มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


หัวข้อนี้น่าสนใจมาก....




จากหนังสือเล่มเดียวกันนี้นะค๊ะ และหัวข้อนี้ อ่านแล้วบอกตรงๆค่ะว่า ทึ่งไปเลย ขนลุกซู่เลยค่ะ

เหตุที่ทำให้ชาวสวรรค์ต้องยุติ

บางคนไปเกิดบนสวรรค์เพียง 4-5 ปีมนุษย์ ยังไม่ถึง 1 วันของสวรรค์ก็ต้องเคลื่อนเสียแล้ว นั่นแสดงว่า ต้องประพฤติผิดข้อใดข้อหนึ่ง

ท่านกล่าวว่า เทพบุตร เทพธิดา เคลื่อนจากสวรรค์ เพราะเหตุ 4 ประการคือ สิ้นอายุ สิ้นบุญ ขาดอาหาร และความโกรธ.........

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 02:20:39 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ][ 2 ] [ 3 ] [ 4 ][ 5 ]


  สลักธรรม 21

นางเทพธิดาตอบว่า "เมื่อดิฉันเกิดใหม่แล้ว พออายุได้ 16 ปี ก็ได้แต่งงานจนมีบุตรด้วยกัน 4 คน ทำบุญต่างๆ มีการให้ทานและรักษาศีลเป็นต้น ปรารถนามาเกิดเป็นภรรยาของพี่ในสวรรค์ชั้นนี้ ในที่สุดก็ได้มาเกิดในสำนักของพี่ตามเดิม"
เทพบุตรถามว่า "มนุษย์มีอายุประมาณเท่าไร"
นางเทพธิดาตอบว่า "มีประมาณ 100 ปี"
เทพบุตรถามว่า "เท่านั้นเองหรือ"
นางเทพธิดาตอบวา "ค่ะ พี่"

เทพบุตรถามว่า "พวกมนุษย์มีอายุนิดหน่อยเพียงเท่านี้ เป็นผู้ประมาทเหมือนคนนอนหลับ ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเปล่าหรือทำบุญกุศลมีการให้ทานเป็นต้นบ้าง"
นางเทพธิดาพูดว่า "พี่พูดอะไรกัน พวกมนุษย์ประมาทอยู่เป็นนิตย์เหมือนกับว่า อายุตั้งอสงไขย หรือเหมือนกับไม่แก่ไม่ตาย"

มาลาภารีเทพบุตรได้เกิดความสลดใจมากต่อความประมาทของมนุษย์ว่า"พวกมนุษย์ซึ่งอายุแค่ร้อยปีก็ตายแล้ว ก็ยังประมาทเหมือนหลับอยู่ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจักพ้นทุกข์ได้เมื่อไรกัน"

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 11:52:25 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 22

ต้องขอประทานโทษเพื่อนๆธรรมทุกท่าน คือว่า คีย์บอร์ดทางนั้นไม่ทราบว่า ตัวไม้ยมก มันอยู่ตรงไหนค่ะ ก็ขออนุญาตพิมพ์แบบลูกทุ่งก็แล้วกันนะค๊ะ อภัยกันนะค๊ะ..เพราะเดาไม่ออกจริงๆค่ะว่า ควรจะพิมพ์ตรงไหนของคีย์บอร์ดภาษาอังกฤษอย่างเดียวน่ะค่ะ ก็โทรไปถามเพื่อนอาวุโสที่ให้หนังสือเล่มนี้ค่ะ เธอก็แนะนำว่า ให้พิมพ์แบบลูกทุ่งไปเลย ไม่ต้องไปมีไม้ยมกอะไร หรือถ้าเป็นคำต้องพิมพ์ภาษาบาลีที่มีจุดบนจุดล่าง ก็ให้พิมพ์ลูกทุ่งแบบดื้อๆตรงตัวไปเลย ก็ขอโทษก่อนนะค๊ะ สงสารหนูนะค๊ะ เคยมัวแต่หาค่ะ ส่งที ถูกตีกลับไปว่า ยังไม่ได้ล็อคอิน แย่เลยค่ะ สำหรับ Frosty ขอพิมพ์แบบลูกทุ่งก็แล้วกันค่ะ เข้าใจกันนะค๊ะ

