มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


บันไดสู่สติปัฏฐาน ๑๓








ตอนที่สิบสอง http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=7246


หลักการปฏิบัติฝึกสติ


๑. ควรมีสติประกอบไปด้วยการเคารพต่อผลของการปฏิบัติ ไม่ก้าวล่วงคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะเรารู้แล้วว่าสติสามารถทำให้ถึงมรรคผลนิพพานได้ ที่เรายังไม่ถึง ที่เรายังเผลออยู่เพราะเรายังขาดความเพียร เหตุอดีตเรายังไม่พอ เราต้องสร้างเหตุที่ปัจจุบันด้วย จึงไม่ย่อท้อต่อการปฏิบัติ

นอกจากไม่ย่อท้อแล้ว ยังต้องไม่กล่าวล่วงคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย เพราะว่านับเนื่องตั้งแต่โสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผล สกทาคามิมรรค สกทาคามิผล อนาคามิมรรค อนาคามิผล จนถึงอรหัตตมรรค อรหัตตผล เป็นผู้ยืนยันว่า พระนิพพานเป็นบรมสุขจริงๆ

ผู้ที่พบคือ ผู้ที่พ้น

แต่เรายังไม่ถึง เราควรอย่าประมาทและอย่ากล่าวคำก้าวล่วง คือไม่ลบหลู่ดูหมิ่นเพราะว่าจะทำให้เราเกิดวิจิกิจฉา ความลังเลสงสัย

โดย ของฝากจากศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ค. 2548 , 17:44:01 น.] ( IP = 202.183.134.26 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

๒. ควรมีสติระวังรักษาร่างกายให้อยู่ในอาการสงบ ถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องทำกิจใดทั้งปวง เราควรจะทำความปกติให้เกิดขึ้นในกาย วาจา ใจให้มากที่สุด คือ การสำรวมในอินทรีย์ นั่นเอง

ความไม่จำเป็นต่างๆ ที่สร้างความเคยชินทำให้เกิดความประมาท เช่น พูดไปเกาหัวไป เป็นลักษณะที่ไม่สุภาพ แล้วก็ทำให้เราไม่เป็นระเบียบ ไม่จำเป็นไม่ต้องทำกิจใดๆ ทั้งปวง

ร่างกายของเราตามปกตินี่ ความจำเป็นเท่านั้นจึงจะเกิดการกระทำ คือ ไม่จำเป็นไม่ต้องนอน การนอน นอนไปเพื่ออะไร เพื่อให้ร่างกายพักผ่อน เพราะทำงานมาเหนื่อย อ่อนเพลีย ที่เรานอนเพราะอยากนอน นั่นก็คือถีนมิทธะ ความง่วงเหงาหาวนอน

จำไว้ว่า ท่านอน คือ ท่าขวางต่อทางพระนิพพาน ไม่จำเป็นไม่ต้องนอน ไม่จำเป็นไม่ต้องนั่ง ไม่จำเป็นไม่ต้องยืน ไม่จำเป็นไม่ต้องเดิน

จะจำเป็นก็ต่อเมื่อเดินแล้วเมื่อย เมื่อยแล้วนั่ง นั่งแล้วเมื่อย เมื่อยแล้วยืน ยืนแล้วเมื่อย เมื่อยแล้วนั่ง นั่งแล้วนอนเพื่อแก้ไขทุกข์ อย่าเพื่อแก้ไขอยาก นี่คือข้อที่ ๒ ของการปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ค. 2548 , 17:44:48 น.] ( IP = 202.183.134.26 : : )


  สลักธรรม 2

๓. ถ้ามีกิจจำเป็นจะต้องทำเกิดขึ้น ไม่ควรลงมือกระทำทันที ขั้นแรกให้สงบนิ่งอยู่ก่อนเพื่อให้สตินั้นมีกำลังมากขึ้นควบคุมความปรารถนา คือความต้องการจำไว้ในใจแล้วก็นำสติไปในการกระทำทุกงาน

เช่น เมื่อเกิดหิวน้ำ กระหายน้ำไม่ควรดื่มน้ำทันที และดื่มลงไปในลักษณะที่ติดต่อกันไม่มีการเว้นระยะนั่นคือ ความไม่มีสติ ต้องหยุดชะงักก่อนทำ เมื่อรู้สึกกระหายน้ำ รู้สึกตัวว่าทุกข์เกิดขึ้นแล้ว จะได้เห็นว่าที่ต้องทำมันเป็นทุกข์ ที่มีชีวิตอยู่มันเป็นทุกข์

