| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
หัวข้อนี้น่าสนใจมาก....
สลักธรรม 28ประการแรก พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ดูก่อนมหาลิ ท้าวสักกะผู้เป็นจอมแห่งเทพทั้งหลาย ในกาลก่อนเมื่อเป็นมนุษย์ ได้เป็นมาณพชื่อ มฆะ เพราะฉะนั้น เขาจึงเรียกว่า ท้าวมฆวา หรือ ท้าวมฆวาน" (เดี๋ยวนี้มีสะพานแห่งหนึ่งที่ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ ชื่อ สะพานมัฆวาน คือ ตั้งชื่เป็นสะพานของท้าวสักกะ)
ประการที่ 2 พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ดูก่อนมหาลิ ท้าวสักกะเป็นจอมเทพของเทพทั้งหลาย ในกาลก่อนที่เป็นมนุษย์นั้นได้เคยให้ทานมาก่อน เพราะฉะนั้น เขาจีงเรียกว่า ท้าวปะรินททะ (แปลว่า ผู้ให้ทานมาก่อน)"
ประการที่ 3 พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ดูก่อนมหาลิ ท้าวสักกะผู้เป็นจอมแห่งเทพทั้งหลาย ในกาลก่อนเป็นมนุษย์เคยให้ทานโดยเคารพ เพราะฉะนั้น เขาจึงเรียกว่า ท้าวสักกะ (คำว่า "สักกะ" แปลว่า ผู้ให้ทานโดยเคารพ" มาจากภาษาบาลีว่า สักกัจจัง แปลว่า โดยเคารพ)"
ประการที่ 4 พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ดูก่อนมหาลิ ท้าวสักกะผู้เป็นจอมแห่งเทพทั้งหลาย ในกาลก่อนเป็นมนุษย์ได้ให้ที่พักอาศัย เพราะฉะนั้น เจ้าจึงเรียกว่า ท้าววาสวะ"
ประการที่ 5 พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ดูก่อนมหาลิ ท้าวสักกะผู้เป็นจอมแห่งเทพทั้งหลาย ทรงดำริข้อความพันหนึ่งโดยครู่เดียว เพราะฉะนั้น เขาจึงเรียกว่า ท้าวสหัสสกะ (บางคนเรียกท้าวสหัสสเนตร มีตาพันดวง)"โดย Frosty [23 พ.ค. 2548 , 23:02:35 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )
สลักธรรม 29ประการที่ 6 พีพุทธเจ้าตรัสว่า "ดูก่อนมหาลิ นางอสูรกัญญา คือธิดาของอสูรชื่อสุชาดา เป็นปชาบดีของท้าวสักกะผู้เป็นจอมเทพ เพราะฉะนั้น เขาจึงเรียกวา ท้าวสุชัมบดี"
ประการที่ 7 พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ดูก่อนมหาลิ ท้าวสักกะผู้เป็นจอมแห่งเทพทั้งหลาย เสวยราชสมบัเป็นใหญ่กว่าเทวดาทั้งหลายในชั้นดาวดึงส์ เพราะฉะนั้นเขาจึงเรียกวา เทวานมินทะ (แปลว่า จอมเทพคำวา "อินทะ" เป็นภาษาบาลี ส่วนคำว่า "อินทระ" เป็นภาษาสันสกฤต ส่วนมากคนไทยชอบพูดเป็นภาษาสันสกฤตว่าอินทระหรืออินทร์)"
วัตบท 7 ประการ
ต่อจากนั้น พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ดูก่อนมหาลิ วัตบท 7 ประการเหล่าใด ที่ท้าวสักกะประพฤติแล้ว วัตบท 7 ประการเหล่านั้น เราก็ทราบ"
แล้วพระพุทธเจ้าจึงตรัสวัตบทที่ทำให้มฆมาณพไปบังเกิดเป็น ท้าวสักกะบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ว่า มี 7 ประการ คือ
1.เลี้ยงมารดาบิดาตลอดชีวิต
2.ประพฤติอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในตระกูลตลอดชีวิต
3.กล่าววาจานุ่มนวลสุภาพตลอดชีวิต
4.ไม่กล่าววาจาส่อเสียดตลอดชีวิต
5.มีใจปราศจากความตระหนี่ยินดีในการบริจาคทานตลอดชีวิต
6.กล่าววาจาสัจจริงตลอดชีวิต (พูดคำจริงตลอดชีวิต)
7.ไม่โกรธ แม้ว่าโกรธก็ระงับไว้ได้ทันทีตลอดชีวิต
นี้คือวัตบท 7 ประการของท้าวสักกะ เพราะฉะนั้น จะเห็นได้ว่าพระองค์ทรงบำเพ็ญความดีไม่ใช่ธรรมดา จึงสามารถไปเกิดเป็นท้าวสักกเทวราชได้ และเจ้ามหาลินั้นก็สงสัยว่าท้าวสักกเทวราชมีประวัติความเป็นมาอย่างไร พระพุทธเจ้าได้ตรัสอดีตนิทานเรื่อง ท้าวสักกเทวราช.....
จบตอนนี้แค่นี้ก่อนนะค๊ะ นิทานเรื่องท้าวสักกะนี้ยาวค่ะ ยาวมาก และพัวพันไปเรื่องสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และเรื่องอื่นๆอีกเยอะเลยค่ะ "นึกอยู่แล้วว่า มันต้องย๊าวววว ยาวววววว" เฮ้อ..หลวมตัวพิมพ์เล่า แฮ่ๆ แล้วจะเข้ามาใหม่ค่ะ ต้องไปทำงานแล้วค่ะ![]()
โดย Frosty [23 พ.ค. 2548 , 23:16:12 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |