงจัดการบรรพชาให้ศึกษากัมมัฏฐานอย่างจริงจังก็บรรลุโสดาปัตติผล แล้วไปศึกษาต่อกับพระจันทวัชชี ...ต่อมาอุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้วเจริญวิปัสสนาญาณจนบรระลุพระอรหันต์
เมื่อพระเจ้าอโศก มหาราชหันมานับถือพุทธศาสนา ท่านได้รับการเคารพอย่างสูงจากพระเจ้าอโศก เจ้าชายมหินทะและเจ้าหญิงฆมิตตา พระโอรสและพระธิดาก็ได้รับการอุปสมบทจากท่าน ต่อมาท่านได้รับการไว้วางใจให้เป็นประธานทำสังคายนาครั้งที่ ๓
โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [12 พ.ค. 2548 , 15:14:13 น.] ( IP = 61.91.76.65 : : )
สลักธรรม 8๖. พระอุปคุตต์เถระ (Upaguptathera)... ท่านเกิดในตระกูลพ่อค้าเครื่องหอมชาวเมืองมถุรา นครนี้ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำยมุนา (ใกล้เมืองหลวงเดลลีปัจจุบัน) มีพี่น้อง ๓ คน ท่านเป็นคนหนึ่งในบุตร ๓ คน บิดาได้สัญญากับพระญาณวาสีว่าถ้าได้บุตรชายจะให้บวชแต่เมื่อได้มา ๓ คน ก็ยังไม่ได้ถวายพระเถระแต่อย่างใด โดยอ้างว่าจะให้เป็นผู้ค้าขายของที่ร้านแทน
เมื่อหนุ่มพระเถระจึงไปแสดงตัว ขณะที่อุปคุตต์หนุ่มกำลังสาละวนอยู่กับการขายของที่ร้าน ด้วยเทศนาของพระเถระจึงได้ดวงตาเห็นธรรมแล้วขออนุญาตอุปสมบทในพุทธศาสนา
ช่วงแรกบิดายังอิดออด พระเถระจึงต้องทวงสัญญาบิดาจึงอนุญาต เมื่อได้อุปสมบทแล้วเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐานจนได้บรรลุพระอรหัต ต่อมาท่านเป็นวิปัสสนาจารย์ที่ชำนาญ กล่าวกันว่าท่านมีศิษย์ศึกษากัมมัฏฐานด้วยถึง ๑๘,๐๐๐ องค์ ทุกองค์ล้วนเป็นพระอรหันต์ ท่านจำพรรษาที่วัดนัตภัตการาม ภูเขาอุรุมนท์ ต่อมาพระเจ้าอโศกได้อาราธนามาจำพรรษาที่วัดอโศการาม เมืองปาฏลีบุตร ท่านเป็นผู้พาพระเจ้าอโศกเสด็จกราบสังเวชนียสถานทั่วอินเดีย และสร้างเสาหินปักไว้เป็นหลักฐาน
โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [12 พ.ค. 2548 , 15:16:56 น.] ( IP = 61.91.76.65 : : )
สลักธรรม 9๗. พระวีตโศกหรือพระติสสเถระ (Vitashokathera)...
