| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เชิญมาหาหลวงตากันต่อ..มาเรียนเจตสิกกันครับ
สลักธรรม 1เจตสิกและจิตสนิทแนบ
เกิดดับแบบอย่างกันนั่นใช่แน่
อารมณ์เดียวเกี่ยวอาศัยไม่วอแว
คือของแท้เจตสิกไม่พลิกใด...โดย ดอกสารภี [17 ธ.ค. 2544 , 17:12:08 น.] ( IP = 202.28.25.183 : : 202.28.25.183 )
สลักธรรม 2การบรรยายธรรมชาติที่เป็นนามธรรม เพื่อจะให้เข้าใจได้ง่าย บางทีเราก็ต้องยกเอารูปธรรม หรือสิ่งที่เห็นง่าย ๆ มาเปรียบเทียบ สำหรับเรื่องจิต เจตสิก แล้วเปรียบกับไฟเข้าใจได้ง่าย โดยเปรียบว่าจิตเหมือนกับไฟ ส่วนเจตสิกนั้นเหมือนกับความร้อน แสงสว่าง และพลังงาน
![]()
หลวงตาขาทั้ง ๔ อย่างนั้นเป็นอย่างไรค่ะ?
อ้อ!ช่างซักดีนี่เราดีละตั้งใจฟังนะหนู
๑. เกิดพร้อมกับจิต เช่น เมื่อไฟเกิดขึ้น เราจะห้ามไม่ให้มีความร้อน แสงสว่างและพลังงานหาได้ไม่ และเราจะกล่าวว่าไฟเกิดขึ้นก่อนแล้ว
แสงสว่าง ความร้อน และพลังงานจึงเกิดตามหลังมาก็ว่าไม่ได้อีก
เพราะในทันทีที่ไฟเกิดขึ้น ความร้อนก็ดี แสงสว่างก็ดี และพลังงานก็ดี ย่อมจะเกิดขึ้นมาพร้อมกัน
ไม่ก่อนไม่หลังกว่ากันเลย เพียงแต่ว่าไฟนั้นเป็นใหญ่ เป็นประธาน เป็นหัวหน้าในการเกิดนั้น![]()
เจตสิกก็เหมือนกัน เมื่อจิตเกิดขึ้นมาแล้ว
จะไม่มีเจตสิกเกิดร่วมด้วยไม่ได้ เพราะเจตสิกเป็นธรรมชาติที่ประกอบกับจิต และเมื่อจิตเกิดขึ้นรับอารมณ์ เช่น เห็นหรือได้ยินเป็นต้น เจตสิกเกิดขึ้นพร้อมกันกับจิต
ไม่ก่อนไม่หลังกว่ากันเลย (เจตสิกมี ๕๒ ประเภทเจตสิกอะไรบ้างที่เข้าประกอบในขณะไหนจะทราบภายหลัง)
และจิตนั้นย่อมเป็นใหญ่เป็นประธาน เป็นหัวหน้าในการเกิดขึ้นรับอารมณ์นั้น![]()
๒. ดับพร้อมกับจิต เรื่องดับนี้ก็เหมือนกันกับเกิด คือเมื่อไฟดับลงแล้ว ความร้อน แสงสว่าง และพลังงาน ก็พลอยดับไปด้วยพร้อมกัน จิตเจตสิกก็ไม่ต่างอะไรกัน เมื่อจิตดับลงแล้ว เช่น จิตเกิดขึ้นรับอารมณ์ เห็น ได้ยิน ดับลง
หรือไม่เห็นไม่ได้ยินแล้วทันทีนั้น เจตสิกก็ดับลงพร้อมกันด้วย![]()
๓. มีอารมณ์เดียวกันกับจิต ในข้อนี้หมายถึงว่า จิตมีอารมณ์อย่างไร เจตสิกก็มีจะมีอารมณ์อย่างนั้นเช่น
มีรูปมากระทบตา จิต เห็น ก็จะเกิดขึ้น เจตสิกจะได้ยิน หรือได้กลิ่นไม่ได้ จะต้อง เห็น เหมือนกัน![]()
(จิตกับเจตสิกมีการงานในการเห็นต่างกัน) และเมื่ออารมณ์นั้นเกิดขึ้นทางมโนทวาร ประตูทางใจ คือคิดในเรื่องอะไรเจตสิกก็จะเกิดร่วมกับจิต คือประตูทางใจในเรื่องที่คิดนั้นด้วยกัน
จิต เจตสิก จะไม่มีอารมณ์แยกกันไปคนละอย่างเป็นอันขาด![]()
๔. มีที่อาศัยที่เดียวกันกับจิต จิตกับเจตสิกมีที่อาศัยเกิดที่เดียวกันไม่ว่าจิตจะตั้งอยู่ที่ไหน เจตสิกก็จะอยู่นั่น จิตเกิดอยู่ในที่นั้น
เช่นในขณะเห็นจิตจะเกิดอยู่ที่ประสาทตา เจตสิกก็จะอยู่ที่ประสาทตาด้วยเหมือนกัน จิตกับเจตสิกไม่มีวันพรากจากกันเลย จะต้องมีวัตถุอันเป็นที่ตั้งที่อาศัยที่เดียวกันเสมอ![]()
เณรชิต หลวงตาอธิบายถึงเรื่องเจตสิกคืออะไรไปแล้ว ผมก็พอจะเข้าใจบ้างเล็กน้อยยังมีปัญหาอีกมากนักที่ผมจะซักถาม แต่ผมเห็นว่าหลวงตาบรรยายขึ้นต้นนี้เพียงเป็นเค้าหยาบ ๆ พอให้เป็นพื้นฐานที่จะศึกษาต่อไป ผมจึงยับยั้งไว้ก่อน แต่อย่างไรก็ดีหลวงตากล่าวแต่เรื่องเจตสิกว่า คืออะไร แต่หาได้ชี้แจงต่อไปไม่ว่าการงานของเจตสิกนั้นมีอะไรบ้าง ?
หลวงตา เจตสิกเป็นธรรมชาติที่ประกอบกับจิต หน้าที่การงานก็คือปรุงแต่งจิต ส่วนปรุงแต่งจิตอย่างไรนั้น ขอให้ฟังตัวอย่างต่อไปนี้
เมื่อเราเอาน้ำที่ใสสะอาดใส่ลงไปในแก้วใบหนึ่ง แล้วเอาสีแดงใส่ลงไป น้ำที่ใสสะอาดอยู่นั้นก็จะกลายเป็นสีแดงไปทั้งแก้ว แต่ถ้าเอาสีเขียวใสลงไป น้ำในแก้วนั้นก็จะเป็นสีเขียวไปทั้งหมด
การที่หลวงตายกตัวอย่างที่เป็นวัตถุขึ้นมาให้เห็นเช่นนี้ ก็เพื่อจะให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น เพราะจิตนั้น เป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ มีหน้าที่รู้อารมณ์ต่าง ๆ เท่านั้น ซึ่งเปรียบเหมือนกับน้ำใส ๆ ในแก้ว
แต่เจตสิกเหมือนกับสีแดงหรือสีเขียว เมื่อผสมลงไปในน้ำ ก็ทำให้น้ำบังเกิดเป็นสีแดงหรือสีเขียวขึ้น แม้จิตกับเจตสิกจะเกิดด้วยกัน หน้าที่การงานก็คนละอย่าง ซึ่งเหมือนกับน้ำในแก้วกับสี แม้น้ำกับสีจะละลายปนกันจนเรามองดูแล้วก็แยกมันไม่ออกก็จริง แต่น้ำกับสีก็เป็นคนละชนิด หน้าที่การงานก็เป็นคนละเรื่อง
เณรชิต หลวงตายกวัตถุขึ้นมาตั้งเพื่อเปรียบเทียบเช่นนี้ เข้าใจดีขึ้นมาก แต่ได้โปรดยกตัวอย่างที่เกิดอารมณ์ขึ้นมาจริง ๆ ด้วยเถิดขอรับ
หลวงตา ได้ซิเณร![]()
เมื่อเณรมองเห็นภาพวิวที่ติดอยู่ที่ข้างฝา
เณรก็ชอบใจอยากได้ เห็นก็เป็นจิตเพราะจิตที่ลักษณะรู้อารมณ์
แต่ความอยากได้ภาพนั้นก็เป็นโลภเจตสิก
เพราะปรุงแต่งจิตให้อยากได้![]()
เมื่อมีใครมาด่าเณร เมื่อได้ยินเข้า ได้ยินก็เป็นจิต เพราะจิตมีลักษณะรู้อารมณ์ แต่ความโกรธก็เป็นเจตสิก เพราะปรุงแต่งให้จิตโกรธ
เณรอย่าลืมว่า เมื่อเจตสิกปรุงแต่งจิตแล้วก็พลอยเป็นไปเช่นเดียวกัน เพราเป็นอารมณ์เดียวกันการที่แบ่งแยกการงาน
ของจิตและเจตสิกออกเช่นนี้ ก็เพราะเราจะได้ทราบว่า อันไหนทำหน้าที่อย่างไร เหมือนเราเรียนเรื่องเครื่องยนต์โดยแยกให้รู้หน้าที่แต่ละชิ้นแต่ละอันแล้วเราก็จะได้หายสงสัยว่า
เครื่องยนต์แล่นไปได้อย่างไร ถ้าเรารู้ชิ้นส่วนและหน้าที่โดยละเอียดดีแล้ว
เราก็จะได้ไม่งมงาย โดยจะได้ทราบว่าการที่เครื่องยนต์ทำงานได้นั้น
เพราะต่างก็ทำหน้าที่ต่าง ๆ กันต้นเหตุที่ช่างเขาบังคับไว้
สรีระยนต์ คือร่างกายของเราก็เหมือนกัน
ถ้าเรารู้เรื่องของมันโดยละเอียดแล้ว ความยึดมั่นตัวตนก็จะลดลง ความเห็นผิดต่าง ๆ ก็จะน้อยเข้า จากนั้นความทุกข์ก็จะบางลง อย่างไรก็ดี
สำหรับเครื่องยนต์ ถ้าเราเอาหม้อทำไฟ
เช่นเม๊กเน๊ตโต หรือเอาที่พักน้ำมัน คือคาบุเรเตอร์ออกเสียแล้ว
ความเป็นเครื่องยนต์ก็จะไม่สมบูรณ์ เราจะว่ารู้จักเครื่องยนต์ไม่ได้
โดยทำนองเดียวกัน ร่างกายของเราก็เหมือนกัน
ถ้าไม่ศึกษาเรื่องจิต เจตสิก ให้เข้าใจดีแล้วจะว่าเรารู้จักสรีระชีวิตหาได้ไม่ข้อสำคัญหลานต้องไม่ลืมหลักเดิมที่ว่าเจตสิกนั้น
เกิดพร้อมกับจิต ดับพร้อมกับจิต มีอารมณ์เดียวกับจิต และมีที่อาศัยอันเดียวกับจิต![]()
หลวงตาจะว่าให้ง่าย ๆ อีกสักอย่างจิตนั้นมีหน้าที่การงานในการรู้อารมณ์เท่านั้น
เช่น เห็น ได้ยิน คิด แต่เจตสิกมีหน้าที่การงานในการปรุงแต่งให้จิตเป็นไป
เช่น ทำให้โลภ, โกรธ, หลง, หรือไม่โลภ, ไม่โกรธ,
ไม่หลง เรื่องเจตสิกนี้ ถ้าเณรพอเข้าใจบ้างเล็กน้อยแล้ว หลวงตาก็คิดว่าจะพอกันที และจะได้ศึกษาเรื่องรูปต่อไป![]()
![]()
กราบขอบพระคุณขอรับหลวงตา ผมคิดว่าผมเข้าใจชีวิตจิตใจตนเองมากขึ้นครับ
ไว้ผมจะมาเรียนถามเรื่อง รูปปรมัตถ์ ในครั้งต่อไปนะขอรับสวัสดีครับ![]()
![]()
![]()
โดย เณรชิตครับ [18 ธ.ค. 2544 , 09:18:34 น.] ( IP = 203.170.147.52 : : 203.170.147.52 )
สลักธรรม 3กราบนมัสการหลวงตาค่ะ
อ้อกราบสวัสดีเณรชิตด้วยค่ะ
นักเรียนหายไปไหนหมดค่ะ หนูดาเรียนอยู่คนเดียว กำลังสนุกเชียว แต่เอ...ทำไมหลวงตาจบเรื่องเจตสิกเร็วจังละค่ะ
ตอนนี้ยังไม่มีคำถาม ขอไปนอนคิดก่อนนะค่ะ
สวัสดีค่ะโดย หนูดาเจ้าค่ะ [18 ธ.ค. 2544 , 14:27:22 น.] ( IP = 203.155.71.37 : : )
สลักธรรม 4
![]()
มาแล้วคร้าบ มาแล้วคร้าบ ... แหม พี่ดาก้อ ... พวกเราไม่ได้หายไปไหนนะฮะ มีงานคั่งค้างบ้างแต่ยังไงก็ต้องกลับมาฟังธรรมจากหลวงตาต่อแน่นอนคร้าบ ... หลวงตาอุตส่าห์อธิบายธรรมะยากๆให้เข้าใจได้ง่ายอย่างนี้ ไม่มากันได้ไง จริงมั้ยคร้าบน้องแก้ว น้องกิ๊ฟ น้องเก๋ น้องถ้วยโดย เณรจิ๋ว [19 ธ.ค. 2544 , 00:51:19 น.] ( IP = 61.202.146.248 : : )
สลักธรรม 5กราบนมัสการหลวงตาและพี่เณรชิตค่ะ หนูเล็กเข้ามาเรียนแล้วค่ะ หนูจะเป็นนักเรียนที่ไม่โดดเรียนแล้วค่ะ
โดย เล็ก [19 ธ.ค. 2544 , 10:21:37 น.] ( IP = 203.155.71.37 : : )
สลักธรรม 6กราบขอบพระคุณหลวงตาและท่านเณรชิตเป็นอย่างสูงสำหรับธรรมะเรื่องเจตสิก อ่านแล้วเข้าใจดีค่ะ และขอติดตามตอนต่อไปด้วยใจจดจ่อค่ะ
โดย ปราณี ตีรเศรษฐ [19 ธ.ค. 2544 , 12:00:25 น.] ( IP = 10.199.199.95 : : 10.199.199.95 )
สลักธรรม 7
...สวัสดีค่ะท่านเณรๆ..กับพี่ดาน้องกิ๊ฟมารายงานตัวเข้าห้องเรียนแล้วค่ะ
โดย น้องกิ๊ฟ [19 ธ.ค. 2544 , 12:44:43 น.] ( IP = 202.183.178.136 : : )
สลักธรรม 8แหมหนูดามาเรียนคนแรกเลยเหรอ เป็นหัวหน้าห้องก็ต้องมาก่อนจึงจะถูก เพราะห้องเรียนยังไม่ได้ถู
ตอนนี้ห้องสะอาดแล้วใช่ไหม
งั้นหนูอุ๊ ก็นั่งเรียนต่อได้แล้วละซิ พร้อมแล้วค่ะ หลวงตา เมื่อกี้หนูเอาเปรียบหนูดาไม่ช่วยถูห้อง อย่างนี้มีเจตสิกอะไรประกอบจิตค่ะ หลวงตาช่วยชี้แนะด้วยค่ะ
โดย หนูอุ๊ [20 ธ.ค. 2544 , 11:57:11 น.] ( IP = unknown : : unknown )
สลักธรรม 9มาแล้วค่ะ...มานั่งต่อแถวเรียนด้วยอีกคนค่ะ
ไม่ยอมขาดเรียนแน่นอนค่ะ แล้วจะติดตามเรียนเรื่องรูปปรมัตถ์จากหลวงตาและพี่เณรชิตต่อค่ะ
สวัสดีทุกๆท่านค่ะโดย ธัญธร [20 ธ.ค. 2544 , 21:32:09 น.] ( IP = 203.146.235.19 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |