มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ลักษณะของผู้ที่......




สวัสดีตอนเช้าทางแคนาดาค่ะเพื่อนๆธรรมทุกท่าน Frosty มีหนังสือเล่มหนึ่งจากเพื่อนชาติเดียวกันที่เขาให้มา อ่านหลายรอบ ทำให้เข้าใจอะไรอีกเยอะมากๆ เพราะหนังสือเล่มนี้ที่ทำให้ตัวเอง เริ่มหันมาทำบุญกุศลเพิ่มขึ้น และหนังสือเล่มนี้ให้กำลังได้อย่างดีเลยทีเดียวค่ะ ในเมื่อมีของดีอยู่ในมือแล้ว ก็ไม่อยากเก็บเอาไว้คนเดียว ขอนำมาเผยแผ่แก่เพื่อนๆธรรมทุกท่านค่ะ สำหรับรูปภาพฝรั่งเกี่ยวกับเทพธิดา เทพบุตรนั้น ได้รับการอนุเคราะห์มาจากเพื่อนชาติเดียวกัน เธอได้ศึกษาเรื่องเหล่านี้ และค้นหาภาพต่างๆ เพราะการที่คืนหนึ่งเธอ.... (มีอายุแล้ว อายุเธอมากแล้ว และเธออยู่ในศีลในธรรม ตั้งมั่นสร้างแต่ความดีมาตลอดชีวิตของเธอ)

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 พ.ค. 2548 , 22:54:55 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]


  สลักธรรม 1

คืนหนึ่งหลายปีผ่านมาแล้ว เธอก็สวดมนต์ตามปกติ และเข้าสมาธิวิปัสสนาเหมือนที่เคยทำและปฏิบัติมาติดต่อกันหลายปี เธอบอกว่าสิ่งที่เห็นทางสมาธินั้น เกิดขึ้นเอง เหมือนกับเราดูหนังอย่างไรก็อย่างนั้นเลย เธอบอกว่าสิ่งที่เธอเห็นนั้นเป็นผู้หญิงสวยมากๆ สวยที่สุด สวยกว่าผู้หญิงใดๆในโลกนี้ สวยกว่านางงามหลายร้อยเท่า เธอบอกว่า สิ่งที่เห็นนั้นชัดขึ้นๆเรื่อยๆ แล้วเธอก็ถามผู้หญิงคนนี้ว่า "ท่านเป็นใคร มาทำไม ต้องการอะไร" หญิงงามคนนี้ก็ตอบว่า "เราชื่อ เทพธิดาวีนัส เป็นเทพธิดาแห่งความรัก ท่านเคยถามหาเราหลายปีมาแล้ว เรามาปรากฎให้ท่านเห็นว่า เรามีจริง เทพธิดาเทพบุตรฝั่งนี้ก็มีจริง สวรรค์ก็มีจริง" เธอเล่าว่า "งามมากๆ งามที่สุด" แล้วภาพนั้นก็ค่อยๆหายไป สิ่งเริ่มต้นนี้เองที่ทำให้เธอผู้นั้นค้นคว้าเกี่ยวกับสวรรค์ นรกของฝรั่งทางตะวันตกว่ามีจริงไหม ทำดี ทำชั่วแล้วได้รับสิ่งนั้นจริงไหม เหมือนกับของทางเอเชียหรือไม่............เธอเล่าว่า ไม่เคยคิด ว่าจะได้เห็นภาพเหล่านี้ทางนั้น เคยเห็นแต่ของไทยๆเรา มันเกิดขึ้นมาเอง อาจจะเป็นเพราะบุญกุศลของเราที่ได้สะสมและทำมานั่นเอง ทำให้มาเห็นอะไรต่ออะไรเวลาเรานั่งสมาธิ เบื้องบนท่านจะเห็นความดีของเรา ทำให้ปรากฎในสมาธิจิต......เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจให้กับเราว่า สิ่งเหล่านี้มีจริง นรก สวรรค์มีจริง....

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 พ.ค. 2548 , 23:09:40 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 2

เธอว่า..พอได้เห็นเทพธิดาองค์นั้นแล้ว ก็ไม่แน่ใจ เธอก็เริ่มไปค้นหาหนังสือต่างๆในห้องสมุด และร้านหนังสือทุกแห่งในเมืองที่อยู่ เพื่อที่จะดูภาพเทพธิดาต่างๆ จนกระทั่งเธอได้ไปร้านหนึ่งที่ขายหนังสือเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้และมีของใช้ต่างๆเกี่ยวกับเทพบุตรเทพธิดาด้วย เธอบอกว่า พอเห็นร้านนี้แล้วขนลุกซู่ขึ้นมาเอง ก็กล้าๆกลัวๆเข้าไปในร้าน ไปดูของต่างๆที่มีรูปเทพธิดาเทพบุตรมีปีก และมีชื่อเรียกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการอ่านไพ่ (เหมือนเมืองไทยเลย) หนังสือเกี่ยวกับนรก-สวรรค์ เทพธิดา เทพบุตร ที่ทำหน้าที่บนสวรรค์ องค์ใดใหญ่สุด (เหมือนของไทยเลย) สวรรค์แต่ละชั้นเป็นอย่างไร แล้วเธอก็เล่าเจ้าของร้านฟังว่า เธอเห็นหญิงงามคนหนึ่งทางสมาธิวิปัสสนา บอกว่า ชื่อนี้ๆ มีรูปของเทพธิดาแห่งความรักชื่อนี้ไหม เจ้าของร้านได้ฟังก็ขนลุกซู่เช่นกัน บอกเธอว่า "มี" ชื่อเทพธิดาวีนัส เป็นเทพธิดาแห่งความรัก ทำหน้าที่อื่นด้วย ก็แล้วแต่ท่านจะมาปรากฎกายให้เห็นในสภาพใด อย่างใด เทพบุตรบางองค์ก็มาปรากฎให้เห็นในลักษณะหญิง เธอบอกว่า "เราเป็นคนไทยนะ แล้วเราไปอยู่ประเทศนั้น ไม่เคยรู้เรื่องเทพธิดาองค์นี้ว่าชื่ออะไร ทำหน้าที่อะไรเลย แล้วทำไมเรามารู้ว่า ฝั่งนี้มีเทพธิดาชื่อนี้ด้วยล่ะ...." แล้วเจ้าของร้านก็นำหนังสือเล่มเล็กเล่มหนึ่งให้เธอดู และเลือกว่า เทพธิดาองค์ใดไปปรากฎให้เธอเห็นทางสมาธิวิปัสสนา ......

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 พ.ค. 2548 , 23:20:21 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 3

แล้วเธอก็ชี้ภาพหนึ่งให้เจ้าของร้านดูว่า "นี่ไง คนนี้แหละที่เราเห็น" ทุกคนที่ได้ยินในร้านต่างเกิดปิติที่คนต่างชาติได้พบเห็นเทพธิดาวีนัสทางสมาธิวิปัสสนา ทุกคนที่กำลังฝึกต่างบอกว่า "พวกเราก็ได้พบเหมือนกัน และมีองค์อื่นอีกเยอะเลย บ้านเมืองของเธอได้สอนเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ด้วยเหรอ" เธอก็บอกว่า "ทางเอเชียก็มีสอน พระพุทธเจ้าสอนให้ทำดี มีเรื่องเกี่ยวกับสวรรค์แต่ละชั้น และเกี่ยวกับนรกเช่นตะวันตก และเป็นที่เดียวกันที่พวกเราต้องไป แล้วแต่ความดีที่เราทำขณะที่มีลมหายใจอยู่นี้" พวกเขาก็ถามเพื่อนอาวุโสนี้ว่า "นึกอย่างไรถึงได้เดินทางนี้ " เธอก็ตอบว่า "เพราะความทุกข์ที่มีน่ะสิ ถึงได้เดินทางนี้ เพื่อศึกษาสิ่งที่พระพุทธเจ้าได้สอนมาให้ทำความดี สิ่งที่เราเจอ เพราะกรรมนั่นเอง และพระองค์ได้สอนหนทางหลีกเลี่ยงกรรมต่างๆด้วย" ทุกคนฟังแล้ว ก็ขนลุกซู่ตามๆกัน แม้แต่ตัว ฟรอสที้ เอง เพื่อนๆคนไทยด้วยกัน ฟังผู้ใหญ่อาวุโสท่านนี้เล่าให้ฟัง ก็เกิดอาการขนลุกเช่นกันค่ะ พอเธอกลับเมืองไทย ก็ไปค้นหาซื้อหนังสือเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ทันที ก็ได้มาสองสามเล่ม พอเธอจบแล้ว ก็ได้มอบให้กับฟรอสที้ มาอ่านต่อค่ะ เป็นอย่างไร มาติดตามกันต่อไปนะค๊ะ.....

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 พ.ค. 2548 , 23:39:40 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 4

"มหาสีหนาทสูตร" เกี่ยวกับเรื่องสวรรค์นี้ ในพระไตรปิฎก มีปรากฎมากแห่งทีเดียว แต่มักจะใช้รวมกันว่าไปเกิดใน "สุคติโลกสวรรค์" พระพุทธเจ้าเองก็ตรัสยืนยันไว้ ในที่มากแห่งเกี่ยวกับบุคคลที่ไปเกิดในสวรรค์ เพราะทำกรรมดีเอาไว้ ดังที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสกับพระสารีบุตร ใน มหาสีหนาทสูตร คัมภีร์มัชฌนิกาย มูลปัณณาสก์ ตอนหนึ่งว่า.......

"ดูก่อนสารีบุตร เราย่อมรู้จักเทวดาทั้งหลาย ทางไปสู่เทวโลกและปฏิปทาที่ยังสัตว์ให้ถึงเทวโลก อนึ่ง สัตว์ผู้ปฏิบัติโดยประการใดเบื้องหน้าแต่การตายเพราะกายแตก ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เราย่อมรู้ประการนั้นด้วย"

นี้คือข้อความที่พระพุทธเจ้ายืนยันว่า พระองค์เองรู้จักเทพยดาทั้งหลาย ทั้งรู้จักทางที่ไปสู่เทวโลก และปฏิปทาที่ให้สัตว์ไปเกิดในเทวโลก ก็เมื่อบุคคลปฏิบัติโดยประการใด ตายแล้ว็เข้าถึงสวรรค์ พระพุทธเจ้า ก็ทรงทราบประการที่คนเหล่านั้นปฏิบัติด้วย

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ค. 2548 , 00:38:28 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 5

พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้อีกใน วิตถตสูตร คัมทภีร์อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาติว่า "ราชสมบัติของมนุษย์เป็นเหมือนสมบัติของคนกำพร้า เมื่อเทียบกับสุขอันเป็นทิพย์"

ข้อนี้หมายความว่า สมบัติในโลกมนุษย์แม้แต่กรเสวยราชย์ของพระราชาหรือแม้ของพระเจ้าจักรพรรดิ ถ้าเทียบกับสมบัติในสวรรค์แล้วเหมือนกับสมบัติของคนกำพร้า คือ คนกำพร้านั้นไม่ค่อยมีสมบัติอะไร ค่อนข้างยากจน เพราะฉะนั้น สมบัติในโลกมนุษย์นี้ถ้าเทียบกับสวรรค์แล้วก็นับว่าเป็นสิ่งที่น้อยมาก

ความพิเศษอีกหลายอย่างที่เทพเจ้าทั้งหลายมี แต่มนุษย์ไม่มีเช่น เทพเจ้าทั้งหลายไม่แก่ (คือไม่มีอาการแก่ให้ปรากฎ) ไม่มีเส้นเอ็น มีรูปร่างหนุ่มสาวอยู่เป็นนิตย์ นางเทพธิดาทั้งหลายปรากฏเหมือนมีอายุราว 16 ปี ส่วนเทพบุตรปรากฏเหมือนมีอายุราว 20 ปี มีวรรณะทิพย์และโภคสมบัติไพบูลย์มากยิ่งขึ้นทุกวัน ดังข้อความที่พระโพธิสัตว์ ซึ่งเสวยพระชาติเป็นท้าวสักกเทวราช ได้ตรัสไว้ในอุทยชาดก แห่งเอกาทสนิบาติ ว่า.........