เมื่อกำหนดรู้สึกตัว ระลึกรู้สึกตัวว่าทุกข์มันเกิด มองภาชนะที่เราจะต้องกิน เอามือจับ มีความสำรวมอยู่ทุกขณะจิต เอาสตินำ ยกมาถึงกิน

ไม่มีใครมาบังคับว่าจะต้องกินอึ๊กๆๆๆ ให้หมด ไม่พอก็เติมใหม่ได้ เมื่อรู้สึกพอแล้ว แก้กระหาย คือแก้ทุกข์ได้แล้ว มองสถานที่ที่จะเอาภาชนะนี้ไปตั้ง เพื่อกันความประมาท เมื่อเสร็จแล้ว มือไม่จำเป็น ต้องทำสำรวมไว้

เมื่อจะกินอาหาร ไม่ใช่รีบร้อนเกินให้มีความสงบก่อน แล้วค่อยมองว่าจานอยู่ไหน ช้อนอยู่ไหน จะได้หยิบได้ถูก จะทำอะไร ตาต้องเห็น ธรรมชาติของมนุษย์จะเห็นอะไรได้ ต้องมีตาเปิด มีแสงสว่าง มีความตั้งใจ มีรูปมากระทบ

เหมือนจะหยิบดินสอก็เหมือนกัน เรานั่งอยู่นี่ เรารู้ว่าดินสออยู่ข้างนี้ เอื้อมมือหยิบโดยไม่ดู ไม่มีสติ จะหยิบดินสอ ต้องมองไป ไม่เสียเวลามาก แล้วเราจะเป็นผู้ได้มากด้วย นั่นก็คือ มีกิจจำเป็นต้องทำ ไม่ควรลงมือกระทำทันที

ขั้นแรก ควรสงบนิ่งเสียก่อนให้สติเกิดขึ้น แล้วนำสติไปใช้ในทุกๆ งาน สติควบคุมไปในงานทุกๆ งานด้วยความรอบคอบ

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ค. 2548 , 17:45:14 น.] ( IP = 202.183.134.26 : : )


  สลักธรรม 3

๔. ควรมีสติควบคุมร่างกาย ถ้ามีสิ่งใดก็แล้วแต่มารบกวน มีเสียงดังมาทำให้เกิดความรำคาญ ก็ไม่ควรกระทำอะไรออกไปทันที ทั้งทางกาย วาจา ควรพิจารณาควบคุมทุกอย่างให้เกิดขึ้นด้วยสติ ด้วยการรู้ว่า ที่กระทบคือวิบาก ที่กำลังกระทำคือกรรม

เช่น เรานั่งกำลังสบายอยู่ มีคนวิ่งดังตึงๆ หรือเปิดวิทยุดัง เปิดทีวีดัง ลูกตีกัน ทำให้ตกใจ ก็ด่าไปทันที นั่นก็คือ มีโทสะในการกระทำ ที่ว่าออกไปนั่นคือ กรรม

ต้องสร้างความสงบให้เกิดขึ้นก่อน แล้วปัญญาจะเข้ามาพิจารณาว่า ควรทำอย่างไรไปในทางที่ถูก เปิดโอกาสให้มีปัญญามากขึ้นนั่นเอง

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ค. 2548 , 17:45:35 น.] ( IP = 202.183.134.26 : : )


  สลักธรรม 4

๕. ควรมีสติเฝ้าดูอิริยาบถ อิริยาบถคือ การเดิน การยืน การนั่ง การนอน การเหยียด การคู้ การก้ม การเงยต่างๆ เป็นบางครั้งบางคราว เพื่อป้องกันความวิปริตผิดแปลกจากรูปร่างปกติ

รูปร่างตามปกติของคน ถ้าเผื่อยืนขึ้น มือ เท้าห้อยตรง นั่งอยู่ ถ้าเผื่อไม่ปกติก็คือ มีนามสั่ง มือจึงยกได้ ถ้านามไม่สั่ง มือยกขึ้นไม่ได้เด็ดขาด เพราะอะไร คนตายวินาทีเดียว นามไปปฏิสนธิแล้ว คนตายยกมือเองไม่ได้ เพราะไม่มีนามสั่ง

ฉะนั้น นาม เป็นผู้บงการ เป็นผู้สั่งให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องควบคุมการกระทำเพื่อมิให้เกิดความประมาท

ประมาท แปลว่า กล้าเสี่ยง ไม่ว่าจะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน ทำทุกอย่างเพื่อแก้ทุกข์ อย่าทำเพื่อแก้อยาก

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ค. 2548 , 17:45:57 น.] ( IP = 202.183.134.26 : : )


