มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


บันไดสู่สติปัฏฐาน ๑๑







ตอนที่สิบ http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=7234


เมื่อเรียนธรรมะแล้ว พ่อจะพยายามพัฒนาให้พ้นจากความคิดว่า เรียนธรรมะแล้วเป็นผู้ที่ทิ้งโลก ทิ้งภาระ ผู้ที่เข้าถึงธรรมะแล้วเป็นผู้ซังกะตาย หมดอาลัยตายอยาก คนที่เรียนธรรมะแล้วเป็นผู้ที่ชอบปลีกออกจากโลก ไม่ได้สร้างความเจริญให้แก่โลก ชอบประนามกันเองด้วยความหลงผิด

แต่ถ้าเผื่ออธิบายแล้ว เข้าใจแล้ว ยอมรับนำไปใช้ได้ จะให้คุณค่าเป็นประโยชน์ ทางโลกอย่างมาก เพราะชีวิตจริงๆ ขึ้นอยู่กับโลกตรงนี้ ไม่ใช่โลกหน้า ตอนนี้เป็นปุถุชน ไม่ใช่เป็นพระอรหันต์ คนละเรื่องกัน

แต่พระพุทธองค์ทำให้อรหันต์เกิดขึ้นมาได้จากปุถุชนธรรมดา ซึ่งฝึกฝนสติจนเป็นมหาสติ ฉะนั้น สติจึงใช้ได้ทุกงาน สติไม่มีขอบเขตจำกัดที่ว่าจะต้องใช้ในห้องกรรมฐาน ในการปฏิบัติ ในวัด ในอารามต่างๆ เท่านั้น แต่สติเป็นหัวหน้าที่จะช่วยให้กิจทั้งปวงสำเร็จได้ด้วย

พระพุทธองค์ตรัสว่า สติที่เจริญแล้วจะช่วยในกิจทั้งปวง

โดย ของฝากจากศาลาเสือพิทักษ์ [19 พ.ค. 2548 , 07:56:10 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

กิจทั้งปวงนี้ก็คือ ทั้งทางโลกียะ ทั้งทางโลกุตตระ สติสามารถที่จะนำและควบคุมทุกสิ่งอย่างในโลกียะ ในโลกุตตระด้วย

เพราะเราไม่เข้าใจในหลักธรรมอันถ่องแท้ จึงปฏิเสธเหตุและผลอันถูกต้อง ทำให้มีความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง มีความหลงผิดเกิดขึ้น

วิธีสร้างอำนาจแห่งสตินั้น ไม่ได้เป็นของยากเลย ถ้าเผื่อเราเข้าใจคำว่าสติ สติคือการระลึกได้ สัมปชัญญะคือตัวรู้ ตัวปัญญา เช่น เราเรียนมาแล้ว การเรียนรู้ว่าชีวิตคนไม่มี สัตว์ไม่มี หญิงไม่มี ชายไม่มี ชีวิตเรานั้นคือรูปกับนาม ตรงนี้ละปัญญา หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าสัมปชัญญะ

เราจะเอาการศึกษาเล่าเรียนนี้ไปทำ เคยเรียนมาแล้วว่า นั่งอยู่ไม่ใช่คนนั่ง คือรูป เห็นก็ไม่ใช่เราเห็นเป็นนาม เอามาปฏิบัติซิ กำหนดรู้สึก พอรู้สึกตัวขึ้นมา นามเห็น ระลึกได้นี้คือสติ ตัวรู้คือปัญญา

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [19 พ.ค. 2548 , 07:56:44 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2

ฉะนั้น อะไรตัวสำคัญกว่า ถ้าเผื่อไม่มีสติระลึกรู้ รู้ไม่ได้เลย ถ้าเผื่อระลึกไม่ได้จะรู้ไม่ได้ เหมือนกับเรา เช่น ชื่อสมศักดิ์มาตั้งแต่เล็ก แม่ก็เรียก ครูก็เรียก เพื่อนก็เรียก พี่ก็เรียก แม้กระทั่งยืนอยู่ป้ายรถเมล์ สมศักดิ์ก็เยอะแยะไป เขาเรียกคนอื่น สมศักดิ์ เราก็ชื่อสมศักดิ์ ความสันทัดทำให้หันไปดู ไม่ใช่เขาเรียกเรา แต่เราหันไป เพราะเรามั่นคงกับสิ่งนั้น จำได้แม่นกับสิ่งนั้น จะระลึกได้ในสิ่งนั้น ระลึกได้ชื่อเรา