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ค. 2548 , 00:46:07 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 6

Frosty ต้องขออภัยเพื่อนๆธรรมทุกท่านที่เข้ามาอ่านข้อมูลเหล่านี้ ถ้ามีผิดพลาดในการพิมพ์ ต้องของอภัยเป็นอย่างสูง เพราะคีย์บอร์ดมีแต่ภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียวค่ะ และมองยากว่า แป้นภาษาไทยคำใดอยู่ตรงไหนบ้าง แม้แต่ภาษาอังกฤษ บางคำก็หายไปหมดแล้ว พิมพ์นี้ก็ใช้แบบสัมผัสเท่านั้นค่ะ ต้องขออภัยข้ามแดนค่ะ คีย์บอร์ดเก่ามากๆค่ะ ตัวอักษร อันตรธานหายหมดแล้ว ภาษาไทยไม่มีเลยสักคำค่ะ ถ้าเจอผิด อภัยให้กันนะค๊ะ

กราบขอบพระคุณค่ะ

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ค. 2548 , 00:50:47 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 7

เทวดาทั้งหลาย ย่อมไม่แก่เหมือนมนุษย์
เทวดาเหล่านั้นไม่มีเส้นเอ็นตามร่างกาย
ผิวพรรณทิพย์ และโภคสมบัติอันไพบูลย์
ของเทพเหล่านั้น มีมากเพิ่มขึ้นทุกวัน"
ทั้งนี้ก็เพราะว่า เทวดาทั้งหลายทำบุญไว้มาก มีสมบัติทุกอย่างเป็นทิพย์หมด เช่น กินอาหารทิพย์ และมีร่างกายเป็นทิพย์ ที่เรียกว่า "อทิสสมานกาย คือ มนุษย์ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเนื้อ" จึงมีลักษณะพิเศษกว่ามนุษย์หลายเท่า ดังนั้น การเกิดเป็นเทพจึงุถือว่าเป็นบุญ เพราะเกิดด้วยอำนาจบุญกุศลที่ผู้นั้นเคยทำไว้.....

เนื่องจากผู้เกิดใหม่ในสวรรค์นั้น ไม่ได้อาศัยครรภ์ของมารดา เพราะฉะนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่มาเกิดก่อนกับผู้ที่เกิดในภายหลัง จึงไม่เหมือนกับความสัมพันธ์ของครอบครัวในโลกมนุษย์ ชาวสวรรค์จึงมีระเบียบปฏิบัติต่อผู้เกิดใหม่ อันนี้เป็นกฎระเบียบสำหรับผู้เกิดในสรวงสวรรค์ทั้ง 6 ชั้นนั้น ว่าใครเกิดมาอย่างไร ใครทำหน้าที่อะไร คือ......

หมายเหตุ ข้อความต่อไป น่าสนใจมากๆ ทำให้สิ่งที่เราไม่รู้ได้รับรู้ และเป็นพลังใจอย่างดีส่วนหนึ่งที่จะทำให้เราเกิดความศรัทธาในการสะสมกรรมดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ เพื่อนๆธรรมอ่านแล้วคงจะมีความรู้สึกอย่างเดียวกับ ท่านผู้ใหญ่อาวุโสที่ให้หนังสือเล่มนี้มา ก็ได้ค่ะ เธอบอกว่า พออ่านถึงตรงนี้แล้ว ทำให้มีกำลังใจเป็นอย่างมาก เธอพูดว่า "ใครที่หมั่นสะสมความดี กรรมดีไว้ตลอดชีวิต นับว่าโชคดีที่สุด จะเห็นผลเมื่อเราสิ้นลมหายใจไป แล้วไปเกิดใหม่ ตามกรรมดีนั้นๆไปหนุน ใครทำใครได้ เราไปหยิบยื่นสิ่งนี้ให้กันไม่ได้ ตัวเราต้องทำของเราเอง"

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ค. 2548 , 01:16:02 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 8

ผู้ที่เกิดใหม่ที่สร้างบุญกุศลไว้มาก จะมีวิมานเป็นของตัวเอง วิมานนั้นจะหรูหราใหญ่โตสักปานใดก็ขึ้นอยู่กับอำนาจกุศลที่ทำไว้ ข้อนี้หมายความว่า ถ้าใครทำบุญไว้มาก ก็ไม่ต้องอาศัยวิมานของคนอื่น มีวิมานเป็นของตัวเอง เหมือนกับคนในปัจจุบัน ถ้าร่ำรวยแล้วก็ไม่ต้องไปเช่าบ้านของใคร ไม่ต้องไปอาศัยใคร ก็มีบ้านเป็นของตัวเอง

สำหรับผู้ที่เกิดใหม่ที่สร้างบุญกุศลไว้น้อย ไม่อาจจะมีวิมานเป็นของตัวเองได้ ต้องไปอาศัยวิมานของคนอื่น ฐานะของเทพยดาพวกนี้จึงอยู่กับสถานที่เกิด เทวดาพวกนี้เมื่อไปอาศัยเกิดในวิมานของเทวดาอื่นจึงมีฐานะแตกต่างกันไป คือ....

