มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ลักษณะของผู้ที่......




สวัสดีตอนเช้าทางแคนาดาค่ะเพื่อนๆธรรมทุกท่าน Frosty มีหนังสือเล่มหนึ่งจากเพื่อนชาติเดียวกันที่เขาให้มา อ่านหลายรอบ ทำให้เข้าใจอะไรอีกเยอะมากๆ เพราะหนังสือเล่มนี้ที่ทำให้ตัวเอง เริ่มหันมาทำบุญกุศลเพิ่มขึ้น และหนังสือเล่มนี้ให้กำลังได้อย่างดีเลยทีเดียวค่ะ ในเมื่อมีของดีอยู่ในมือแล้ว ก็ไม่อยากเก็บเอาไว้คนเดียว ขอนำมาเผยแผ่แก่เพื่อนๆธรรมทุกท่านค่ะ สำหรับรูปภาพฝรั่งเกี่ยวกับเทพธิดา เทพบุตรนั้น ได้รับการอนุเคราะห์มาจากเพื่อนชาติเดียวกัน เธอได้ศึกษาเรื่องเหล่านี้ และค้นหาภาพต่างๆ เพราะการที่คืนหนึ่งเธอ.... (มีอายุแล้ว อายุเธอมากแล้ว และเธออยู่ในศีลในธรรม ตั้งมั่นสร้างแต่ความดีมาตลอดชีวิตของเธอ)

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 พ.ค. 2548 , 22:54:55 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]


  สลักธรรม 11

จบในหัวข้อ ลักษณะของผู้ไปเกิดในสวรรค์ค่ะ

ที่นำเฉพาะหัวข้อนี้มา เพราะไปอ่านเจอหน้าแรกของเว็ปที่เกี่ยวกับหนูดาพาเที่ยวสวรรค์หรืออะไรนี่น่ะค่ะ ถ้าจำผิดต้องขออภัยค่ะ เพราะเท่าที่อ่านเจอมาหลายๆเว็ปจะบรรยายถึงสวรรค์ชั้นต่างๆ และมีใครเป็นหัวหน้าแต่ละชั้น และอายุของสวรรค์แต่ละชั้น และไม่เคยรู้เลยว่า ลักษณะของผู้ไปเกิดนั้นๆเป็นอย่างไร พอดีอ่านเจอจากหนังสือเล่มนี้เข้า เห็นเข้าท่าดีค่ะ ก็เลยนำมาลงเก็บเอาไว้ในคลังธรรมแห่งนี้ค่ะ เพราะหายากที่จะระบุบอกสิ่งเหล่านี้ค่ะ มีหัวข้ออื่นอีกค่ะ ขอไปเลือกก่อนนะค๊ะ แต่จะไม่ลงเกี่ยวกับสวรรค์ชั้นต่างๆค่ะ เพราะส่วนมากในเว็ปธรรมะจะมีอยู่แล้วค่ะ ดั่งที่บอกค่ะ

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ค. 2548 , 06:36:54 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 12

font color=#660066 size=3>สวรรค์และนรก 3 ประเภท

ต้องตอบยืนยันตามหลักพระพุทธศาสนาเสียก่อนว่า พระพุทธศาสนายืนยันว่านรกสวรรค์มีแน่ แต่จะอยู่ที่ใดนั้น ข้อนี้เป็นเรื่องที่นักปราชญ์ทั้งหลาย อธิบายกันในหลายแง่หลายมุม ในที่นี้จะชี้แจงให้เห็นตามที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยเรามีความเชื่อถือกันมา ตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน คือ สวรรค์ นรก 3 ประเภท ได้แก่

1.สวรรค์ในอกนรกในใจ
2.สวรรค์และนรกในโลกนี้
3.สวรรค์และนรกในโลกอื่น

เรามาพิจารณาดูซิว่า สวรรค์ทั้ง 3 ประเภทนี้มีจริงหรือไม่เพียงไร มาดูสวรรค์ในอกนรกในใจเสียก่อนว่ามีจริงไหม เราเคยขึ้นสวรรค์ไหม เราเคยตกนรกไหม แม้ในชาติปัจจุบัน

