มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


บันไดสู่สติปัฏฐาน ๑๐







ตอนที่เก้าhttp://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=7222

การไม่ทุกข์ คือการสิ้นสุดการเกิด เพราะมีเหตุประจวบและเหตุประกอบกันคือ มีเหตุปัจจัย จึงกระทำได้ แต่การกระทำตามหลักคำสอนก็จะต้องอาศัย “สติ” เป็นเครื่องช่วยอันสำคัญ

สติ เป็นจอมทัพของกุศล ถ้าผู้ใดฝึกฝนสติให้เกิดความชำนิชำนาญ พัฒนาให้เกิดความเคยชินแล้ว สติจะมีกำลังสามารถปฏิบัติต่อไป และควบคุมจิตของเราได้ ให้เป็นไปด้วยความละเอียดและถูกต้องตามหลักของการกระทำทุกขั้นทุกตอน จนกระทั่งได้ สัมมาสติ คือ สติที่ถูกต้องตามทางเดินสู่มรรคผล และก็มีองค์ประกอบต่างๆ เพื่อเพิ่มให้เกิดเป็น “มหาสติ” ซึ่งจะได้ทำลายมหาภูตรูป คือรูปอันหลอกหลอนตัวเองดุจปีศาจนั่นเอง

ทำไมจึงให้ความสำคัญ เช่น เมื่อเกิดโทสะขึ้น มันก็เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป แต่เราให้ความสนใจคือยึดมั่นถือมั่น ให้ความสนิทสนม เมื่อเป็นของเรามันจึงมีอำนาจจัดเจนเวที

สติก็เป็นตัวละครตัวหนึ่ง คือเจตสิกที่ปรุงแต่งจิตเช่นเดียวกัน แต่เราไม่เคยให้ความสนใจแก่สตินั้นเลย จึงจะต้องเริ่มให้ความสนใจแก่สติ เพื่อให้สติออกมาเล่นอยู่บ่อยๆ จนกระทั่งเจนเวทีเพื่อปราบโมหะ

โดย ของฝากจากศาลาเสือพิทักษ์ [18 พ.ค. 2548 , 15:27:55 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

สนามรบที่สำคัญที่สุดระหว่างสติกับโมหะก็ได้แก่ ปัจจุบันธรรม การเจริญมหาสติปัฏฐานนั้นยากมากสำหรับผู้ที่ไม่ได้เคยศึกษาเล่าเรียน และไม่ได้เพียรเพื่อพ้นทุกข์ แต่เพียรเพื่อสะสมกองกิเลส

ดังนั้น การฝึกหรือขัดเกลากิเลสให้หมดไปนั้น จะต้องฝึกด้วยการมีสติ เพื่อทำลายโลภะ โทสะ โมหะ เพียงแค่ให้มีสติอยู่กับปัจจุบัน ความโลภ ความโกรธ ความหลง ก็เข้าไม่ได้

เช่น เวลาตื่นนอน การตื่นนอนได้ เราไม่ใช่เจ้าของตัวเอง เรานี้คือรูปกับนามทำงานกัน การตื่นของแต่ละคนเหมือนกันหมดคือ รูปต้องตื่น แต่ถ้ารูปไม่มีนามสั่งก็เดินเองไม่ได้ ยืนเองไม่ได้ ลืมตาเองไม่ได้ เพราะรูปนั้นก็เปรียบเสมือนคนตาย ตายวันเดียวก็ยังมีรูป คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ทำไมไม่ลืมตาลุกขึ้นเดิน เพราะไม่มีนามมาสั่งแล้ว ไม่มีเหตุปัจจัย จึงไม่สามารถทำงานได้

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [18 พ.ค. 2548 , 15:32:35 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 2

การฝึกอบรมจิตนั้น มีความสำคัญยิ่งยวด เพื่อจะให้สติมีกำลังอันแก่กล้าด้วยการกระทำที่ว่าค่อยๆ พัฒนาให้เกิดความเคยชิน ตั้งแต่เช้าลืมตาจนหลับตาไป เรามีการกระทบอารมณ์พอใจกับไม่พอใจอยู่ทุกขณะจิต จึงทำให้เรานั้นฟุ้งเฟ้อไปในเรื่องราวของความไม่จริง ทำให้สัญญาวิปลาส คือการจดจำสิ่งที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงนั้น มีกำลังสามารถปรุงแต่งจิตอยู่เสมอไป

การเริ่มต้นปฏิบัติโดยไม่มีจุดมุ่งหมายก็ไม่มีความหมายอะไรทั้งสิ้น การกระทำต้องตั้งเป้าหมาย กระทำไปเพื่ออะไร การเข้าห้องปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ก็เพื่อเข้าไปดูให้รู้แจ้งความจริง เมื่อเรารู้เห็นความจริงแล้ว มันจะเกิดความเบื่อหน่าย

เพราะว่าในความจริงนั้น เป็นทุกข์ ไม่เที่ยง บังคับบัญชาไม่ได้ มันจะเกิดนิพพิทาขึ้นมาเอง คือความเบื่อหน่าย เมื่อนิพพิทาเกิดขึ้นแล้ว ก็จะทำให้อยากหนีความเบื่อหน่าย คือ วิราคะ อยากจะสลัดให้พ้นนามรูป ไปเรื่อยๆ เพื่อญาณปัญญา

เราจะสามารกระทำได้โดยเร็วหรือไม่ ก็อยู่ที่ความชำนิชำนาญที่เราสามารถหลับตาแล้วคลำของได้โดยที่ไม่หันมามอง เพราะว่าเรามีความชำนาญกับวัตถุสิ่งของซึ่งอยู่กับความยึดมั่นถือมั่น และเคยทำมาเป็นประจำ เช่น นั่งอยู่ตรงนี้ จะหยิบปากกา ก็จำได้ว่ามันอยู่ตรงนี้ แล้วเราก็หยิบโดยที่เราไม่ได้หันไปมอง นี่คือความไม่เป็นระเบียบของตัวเอง

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [18 พ.ค. 2548 , 15:37:09 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 3

การที่เราจะหยิบอะไรสักอย่าง ตาจะต้องเห็น มือจึงไปหยิบถูก แต่เราให้ความชำนาญด้วยสัญญาวิปลาส นี่คือการสั่งสมเอาไว้ ทำให้จิตของเราไม่จดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพราะตาเราก็มองทางนี้ ซึ่งเป็นวัตถุที่เห็น มือเราไปอีกทางหนึ่ง

ตัวการที่สำคัญที่สุดที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอน หัวใจในปริยัติ สอนเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด แต่ในทางปฏิบัติสอนเรื่อง “สติเป็นหัวใจ”

การเรียน เรียนเพื่อให้เชื่อเรื่องชาติหน้า เชื่อเรื่องผลของการมีชาติ เมื่อเชื่อแล้วเอามาปฏิบัติ เพื่อจะได้หมดจากการมีชาติ แล้วปฏิบัติอย่างไร จึงจะหมดจากการมีชาติได้ ก็คือ ปฏิบัติเจริญมหาสติ

พระพุทธองค์ตรัสว่า ทางสายเดียวและสายเอก คือมหาสติปัฏฐาน พระพุทธองค์ไม่ได้บอกมหาปัญญาเลย เพราะการเรียนเพื่อให้เกิดปัญญา ตรงไหนเกิดปัญญา คือ การเรียนแล้วเข้าใจและยอมรับเหตุผลนั้น มีปัญญาแล้ว เวลาคิดเข้าไปก็มีปัญญา แล้วเวลาทำนั้นของจริงมันปรากฏรู้เท่าทัน ปัญญา ๓ ชนิดก็เกิด แต่ฉันใดฉันนั้น ปัญญาทั้ง ๓ ชนิดที่เรายอมยกคุณค่า ให้ความสำคัญจริงๆ มีความสำคัญมากคือปัญญา

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [18 พ.ค. 2548 , 15:38:16 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 4

แต่ลืมระลึกรู้ถึงว่า เบื้องหลังการกระทำปัญญานั้น ถ้าไม่มีสติ ปัญญาทั้ง ๓ เกิดไม่ได้เลย ไม่มีสติ ฟังรู้เรื่องไหม ไม่รู้เรื่อง คิดฟุ้งซ่าน ไม่มีสติระลึกรู้ว่า ตอนนี้ฟุ้งซ่าน คิดได้ดีไหม ไม่ได้ จินตามยปัญญาก็ไม่เกิด ระลึกรู้ไปในสมมติไหม ไม่มีสติอยู่กับปัจจุบัน ปัจจุบันอารมณ์เกิดไม่ได้

ทุกที่ทุกตำราในพระอภิธรรมยกย่องว่า ปัญญาทั้ง ๓ คือ สุตามยปัญญา จินตามยปัญญา ภาวนามยปัญญา เป็นอาวุธพิเศษ กำจัดกิเลสได้ แต่ลืมความจริงว่า เหมือนกับมีดที่มีคม เราชื่นชมว่ามีดนี้คม แต่ลืมเห็นค่าของเหล็กที่ตีออกมาเป็นมีด ฉะนั้น จึงให้ความสำคัญแก่สติตั้งแต่ขณะนี้ด้วยการฝึก ด้วยการพัฒนา


โปรดติดตามตอนต่อไปในคราวหน้า

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [18 พ.ค. 2548 , 15:39:22 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบพระคุณค่ะ
เพราะการตั้งใจ ต้องการให้มีปัญญามากๆ จนลืมนึกไปว่า...
"ถ้าไม่มีสติ ปัญญาทั้ง ๓ เกิดไม่ได้เลย"

โดย เซิ่น [18 พ.ค. 2548 , 23:22:59 น.] ( IP = 61.90.23.125 : : )


  สลักธรรม 6

ขอขอบพระคุณมากครับ
ผมได้อะไรดีๆมากมายจากกระทู้อันบ่อเกิดแห่งปัญญานี้ เพราะสิ่งที่ผมกลัวที่สุด ก็คือ ชาติหน้าความจำได้หมายรู้ ความรู้ดีรู้ชั่ว และสำนึกในคุณธรรมที่เคยบำเพ็ญบุญมาในชาตินี้ จะเลือนหายไป และจะต้องไปร่ำเรียนกันใหม่ อาจไม่ได้พบพระพุทธศาสนา หีอ ไม่ได้พบกัลยาณมิตร บัณฑิต อีก และอาจทำให้หลงผิด เสียเวลาของชีวิต แต่ผมได้คำแนะนำที่ดีจากกระทูนี้ในการแก้ปัญหานี้แล้ว
ขอโมทนาด้วยครับ

โดย Jubilee (Jubilee) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 พ.ค. 2548 , 17:28:45 น.] ( IP = 203.170.129.117 : : 192.168.12.118 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org