  สลักธรรม 5

๖. ควรมีสติเฝ้าดูอิริยาบถ ที่มีความคล่องแคล่วเป็นบางครั้งบางคราว เพื่อป้องกันความวิปริต ผันแปร ผิดรูปร่าง เกิดขึ้นในอิริยาบถ เช่น มีการนั่งเหยียดขา โยกไปโยกมา ให้กำหนดรู้ทันว่าเป็นท่าผิดปกติ มันเกิดขึ้นจากตัณหา เป็นของไม่ดี

เหมือนกับเมื่อเห็นแขกมา เราเรียกชื่อไปเลยแล้วประนามว่าไม่ดี แขกจะได้ไม่กล้ามาอีก เพราะเราไม่ต้องการให้มา

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ค. 2548 , 17:46:19 น.] ( IP = 202.183.134.26 : : )


  สลักธรรม 6

๗. เมื่อกำลังพูดอยู่ ควรมีสติคอยระวังการเคลื่อนไหว ของมือ ของเท้าของศีรษะ ของการกระทำ ที่เป็นเหตุให้เกิดความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้ามากเกินไป ในลักษณะที่ไม่สมควร ซึ่งเกิดจากการดีใจหรือเสียใจมากเกินไป

เช่น ร้องอุทาน หรือตบขาตัวเอง ตีมันทำไม ร่างกายมันเสื่อมอยู่แล้ว ทำลายมหาภูตรูป ความไม่จำเป็นต่างๆ ไม่สุภาพด้วย แล้วก็ไม่มีสติควบคุม ต้องคอยระวังมือเท้าอิริยาบถ การพูดโทรศัพท์ ควรมีสติจับหูโทรศัพท์ไว้ให้มั่นคง เพื่อจะได้ไม่หลุดมือ

ขณะที่พูด ไม่จำเป็นต้องใช้มือทำท่าทำทางไปด้วย เช่นไม่ต้องชี้ให้เขา เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือทำมือเป็นความหมายอย่างอื่น เพราะเขามองไม่เห็น จะพูดอะไรก็แล้วแต่ เราต้องทำให้เป็นเอก คือทำทีละอย่าง

เช่น กินข้าว ธรรมชาติของคนเราในสมัยดั้งเดิม โบร่ำโบราณ กินข้าวมือเดียว ที่เรามามีเครื่องทุ่นแรงช่วยนั้น ก็เกิดจากการที่เราจะต้องรีบร้อน ทำให้มัน ล่ก ล่ก ล่ก ให้มันเสร็จๆ

ถ้าเรามีสติในการกิน ไม่ประมาท มันก็ไม่หกเลอะเทอะหรอก ไม่จำเป็นไม่ต้องทำ ในขณะที่พูดอยู่นี่ มีความสำคัญมาก ไม่ควรให้มีความเปลี่ยนแปลงวิปริตบนใบหน้ามากเกินไป จนทำให้ผู้พบเห็นเกิดความขาดศรัทธา

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ค. 2548 , 17:46:40 น.] ( IP = 202.183.134.26 : : )


  สลักธรรม 7

๘. ควรมีสติในการพูด ซึ่งผู้ฟังเข้าใจได้ชัดเจน ไม่ดังเกินไป และไม่ใช้คำหยาบ เมื่อเรารู้ว่าคนที่กำลังรับฟังเรา เขารับฟังพวกนี้ได้ง่าย เราไม่ต้องชักแม่น้ำทั้งห้า หรือพูดคำอะไรที่พิเศษที่แปลยาก เพื่อจะให้เขาบอกว่าเก่ง

นั้นไม่จริง ฟังยาก ไม่เป็นประโยชน์แก่ตัวเองและไม่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น ไม่เป็นประโยชน์แก่ตัวเองอย่างไร ถ้าเราพูดภาษาบาลี แล้วเราก็ต้องนั่งแปลให้เขา มันเป็นการอ้อม แล้วไม่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น เพราะเขาฟังไม่รู้เรื่อง

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ค. 2548 , 17:47:02 น.] ( IP = 202.183.134.26 : : )


  สลักธรรม 8

๙. เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่จะต้องพบปะ เจอะเจอสังสรรค์กับคนที่มีการศึกษาน้อย หรือมีฐานะ หรือมีอะไรก็แล้วแต่ ที่เรารู้ว่าต่ำกว่าเรา ต้องมีสติ พยายามทำความคิดของตัวเองให้เป็นที่ยอมรับ ไม่ใช่ให้เขายอมรับเรา เราต้องเป็นผู้ยอมรับเขา เขาจึงจะยอมรับเรา คือ การสร้างมิตรและพิชิตศัตรู

๑๐. ควรมีสติระลึกอยู่เสมอว่า จิตของเรานั้นเปรียบเสมือนช้างตกมัน ต้องคอยล่ามไว้กับเสาเพื่อมิให้หลุดรอดหนีไปตามกิเลสตัณหาได้ คือต้องมีความสงบภายในอยู่ตลอดเวลา ไม่ต้องรอให้สงบภายนอก

๑๑. ควรที่จะพิจารณา ตรวจสอบสภาพจิต ว่า จิตของเราตอนนี้มีอะไร จิตมีโลภไหม จิตมีโกรธไหม จิตมีหลงไหม ตรวจสภาพ เพื่อจะค้นหา เป็นธัมมวิจยะว่า โลภ โกรธ หลง นั้นมันดีหรือชั่ว ให้ผลอย่างไร ใครเป็นผู้ได้รับ

๑๒. เมื่อมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในที่ชุมนุมชน หรือเหตุการณ์เฉพาะตัว ควรระลึกถึงกฎ ๑๑ ข้อที่กล่าวมาแล้ว พึงรักษาสติเอาไว้เพื่อป้องกันการถูกฉุดกระชากไปในทางกิเลสและตัณหา

๑๓. ต้องมีสติระลึกอยู่เสมอว่า ถ้าผู้ใดไม่มีสติ ผู้นั้นอย่าริหาพระนิพพาน เพราะถ้าไม่มีสติ ก็ต้องสร้างทางเกิดใหม่อยู่ตลอดไป

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ค. 2548 , 17:47:23 น.] ( IP = 202.183.134.26 : : )


  สลักธรรม 9

จงจำไว้ว่า จิตของคนเราเปรียบเสมือนช้างตกมัน ต้องล่ามไว้กับเสา เสาในที่นี้คือสติ

จะทำอะไรให้หยุดชะงักก่อนกระทำทุกครั้ง เราจะเป็นผู้สง่าผ่าเผยในทุกๆ สถานที่ ความสง่าผ่าเผยจะมีได้ก็ต่อเมื่อมีสติอยู่กับตน ทุกอย่างฝึกได้ ไม่ขึ้นต้น แล้วจะจบลงตัวไม่ได้ ถ้าเรารู้จัก ความยุ่งเยิงสารพัดจะไม่มีที่สิ้นสุดถ้าไม่หยุดที่ตน เราต้องการปัญหาน้อย ต้องการแก้ไขน้อย ต้องการพูดน้อย

ใช้หลักอันนี้ ไม่จำเป็นไม่ต้องพูด ไม่จำเป็นไม่ต้องไปค้านใคร ไม่จำเป็นไม่ต้องออกความคิด ไม่จำเป็นไม่ต้องถาม

เพราะความไม่จำเป็นต่างๆ นี้ สร้างเรื่องวุ่นวายให้ แต่ถ้าเกิดจำเป็นต้องพูด ต้องค้าน ต้องถาม ต้องแก้ไข ต้องเสนอ จงพูดให้น้อยที่สุด จะผิดน้อยที่สุด

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ค. 2548 , 17:47:46 น.] ( IP = 202.183.134.26 : : )


  สลักธรรม 10

เมื่อโลภะ โทสะ โมหะมันไวแล้ว ต้องสั่งงานมันมากไหม ไม่ต้องสั่งงานมาก มันถูกพัฒนา มันชิน

ทีนี้สติที่ฝึกไว้ ฝึกไว้ พัฒนาไว้ดี ทีหลังเมื่อมีอะไรมากระทบ สติเร็วแล้ว สตินี่เป็นตัวเก่งมาก คอยคุ้มครองดูแลจิต มิให้หลงผิดไปตาม โลภะ โทสะ โมหะ

ขอย้ำว่าเรื่อง การกินและการพูด ตัณหาจะเกิดได้มากที่สุด การพูดควรมีสติตลอดเวลา เมื่อรู้ว่าตัณหาเป็นบ่อเกิดแห่งความทุกข์ ค่อยๆ ตัดออก มันจะได้ไม่ลืมตัว

อะไรทุกอย่างถ้าเรารู้วามันยาก เพราะเราฝึกให้ยากมาแล้ว แต่เรามีความพอใจที่จะทำให้มันฝึกง่ายขึ้น ด้วยความเพียร คือวิริยะ คำว่า “ยาก” ก็จะค่อยๆ ลดลง แล้วกลายเป็นง่ายขึ้นมาเอง ให้ปฏิบัติเลย จะได้ไม่เสียเวลา จะได้ไม่ต้องไปหาไฟประลัยกัลป์


โปรดติดตามตอนต่อไปในคราวหน้า


โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ค. 2548 , 17:48:08 น.] ( IP = 202.183.134.26 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org