มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


บันไดสู่สติปัฏฐาน ๙







(ตอนที่แปด http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=7211)

มีชีวิตอยู่ด้วยการทำทุกอย่างเพื่อแก้ทุกข์ อย่าทำทุกอย่างเพื่อแก้อยาก มันจะได้ลดน้อย ผ่อนปรนความทุกข์ที่มีอยู่แล้ว ไม่ทับถมทวีคูณยิ่งขึ้น ใครก็ตามมีชีวิตอยู่เนื่องด้วยตัณหา ผู้นั้นย่อมท่องเที่ยวด้วยความเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ ผันแปรวิปริต ยนแปลง ตัณหามันมักง่าย แล้วก็หน่ายง่าย

เช่นวันนี้ อยากกินข้าวหมูแดงร้านนี้ เราก็ตามไปหาข้าวหมูแดง พอเย็นมันอยากกินข้าวมันไก่ เห็นไหม มันมักง่าย แล้วมันก็หน่ายง่าย เราต้องเป็นทาสอยู่ทุกขณะจิต

คำว่าข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ ปลาดิบ ปลาสุก ตัณหามันเลือก ความยินดีติดใจในรสชาติมันเลือก เครื่องบดย่อยมันไม่ได้เลือก กินลงไปเป็นบดหมด ถ้าเผื่อมันดีจริงต้องไม่ขับถ่ายออกมา

นักปฏิบัตินั้นพ่อเปรียบไว้ว่า เหมือนเราเป็นเด็กขี่จักรยาน เมื่อมันล้มแล้ว คือ เผลอไปจากความจริงเพราะไม่มีสติ ไม่ต้องไปสำรวจอะไรเลยว่ามันสะดุดอะไรล้ม มีหน้าที่จับจักรยานตั้งขึ้นแล้วขี่ต่อไป

โดย ของฝากจากศาลาเสือพิทักษ์ [17 พ.ค. 2548 , 11:24:36 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

หน้าที่ของเราคือเริ่มต้นใหม่ การเริ่มต้นสร้างความสันทัดจัดเจน เมื่อมีความสันทัดจัดเจนในสติแล้ว สติจะปกครองความเป็นใหญ่กลับมารักษาเรา เช่น หลวงพ่อสอนว่า ไม่จำเป็นไม่ต้องพูด ไม่จำเป็นไม่ต้องออกความคิด ไม่จำเป็นไม่ต้องค้าน ไม่จำเป็นไม่ต้องถาม เรื่องจะน้อยที่สุด

คำพูดที่ว่า “เธอซื้ออะไรมา” “เธอไปไหนมา” เมื่อคืนนี้เธอกลับกี่ทุ่ม” จะถามเขาทำไป แล้วเราเป็นสุขเป็นทุกข์กับเขาไหม

ความไม่จำเป็นนี้เมื่อเราเริ่มฝึกก็เป็นการสร้างกำลัง เมื่อเราจะคิดออกมา พอเขาพูด เดี๋ยวจะถาม รู้สึกตัวว่าไม่จำเป็น

เราจะเกิดความปิติที่รู้จักความยับยั้งชั่งใจ ไม่เกิดปิติเพราะอะไร ไม่เริ่มต้นสักที จะทำอย่างไร อย่าไปยุ่งกับเขาเลย ก่อนนั้นมันยุ่งไปแล้ว เดี๋ยวนี้พอเริ่มจะพูด รู้สึกตัว ไม่จำเป็น มันชะงักได้ “หยุดชะงัก สักนิด คิดด้วยสติ” มันช่วยเราได้นะลูกนะ บอกอย่างลูกก็ไม่เชื่อ ผู้ที่พบคือผู้ที่พ้น พ้นจากสภาวะ

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [17 พ.ค. 2548 , 11:25:06 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2

จงทำทุกอย่างเพื่อแก้ทุกข์ อย่าทำเพื่อแก้อยากนะลูกนะ ไม่มีอะไรสายเกินแก้ ไม่มีใครแก่เกินความจริงนะ ทำมากได้มากทั้งดีทั้งชั่ว

“เริ่มต้น” คำว่าเริ่มต้นนั้นให้กำลังด้วย เพราะเราจะทำอะไรครั้งแรกต้องมีความตั้งใจ เจตนาเป็นกรรมให้มีกำลังด้วย เริ่มต้นใหม่ได้ทุกขณะจิต เมื่อเราเผลอไปแล้ว เริ่มต้นมีสติใหม่

การเริ่มต้นคือการตั้งเจตนาใหม่ “กรรม”เกิดขึ้นด้วยความแรงนะ จำไว้ลูก ไม่มีใครทำอะไรได้ครั้งเดียวสำเร็จแล้วก็มีขันติ มีวิริยะ มีปัญญา อุดหนุนส่งเสริมลูกอยู่ตลอดเวลาทุกขณะจิต