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 12:01:16 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 23

ในวันรุ่งขึ้น พวกภิกษุในวัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ได้เข้าไปสู่บ้าน ได้ทราบว่านางปติปูชิกาตายแล้ว จึงไปกราบทูลพระพุทธเจ้าให้ทรงทราบพร้อมด้วยทูลถามว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อุบาสิกาชื่อปติปูชิกาลุกขึ้นเสร็จสรรพแล้วได้ทำบุญต่างๆไว้มาก เพื่อปรารถนาไปเกิดในสำนักสามีเท่านั้น ขณะนี้นางได้ตายแล้วไปเกิดที่ไหน

พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย นางได้ไปเกิดในสำนักสามีของตนนั่นแหละ"
ภิกษุทั้งหลายทูลวา "ในสำนักสามีไม่มี พระเจ้าข้า"
พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย นางไม่ปรารถนาสามีในโลกมนุษย์นี้ หากแต่ปรารถนาถึงมาลาภารีบุตร ผู้เป็นสามีของนางในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ นางจุติจากที่ประดับดอกไม้ของสามีนั้นแล้ว มาเกิดในโลกมนุษย์ เมื่อตายไปก็ไปยังเกิดในสำนักของสามีนั้นอีก"
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า "น่าสลดใจจริงๆ ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายน้อยจริงๆ เมื่อเช้านี้นางอังคาส (ประเคนอาหาร) พวกข้าพระองค์ ถึงตอนเย็นก็ตายไป"
พระพุทธเจ้าตรัสว่า "อย่างนั้นแหละ ภิกษุทั้งหลาย ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายน้อยนัก เหตุนี้เอง พญามัจจุราช (ความตาย) ย่อมทำสัตว์เหล่านี้ซึ่งไม่อิ่มบุญด้วยวัตถุกาม (สิ่งที่น่าปรารถนาน่าชอบใจ) และกิเลสกาม (กิเลสที่อยากได้ในสิ่งที่น่าปรารถนา) ไว้ในอำนาจของตน แล้วพาสัตว์ที่กำลังคร่ำครวญร่ำไรไป (ตายจากโลกนี้)" แล้วพระองค์ได้ตรัสเป็นพระคาถาไว้ในคัมภีร์ธรรมบท ขุททกนิกายว่า......

คลิกส่งก่อนค่ะ เดี๋ยวระบบจะต่อว่าหนูข้ามแดนหาว่า ไม่ล็อคอิน หรือ ข้อความยาวเกินไปค่ะ เข็ดแล้ว...

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 12:10:44 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 24

"มัจจุราชผู้กระทำสุด (ความตาย) ย่อมทำคนผู้มีใจข้องอยู่ในอารมณ์ต่างๆ ซึ่งกำลังเลือกเก็บดอกไม้ (คือกามคุณทั้ง 5 ) ผู้ไม่อิ่มในกามทั้งหลายนั้นเอง ไปสู่อำนาจของตน"

เมื่อจบเทศนา มีผู้บรรลุมรรคผลเป็นอันมาก เพราะพระพุทธเจ้าตรัสพระธรรมเทศนาครั้งใด ย่อมีผลดีแก่ผู้ฟังทุกครั้ง แม้ในการปรารภอายุของมนุษย์ เทียบกับอายุของเทพยดาบนสวรรค์

แม้ท้าวสักกเทวราชที่ไปบังเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นี้ ก็ผลัดเปลี่ยนกันมากมาย ไม่ใช่องค์เดียว แต่ท้าวสักกเทวราชที่กล่าวถึงมากในสมัยพระพุทธเจ้าของเรานั้นเป็นท้าวสักกะองค์ปัจจุบัน คือเป็นมฆมาณพมาก่อน แม้พระพุทธเจ้าของเรานี้ก็เคยเกิดเป็นท้าวสักกะถึง 36 ครั้งติดต่อกัน แสดงวาท้าวสักกะนี้ผลัดเปลี่ยนกันมาก ฉะนั้น ท้าวสักกะบางองค์ก็คือพระโพธิสัตว์นั่นเอง ซึ่งไปบังเกิดอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสยืนยันว่าพระองค์เคยเกิดเป็นท้าวสักกะมาแล้ว

แค่นี้ก่อนนะค๊ะ คืนนี้ ดึกมากแล้วค่ะ ต้องไปนอน เจอกันพรุ่งนี้ ยังไม่ทราบว่าเวลาไหนนะคะ แล้วเจอกันค่ะ

สวัสดีค่ะ

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 12:19:50 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 25

สวัสดีตอนเช้าค่ะ ส่งข้อมูลเช้านี้สักพัก แล้วค่อยไปทำงานนะคะ

ปุญญวิปากสูตร

ในปุญญวิปากสูตร พระพุทธเจ้าตรัสถึงผลหรืออานิสงส์ของเมตตาไว้เป็นอันมาก โดยตรัสว่า

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายอย่ากลัวต่อบุญเลย คำว่าบุญนี้เป็นชื่อของความสุข ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรารู้ชัดถึงผลบุญอันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ที่เราได้รับมาแล้วตลอดกาลนาน เราเจริญเมตตาติดต่อกันเป็นเวลา 7 ปี ครั้นแล้วเราไม่กลับไปสู่โลกนี้อีกเลย ตลอดสังวิวัฏฏวิวัฏฏกัป (คือไม่มาเกิดในโลกในขณที่กัปนี้ตกอยู่ในความเสื่อม) ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อโลกถึงความพินาศ เราเกิดในพรหมโลกชั้นอาภัสสระ เมื่อโลกยังไม่ถึงความพินาศ เราเกิดในวิมานพรหมอันว่างเปล่า (คือยังไม่มีพรหมผู้ปกครองมาก่อน) ในวิมานพรหมนั้น เราเป็นพรหม เป็นท้าวมหาพรหม เป็นใหญ่ ใครๆครอบงำไม่ได้ มีความเห็นแน่นอน มีอำนาจเต็ม เราเป็นท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งทวยเทพถึง 36 ครั้ง เป็นพระเจ้าจักรพรรดิตั้งอยู่ในธรรม มีสมุทรทั้ง 4 เป็นขอบเขต ชนะสงคราม มีชนบทถึงความเป็นสภาพมั่นคง ประกอบด้วยรัตนะ 7 ประการ สมบัติของพระเจ้าจักรพรรดิ 7 ประการ คือ ช้างแก้ว ม้าแก้ว จักรแก้ว แก้วมณี นางแก้ว ขุนคลังแก้ว ขุนพลแก้ว...."

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 22:27:08 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 26

นี่คือข้อความตอนหนึ่ง ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสไว้ในคัมภีร์อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต เป็นการแสดงว่า พระพุทธเจ้าทรงยืนยันว่าสวรรค์นี้มีอยู่จริง พระองค์ก็เคยไปอุบัติบนสวรรค์ชั้นนี้หรือแม้ในชั้นพรหมโลกมาแล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม แม้พระพุทธเจ้าจะตรัสยืนยันว่ามีเทวดาอยู่บนสวรรค์ชั้นนั้นๆ แต่มนุษย์เราก็ยังสงสัย ถึงจะฟังเรื่องสวรรค์มากี่ครั้งๆ ก็ยังสงสัยอยู่อย่างนั้น ไม่ใช่แต่สงสัยในยุคเราอย่างเดียว แม้ในยุคพระพุทธเจ้าก็มีคนสงสัยเหมือนกัน เช่น

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าได้ประทับอยู่ที่ป่ามหาวัน เมืองเวสาลี ในสมัยนั้นมีเจ้าลิจฉวี ชื่อมหาลิ (มหาลินี้มีประวัติน่าสนใจมาก เคยไปศึกษาเล่าเรียนศิลปวิทยาถึงตักสิลา พร้อมด้วยพระเจ้าโกศล และพันธุละเสนบดี แล้วกลับมาก็ได้สอนวิชาทหารในกรุงเวสาลี) พระองค์เคยทรงสดับเทศนาในสักกปัญหสูตรของพระพุทธเจ้า เจ้าลิจฉวีชื่อมหาลินั้นมีความสงสัยว่า พระพุทธเจ้าได้ตรัสถึงสมบัติของท้าวสักกะไว้เป็นอันมาก พระองค์ทรงเห็นท้าวสักกะหรือยังไม่ทรงเห็นจึงตรัส พระองค์รู้จักท้าวสักกะหรือไม่หนอ เราจักทูลถามพระองค์ เพราะฉะนั้น วันหนึ่ง เจ้ามหาลิจึงเสด็จเข้าไปทูลถามพระพุทธเจ้าว่า

"ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ท้าวสักกะผู้เป็นจอมแห่งเทพทั้งหลาย พระองค์ทรงเห็นแล้วหรือ"
พระพุทธเจ้าตรัสว่า "มหาลิ ท้าวสักกะผู้เป็นจอมแห่งเทพทั้งหลาย อาตมภาพเห็นแล้ว"
เจ้ามหาลิจึงทูลว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ท้าวสักกะที่พระองค์เห็นนั้ คงเป็นท้าวสักกะปลอมไม่ใช่ตัวจริง เพราะท้าวสักกะตัวจริงนั้น เห็นยากเหลือเกิน"...

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 22:37:22 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 27

แม้คนในสมัยพระพุทธเจ้ายังสงสัย เราก็สงสัยเหมือนกัน แต่วา เราต้องใช้หลัก ตถาคตโพธิสัทธา-เชื่อการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เอาไว้ก่อน เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสยืนยันว่าสวรรค์ชั้นนั้นๆ มี เราก็ต้องเชื่อตามพระองค์จนกว่าเราจะไปเกิดเองหรือมีหูทิพย์ตาทิพย์เอง ตอนนี้เชื่อพระพุทธเจ้าไว้ก่อน
ในตอนนี้ พระพุทธเจ้าได้ตรัสแก่มหาลิว่า พระองค์รู้จักท้าวสักกะเทวราชด้วยตนเอง ทั้งรู้ด้วยว่า ท้าวสักกะเทวราชประพฤติธรรมอะไร จึงเกิดเป็นท้าวสักกะได้ คือ ทรงรุ้จักตัวท้าวสักกะด้วยตนเองด้วย และทรงทราบด้วยว่าท้าวสักกะนั้นประพฤติธรรมข้อไหน จึงเกิดเป็นท้าวสักกเทวราช แล้วพระองค์ได้ตรัสแก่ท้าวสะกะมีหลายชื่อเพราะทำกรรมอย่างนั้นๆ ไว้ โดยตรัสว่า ท้าวสักกะมีชื่อถึง 7 ชื่อ คือ....

หนังสือเล่มนี้ เขียนชื่อท้าวสักกะ และ ท้าวสักกเทวราช มี สระ อะ และไม่มีสระ อะ ค่ะ งง...เหมือนกันนะค๊ะ Frosty พิมพ์ลอกออกมาตามหนังสือค่ะ เขาเขียนพิมพ์อย่างนี้นะคะ ถ้างง การเขียนชื่อ ก็ขออภัยค่ะ เพราะลอกมาอีกทีค่ะ ตัวเองพิมพ์เอง ยัง ...งง เอง เลยค่ะ

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 22:53:28 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 28

ประการแรก พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ดูก่อนมหาลิ ท้าวสักกะผู้เป็นจอมแห่งเทพทั้งหลาย ในกาลก่อนเมื่อเป็นมนุษย์ ได้เป็นมาณพชื่อ มฆะ เพราะฉะนั้น เขาจึงเรียกว่า ท้าวมฆวา หรือ ท้าวมฆวาน" (เดี๋ยวนี้มีสะพานแห่งหนึ่งที่ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ ชื่อ สะพานมัฆวาน คือ ตั้งชื่เป็นสะพานของท้าวสักกะ)

ประการที่ 2 พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ดูก่อนมหาลิ ท้าวสักกะเป็นจอมเทพของเทพทั้งหลาย ในกาลก่อนที่เป็นมนุษย์นั้นได้เคยให้ทานมาก่อน เพราะฉะนั้น เขาจีงเรียกว่า ท้าวปะรินททะ (แปลว่า ผู้ให้ทานมาก่อน)"

ประการที่ 3 พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ดูก่อนมหาลิ ท้าวสักกะผู้เป็นจอมแห่งเทพทั้งหลาย ในกาลก่อนเป็นมนุษย์เคยให้ทานโดยเคารพ เพราะฉะนั้น เขาจึงเรียกว่า ท้าวสักกะ (คำว่า "สักกะ" แปลว่า ผู้ให้ทานโดยเคารพ" มาจากภาษาบาลีว่า สักกัจจัง แปลว่า โดยเคารพ)"

ประการที่ 4 พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ดูก่อนมหาลิ ท้าวสักกะผู้เป็นจอมแห่งเทพทั้งหลาย ในกาลก่อนเป็นมนุษย์ได้ให้ที่พักอาศัย เพราะฉะนั้น เจ้าจึงเรียกว่า ท้าววาสวะ"

ประการที่ 5 พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ดูก่อนมหาลิ ท้าวสักกะผู้เป็นจอมแห่งเทพทั้งหลาย ทรงดำริข้อความพันหนึ่งโดยครู่เดียว เพราะฉะนั้น เขาจึงเรียกว่า ท้าวสหัสสกะ (บางคนเรียกท้าวสหัสสเนตร มีตาพันดวง)"

โดย Frosty [23 พ.ค. 2548 , 23:02:35 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 29

ประการที่ 6 พีพุทธเจ้าตรัสว่า "ดูก่อนมหาลิ นางอสูรกัญญา คือธิดาของอสูรชื่อสุชาดา เป็นปชาบดีของท้าวสักกะผู้เป็นจอมเทพ เพราะฉะนั้น เขาจึงเรียกวา ท้าวสุชัมบดี"

ประการที่ 7 พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ดูก่อนมหาลิ ท้าวสักกะผู้เป็นจอมแห่งเทพทั้งหลาย เสวยราชสมบัเป็นใหญ่กว่าเทวดาทั้งหลายในชั้นดาวดึงส์ เพราะฉะนั้นเขาจึงเรียกวา เทวานมินทะ (แปลว่า จอมเทพคำวา "อินทะ" เป็นภาษาบาลี ส่วนคำว่า "อินทระ" เป็นภาษาสันสกฤต ส่วนมากคนไทยชอบพูดเป็นภาษาสันสกฤตว่าอินทระหรืออินทร์)"

วัตบท 7 ประการ

ต่อจากนั้น พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ดูก่อนมหาลิ วัตบท 7 ประการเหล่าใด ที่ท้าวสักกะประพฤติแล้ว วัตบท 7 ประการเหล่านั้น เราก็ทราบ"
แล้วพระพุทธเจ้าจึงตรัสวัตบทที่ทำให้มฆมาณพไปบังเกิดเป็น ท้าวสักกะบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ว่า มี 7 ประการ คือ

1.เลี้ยงมารดาบิดาตลอดชีวิต
2.ประพฤติอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในตระกูลตลอดชีวิต
3.กล่าววาจานุ่มนวลสุภาพตลอดชีวิต
4.ไม่กล่าววาจาส่อเสียดตลอดชีวิต
5.มีใจปราศจากความตระหนี่ยินดีในการบริจาคทานตลอดชีวิต
6.กล่าววาจาสัจจริงตลอดชีวิต (พูดคำจริงตลอดชีวิต)
7.ไม่โกรธ แม้ว่าโกรธก็ระงับไว้ได้ทันทีตลอดชีวิต
นี้คือวัตบท 7 ประการของท้าวสักกะ เพราะฉะนั้น จะเห็นได้ว่าพระองค์ทรงบำเพ็ญความดีไม่ใช่ธรรมดา จึงสามารถไปเกิดเป็นท้าวสักกเทวราชได้ และเจ้ามหาลินั้นก็สงสัยว่าท้าวสักกเทวราชมีประวัติความเป็นมาอย่างไร พระพุทธเจ้าได้ตรัสอดีตนิทานเรื่อง ท้าวสักกเทวราช.....

จบตอนนี้แค่นี้ก่อนนะค๊ะ นิทานเรื่องท้าวสักกะนี้ยาวค่ะ ยาวมาก และพัวพันไปเรื่องสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และเรื่องอื่นๆอีกเยอะเลยค่ะ "นึกอยู่แล้วว่า มันต้องย๊าวววว ยาวววววว" เฮ้อ..หลวมตัวพิมพ์เล่า แฮ่ๆ แล้วจะเข้ามาใหม่ค่ะ ต้องไปทำงานแล้วค่ะ

โดย Frosty [23 พ.ค. 2548 , 23:16:12 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 30

พระพุทธเจ้าจึงทรงนำอดีตนิทานเรื่องบถพกรรมของท้าวสักกเทวราชโดยตรัสว่า.......

มฆมานพ

ในอดีตกาล มีมาณพคนหนึ่งชื่อ มฆะ ในบ้านอจลคาม แคว้นมคธ เป็นคนใจดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ชอบทำสาธารณประโยชน์แก่ผู้อื่น วันหนึ่ง เขาออกไปนอกบ้านเข้าไปในหมู่บ้านแล้วไปยืนอยู่ ณ ลานกว้างแห่งหนึ่ง ได้ใช้เท้าของตนเกลี่ยผงผุ่นให้เรียบบริเวณที่ตนเองยืนอยู่ แล้วก็ยืนอยู่ที่นั้นเป็นที่รื่นรมย์ มีชายคนหนึ่งเห็นสถานที่นี้รื่นรมย์ จึงใช้แขนของตนผลักเขาออกไปแล้วก็ยืนในที่นั่นเสีย มฆมาณพก็ไม่โกรธไปยืนสถานที่ใหม่ ทำสถานที่ใหม่ให้รื่นรมย์อีก มีบุรุษอีกคนหนึ่งได้ใช้แขนผลักเขาให้ออกไปจากที่นั้น แล้วตนเองก็เข้ายืนแทนเสีย เขาไม่โกรธ และไปทำสถานที่อื่นให้รื่นรมย์อีก มีคนอื่นๆ อีกมาผลักเขาให้ออกไปจากที่นั้นแล้วก็ยืนเสีย มีผู้ชายเป็นอันมากที่ได้ทำอย่างนี้

ฝ่ายมฆมาณพก็มาดำริว่า "เราได้ทำสถานที่นี้ให้รื่นรมย์ เป็นทีน่ายืนอยุ่สำหรับคนทั้งหลาย พวกเขาได้รับความสุข กรรมนี้พีงเป็นกรรมให้ความสุขแก่เรา" เพราะฉะนั้น ในวันรุ่งขึ้น เขาจึงได้ถือจอบไปทำที่ให้สะอาด ปวงชนได้พักอยู่ที่นั้น

ครั้นถึงฤดูหนาว เขาได้ก่อกองไฟให้คนเหล่านั้น ในฤดูร้อนเขาได้ให้น้ำ ต่อมา เขาคิดว่า "รมณียสถาน เป็นที่รักของคนทั้งปวง จะไม่เป็นที่พอใจของใครๆ ไม่มี" ดังนั้น ในวันรุ่งขึ้น เขาจึงออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ทำหนทางให้ราบเรียบ เที่ยวรานกิ่งไม้ที่ควรราน

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 พ.ค. 2548 , 10:57:04 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )
[ 1 ][ 2 ] [ 3 ] [ 4 ][ 5 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org