คำว่า "สวรรค์" แปลวา "ที่เพลิดเพลิน ที่รื่นเริง ที่มีความสุข" นั้นคือสวรรค์ ใครไปเกิดอยู่ในที่เพลิดเพลิน รื่นเริงบันเทิง ก็ถือว่าเกิดในสวรรค์ หรือจิตใจของผู้ใดมีความเพลิดเพลิน บันเทิง มีความสุข ผู้นั้นชื่อว่าได้อยู่บนสวรรค์

ส่วนคำว่า "นรก" คือ ที่เสื่อม ที่แร้นแค้น ที่ระทมทุกข์ ที่ประสบความยากลำบาก ใครไปอยู่ในสถานที่เหล่านั้น ก็ชื่อว่าตกนรก จิตใจของผู้ใดเต็มไปด้วยความทุกข์ยากเดือดร้อน ความกระวนกระวาย ความเผาไหม้ของกิเลส ผู้นั้นชื่อว่าตกนรก เรียกว่าตกนรกทั้งเป็น.....

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ค. 2548 , 07:56:58 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 13

ว้า มีผิดพลาด สีไม่ออกมา แฮ่ๆ

ในที่นี้ ขอพูดถึงสวรรค์ก่อน ในขณะใดก็ตามที่ใจของเราประกอบด้วยเมตตา ประกอบด้วยกรุณาหรือมุทิตา หรือมีความสุข มีความปิติ คือมีความเบิกบาน มีธรรมะอยู่ในใจ ในขณะนั้น ผู้นั้นเท่ากับขึ้นสวรรค์ เพราะมีธรรมะคุ้มครองให้ใจมีความสุข มีความเจริญอยู่

แต่ขณะใดก็ตามที่เราโกรธจัด โลภจัด หลงจัด คือมีกิเลสเผาใจอยู่ ในขณะนั้นคือตกนรก เราเคยเห็นคนตกนรกไหม คนที่โกรธจนปากสั่น มือสั่น หน้าแดง ฆ่าคนอื่น ทำร้ายคนอื่น ในใจของเขาขณะนั้น คือเขาตกนรก หรือบางคนโลภจัดจนกระสับกระส่ายวุ่นวายนั้นคือเขาตกนรก หรือบางคนหลงจัด เสพของเสพติดให้โทษ ห่างจากของเสพติดไม่ได้ มือสั่น ปากสั่น อยาก วุ่นวาย กระวนกระวายร้อนใจ นั่นคือเขาตกนรก

แต่บางคนตอนเช้าตกนรก พอถึงตอนบ่ายอาจจะขึ้นสวรรค์ได้ เช่นตอนเช้าอาจจะโกรธคนโน้นโกรธคนนี้ ด่าคนโน้นด่าคนนี้ วุ่นวายเดือดร้อน แต่ตอนบ่ายจิตใจสบาย เบิกบาน

หรือบางคนตอนกลางคืนตกนรกเพราะตนเองมีแต่ความเศร้าหมอง มีแต่ความวุ่นวาย มีแต่ความเดือดร้อน แต่พอถึงตอนกลางวัน เขาอาจจะเบิกบาน อาจจะมีความสงบ เขาก็อยู่บนสวรรค์

แต่บางคนตกนรกทั้งกลางวันและกลางคืน คือหาความสุขใจไม่ได้ ใจเต็มไปด้วยความทุกข์ ความเดือดร้อน ความกระวนกระวาย.......

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ค. 2548 , 08:06:59 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 14

ตามที่กล่าวมานี้ คือสวรรค์และนรกที่อยุ่ในใจของเรา เราจะพบว่าคนบางคน ในวันหนึ่งๆ เขาอยุ่บนสวรรค์มากกว่าจะตกอยู่ในนรก แต่บางคนตกนรกทั้งวัน เพราะใจของเขาอยู่ในนรก คือ เดือดร้อนกระวนกระวายตลอดทั้งวัน

ถ้าใครถามเราว่า เราเคยตกนรก เคยขึ้นสวรรค์ไหม ก็ตอบว่า ต้องเคย เมื่อเป็นเช่นนี้ เห็นไหมว่าสวรรค์และนรกมีจริง ที่มีจริง มันเกิดจากอะไร เกิดจากการทำดีและทำชั่ว ถ้าทำดี เช่น มีศีลธรรม มีเมตตา กรุณา มีสมาธิ จิตใจก็จะเกิดความสุข ความสงบขึ้น แต่ถ้าเมื่อใดก็ตาม จิตใจนั้นเต็มไปด้วยความโลภ โกรธ หลง กิเลสเผาไหม้ร่างกายและจิตใจ มีความอาฆาต มีความริษยา เป็นต้น เมื่อนั้นก็ถือว่า ตกนรก นี้คือสวรรค์ในอกนรกในใจ ซึ่งมีแน่นอน เกิดจากการทำดีและทำชั่วของคน.......

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ค. 2548 , 08:12:07 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 15

สวรรค์และนรกในโลกมนุษย์

สวรรค์และนรกในโลกมนุษย์นี้ เราต้องพยายามพิจารณาดู ดูนรกเสียก่อนก็แล้วกัน

นรกในโลกมนุษย์ คือใครก็ตามที่เกิดมามีแต่ความระทมทุกข์ เช่น ตาบอด หูหนวก บ้าใบ้ ไม่สมประกอบ บางคนก็มีโรคภัยไข้เจ็บมากตลอดเวลา นอนคราวญคราง หาความสุขไม่ได้เลย ถ้าเราไปดูตามโรงพยาบาลก็ยิ่งเห็นชัด บางคนถูกตัดไส้ บางคนก็ถูกปาดคอ บางคนถูกผ่าสมองออกมา เขาคงสร้างกรรมชั่วอย่างใดอย่างหนึ่งไว้ จึงต้องถูกผ่า ถูกตัดอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะคนที่ได้รับความทุกข์นั้นก็เนื่องจากความชั่ว ที่เคยสั่งสมไว้ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ในโรงพยาบาลบางครั้งดูแล้วเห็นชัดว่า คนนั้นได้สั่งสมกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งไว้จริงๆ จึงไปประสบอย่างนั้น บางคนครวญครางเดี๋ยวๆก็ตาย เดี๋ยวๆก็เอาศพออกมา เราลองไปเยี่ยมดูบ้าง เราจะพบในบางครั้งหรือพบบ่อย

แดนนรกที่พบมากที่สุดในโลกมนุษย์คือคุกตะราง ในคุกตะรางนั้นอยู่กันเป็นแดนๆ นักโทษนั้นมีนักโทษประหารชีวิตก็มี เขาขังไว้เพื่อถูกประหาร และถูกประหารจริงๆ บางคนก็ถูกขังมืด บางคนถูกขังเดี่ยว บางคนถูกล่ามโซ่ โซ่ก็หนักด้วย เห็นแล้วน่าสงสาร บางคนก็ถูกใช้งานหนัก เขาแบ่งเป็นแดนๆ แดนนั้นเปรียบเหมือนแดนนรกนั่นเองถ้าเทียบดู เพราะเขาพบความทุกข์เป็นอันมาก ทำไมเขาจึงพบสิ่งเหล่านี้ ก็เพราะเขาทำความชั่วไว้ เขาจึงไปตกนรกในโลกมนุษย์นี้........



โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ค. 2548 , 08:20:57 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 16

เราจะเห็นในบางประเทศที่คนฆ่ากันไม่หยุดหย่อน และอย่างทารุณโหดร้าย ในบางประเทศประชาชนอดอยากหิวโหยล้มตาย อย่างประเทศในทวีปอาฟริกา ถ้าใครดูโทรทัศน์หรือดูหนังสือพิมพ์ จะเห็นชัดในประเทศเหล่านั้นมีคนตายทรมานกันมาก ตายเพราะโรคระบาด เพราะการฆ่าฟัน ตายเพราะความหิวโหยอดอยาก เช่นประเทศเอธิโอเปีย เป็นต้น นั่นก็คือแดนนรกซึ่งอยู่ในโลกมนุษย์นี้เอง บางคนก็เกิดในแหล่งสลัมที่ลำบาก เดือดร้อนหิวโหย หาเช้ากินค่ำ บางคนต้องตายไป เพราะความหิวโหยอดอยาก และบางคนก็ถูกฆ่าตายทารุณ นั่นก็คือนรกในโลกมนุษย์นี้เอง และเราก็ได้เห็นกันอยู่บ่อยๆ แล้วแต่จะพิจารณาหรือไม่พิจารณาว่า ทำไมเขาจึงเกิดมาเป็นเช่นนั้น ทั้งนี้เพราะกรรมไม่ดีของเขานั่นเอง

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ค. 2548 , 08:28:14 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 17

Frosty อุตส่าห์พิมพ์ซะเมื่อยเลยค่ะ คลิกส่งแล้ว ถูกส่งกลับไปว่า "ยังไม่ได้ล็อคอิน" ต้องไปพิมพ์ใหม่ค่ะ

สวรรค์ในโลกมนุษย์... สวรรค์คือที่เพลิดเพลิน ที่เจริญ คือบางคนเกิดมามีความสุขมาก ทุกข์น้อย มีความเพลิดเพลิน เงินทองก็มาก รูปร่างสะสวย ทรัพย์สมบัติก็มหาศาล กำลังร่างกายก็แข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงมาก ต้องการอะไรก็มักได้สิ่งนั้น บางคนร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี มีเงินเป็นพันล้านหมื่นล้าน ในบางประเทศ บางคนมีเครื่องบินส่วนตัว บางคนมีเรือยอร์ชส่วนตัว มีสระว่ายน้ำ มีสวนดอกไม้ มีรถยนต์มาก มีสถานที่บำเรอความสุขมากมาย ต้องการสิ่งใดมักได้สิ่งนั้น เขาเต็มไปด้วยความสุข เกิดมามีแต่ความสุข ความทุกข์มีน้อย นั่นคือสวรรค์ในโลกมนุษย์ บ้านเหมือนกับวัง เดี๋ยวนี้มีจริงๆ เห็นชัดๆ แต่ก่อนจะเป็นวังพระเจ้าแผ่นดินสวยงามมาก การสร้างบ้านเดี๋ยวนี้ บางแห่งไม่ใช่ล้านสองล้าน แต่สิบล้านขึ้นไป แล้วก็สวยงาม มองดูสงบสุข รื่นรมย์ สบาย จะไปไหนมาไหนก็สะดวก นั่นคือชาวสวรรค์

สมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าทรงทอดพระเนตรเห็นพวกเจ้าลิจฉวีแต่งตัวสวยงาม ทั้งหญิงและชายมีผ้าโพกผ้าสี เป็นต้น ออกเที่ยวเดินเล่นอยู่ในเมือง มองดูผิวพรรณสวยงาม (ชาวลิจฉวีนี้ผิวเหลือง เป็นชนชาติมองโกลที่เข้ามาอยู่อินเดียตอนนั้น คือ พวกแคว้นลิจฉวี แคว้นมัลละ และแคว้นสักกะของพระพุทธเจ้า) เมื่อพระองค์ได้ทรงเห็นพวกกษัตริย์ลิจฉวีเหล่านั้นแต่งตัวสวยงาม รวามทั้งผ้าโพกทั้งเครื่องประดับต่างๆ จึงทรงชี้ให้ภิกษุทั้งหลายดูว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าเธอทั้งหลายยังไม่เห็นเทวดาชั้นดาวดึงส์ ก็จงมองกษัตริย์ลิจฉวีเหล่านี้ ที่เขาแต่งตัวสวยงามเหมือนเทวดาชั้นดาวดึงส์ทีเดียว
เพราะฉะนั้น..... สวรรค์ในโลกมนุษย์นี้ก็มีเช่นกัน คนที่เขาทำความดีไว้ เขาก็ได้รับความสุขของเขา และคนที่ได้รับความสุขได้นั้น ก็เนื่องจากผลดีที่ได้สั่งสมไว้ในชาติปางก่อน ทำให้เขามาเกิดในชาตินี้ เราจึงเห็นได้ว่าสวรรค์หรือนรกก็มีอยู่แม้ในโลกมนุษย์นี้


โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ค. 2548 , 09:01:01 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 18

สวรรค์และนรกในโลกอื่น
สวรรค์และนรกในโลกอื่นนั้น เป็นสิ่งที่เราจะต้องพิจารณาและต้องทำความเข้าใจกัน สวรรค์และนรกในโลกอื่นมันอยู่ตรงไหน ไม่ใช่ในโลกนี้แน่นอน แต่อยู่ในโลกอื่น เช่น สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ สวรรค์ชั้นดุสิต เป็นต้น ไม่ใช่อยู่ในโลกนี้ แต่อยู่ในโลกอื่นแน่นอน

ตามหลักพระพุทธศาสนาถือว่า โลกที่อยู่ของสัตวโลกนั้น ไม่ใช่มีแต่โลกนี้โลกเดียว หากแต่มีโลกอื่นๆเป็นอันมาก เช่นที่กล่าวไว้ในธรรมจักกัปปวัตตนสูตรว่า เมื่อพระพุทธเจ้าแสดงธรรมจักรจบลง ท่านได้กล่าวว่า "ทสสหัสสี โลกธาตุ สังกัมปิ สัมปกัมปิ สัมปเวธิ หมื่นโลกธาตุ สะเทือนสะท้านหวั่นไหว"

เพราะฉะนั้น โลกอื่นอันเป็นที่อยู่ของสัตวโลกหรือของเทวดาและมนุษย์หรือแม่แต่สัตว์นรกนั้น มันมีอยู่แน่นอน เราจะเหมาว่าโลกนี้เท่านั้นมีสิ่งมีชีวิต มีมนุษย์อยู่ โลกอื่นไม่มีสิ่งมีชีวิต แล้วเรารู้ได้อย่างไร เพราะโลกอื่นมันก็มีได้ เมื่ออุณหภูมิ เมื่อสิ่งแวดล้อมต่างๆ พอเหมาะพอดีกัน มันก็เกิดมีได้ อย่างที่กล่าวในพระสูตรว่า "วันเวลาในสวรรค์กับวันเวลาในโลกมนุษย์นั้นไม่เท่ากัน" อันนี้เราดูหลักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันก็แล้วกัน ไม่ต้องดูอื่นไกล ดูดาวนพเคราะห์ 9 ดวง ที่อยู่ในความดึงดูดของดวงอาทิตย์ของเรา ในแกแลคซี่ของเราหรือในโลกธาตุของเรานี้ อย่างโลกเรานี้หมุนรอบตัวเองในวันหนึ่งคืนหนึ่ง แต่ดาวพฤหัสหมุนรอบตัวเอง ใช้เวลาหนึ่งปีของเรา สมมติว่าในดาวพฤหัสนั้นมีสัตว์โลกอาศัยอยู่ 1 วันของเขาก็เท่ากับ 1 ปี ของเรา เพราะฉะนั้น อาจจะมีโลกบางโลกหรือดาวบางดวงซึ่งมันหมุนช้า เพราะมันใหญ่จึงหมุนช้า แล้วถ้าใครไปเกิดอยู่ในโลกนั้น เช่น 100 ปี ของโลกมนุษย์ เท่ากับวันหนึ่งคืนหนึ่งของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ก็สมมติว่าโลกนั้นมันหมุนช้า กว่าจะหมุนไปได้รอบหนึ่งก็เป็นเวลาถึง 100 ปีของโลกมนุษย์ ทั้งที่มันเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เดี๋ยวนี้นักวิทยาศาสตร์ก็ยอมรับแล้วว่ายังมีโลกอื่นๆอีกอยู่มาก มีดาวอื่นๆอีกมากมาย ที่นักวิทยาศาสตร์ยังค้นไปไม่ถึง ยังมองไปไม่เห็น แม้แต่กล้องโทรทัศน์ที่มองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ไกลมาก ก็ยังค้นไปไม่ถึง เท่าที่ค้นพบแล้วมีจำนวนมาก ในแกแลคซี่ต่างๆ .....(อุ๊ยย เมื่อมือค่ะ)

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ค. 2548 , 09:31:48 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 19

อาจารย์เสถียร โพธินันทะ ซึ่งเป็นนักปราชญ์ทางพุทธศาสนาคนหนึ่ง ได้กล่าวไว้ว่า การหมุนรอบตัวเองของดวงดาวแต่ละดวงนั้นมีความไวไม่เหมือนกัน ถ้าหมุนช้าก็ทำให้วันคืนของดวงดาวนั้นช้า ถ้าหมุนเร็ว ก็ทำให้วันคืนของดวงดาวนั้นเร็วไปด้วย ยกตัวอย่างดาวพฤหัส ที่หมุนรอบตัวเอง 1 รอบ ใช้เวลา 1 ปี ก็เท่ากับว่า 1 วันของดาวพฤหัสยาวนานเท่ากับ 1 ปีในโลกมนุษย์ ดาวบางดวงอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์จึงร้อนมาก ถ้าสัตว์โลกไปเกิดอยู่ในดวงดาวนั้น ก็เท่ากับว่าไปเกิดอยุ่ในอเวจีมหานรก เพราะอเวจีมหานรกนั้นมันร้อนมาก หรือดาวบางดวงอยู่ไกลดวงอาทิตย์มาก อากาศก็หนาวมาก สัตว์โลกที่ไปเกิดในที่นั้นก็เหมือนกับเกิดในโลกันตริยนรก ซึ่งหนาวเย็นยะเยือกมาก มันหนาวมาก มันอยู่ได้อย่างไร ข้อนี้เช่นเดียวกับหนอนที่เกิดในพริก มันไม่ตาย ก็เพราะกรรมเลี้ยงเอาไว้ให้มันมีชีวิตอยู่ เป็นธรรมชาติของมันนั่นเอง เพราะฉะนั้น ผู้ที่ไปเกิดในโลกต่างๆนั้น มันแล้วแต่อุณหภูมิที่เขาไปเกิด บนสวรรค์อุณหภูมิของเขาพอดี ไม่ร้อน ไม่หนาว พวกเทพจึงมีความสุขไม่ต้องกินอาหารเหมือนมนุษย์ เขามีอาหารทิพย์ เขาก็มีความสุขอยู่ได้

เพราะฉะนั้น...สวรรค์ในโลกอื่นมีอย่างแน่นอน เพราะว่ายังมีโลกจำนวนมากที่นักวิทยาศาสตร์มองดูเห็นไปแล้วและยังมองไม่เห็น แต่พระพุทธเจ้าหรือพระอรหันต์ทั้งหลายมองเห็นสวรรค์เหล่านี้ด้วย ตาทิพย์ท่านจึงสามารถยืนยันให้ทราบได้ แม้ผู้ที่ตายจากสวรรค์ มาเกิดในโลกมนุษย์ก็มีอยู่ไม่น้อย เพราะฉะนั้น ตามความจริงแล้วสวรรค์และนรกมีอย่างแน่นอน ถ้าใครไม่เชื่อสวรรค์และนรกในโลกอื่น ก็ต้องเชื่อสวรรค์ในอกนรกในใจ หรือสวรรค์และนรกในโลกมนุษย์นี้ เพราะเห็นกันอยู่ชัดๆ

แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้คนเราจะเชื่อหรือไม่เชื่อ มันไม่ได้หายไปเพราะเราเชื่อหรือไม่เชื่อ มันเป็นธรรมชาติที่มีอยู่จริงอย่างนั้นเอง
ฉะนั้น ถึงสรุปวาเรื่องนรกสวรรค์นี้ เป้นเรื่องที่มีอยู่จริงซึ่งกล่าวยืนยันเอาไว้ ตามหลักพระพุทธศาสนา

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ค. 2548 , 11:08:28 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 20

การตัดสินว่าเทพยดาองค์ใดที่ไปเกิดนั้นเป็นสิทธิของเทพองค์ไหน เรื่องนี้เคยเกิดมีปรากฎอยู่ในอรรถกถาธรรมบท นั่นก็คือ เรื่องของ พระนางโรหิณี font color=# #6633FFsize=2>กล่าวกันว่า

พระนางโรหิณีนั้นเป็นพระกนิษฐภคินี (น้องสาว) ของพระอนุรุทธเถระ
พระอนุรุทธเถระนั้น ท่านมีพี่น้อง 3 คน คือ 1...พระมหานามะ
2.พระอนุรุทธะ
3.พระนางโรหิณี


(คลิกส่งก่อนนะคะ เพราะกลัวจะหายไปเฉยๆค่ะ แฮ่ๆ)

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ค. 2548 , 11:19:27 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org