มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


หัวข้อนี้น่าสนใจมาก....




จากหนังสือเล่มเดียวกันนี้นะค๊ะ และหัวข้อนี้ อ่านแล้วบอกตรงๆค่ะว่า ทึ่งไปเลย ขนลุกซู่เลยค่ะ

เหตุที่ทำให้ชาวสวรรค์ต้องยุติ

บางคนไปเกิดบนสวรรค์เพียง 4-5 ปีมนุษย์ ยังไม่ถึง 1 วันของสวรรค์ก็ต้องเคลื่อนเสียแล้ว นั่นแสดงว่า ต้องประพฤติผิดข้อใดข้อหนึ่ง

ท่านกล่าวว่า เทพบุตร เทพธิดา เคลื่อนจากสวรรค์ เพราะเหตุ 4 ประการคือ สิ้นอายุ สิ้นบุญ ขาดอาหาร และความโกรธ.........

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 02:20:39 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ][ 4 ][ 5 ]


  สลักธรรม 1

1.สิ้นอายุ อายุของเทพชั้นดาวดึงส์ 1,0000 ปีทิพย์ เมื่อครอบอายุ 1,000 ปีทิพย์ เทพชั้นดาวดึงส์ต้องเคลื่อนแล้ว คำว่า "เคลื่อน" หมายความว่า จุติ (ตาย) เวลาตาย เทพไม่ได้ทิ้งร่างไว้เหมือนมนุษย์ หรือสัตว์ดิรัจฉาน พอเคลื่อนแล้ว ร่างหายไปเลย

2.สิ้นบุญ คืออายุยังไม่สิ้น (ยังไม่ครบ 1,000 ปีทิพย์ของเทพชั้นดาวดึงส์) แต่บุญที่ทำไว้สิ้นแล้ว เหมือนรถที่กำลังวิ่งไป เครื่องยังดีอยู่ แต่น้ำมันหมด รถก็ต้องตายระหว่างทาง ตามปกติอายุมนุษย์ปัจจุบันประมาณ 75-80 ปี แต่บางคนเพียง 10 ปีก็หมดบุญเสียแล้ว เหมือนน้ำมันรถหมด รถก็ต้องตายเป็นธรรมดา

เพราะฉะนั้น เขาจึงให้สั่งสมบุญ ที่เรียกว่า "บุญต่ออายุ" หมายความว่า พอทำบุญแล้วอายุจะได้ยืนยาวขึ้น เทวดาบางองค์สิ้นบุญเร็วเพราะทำบุญไว้น้อย บางคนถวายมะม่วงลูกเดียวก็ไปเกิดเป็นเทวดาได้ แต่เพราะทำบุญน้อยจึงอยู่ได้ไม่นาน เหมือนคนทีเงินน้อย็ใช้อยู่ได้ไม่นาน

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 02:28:32 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 2

3.สิ้นอาหาร เทพบุตร เทพธิดา บางองค์ไปเกิดบนสวรรค์บริโภคกามคุณมากจนไม่กินอาหาร แม้มีอาหารทิพย์ก็ไม่กิน มัวแต่บริโภคกามคุณอย่างเดียว ในที่สุดก็เคลื่อน

ในเรื่อง นางสามาวดี ในอรรถกถาธรรมบท ขุททกนิกาย กล่าวถึง โฆสกเทพบุตร ภายหลังมาเกิดเป็นโฆสกเศรษฐี

เล่ากันมาว่า ในชาติหนึ่งสองคนผัวเมียหนีอหิวาตกโรคมาจากเมืองอื่นเข้าไปยังบ้านเศรษฐีในกรุงโกสัมพี สามีหิวมาก พอมีคนเอาอาหาร มาให้ก็ตะกละกินเข้าไปมาก อาหารย่อยไม่ทันในที่สุดก็ตาย ก่อนตายเห็นหมานอนอยู่ตัวหนึ่ง คิดวา หมาตัวนี้เขาเลี้ยงดีกว่าคนเสียอีก เราเป็นคนแท้ๆ ยังไม่ได้รับการเลี้ยงดูเหมือนหมาตัวนี้เลย ในที่สุด เมื่อตายไปก็ไปเกิดในท้องหมาในบ้านเศรษฐี เป็นหมาอยู่หลายปี หมาตัวนี้ชอบใจพระปัจเจกพุทธเจ้า เวลาพระปัจเจกพุทธเจ้ามาบิณฑบาตที่บ้านเศรษฐี หมาตัวนี้ก็ยินดี เพราะเวลาพระปัจเจกพุทธเจ้า ฉันเสร็จก็โยนอาหารบ้าง ก้อนเนื้อบ้าง ก้อนข้าวบ้างให้มัน มันก็ดีใจและเห่าหอนไปตามส่ง

วันหนึ่ง พระปัจเจกพุทธเจ้าเหาะหายไป หมาตัวนั้นคิดถึงมาก จนขาดใจตาย ไปเกิดเป็นเทพบุตรชื่อโฆสกเทพบุตร ด้วยอำนาจที่มีใจเลื่อมใสพระปัจเจกพุทธเจ้า แต่บุญที่โฆสกเทพบุตรทำไว้น้อย และเนื่องจากบริโภคกามคุณมาก ในที่สุดก็เคลื่อลงมาเกิดเป็นลูกของคนยากจนในเมืองโกสัมพี

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 02:36:12 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 3

4.เคลื่อนเพราะความโกรธ คือเทพบางองค์มีความโกรธเป็นเจ้าเรือน เห็นสมบัติของเทพองค์อื่นมากก็ริษยาว่า ทำไมเขาจึงสวยกว่าเรา ทำไมเขาจึงมีสมบัติมากกว่าเรา ทำไมเขาจึงรวยมากกว่าเรา รู้สึกริษยา เห็นเขาที่ไหนก็โกรธทุกที่ เมื่อความโกรธมากเข้าอายุก็สั้น แม้ในปัจจุบันคนโกรธบ่อยๆ ก็ตายไว เพราะฉะนั้น เทพบุตรหรือเทพธิดาบางองค์จึงต้องเคลื่อนเพราะความโกรธ

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 02:43:16 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 4

ความสุขในสวรรค์

ความสุขในสวรรค์ทุกชั้น เป็นความสุขที่เหนือความสุขในมนุษยโลกมาก เพราะบุญบารมีและสภาพความเป็นอยู่ของเทพยดาทุกองค์ล้วนแต่เป็นทิพย์ทั้งสิ้น เมื่ออุบัติบนสวรรค์ชั้นนั้นๆ ็ไม่ต้องเกิดในครรภ์เหมือนมนุษย์ เกิดผุดขึ้นทันที ที่เรียกกันว่า โอปปาติกะกำเนิด มีรูปร่างใหญ่โต และสวยงามมาก แม้จะอยู่บนสรวงสวรรค์นานเพียงไรก็มีรูปร่างหนุ่มสาวเหมือนอายุ 16 ปี สำหรับเทพธิดา และเหมือนอายุ 20 ปี สำหรับเทพบุตร เมื่อเวลาตายหรือจุติก็ไม่ต้องทิ้งร่างซากศพไว้เหมือนมนุษย์ แต่ร่างกายนั้นได้หายไปเลย ทั้งไม่ต้องทุกข์ทรมานในเวลาตาย

อาหารการกิน ปราสาทที่อยู่ เครื่องใช้ รถ และอาภรณ์เครื่องประดับต่างๆ ล้วนแต่เป็นทิพย์ ไม่ต้องหาซื้อเหมือนโลกมนุษย์ เพราะเกิดแล้วด้วยอำนาจบุญบารมีของเทพยดานั้นๆ หรือต้องการอะไรก็สามารถเนรมิตเองได้ หรือให้เทพยดาอื่นๆ เนรมิตให้ ไม่ต้องทุกข์ยากเดือดร้อนเรื่องการครองชีพหรือการเป็นอยู่เหมือนโลกมนุษย์

ในสวรรค์ทุกชั้น มีแต่ความสุขสนุกสบาย ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ไม่มีการฆ่าฟันทำร้ายกัน ไม่มีการขโมย ไม่มีคุก ไม่มีความยากจน ซ้ำอายุก็ยืนมาก และมีอายุยืนยิ่งขึ้นเมื่อไปเกิดในสวรรค์ชั้นสูงๆขึ้น

เทพเจ้าทุกองค์ล้วนมีทิพยอำนาจ เหาะเหิรไปในอากาศได้อย่างรวดเร็ว ต้องการไปที่ใดก็สะดวกไม่ติดขัด เพียงพริบตาเดียวก็ถึงสถานที่ที่ต้องการแล้ว และมีอำนาจแปลงกายได้ คือต้องการให้เป็นมนุษย์หรือมีรูปร่างอย่างไรก็ได้ เพราะมีทิพยอำนาจ
เทพทุกองค์มีร่างกายสวยงามมาก มีรัศมีในตัว ทั้งปราสาทวิมาน ทั้งเครื่องใช้ทุกอย่างก็สวยงามมาก แต่ความสวยงามและรัศมีไม่เท่ากัน ถ้ามีบุญมาก มีศักดิ์มาก หรือเกิดในเทวโลกที่สูงมาก ก็ยิ่งมีความสวยงามมากและรัศมีมาก..........

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 03:00:57 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 5

ในเทวโลกทุกชั้น เทพเจ้าทุกองค์ไม่ต้องทำงานให้ยุ่งยากเหมือนดลกมนุษย์ และมีเวลาว่างมาก จึงมักไปชมสวนสวรรค์อันรื่นรมย์กันเป็นเวลานานๆ หรือตลอดทั้งวัน เทวดานั้นชอบเล่น เพราะคำว่า "เทพ" หรือ "เทวะ" แปลว่า "ผู้เล่น" เพราะไม่ต้องเดือดร้อนเรื่องความเป็นอยู่ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนมีหรือเสวยอยู่บนสวรรค์ล้วนแต่เป็นผลของบุญบารมีที่ตนเคยทำไว้ทั้งสิ้น

รวมความว่า เทพเจ้าทุกองค์ล้วนบริโภคหรือเสวยเบญจกามคุณทั้ง 5 คือ รูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัส อันเป็นทิพย์อยู่บนสวรรค์ ชั้นนั้นๆ คือ ล้วนแต่เสวยความสุขกันทั้งสิ้น แต่จะได้รับความสุขเพียงใด หรือเสวยมากน้อยเพียงใด ข้อนี้ขึ้นอยู่กับบุญที่เทพเจ้าผู้นั้นได้ทำไว้ คือถ้าทำบุญไว้มากก็ย่อมได้รับความสุขมาก และเป็นเวลานาน แต่ถ้าทำบุญไว้น้อยก็ย่อมได้รับความสุขน้อย และอยู่ในสวรรค์ไม่นานเหมือนคนทั่วไปที่มีเงินน้อยก็หาความสุขได้น้อยและใช้ได้ไม่นาน แล้วต้องจุติ (ตาย) จากเทวโลกชั้นนั้นๆ ไปเกิดในภูมิอื่นตามยถากรรมของตน......

ขอไปเบรคพักสายตาก่อนค่ะ

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 03:09:03 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 6

ความสุขในสวรรค์เหนือกว่า ความสุขในโลกมนุษย์มาก

ความสุขในสวรรค์นั้น เมื่อเทียบกับความสุขในโลกมนุษย์แล้วเทียบกันไม่ได้เลย ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในพาลบัณฑิตสูตร ตอนหนึ่งว่า

"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้เป็นบัณฑิตนั้น ประพฤติสุจริตทางกาย ทางวาจา และทางใจแล้ว เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลเมื่อจะกล่าวถึงสุคติ ซึ่งเขาพูด หมายถึงสวรรค์นั่นเอง พึงกล่าวไว้ว่าเป็นสถานที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ โดยส่วนเดียว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพียงเท่านี้ แม้จะเปรียบอุปมาถึงความสุขในสวรรค์ ก็ไม่ใช่จะทำได้ง่ายเลย"

ในครั้งนั้น พระพุทธเจ้าทรงหยิบแผ่นหินย่อมๆขนาดเท่าฝ่ามือแล้วตรัสถามภิกษุทั้งหลายว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน แผ่นหินย่อมๆ ขนาดเท่าฝ่ามือที่เราถืออยู่นี้กับภูเขาหลวงหิมพานต์ (ภูเขาสิเนรุ) อย่างไหนจะใหญ่กว่ากัน"....

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 03:58:39 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 7

ภิกษุทั้งหลายทูลว่า " ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แผ่นหินย่อมๆขนาดเท่าที่พระองค์ถืออยู่นี้เล็กนิดเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับภูเขาหลวงหิมพานต์แล้ว ย่อมไม่ถึงแม้การนับ ไม่ถึงแม้ส่วนแห่งเสี้ยว ย่อมไม่ถึงแม้การเปรียบเทียบกันได้"

พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า "เช่นเดียวกับภิกษุทั้งหลาย พระเจ้าจักรพรรดินี้ (ซึ่งพระองค์ตรัสเล่ามาค่อนข้างยาวในพระสูตรนี้) ทรงประกอบด้วยรัตน์ (แก้ว) 7 ประการ ความสัมฤทธิ์ 4 อย่าง ย่อมเสวยสุขโสมนัสอันมีสิ่งประกอบนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับความสุขอันเป็นทิพย์แล้ว ย่อมไม่เข้าถึงแม้การนับ ย่อมไม่เข้าถึงส่วนแห่งเสี้ยว ย่อมไม่ถึงแม้การเปรียบเทียบกันได้"

"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนเป็นบัณฑิตนั้นแล ถ้ามาเกิดเป็นมนุษย์ ในบางครั้งบางคราว ในกาลไหนๆ โดยล่วงไปเป็นเวลานาน (คือจะเกิดอยู่นานเท่าใดก็ตาม) ก็ย่อมเกิดในตระกูลสูง คือ สกุลกษัตริย์มหาศาล หรือสกุลพราหมณ์มหาศาล หรือสกุลคฤหบดี มหาศาล"

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 04:06:36 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 8

ปฏิปทาให้ไปเกิดในสวรรค์

อีกประการหนึ่ง ข้อปฏิบัติหรือข้อปฏิปทาที่ทำให้คนไปเกิดในสวรรค์ ก็ด้วยการให้ทานและการรักษาศีล ดังข้อความในทานสูตรวิตถตสูตร และปุญญกิริยาวัตถุสูตร ที่กล่าวมาแล้วในตอนต้น พระพุทธเจ้ายังได้ตรัสไว้ในสาเลยยกสูตรว่า ให้ประพฤติกุศลกรรมบถ 10 คือ ประพฤติสุจริตทางกาย 3 คือ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ประพฤติวจีสุจริต 4 คือ ไม่พูดเท็จ ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดส่อเสียด และไม่พูดเพ้อเจ้อ และประพฤติมโนสุจริต 3 คือ ไม่โลภอยากได้ของเขา ไม่พยาบาทปองร้ายเขา ไม่เห็นผิดจากทำนองคลองธรรม

ฉะนั้น ผู้ใดประพฤติกุศลกรรมบถทั้ง 10 ประการ ก็พึงทราบเถิดว่า ผู้นั้นกำลังเดินทางไปสู่สวรรค์

หมายเหตุ เพื่อนอาวุโส ที่ให้หนังสือเล่มนี้มากล่าวว่า พอมาอ่านเจอจุดสำคัญตรงนี้เข้า และได้มาเช็คตัวเองว่า มีสิ่งเหล่านี้หรือไม่ และรู้เป็นพื้นฐานของชีวิตว่า ถ้าเรามีพื้นฐานเหล่านี้ในหัวข้อนี้ ก็คือ หนทางไปสู่สวรรค์ ถ้าเราตายจากโลกนี้ไป และเธอก็แนะพวกเราต่อๆกันมาให้เช็คสิ่งเหล่านี้ดูว่า ตัวเราน่ะมีหรือไม่ สิ่งใดไม่มี ก็ให้พยายามปฏิบัติเพิ่มขึ้น เพราะเป็นหนทางสู่สุคติ นั่นเอง ........พวกเราคิดอย่างไรบ้างคะ คงจะได้กำลังใจเยอะนะค๊ะ ไปเกิดภพใหม่กันนะค๊ะ อยากไปเหมือนกันค่ะ ต้องพยายามอีกเยอะเลยคะ

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 04:58:26 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 9

แฮ่ๆ สีเหลืองอ่านยาก ขออภัยค่ะ ทำไฮไลท์อ่านกันเองนะค๊ะ ขออภัยข้ามแดนค่ะ ผิดพลาด เล่นสีเพลินไปหน่อยค่ะ

หัวข้อต่อไปยิ่งน่าสนใจค่ะ ได้ไปสวรรค์กันแน่ๆพวกเรากลุ่มเว็ปนี้น่ะค่ะ อย่าลืมบอกต่อๆกันไปด้วยนะค๊ะ ชวนกันไปสวรรค์ภพหน้าค่ะ

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 05:01:54 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 10

มรณาสันนวิถีของผู้ไปเกิดในสวรรค์

ผู้ที่ทำกรรมดีไว้ ด้วยการให้ทาน รักษาศีล เป็นต้น ซึ่งเป็นทางนำคนไปบังเกิดในแดนสวรรค์ ก่อนที่ผู้นั้นจะตายจากมนุษย์ไปเกิดเป็นเทพบุตรหรือเทพธิดาในเทวโลกนั้น ย่อมมีเหตุการณ์อันแสดงว่า ผู้นั้นจักไปเกิดในสรวงสวรรค์แน่ๆ ปรากฎขึ้นแก่เขาอย่างชัดเจนในมรณสันนวิถีคือ วิถีจิตใกล้ตาย หรือจะเรียกว่าเป็นการฝันครั้งสุดท้ายของคนๆนั้นก็ได้ โดยมีอารมณ์ 3 อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง ปรากฎแก่เขาคือ

1.กรรมารมณ์อันเป็นฝ่ายกุศล

คือ ทำให้ตนเองเห็นอารมณ์ของกุศลกรรมที่ตนเองเคยทำไว้ เช่น บริจาคทาน เคยบวชพระ เคยขุดสระ สร้างศาลา สร้างสะพาน เคยรักษาศีล 5 หรือศีลอุโบสถ คือตนเคยทำอะไรไว้ พอถึงขณะที่ตนจะสิ้นใจจากไป ในขณะนี้จะเห็นภาพตัวเองกำลังทำกุศลกรรมนั้นๆอย่างชัดเจน ทำให้เบิกบาน ชุ่มชื่นในกรรมารมณ์อันดีงามเหล่านั้น ก็จะชักนำให้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นใดชั้นหนึ่ง ตามพลังแห่งกรรมดีที่ตนได้ทำไว้

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 05:10:44 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ][ 4 ][ 5 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org