เปรียบว่าวันนี้สมศักดิ์ไปเปลี่ยนชื่อที่อำเภอ เราก็เดินทางไปอำเภอมา ระหว่างเดินทางออกมาไม่กี่ก้าว มีเพื่อนเดินสวนมาถามว่าคุณสมศักดิ์ไปไหนมา ไปอำเภอมา เมื่อกี้เพิ่งเปลี่ยนชื่อแล้ว ทำไมไปตอบเขา เราก็ไม่ได้ชื่อสมศักดิ์แล้ว

เพราะความแม่นยำของอดีตมันทำให้ปัจจุบันมี พอเรานึกได้ “เราเปลี่ยนชื่อแล้ว” เขาถาม ไปทำอะไรมา ระลึกได้ ไปเปลี่ยนชื่อ สติเกิดขึ้นก่อนจึงจะรู้ แล้วเอาชื่อใหม่นี้กลับบ้านไป เวลาจะเซ็นต์ชื่อสั่งจ่าย หรือเซ็นต์ชื่ออะไร เคยสมศักดิ์ สมศักดิ์ะลึกรู้ได้ ไม่ใช่แล้วนะ เพราะเปลี่ยนแล้ว ต้องสติเกิดขึ้นก่อนเห็นไหม สติจึงมีบทบาทสำคัญทำให้ไม่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงได้

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [19 พ.ค. 2548 , 07:57:10 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3

ฉะนั้น สติจึงมีอำนาจมหาศาลช่วยในกิจทั้งปวง สามารถที่จะนำและควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างให้อยู่ภายใต้อำนาจของสติได้ ก็เป็นเรื่องไม่ยาก เราจะต้องเริ่มต้นชีวิตทุกขณะจิตให้อยู่กับสติ แต่ไม่ได้บังคับว่าต้องทุกขณะ พยายามกระทำทุกขณะ พยายามกระทำ

คำสอนของพ่อก็คือ จงพยายามกระทำทุกขณะให้มีสติอยู่ด้วย แต่ไม่ได้บอกว่าจงมีสติให้ได้ทุกขณะ ต่างกันเลย

จงมีสติให้ทุกขณะ นั่นคืออะไร ตึงเกินไป ใครทำได้ “จง” พยายามนะ พยายามแปลว่ายังไม่ได้ ยังต้องพึ่งความเพียรอยู่ ฉะนั้น พยายามให้มีสติให้ได้ทุกขณะ แล้วจะทำอย่างไร ความพยายามนั้นจะสมหวัง เมื่อทำบ่อยๆ พัฒนาอะไรแล้วมันจะเกิดความเคยชิน รอบๆ ตัวเรานี้แหละในชีวิตที่เราอยู่ปัจจุบัน ตอนนี้เรายังไม่ได้ยืนอยู่ในโลกุตตระ

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [19 พ.ค. 2548 , 07:57:30 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4

โลกแบ่งเป็น ๒ ชนิด คือ โลกโลกียะ กับ โลกโลกุตตระ ตอนนี้โลกไหน เข้ามาในศาลาเสือพิทักษ์-โลกุตตระหรือ ไม่จริง ฟุ้งกันใหญ่ ง่วงก็มี นี้หรือโลกโลกุตตระ โลกุตตระเขาไม่ฟุ้ง เขาไม่ง่วง เขารู้สึกตัว ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา สถานที่ไม่ได้แบ่งโลก แต่ใจแบ่งโลกได้ โลกโลกียะและโลกุตตระ


ฉะนั้น อยู่ที่ใจ ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจ จึงจะต้องกระทำทุกอย่าง เริ่มต้นฝึกฝนจิตใจของเราด้วยการใช้หลัก ๓ ข้อ คือ สอนใจ ฝึกจิต และผลิตปัญญา รวมกัน

จงหมั่นสอนใจ จงหมั่นฝึกจิต จงหมั่นผลิตปัญญาอยู่เสมอๆ ความพยายามจะทำให้เกิดความสมหวังขึ้นได้ฉันใดฉันนั้น

ถ้าเผื่อหวังอย่างเดียวโดยปราศจากความเพียร หวังมากผิดหวังมาก ไม่หวังเลยไม่ผิดหวังเลย แล้วจะทำอย่างไร นี่คือบทบาทที่เราจะกลับไปจากวันนี้ แล้วใครทำใครได้

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [19 พ.ค. 2548 , 07:57:49 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5

