| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
การตอบปัญหาในพระพุทธศาสนา
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
วิธีการตอบปัญหาในพระพุทธศาสนา 4 ประการ
วิธีการตอบปัญหา 4 ประการนี้ พระพุทธเจ้าได้ทรงใช้มาตลอดสมัยของพระองค์ ในการโต้ตอบกับพวกสมณพราหมณ์ เดียรถีนิครนถ์ต่างๆที่เข้ามาลองดีพุทธิปัญญาของพระองค์ หรือผู้ที่เข้ามาตั้งคำถามโดยความเจตนาบริสุทธิ์ ต้องการจะมีความรู้ความสว่างจากพระองค์ ก็ต้องอาศัยการพิจารณาของพระองค์ว่า...
ปัญหาเหล่านี้ควรจะตอบด้วยวิธีอะไร ควรที่จะตอบด้วยเอกังสพยากรณ์ ก็ตอบด้วยเอกังสพยากรณ์
ควรที่จะตอบด้วยวิภัชชพยากรณ์...ก็ตอบด้วยวิภัชชพยากรณ์
ควรที่จะตอบด้วยปฏิปุจฉาพยากรณ์ ....ก็ตอบด้วยปฏิปุจฉาพยากรณ์
แล้วควรที่จะตอบด้วยฐปนียพยากรณ์ ....ก็ตอบด้วยฐปนียยพยากรณ์ไปตามเรื่องนั้นๆ
คราวนี้พี่เณรจะสมมติปัญหาขึ้นว่า
ตายแล้วเกิดจริงไหม ?
ในข้อนี้ถ้าจะเอาวิธีการตอบปัญหา 4 ประเด็น
มาตอบปัญหาตายแล้วเกิดละครับ
ท่านลองนึกซิครับว่า
ควรจะเอาอะไรมาตอบ ในวิธีการ 4 ข้อ
ก็ต้องดูเหตุการณ์อีกนะครับว่าถูกถามนั้น
มีจุดประสงค์อย่างไร
โดย พี่เณร [18 พ.ค. 2548 , 07:43:16 น.] ( IP = 61.90.82.197 : : )
สลักธรรม 2ยกตัวอย่างเช่นว่ามีปริพาชกคนหนึ่งเป็นคนถือ..สัสสตทิฏฐิ.. ถือว่าตายแล้วอัตตาของเขานี่ อัตตาตัวนี้แหละหรือเรียกว่าวิญญาณจะไปเวียนว่ายตายเกิด
อัตตาตัวนี้ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่แปรผัน มั่นคงดุจเสาระเนียด ชื่อว่า วัชชโคตรปริพาชก..วัชชโคตรมีทิฏฐิอย่างนี้
เมื่อตั้งปัญหาถามพระพุทธเจ้าว่า ...พระสมณโคดม... ตายแล้วเอาอะไรไปเกิด
พระพุทธเจ้าไม่ตอบปัญหาข้อนี้แก่วัชชโคตร
วัชชโคตรก็เสียใจ ก็ตัดพ้อพระพุทธเจ้าว่าแหม ช่างกระไรเลย เขาเองมีความสงสัยในปัญหาข้อนี้
ผูกใจมานานนักหนาแล้ว นึกว่าได้รับความสว่างในสำนักของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้ากลับไม่ตอบปัญหา เขาตัดพ้อพระพุทธเจ้าว่าอย่างนั้นโดย พี่เณร [18 พ.ค. 2548 , 07:46:34 น.] ( IP = 61.90.82.197 : : )
สลักธรรม 3
พระพุทธเจ้าก็บอกว่าวัชชโคตรว่า...ถ้าหากว่าตถาคตจะตอบปัญหาข้อนี้แก่เธอ เธอเป็นสัสสตทิฉฐิอยู่แล้วนะ ..ถ้าตอบปัญหาข้อนี้แก่เธอเมื่อไหร่ละก็เธอจะเข้าใจผิด ยิ่งจะเป็นสัสสตทิฉฐิยิ่งขั้นไปอีก เป็นทวีคูณ
เพราะฉะนั้นปัญหาข้อนี้เราจึงไม่ตอบเธอ เพราะว่าโดยความจริงแล้วคนที่ยังมีกิเลสอยู่ตายแล้วก็ต้องเกิด