เดี๋ยวเริ่มต้นออกไปแก้ทุกข์ อย่าไปแก้อยาก อร่อยหรือ ไม่อร่อย อิ่มได้เหมือนกัน ไหนลองมื้อนี้แหละลูก ก๋วยเตี๋ยวน้ำหรือข้าวผัด สั่งมาอย่าปรุง หรือไม่ก็ปรุงเพียงครั้งเดียว ร่างกายเราขาดน้ำตาล ก็เติมน้ำตาล ชอบเค็มหน่อยก็เติม เติมแล้วพอ ไม่ใช่เติมแล้วเติมอีก

แก้ทุกข์ อย่าไปแก้อยาก เริ่มต้นแล้วจะพบชัยชนะข้างหน้า

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [17 พ.ค. 2548 , 11:25:28 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3

การตั้งต้นทำตนเป็นคนดี เพื่อเดินทางสู่มรรคผลนิพพาน คือสิ้นสุดการเกิดได้อย่างไร หลักสำคัญๆที่ให้ปฏิบัติในชีวิตประจำวันนั้นก็คือ

๑. ให้เว้นจากทุจริต คือความประพฤติชั่วทางกาย วาจาและใจ
๒. ให้ประกอบสุจริต คือประพฤติชอบทางกาย วาจาและใจ เมื่อเว้นแล้ว และกระทำแล้ว
๓. ให้ทำใจของตนให้หมดจดจากกิเลส คือเครื่องเศร้าหมองของจิตใจ เครื่องเศร้าหมองของจิตใจนั้น ทุกคนก็ย่อมมีอยู่ แต่ยังไม่รู้จัก เครื่องเศร้าหมองนั้นก็คือ ความโลภ ความโกรธ และความหลง

เมื่อมีความอยากได้จิตใจก็เศร้าหมอง ต้องการอยู่นั่นแหละ ไม่เป็นอิสรภาพเลย เพราะถูกปรุงแต่งด้วยอกุศล เริ่มมีความโกรธ จิตใจก็เศร้าหมอง ไม่มีอิสระเลย เราเป็นผู้รับทั้งสิ้น เมื่อมีความหลงผิดเราก็มืดมิด บอดสนิทในการรู้ของจริง ดังนั้น เราจึงต้องมี ศีลสมาธิ ปัญญา

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [17 พ.ค. 2548 , 11:25:56 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4

คำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ใครเรียนตามหลักของพระองค์แล้ว จะรู้ว่าเป็นไป เพื่อละกิเลส ไม่ใช่สั่งสมกิเลส

หลัก ๘ ประการสำหรับนักปฏิบัติคือ เมื่อศึกษาเล่าเรียนแล้วก็จะเป็นไปเพื่อ

๑. คลายความกำหนัด ยินดีติดใจในสิ่งต่างๆ
๒. ปราศจากความทุกข์ เพราะเรารู้ว่าที่กระทบคือวิบากที่กำลังกระทำนั้นคือกรรม
๓. ไม่สั่งสมกิเลส เพราะเป็นเหตุทำให้เกิด
๔. เป็นคนมักน้อย เพราะว่าความมักมากนั้นเป็นทุกข์
๕. มีความสันโดษ สามารถเป็นตัวของตัวเองได้ ก็สลัดจากโลภะ ไม่ต้องรอพึ่งใคร พึ่งตัวเอง เพราะรอพึ่งเขา เราแย่ เราต้องเป็นผู้ช่วยตัวเอง หมอดูที่เก่งที่สุดคือตัวเราเองสามารถทำนายทายทักได้แม่นยำว่า การกระทำนั้นให้ผลดีหรือร้ายต่อตัวเอง
๖. สงบสงัดจากหมู่คณะ เมื่อมีความสันโดษแล้ว ก็สงบสงัดจากหมู่คณะที่ฟุ่มเฟือยไปด้วยโลภะ โทสะ โมหะ มีความจำเป็นที่ตรงหน้าอย่างเดียว เรื่องของเขาไม่เกี่ยวกับเรา ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แล้วหยุดแค่นั้น
๗. มีความเพียร เมื่อว่างจากภารกิจที่ฟุ่มเฟือยไปในทางไม่มีประโยชน์ ก็จะมีความเพียรเกิดขึ้น
๘. เลี้ยงชีพง่าย คือ การทำมาหากิน ความเป็นอยู่ เป็นไปอย่างง่าย คือ กินเพื่อแก้ทุกข์ ทำเพื่อแก้ทุกข์ ไม่ใช่กินหรือทำเพื่อแก้อยาก

โปรดติดตามตอนต่อไปในคราวหน้า

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [17 พ.ค. 2548 , 11:26:16 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5

อ่านแล้วเข้าใจง่ายครับ กลมกลืนกับชีวิตที่จะเป็นอยู่และเป็นไปได้เป็นอย่างดีเลยครับ ขออนุโมทนาสาธุมากๆเลยครับผม

โดย พี่เณร [17 พ.ค. 2548 , 17:42:06 น.] ( IP = 61.91.201.115 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบพระคุณค่ะ
เมื่อนำไปใช้..จะทำให้ทำอะไรเพื่อแก้ไขความทุกข์มากขึ้น ลดความอยากลงไป

โดย เซิ่น [17 พ.ค. 2548 , 20:35:10 น.] ( IP = 61.91.169.193 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org