ให้หมอดูทายที่ไหนก็แล้วแต่ว่าอายุยืน หรือจะตาย แต่กรรมปัจจุบันแรง ปัจจุบันวางไว้ไม่ประมาท ฉันก็อายุยืน ปัจจุบันสำคัญ เพราะความจริงเกิดขึ้นที่ปัจจุบัน ฉะนั้น เราไม่รู้เลยว่าวันนี้จะได้พูดภาษามนุษย์ได้ตลอดวันหรือไม่ (เพราะอาจจะตายไปในวันนี้ก็ได้) ก่อนนอนตั้งใจว่า (ตั้งแรงอธิษฐาน)

“สิ่งที่ข้าพเจ้าได้กระทำมาวันนี้ ฝ่ายที่เป็นกุศลทั้งหมดจงได้เป็นพลวปัจจัยให้ข้าพเจ้ามั่นคงทั้ง กาย วาจา ใจ ในคุณงามความดีตลอดไป อย่าได้มีอุปสรรค เพื่อในวันพรุ่งนี้ข้าพเจ้าจะมีชีวิตทำบุญต่อไป”

เมื่อตื่นขึ้นมา รู้สึกตัวมีสติ “วันนี้เราจะทำดีจนสุดความสามารถ เว้นความชั่วให้ได้มากที่สุด” พลังโมหะที่รวมอยู่มันจะได้ถูกตัดออก ไม่ต้องไปต่ออายุที่ใครเขาหรอก เราทำเอง เขาบอกสะเดาะเคราะห์และต่อชะตา ไม่ขาดทุนเลยถ้าหากรู้จักตนเอง ปากเขาพูดออกไปเพื่อระบาย แต่คนเราเล่าความรู้สึกไม่หมด กับที่ใจคิดไว้

ฉะนั้น ไม่มีใครช่วยได้ถ้าเผื่อเราไม่ช่วยตัวเอง เราจะทุกข์อย่างไร ระบายความทุกข์ออกมาเป็นคำพูด หาคำระบายออกมามันก็ไม่เหมือนความรู้สึก ไม่มีใครช่วยเราได้ ถ้าเผื่อเราไม่ช่วยตัวเอง

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [19 พ.ค. 2548 , 07:58:07 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 6

พระพุทธองค์จึงตรัสว่า ตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งแห่งตน ใจเราเป็นผู้รู้ จะปิดใครปิดไป ปิดใจตนเองไม่ได้ จิตเป็นประธาน ทุกๆสิ่ง ทุกๆ อย่างสำเร็จได้ด้วยจิต จึงต้องสอนจิตของตนเอง สอนใจ ฝึกจิต ผลิตปัญญา วันต่อวัน

อธิษฐานแล้ว ยังไม่หลับ ก่อนจะหลับ เอาวิริยะเข้าไป รูปนอน นามฟุ้ง เดี๋ยวก็หลับ โมหะตอนนอนหลับ รู้สึกตัวตอนตื่น นามตื่น ตั้งเจตนาอธิษฐานภายในวันนี้ต่อ พอเราทำดี ตั้งเจตนา เราจะทำอีกในวันพรุ่งนี้

ก่อนนอน ตื่นนอน เราอธิษฐาน ด้วยกำลังแรง ตื่นมา ความที่เราสันทัด ขอให้วันนี้ข้าพเจ้ามีการกระทำความดีให้ตลอดไปทั้ง กาย วาจา ใจ ขอให้ข้าพเจ้าหลีกเว้นจากความชั่วให้ได้ ตั้งเจตนาแล้วก็ออกไปทำมาหากิน จะโลภ จะโกรธ จะหลงบ้าง แต่เราจะไม่ทุจริตเด็ดขาด นั่นละ เป็นการสร้างทางของชีวิต

พระพุทธองค์ตรัสแล้วที่หมายคือ มรรคผล แต่เรารู้ไหมว่า ชาติหน้าเราจะถึงมรรคผล ปูทางไว้จนกว่าจะได้ ชาติหน้าที่จะมี เราอาจจะห่างไกลต่อรัศมีพระธรรม ถึงเราจะเรียนธรรมะอีก จิตเรามุ่งไปพระนิพพาน แต่ความพยายามเราไม่พร้อม เหตุปัจจัยเราไม่พร้อม มันพลาดไถลได้ ไม่ต้องรอชาติหน้าหรอก

ทุกวันนี้ชีวิตเราไถลไหม ตั้งใจไปซื้อหวี ได้กะปิ ได้น้ำปลา ตั้งใจไปตัดผม ได้ของกลับมา ๓ อย่าง กลับมาบ้านได้ ๑๐ อย่าง หรือไม่ก็ไปซื้อของ ไม่ได้ของเลยมัวแต่ไปคุย มันไถลตลอดเวลา ฉะนั้น ชาติหน้ามันไถลได้ ถึงจะมีพลังอยู่

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [19 พ.ค. 2548 , 07:58:33 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 7

บริจาคได้มากมายขนาดไหน ถ้าจิตจับอารมณ์มีโมหะ ก็ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ให้ทำบุญทำทานเท่าไหร่ก็รับไม่ได้ แต่เมื่อตายจากสัตว์เดรัจฉานไปเป็นมนุษย์ นั่นแหละจึงจะได้รับ

ฉะนั้น ระยะเวลาที่เราจะต้องไปท่องเที่ยวอยู่ในภูมิต่างๆ อะไรไม่ได้ใช้มันก็เสื่อม ถึงไม่เสื่อมยังให้ผลไม่ได้ พอเกิดในครรภ์มารดาเป็นคนอีก ความรู้พวกสุตามยปัญญายังไม่ให้ผล ให้ผลไม่ได้ เพราะเราต้องไปเรียน ก.ไก่ ข.ไข่ สระอะ สระอา บวกกับวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ ตอนนี้รุ่งเรือง คอมพิวเตอร์ การเรียนทันสมัยเรื่อยๆ

เรียนทางโลกเข้าไป เพื่อความสำเร็จ ชีวิตเสียเวลา จบไปมีครอบครัว ต้องเลี้ยงลูก ภาระ ไม่ค่อยจะว่าง ปลดเกษียณ แก่แล้ว ๗๐ - ๘๐ เริ่มเรียนหนังสือธรรมะ ไม่เท่าไหร่ตายอีกแล้ว เรียนเท่าไหร่ตายอีกแล้ว

ดังนั้น พร้อมไหม ถามว่าพร้อมหรือยังที่เราจะมุ่งหวังมรรคผลนิพพาน ใช่ พระพุทธองค์สอนให้มุ่งหวัง เราก็สร้างความหวังไว้ว่า ในการที่เราปฏิบัติชาตินี้เพื่อมรรคผลนิพพาน เราก็มีรัศมีคุ้มกัน ให้เราอยู่ในรัศมีพระธรรม เจริญสติแล้ว อะไรที่เป็นความดี ทำ ทำบุญ สร้างศรัทธา ๔ เอาไว้ จะไม่ห่างไกลรัศมีพระธรรม

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [19 พ.ค. 2548 , 07:58:54 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 8

ถึงเราจะเกิดในศาสนาพุทธ เรียนคอมพิวเตอร์ จบนี้ต้องไปเรียนเมืองนอก ติดอารมณ์ ติดความสบาย ชอบ รสนิยม ชาตินิยมเข้าร่วมตอนนั้นปุ๊บ ฉันไม่กลับไปประเทศแล้ว ได้เกียรตินิยม ดอกเตอร์ ดีกรี ไปส่งฟุตฟิตฟอไฟกัน กว่าจะได้กลับมา ก็เป็นลุงแล้ว หลานเอาหนังสือธรรมะมาให้อ่าน อ่านก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะทุกอย่างรูปเสื่อม เซลล์ในสมอง กล้ามเนื้อทุกอย่างเสื่อมหมด เส้นสมองก็เริ่มเสื่อม

จิตมันต้องอาศัยรูป ในเมื่อทำงานไม่ได้เต็มที่ อ่านๆไป ไม่ค่อยรู้เรื่อง คนแก่ยิ่งอ่านยิ่งง่วง หลับ หลับมั่งอ่านมั่ง ตายอีกแล้ว ตายไป ไปทุคติภูมิ ลืมอีกแล้ว เกิดมาเป็นมนุษย์อีกก็ปัญญาไม่ดี เรียนไม่เก่ง กำลังวังชาไม่ว่องไว จึงต้องมีการเรียนพิเศษหาเวลาไม่ได้ ไม่มีโอกาสเปิดช่องว่างให้ของเก่าไหลมาได้

ฉะนั้น ตรงนี้ความจริง ทำตรงนี้ หมั่นฝึก ตั้งเจตนาอธิษฐานทำต่อ จะอยู่ประพฤติธรรมต่อ ให้มีสติปัญญา ชาติหน้าขอให้ข้าพเจ้ามีสติปัญญา ระลึกมีเหตุมีผลอยู่ตลอดเวลา อย่าห่างไกลรัศมีพระธรรม นั่นคือการกระทำชอบของบัณฑิต

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [19 พ.ค. 2548 , 07:59:43 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 9

ไม่ใช่อธิษฐานว่า เจ้าประคุ้นขอให้ชาติหน้าเกิดมาร่ำรวยกว่านี้ ชาตินี้อดอยากเหลือเกิน อันนี้ไม่ต้องอธิษฐาน อยากรวยทำทาน ทุกคนเป็นมหาเศรษฐีได้ สร้างเหตุกับขอเวลาให้สมดุลย์กันเท่านั้น บริจาคทานบ่อยๆ สร้างความสันทัดบริจาคทานไว้ อธิษฐานขอให้เป็นเศรษฐี อธิษฐานไป ขอเวลาเท่านั้นเอง สมความปรารถนา

ไม่ใช่พอใส่บาตร เจ้าประคุ้นขอให้เป็นเศรษฐี ใส่บาตรไม่เป็นเศรษฐี แต่ทำให้ไม่อดอยาก อัตคัด ขัดสน เวลาอดข้าวก็มีข้าวกิน ปล่อยนกไม่รวย ปล่อยนกสร้างทางไม่ถูกกักขัง เราจะได้ไม่เป็นสัตว์เดรัจฉานประเภทที่มนุษย์ชอบเอาไปกักขัง เพราะเราเป็นผู้ให้อิสรภาพ ชีวิตของเราก็เจออิสรภาพ ไม่ถูกกักขัง

อดีตชาติเคยกักขังกันมาทุกคน คนมีสามี คนมีภรรยา คนมีลูกมาก กระเส็นกระสายของการกักขังมา กักขังทางจิต ไปไหนก็ไม่ได้ มันจะมีภาระกักขัง เพราะอำนาจที่มันใช้กับการกักขัง แต่มันลดลงมาแล้ว เป็นเพียงกระเส็นกระสาย

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [19 พ.ค. 2548 , 08:00:05 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 10

เราก็รู้แล้ว เราไม่ต้องการ ก็ทำเหตุให้ตรงกันข้าม เราต้องการอย่างไรเราทำเหตุนั้น เราไม่ต้องการอย่างไรเราต้องช่วยอย่างนั้น

เราไม่ต้องการถูกกักขังก็ปล่อยสัตว์ ให้ความเป็นอิสรภาพ เราไม่ต้องการอัตคัดขัดสน เราหมั่นบริจาคทาน เราเกิดมาผิวพรรณวรรณะดีเพราะหมั่นรักษาศีล ปัญญาไม่ค่อยดี ความจำไม่ค่อยดี ต้องหมั่นทำสมาธิ หมั่นหาประสบการณ์ทางปัญญา ฟังบ่อยๆ จำได้ อนุเคราะห์ ส่งเสริมสถานที่ให้ปัญญา

อยากได้อย่างไรต้องทำอย่างนั้น ไม่อยากได้อย่างไรส่งเสริมในสิ่งตรงกันข้าม

ตอนนี้ เรียนธรรมะรู้จักแล้ว แต่ปัจจุบันคือความจริง จิตที่จับอารมณ์ปัจจุบัน ตาย ถ้าเผื่อจับอารมณ์ไม่ดีไปนรก ตอนนั้นอำนาจสติสัมปชัญญะ สุตามยปัญญาที่เรียนกันทุกเสาร์ทุกอาทิตย์ส่งผลไม่ได้

น้ำที่เต็มแก้วใส่ลงไปอีกก็ไม่ได้แล้ว แต่มันไม่ได้ไปไหน ยังรออยู่ รอจนกว่าเรามีโอกาสรับเหตุปัจจัยปัจจุบันพร้อม อันนี้ถึงส่งผล สัตว์นรกอายุยืนมากเก็บข้อมูลดีไว้ อะไรไม่ได้ใช้มันเสื่อม ไปอยู่ในนรก สักพักหนึ่งเท่ากับช่วงอายุคนเป็นร้อยๆ พันๆ คน หนึ่งบวก ๑๔๐ คุณด้วย ๔ ความรู้ที่มีอยู่ก็ลืมหมด


โปรดติดตามตอนต่อไปในคราวหน้า

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [19 พ.ค. 2548 , 08:00:25 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org