มีต่อ.......

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ค. 2548 , 01:23:12 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 9

ที่ผ่านมากระทู้บนๆ พิมพ์ผิดเยอะเลย ขออภัยค่ะ จะพยายามไม่ให้ผิดนะค๊ะ จะพยายามค่ะ

ภาพสลักธรรมที่ 4 ภาพวาดมีคำบรรยายว่า ระหว่างสวรรค์ และ นรก แล้วมีรูปกลมๆด้วย นั่นคือระหว่างสองสิ่งนี้ค่ะ สิ่งที่อยู่ระหว่างสวรรค์ และ นรก ของฝรั่ง ก็คือ โลกมนุษย์ นี่เองค่ะ......

1.ผู้ที่ไปเกิดบนตักของเทพยดาองค์ใด ต้องเป็นบุตรหรือธิดาของเทพยดาองค์นั้น เพราะฉนั้น เราจึงพบว่าเทวดาบางองค์มีบุตรธิดา แท้จริงก็ไปเกิดบนตักเขา จึงถือว่าเป็นลูกของเทวดาองค์นั้น จึงมีชื่อว่า เทวบุตร เทวธิดา

2.หญิงที่ไปเกิดบนแท่นบรรทมของเทพยดาองค์ใดก็ต้องเป็นบาทบริจาริกาของเทพยดาองค์นั้น หมายความว่า เขามีบุญบารมีไปเกิดอยู่ในแท่นบรรทมของเทพยดาองค์ใด ก็ต้องเป็นบาทบริจาริกา หรือภรรยาของเทพยดาองค์นั้น

3. ผู้ที่เกิดใกล้แท่นบรรทมของเทพยดาองค์ใด ก็ต้องเป็นพนักงานรับใช้ของเทพยดาองค์นั้น อันนี้แล้วแต่กรรมเสกสรรค์ให้ไปเกิด มีบุญน้อยก็ต้องไปอาศัยคนอื่นเขาเกิด

4.ผู้ที่เกิดภายในปราสาทของเทพยดาองค์ใด ก็ต้องเป็นบริวารของเทพยดาองค์นั้น

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ค. 2548 , 06:20:28 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 10

5.ผู้ใดไปเกิดในระหว่างแดนต่อแดนของวิมานทั้งหลาย มหาเทพผู้เป็นใหญ่ปกครองสวรรค์ชั้นนั้นๆ เป็นผู้พิจารณาตัดสินใจ

ระเบียบสำหรับการตัดสินเพื่อให้ทราบว่าเป็นบริวารของใครนั้น มีดังนี้

5.1...ถ้าผู้ไปเกิดใหม่นั้นอยู่ใกล้เขตวิมานของเทพยดาองค์ใดมากกว่า ให้ผู้เกิดใหม่เป็นบริจารของเทพยดาองค์นั้น
5.2...ถ้าผู้ที่เกิดใหม่ไปเกิดนั้นอยู่ในระหว่างกลาง ไม่ใกล้กับวิมานของเทพยดาองค์ใด ก็ให้ดูว่าขณะที่เกิดนั้น ผู้เกิดหันหน้าไปทางวิมานของเทพองค์ใดก่อน ก็ให้เป็นบริวารของเทพองค์นั้น

แต่ถ้าไม่สามารถตัดสินใจได้ สมมติว่าเทวดานั้นไม่ได้หันหน้าไปทางทิศไหน เช่นยืนนิ่งไม่ได้หันหน้าไปตรงวิมานของเทวดาองค์ไหน แต่อยู่ระหว่างเขตแดน ก็ย่อมจะเป็นสิทธิของเทพผู้เป็นใหญ่ผู้ปกครองสวรรค์นั้นๆ จะยกให้เทพองค์ใดหรือเอาเป็นบริวารของตนก็ได้ อันนี้ถ้าเป็นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พระอินทร์จะเป็นผู้ตัดสินวา จะให้ตกเป็นบริวารของเทพองค์ใด หรือพระอินทร์จะเอาเสียเองก็ได้ แต่ถ้าสวรรค์ชั้นอื่นๆ ก็แล้วแต่เทพผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ชั้นนั้นๆ จะเป็นผู้พิจารณา

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ค. 2548 , 06:30:35 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org