ท่านครับ.. ถ้าพระองค์ตรัสบอกกับวัชชโคตรบอกว่าคนเราตายแล้วเกิด วัชชโคตรซึ่งกำลังหลงผิดยึดถืออยู่แล้ว ว่าอัตตาของตัวนี่แหละมั่นคงดุจจะเสาระเนียด เป็นผู้ไปเวียนว่ายตายเกิดในชาติภพต่างๆ ก็ยิ่งจะเตลิดเปิดเปิงนึกว่า ..พระพุทธเจ้ามาสนับสนุนทิฏฐิของตัวว่าจริงไงครับ
เมื่อคนเราตายแล้วต้องเกิด
สิ่งที่ไปเกิดเป็นตัวนั่นแหละ
คือตัวอัตตาที่ข้ากำลังถืออยู่
จะนึกไปยินดีว่า
พระพุทธเจ้ามาสนับสนุนทิฏฐิของตัว
อย่างนี้แหละ พระพุทธเจ้าจึงไม่ตอบ
คำถามของวัชชโคตรก่อน
เพราะจะเป็นเหตุให้เขาเกิดความสงสัยยิ่งขึ้น
เมื่อตัดพ้อเช่นนี้แล้วพระองค์จึงแสดง
ปฏิจจสมุปบาท
ให้เห็นเป็นการทำลายสัสสตทิฏฐิ
ของวัชชโคตรปริพาชกครับผม
โดย พี่เณร [18 พ.ค. 2548 , 07:51:28 น.] ( IP = 61.90.82.197 : : )
สลักธรรม 4ท่านผู้อ่านที่เคารพครับ
ถ้าไปตอบอย่างง่ายๆ บอกว่า..
เออ คนเราตายแล้วก็ต้องไปเกิดซิ
วิญญาณนี่แหละไปเกิด ตอบง่าย ๆ อย่างนี้
คนที่เป็นสัสสตทิฏฐิก็จะ หลงผิดเป็นสัสสตทิฏฐิยิ่งขึ้น
จึงไม่ทรงตอบในเบื้องแรก
แล้วก็แสดง ปฏิจจสมุปบาท ในเบื้องปลาย
เป็นการทำลายความเข้าใจผิดของวัชชโคตรปริพาชกไปเสีย
นี่เป็นตัวอย่างอันหนึ่งที่น่าศึกษาประดับความรู้มากๆนะครับผม
คราวนี้ถ้าหากว่าคนที่เชื่ออยู่แล้วว่ากฏแห่งกรรมมีจริง
การเวียนว่ายตายเกิดมีจริง
แล้วสิ่งที่ไปเวียนว่ายตายเกิดนี่ ไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวตน เราเขาอะไร
แต่ทว่าเป็นสังขารธรรมที่เกิดดับสืบสันตติกันได้ ถ้าคนมีความเชื่อถือเช่นนี้
มาตั้งปัญหากับพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าก็ทรงพยากรณ์ไปตามเหตุคือ
พยากรณ์ใช้วิธีวิภัชชพยากรณ์
บอกว่าถ้าคนยังมีกิเลสตัณหาอยู่
ก็ต้องทำอะไรที่เป็นกรรม
เมื่อมีกรรมแล้วก็มีวิบากเป็นผล
ชีวิตของสัตว์ที่ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดนั้น
ย่อมเป็นไปอย่างแน่นอนตราบใดที่ยังไม่หมดเหตุครับ
โดย พี่เณร [18 พ.ค. 2548 , 07:53:11 น.] ( IP = 61.90.82.197 : : )
สลักธรรม 5พี่เณรจะขอยกเรื่องราวที่พระองค์ทรงตรัส
กับท่านพระอานนท์เถระมาให้ท่านได้อ่าน
เพื่อเข้าใจในเรื่องราวชีวิตที่เกิดแก่เจ็บตาย
ภายใต้กฏแห่งกรรมนะครับผม
อย่างเช่นมีอุบาสก อุบาสกหรือชาวพุทธในพระศาสนา
ที่มีความเข้าใจในเรื่องกฎของกรรมดีพอแล้ว
ได้ตั้งปัญหาถามพระองค์
...พระองค์ก็แสดงโดยวิภัชชพยากรณ์...หรือแม้ไม่ต้องตั้งปัญหา
พระองค์ก็แสดงอยู่แล้ว เช่นว่าแสดงกับพระอานนท์เถรเจ้า พยากรณ์คติพจน์ของบรรดาอุบาสก อุบาสิกา ในนาลันทคามว่า.....
อุบาสกชื่อนั้นๆมรณะไปแล้ว กำลังเสวยอยู่ในสวรรค์ชั้นนั้น ๆ
ตาม ทิฏฐานุคติอันชอบของผู้นั้น
ทรงพยากรณ์ทิฏฐิอยู่แล้วทรงพยากรณ์คติของผู้ล่วงลับไปแล้ว ให้กับพระอานนท์เถระเจ้าฟัง
แล้วก็ตรัสบอกว่าดูก่อนอานนท์ ที่ตถาคตพยากรณ์คติสัปรายภพ ของอุบาสกชื่อนั้น อุบาสิกาชื่อนั้น
ณ. ตำบลบ้านนั้น ๆ เพราะเหตุไร
.. ก็เพื่อว่าจะเป็นเครื่องพยุงใจ ให้แก่ปัจฉิมาชนตาชน คือชนที่เกิดภายหลัง ได้มีความกระปรี้กระเปร่า
มีกำลังใจในการประกอบกุศลกรรม
มีกำลังใจในการทำความดี เพราะมีข้อยืนยันว่าเมื่อทำกรรมดีอย่านี้แล้ว ตายไปแล้วก็ได้เสวยผลกรรมดีในคติสัมปรายภพนั้น ๆนั่นเองโดย พี่เณร [18 พ.ค. 2548 , 07:56:12 น.] ( IP = 61.90.82.197 : : )
สลักธรรม 6ทรงแสดงอย่างนี้คนที่ไม่เข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวตะวันตก
ที่เริ่มศึกษาพุทธศาสนาใหม่ ๆพอรู้ว่า..
พระพุทธเจ้าปฏิเสธเรื่องโซล คือ วิญญาณหรือตัวอาตมัน เรื่องเวียนว่ายตายเกิดนั้นบางคนบางพวก
กล่าวว่า.. เรื่องเวียนว่ายตายเกิดเป็นเรื่องไร้สาระ
เรื่องเวียนว่ายตายเกิดนี้เป็นเรื่องนอกคอก นอกบาลี มีที่ไหนพระพุทธเจ้าจะมาสนใจเรื่องนี้ และตัดสินเองว่า ...ควรจะพูดแต่เรื่องทางพ้นทุกข์ลัดนิ้วมือเดียว
ทำอย่าไรถึงจะพ้นทุกข์ดีกว่าไม่เสียเวลา
พูดเรื่องพุทธภาวะในจิตเดิมดีกว่า จะได้พ้นทุกข์ไปไว ๆ ตรัสรู้เร็ว ๆ ดีกว่าจะไปมัวแต่พูดเรื่องเนิ่นช้า
เรื่องเวียนว่ายตายเกิด เรื่องวัฏสงสาร เป็นเรื่องทำให้คนเนิ่นช้า ไปพูดเรื่องนี้ทำไม ปฏิจจสมุปบาทว่าที่จริงแล้วก็มีขณะ ปัจจุบันขณะเดียว นี่มติของบางท่านนะครับ แต่ไม่ใช่ทั่วไป บางท่านว่าปฏิจจสมุปบาทอยู่ในขณะจิต ปัจจุบันขณะเดียวอย่างนี้ โดยปฏิเสธ..อตีตอัทธา.. อนาคตอัทธา ปฏิเสธหมด ว่าเรื่องการแบ่งปฏิจจสมุปบาท เป็นเรื่องอดีต ปัจจุบัน อนาคต
เป็นมติของพระอรรถกถาจารย์ ที่ไหนจะมีในบาลีพุทธพจน์ ปฏิเสธอย่านี้ก็มีอยู่
ซึ่งถ้าหากว่าจะพิจารณาแล้ว จะเห็นว่าธรรมะในพุทธศาสนานี้ ไม่ใช่จะเกณฑ์คนทุกคน ให้เป็นพระอรหันต์ในพริบตาเดียวหมดใช่ไหมครับ
โดย พี่เณร [18 พ.ค. 2548 , 07:59:16 น.] ( IP = 61.90.82.197 : : )
สลักธรรม 7เพราะว่าธรรมะในพุทธศาสนามีหลายชั้น หลายวิธีการเหมือนกับอัธยาศัยของสัตว์ ตั้งแต่โง่กระทั่งถึงคนฉลาด
เพราะฉะนั้นพุทธศาสนา จึงเป็นสาธารณะประโยชน์แก่ผู้ที่น้อมนำไปปฏิบัติได้ทุกชั้นทุกวัย ไม่ใช่จะกะเกณฑ์คน ให้เป็นพระอรหันต์กันหมดในพริบตาทั้งโลก เป็นไปไม่ได้ เพราะเรายังต่างกรรมต่างวาระ
ต่างอัธยาศัย
เรื่องการเวียนว่ายตายเกิดนี้ นี้เป็นประเด็นสำคัญที่สุดในพุทธศาสนา เราจะเป็นชาวพุทธที่สมบูรณ์ไม่ได้ ถ้าเราไม่เชื่อเรื่องเวียนว่ายตายเกิด
โดย พี่เณร [18 พ.ค. 2548 , 08:01:25 น.] ( IP = 61.90.82.197 : : )
สลักธรรม 8สัมมาทิฏฐิในองค์มรรค ๘ นี่ ..สัมมาทิฏฐิแบ่งเป็น 2 ชั้น
คือ โลกียสัมมาทิฏฐิและ โลกุตตรสัมมาทิฏฐิ
โลกียสัมมาทิฏฐิ ได้แก่ กัมมัสสกตาญาณ
ถ้าคนที่มีกัมมสกตาญาณเชื่อในเรื่องว่า
ทำกรรมได้รับผลแห่งกรรมนั้น
เท่ากับเชื่อว่าจะต้องมีเวียนว่ายตายเกิด
ถ้าเชื่อกรรมก็ต้องเชื่อเวียนว่ายตายเกิด
เป็นเงาตามตัว ใครก็ตามนะครับถ้าขาดโลกียสัมมาทิฏฐิแล้ว โลกุตตรสัมมาทิฏฐิก็เกิดไม่ได้
โลกุตตรสัมมาทิฏฐิได้แก่
การเห็นแจ้ง ในอริยสัจจ์ ๔
แต่การที่จะเห็นแจ้งในอริยสัจจ์ ๔ ได้นั้น
คนนั้นจะต้องมี โลกียสัมมาทิฏฐิเป็นบุพภาค
ไม่มีโลกียสัมมาทิฏฐิเป็นบุพภาคแล้ว
การเห็นแจ้งในอริยสัจจ์เป็นไปไม่ได้
ข้อนี้พี่เณรจำได้ขึ้นใจเลย
เพราะหลวงพ่อแสวงท่านสอนย้ำมากๆเลยครับ
วันนี้พี่เณรขอจบลงเพียงเท่านี้นะครับ
เพราะยังมีงานอื่นๆอีกมากที่ต้องสะสาง
แล้วจะกลับมาพบกับท่านอีกครับ
ขอความเจริญในธรรม
จงบังเกิดแก่พี่ๆน้องๆทุกๆท่านนะครับ
สวัสดีครับ
![]()
โดย พี่เณร [18 พ.ค. 2548 , 08:04:18 น.] ( IP = 61.90.82.197 : : )
สลักธรรม 9รู้สึกว่าเป็นปัญหามากเหมือนกันค่ะในการตอบคำถาม
โดยเฉพาะในลานธรรมแห่งนี้
บางทีก็ตัดสินใจไม่ได้ว่าควรตอบแค่ไหน
ได้แต่อาศัยความตั้งใจดีและก็ตอบไปตามความเหมาะสมที่หวังว่าถ้าเป็นคำตอบที่ยังไม่ชัดเจนก็คงจะมีการตั้งคำถามต่อไป
คิดว่าวิจารณญาณในส่วนนี้คงต้องพัฒนาให้มีมากๆรวมทั้งต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อเป็นคลังความรู้ไว้เพื่อตอบคำถามแก่ตนเองต่อไปด้วย
ขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [18 พ.ค. 2548 , 09:21:07 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 10ขอบพระคุณพี่เณรค่ะ...
สำหรับแนวทางการตอบปัญหาในพระพุทธศาสนา 4 ประเภค
และถ้าทราบพื้นฐานความรู้ของผู้ถามแล้ว จะทำให้ตอบได้ตรงประเด็นและไม่ให้หลงเข้าใจผิดมากขึ้นโดย เซิ่น [18 พ.ค. 2548 , 23:44:56 น.] ( IP = 61.90.23.125 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |