มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


หัวข้อนี้น่าสนใจมาก....




จากหนังสือเล่มเดียวกันนี้นะค๊ะ และหัวข้อนี้ อ่านแล้วบอกตรงๆค่ะว่า ทึ่งไปเลย ขนลุกซู่เลยค่ะ

เหตุที่ทำให้ชาวสวรรค์ต้องยุติ

บางคนไปเกิดบนสวรรค์เพียง 4-5 ปีมนุษย์ ยังไม่ถึง 1 วันของสวรรค์ก็ต้องเคลื่อนเสียแล้ว นั่นแสดงว่า ต้องประพฤติผิดข้อใดข้อหนึ่ง

ท่านกล่าวว่า เทพบุตร เทพธิดา เคลื่อนจากสวรรค์ เพราะเหตุ 4 ประการคือ สิ้นอายุ สิ้นบุญ ขาดอาหาร และความโกรธ.........

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 02:20:39 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ][ 4 ][ 5 ]


  สลักธรรม 11

2. กรรมนิมิตอารมณ์อันเป็นฝ่ายกุศล

คือ ทำให้ผู้นั้นได้เห็น (เห็นด้วยจิต) อุปกรณ์เครื่องมือแห่งการสร้างกุศลกรรม เช่น ถ้าตนเคยสร้างกุฎิ โบสถ์ วิหาร โรงพยาบาล เป็นต้น สิ่งก่อสร้างต่างๆเหล่านั้นก็จะมาปรากฎให้เห็น หรือตนเคยทอดกฐิน เคยบวชพระ ทอดผ้าป่า ก็จะเห็นเครื่องไทยทานที่ตนถวายทานไว้หรือเห็นเครื่องสักการะบูชา มีดอกไม้ ธูปเทียน เป็นต้น เครื่องอุปกรณ์ในการทำกุศลกรรมเหล่านี้ จะมาปรากฎให้เห็นในมโนทวาร (ทางใจ) แล้วจิตก็ยึด เหนี่ยวเป็นอารมณ์แล้วดับลง (จุติ) ก็จะนำตรงไปอุบัติในสวรรค์ชั้นนั้นๆ (อ่านไป พิมพ์ไป ถึงช่วงนี้แล้ว ขนลุกซู่ เลยค่ะ)

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 05:15:38 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 12

คตินิมิตอารมณ์ฝ่ายกุศล

คือทำให้เห็นนิมิตต่างๆ อันบ่งบอกถึงภูมิสวรรค์ที่ตนไปเกิด หลังจากที่ตนได้ตายจากโลกมนุษย์ไปแล้ว ซึ่งปรากฎรวดเร็วมากในขณะนั้นเอง เช่น

ปรากฎเห็นเป็นเทพบุตร เทพธิดา ในแดนสวรรค์ ซึ่งตนไม่เคยเห็นมาก่อน

บางทีก็ให้เห็นเป็นทิพยวิมาน ปราสาท และสวนสวรรค์อันรื่นรมย์ อันตนไม่เคยเห็นมาก่อน

บางทีก็เห็นเป็นที่นั่งที่นอนอันเป็นสิริสวยงามปรากฏในทิพยวิมาน ซึ่งล้วนแล้วไปด้วยรัตนะเงินและทองประการต่างๆ

บางทีก็ให้ปรากฏเห็นเป็นเทพบุตร เทพธิดา พากันนั่งรถทิพย์จากสวรรค์ชั้นนั้นๆมาชวนตนให้ไปอยู่ด้วย

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 05:41:13 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 13

ภาพนิมิตสวรรค์เหล่านี้ ย่อมปรากฎให้เห็นอย่างชัดเจนในมโนทวาร ของผู้ที่กำลังใกล้จะตายซึ่งทำให้ผู้สั่งสมบุญกุศลไว้ มีจิตใจสงบผ่องใสโสมนัส ถ้ามีผู้สังเกต ก็จะรู้ว่าเขาหลับตาตายอย่างสงบ ซึ่งจะพบสุคติในไม่ช้า เพราะนิมิตเช่นนี้บอกให้รู้ว่าเขาผู้นั้นจะไปเกิดในสวรรค์อย่างแน่นอน แต่เขาจะไปบังเกิดเป็นเทพยดาในสวรรค์ชั้นไหน และเสวยทิพยสมบัตินานเพียงไร ข้อนี้ขึ้นอยู่กับกุศลกรรมที่เขาเคยทำไว้

พระพุทธศาสนายืนยันสุคติโลกสวรรค์ว่ามีอยู่อย่างแน่นอน ดังปรากฎหลักฐานเป็นอันมากในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา ดังได้พรรณนามา ด้วยประการฉะนี้

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 05:47:58 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 14

แล้วจะมาลงข้อมูลเพิ่มค่ะ ขอไปอ่านเพิ่มเติมก่อนค่ะ

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 06:08:10 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 15


ขอบคุณมากๆนะครับคุณ Frosty ที่นำมาให้อ่านกันทั่วหน้า อุส่าห์พิมพ์ด้วย เพราะพี่เณรเองเวลานำอะไรดีๆมาลง ก็ต้องผ่านการพิมพ์ ยอมรับว่า เมื่อยล้านัยตา และนิ้วมากๆครับ แต่ก็ได้กุศลมาก และเสมือนกับเราเองนะได้อ่านหลายครั้งๆ จึงได้กำไรหลายต่อครับ ขอบคุณมากๆนะครับผม

โดย พี่เณร (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 07:20:19 น.] ( IP = 61.90.12.77 : : )


  สลักธรรม 16

ขอบพระคุณค่ะพี่เณร ให้กำลังใจแก่Frosty มากเลยค่ะ พร้อมทั้งคณะผู้จัดทำเว็ปก็เช่นกันค่ะ อันที่จริงแล้ว ไม่ชำนาญพิมพ์ภาษาไทยนักค่ะ ยิ่งคำบาลีนี่ไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ ต้องอ่านหลายๆรอบแล้วดูตัวสะกด ชื่อต่างๆของเทวดาต่างๆ เรียกยากมากๆค่ะ โชคดีค่ะที่เพื่อนอาวุโสเขาให้เล่มนี้มาง่ายกว่าเล่มอื่นๆ ซึ่งมีแต่บาลีทั้งนั้นเลยค่ะ เล่มนี้ดีกว่าเล่มอื่นๆค่ะ ภาษาธรรมดาเยอะ บาลีก็มีดั่งที่พิมพ์น่ะค่ะ พิมพ์พลาดเยอะมากเลยค่ะ ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงค่ะ เพราะพิมพ์เสร็จแล้วก็ตรวจทานไปด้วยค่ะ พลาดเยอะแยะค่ะ ขอโทษงามๆข้ามแดนเลยนะค๊ะ เพื่อนๆธรรม อย่าว่า หนูนะค๊ะ มาต่อกันค่ะ เกี่ยวกับ นางปติปูชิกา......

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 11:23:49 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 17

นางปติปูชิกา

ในคัมภีร์อรรถกถาธรรมบท ขุททกนิกาย ท่านได้กล่าวถึงนางเทพธิดาองค์หนึ่ง ได้จุติจากสวรรค์ขณะที่กำลังชมสวนอยู่บนกิ่งไม้มาเกิดเป็นมนุษย์จนแต่งงานมีลูกถึง 4 คน แล้วตายไปอุบัติบนสวรรค์ตามเดิม ในขณะที่เหล่าเทพอัปสรเพื่อนๆยังไม่สิ้นสุดจากการชมสวน เรื่องโดยย่อมีอยู่ว่า.......

ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีเทพบุตรองค์หนึ่งนามว่า มาลาภารี มีนางเทพอัปสรหนึ่งพันแวดล้อม เข้าไปเที่ยวชมสวนสวรรค์หรืออุทยานสวรรค์

ในจำนวนนั้นนางเทพอัปสรหนึ่งพันนางนั้น นางเทพอัปสร 500 นาง ขึ้นไปเก็บดอกไม้อยู่บนต้นไม้สวรรค์ทำให้ดอกไม้ตกลงมา นางเทพอัปสรอีก 500 นางก็เก็บดอกไม้ที่นางเทพอัปสรเหล่านั้นทำให้ตกลงมา แล้วนำไปประดับเทพบุตรสามี.....

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 11:29:22 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 18

ในจำนวนเทพธิดาหรือเทพอัปสรทั้ง 500 นางที่กำลังเก็บดอกไม้อยู่บนต้นไม้นั้น มีนางเทพอัปสรองค์หนึ่ง ได้จุติ (ตาย) จากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ได้มาเกิดในเมืองสาวัตถี เมื่อเกิดแล้วก็เป็นผู้ระลึกชาติได้ว่า ในชาติปางก่อน ตนเกิดเป็นนางเทพอัปสรอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ได้เป็นภรรยาของมาลาภารีเทพบุตร เมื่อเจริญวัยได้ทำบุญอย่างใดอย่างหนึ่งก็ตั้งจิตอธิษฐาน ขอไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เป็นภรรยาของมาลาภารีเทพบุตรอีก

ต่อมา ภิกษุทั้งหลายทราบว่า นางนี้ลุกขึ้นเสร็จสรรพแล้วก็ปรารถนาแต่สามีเท่านั้น จึงได้ขนานนามของนางว่า "ปติปูชิกา" แปลว่า "หญิงบูชาผัว"

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 11:34:13 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 19

นางปติปูชิกานั้นก็มีใจฝักใฝ่ในทางบุญกุศล และทำบุญกุศลอยู่เป็นนิตย์ เช่น ปัดกวาดโรงฉันของพระในวัดพระเชตวัน จัดน้ำฉันและปูอาสนะไว้ในโรงฉัน เป็นต้น เมื่อนางอายุได้ 16 ปี ก็ได้แต่งงานจนในที่สุดมีลูกถึง 4 คน

วันหนึ่ง นางถวายทาน ทำการบูชา ฟังธรรมและรักษาศีล พอถึงเวลาค่ำ นางได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นปัจจุบันทันด่วน เมื่อตายไปแล้วก็ได้ไปอุบัติเป็นนางเทพธิดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ในสำนักสามีของตน เช่นเดียวกับเมื่อชาติปางก่อน สมความปรารถนาแห่งตน

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 11:38:16 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 20

ในขณะที่นางจุติไปบังเกิดในโลกมนุษย์ แล้วตายกลับมาเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์อีกนั้น ยังไม่ถึงวันหนึ่งของเวลาในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เลย เหล่านางธิดาเพื่อนๆก็ยังชมสวยเก็บดอกไม้ในสวนสวรรค์กันอยู่

พวกเทพธิดาทั้งหลาย กำลังเก็บดอกไม้ประดับเทพบุตรผู้สามีอยู่นั้นเอง ยังไม่ทันกลับไปวิมานแห่งตนเลย

มาลาภารีเทพบุตรเห็นนางเทพอัปสรผู้นั้นซึ่งจุติจากโลกมนุษย์มาเกิดใหม่แล้ว จึงถามว่า "เธอหายหน้าไปไหนตั้งแต่เช้า เธอไปไหนมา"

นางเทพธิดาตอบว่า "ดิฉันจุติค่ะ พี่"
เทพบุตรถามวา "เธอพูดอะไร"
นางเทพธิดาตอบว่า "ข้อนั้นเป็นอย่างนี้จริง พี่"
เทพบุตรถามว่า "เธอไปเกิดแล้วที่ไหน"
นางเทพธิดาตอบว่า "เกิดในบ้านตระกูลหนึ่ง ในกรุงสาวัตถี"
เทพบุตรถามว่า "เธอมีชีวิตอย่างไรในกรุงสาวัตถีนานเท่าไร"

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 11:45:45 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ][ 4 ][ 5 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org