ท่านเป็นพระอนุชาของพระเจ้าอโศกมหาราช มีพระมารดาคนเดียวกับพระเจ้าอโศก จึงรอดชีวิตขณะที่พี่น้องหลายคนสิ้นพระชนม์ เพราะพระเจ้าอโศกสั่งประหารคราวยึดราชปัลลังก์ปาฏลีบุตร เกิดในพระราชวังเมืองปาฏลีบุตร มีพระบิดาคือพระเจ้าพินทุสาร เจ้าชายวีตโศกหรือติสสะ ทรงกังขาที่พระสงฆ์ได้รับการอุปถัมภ์อย่างดีจะเลิกกิเลสได้อย่างไร
ความทราบถึงพระเจ้าอโศกจึงมีอุบายสั่งให้ครองราชย์ ๗ วันแล้วจะนำไปประหารเมื่อ ครบ ๗ วันแล้วจึงได้ตรัสถาม เจ้าชายตรัสว่า ๗ วันมีแต่ความทุกข์ เพราะกลัวความตายที่จะมาถึง พระองค์จึงตรัสว่า พระสงฆ์ก็เช่นเดียวกัน ต่างกลัวในชาติ ชรา ทุกข์และมรณภัย จำต้องเร่งขวนขวายเพื่อให้บรรลุ เมื่อได้ทราบดังนั้นเจ้าชายก็เลื่อมใสในพระศาสนา แล้วประทานขออนุญาตอุปสมบท ฝ่ายสันสกฤตกล่าวว่า ท่านอุปสมบทกับพระยสะ ส่วนฝ่ายบาลีกล่าวว่า อุปสมบทกับพระมหาธรรมรักขิตเถระ
เมื่อได้รับการอนุญาตจึงอุปสมบทแล้วปลีกวิเวกที่แคว้นวิเทหะจนได้บรรลุพระอรหัต ท่านเป็นกำลังสำคัญในการเผยแพร่พุทธศาสนา เมื่ออายุ ๘๐ พรรษาก็เข้าสู่นิพพาน
โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [12 พ.ค. 2548 , 15:19:25 น.] ( IP = 61.91.76.65 : : )
สลักธรรม 10๘. พระมหินทเถระ (Mahindrathera).. ท่านเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าอโศกมหาราช ประสูติที่เมืองอุชเชนี คราวที่พระบิดาเป็นเจ้าชายไปเป็นผู้สำเร็จราชการที่เมืองนั้น ได้รับการศึกษาเป็นอย่างดี
ต่อมาจึงย้ายมาที่เมืองปาฏลีบุตร ท่านและเจ้าหญิงสังฆมิตตา ได้รับการอุปสมบท เพราะพระบิดาต้องการเป็นญาติกับพระศาสนา โดยมีพระโมคคัลลีบุตรดิสสเถระเป็นพระอุปัชฌาย์ พระมหาเทวะเป็นผู้ให้บรรพชา ส่วนเจ้าหญิงสังฆมิตตามีพระมหาเถรีธรรปาลีเป็นอุปัชฌายินี พระเถรีอายุปาลีเป็นพระกรรมวาจา
ท่านทั้งสองได้รับการอุปสมบทในรัชสมัยที่พระบิดาครองราชย์ได้ ๖ ปี ท่านเจริญวิปัสสนาอย่างเอกอุ ในที่สุดก็ได้บรรลุพระอรหนต์
คราวที่พระเจ้าอโศกดำริส่งพระธรรมทูตเพื่อเผยแพร่พุทธศาสนาสู่ต่างแดน ท่านและพระสังฆมิตตาเถรีได้รับอาสาไปเผยแพร่พุทธศาสนาสู่ต่างแดน ท่านและพระสังฆมิตตาเถรีได้รับอาสาไปเผยแพร่พุทธศาสนาที่เกาะสิงหล
ท่านทั้งสองนำหน่อต้นพระศรีมหาโพธิ์จากพุทธคยาไปด้วยและปลูกที่นั้นจนเจริญเติบโตยืนยาวจนถึงปัจจุบัน ท่านได้รับการต้อนรับจากพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะพระมหากษัตริย์ของสิงหลเป็นอย่างดี ทำให้พุทธศาสนาหยั่งรากลึกในเกาะลังกาตั้งแต่นั้นมา พระเจ้าอโศกมหาราชนับเป็นพระมหากษัตริย์ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอินเดียทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบัน พระองค์เป็นนักประชาสัมพันธ์ที่หาได้ยาก งานสำคัญที่สุดคือการจารึกเรื่องราวของพระองค์ไว้ในเสาหินในที่ต่าง ๆ หลังจากรพระเจ้าอโศกมหาราชแล้วยังไม่มีมหากษัตริย์องค์ใดทำได้เช่นนี้
โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [12 พ.ค. 2548 , 15:22:12 น.] ( IP = 61.91.76.65 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |