มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


หัวข้อนี้น่าสนใจมาก....




จากหนังสือเล่มเดียวกันนี้นะค๊ะ และหัวข้อนี้ อ่านแล้วบอกตรงๆค่ะว่า ทึ่งไปเลย ขนลุกซู่เลยค่ะ

เหตุที่ทำให้ชาวสวรรค์ต้องยุติ

บางคนไปเกิดบนสวรรค์เพียง 4-5 ปีมนุษย์ ยังไม่ถึง 1 วันของสวรรค์ก็ต้องเคลื่อนเสียแล้ว นั่นแสดงว่า ต้องประพฤติผิดข้อใดข้อหนึ่ง

ท่านกล่าวว่า เทพบุตร เทพธิดา เคลื่อนจากสวรรค์ เพราะเหตุ 4 ประการคือ สิ้นอายุ สิ้นบุญ ขาดอาหาร และความโกรธ.........

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2548 , 02:20:39 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ][ 2 ][ 3 ] [ 4 ] [ 5 ]


  สลักธรรม 31

เขาทำทางอยู่อย่างนี้ ต่อมา มีบุรุษคนหนึ่งมาถามเขาว่า ท่านทำทางไปไหน เขาก็บอกว่า ทำทางไปสวรรค์ ชายคนนั้นก็ชอบใจและพูดว่า ฉันจะเป็นเพื่อนของท่านจะทำทางไปสวรรค์บ้าง เขาก็พูดวา "มาเถิด มาช่วยทำทางไปสวรรค์กัน ธรรมดาวาสวรรค์ ย่อมเป็นที่ชอบใจของคนเป็นอันมาก"

ชายคนนั้นก็ใช้จอบใช้มีดไปถางที่ ตัดต้นไม้กิ่งไม้ที่ขวางทางอยู่ ปรับทางให้ราบเรียบสำหรับคนเดินไปมา ต่อมา มีชายอีกคนหนึ่งเห็นชาย 2 คนนี้ทำทางให้ราบเรียบอยู่ จึงเข้ามาถามว่าท่านทำอะไร ก็ได้รับคำตอบว่า ทำทางไปสวรรค์ เขาจึงบอกว่าเขาเองจะเป็นพรรคพวกร่วมทำทางไปสวรรค์ด้วย ในที่สุดก็ได้บุคคลที่เห็นด้วยในการทำถนนหนทางให้สะอาดรวมเป็นทั้งหมด 33 คน พวกเขาสร้างทางได้ระยะไกลถึง 1 โยชน์ 2 โยชน์ (โยชน์หนึ่งเท่ากับ 16 กิโลเมตร)

วันหนึ่ง นายบ้านแห่งหมู่บ้านอจลคามนั้นได้ทราบว่า คนเหล่านี้ไปทำทางอยู่ จึงเรียกตัวมาถามว่า พวกท่านเที่ยวทำอะไรอยู่ ก็ได้รับคำตอบว่า พวกเขากำลังทำทางให้สะอาดสำหรับคนทั้งหลาย เพื่อสร้างทางไปสู่สวรรค์

นายบ้านก็มาคิดว่า คนเหล่านี้ไปทำสิ่งที่ไม่มีประโยชน์สำหรับตน ถ้าหากเขาเข้าป่าไปหาปลาหาเนื้อมา หรือต้มเหล้ามาดื่มกันหรือทำงานอย่างอื่นจะเป็นประโยชน์ดีกว่า เราเองพึงมีส่วนอะไรๆบ้าง จึงพูดกับคนเหล่านั้นว่า พวกท่านไปทำทางอยู่อย่างนั้นจะได้ประโยชน์อะไร พวกท่านมาช่วยทำงานอย่างอื่นดีกว่า คือ เข้าไปในป่าหาปลาหาเนื้อ หรือไม่ก็ต้มเหล้ามากินกัน หรือทำงานอย่างอื่นยังดีกว่า

ชายทั้ง 33 คนนั้นก็พูดว่า เราไม่เห็นด้วย แม้จะถูกนายบ้านกล่าวซ้ำๆอยู่ ก็คัดค้านร่ำไป

นายบ้านไม่พอใจจึงคิดวา "เราจะทำให้พวกมันฉิบหาย" จึงไปกราบทูลพระราชาว่า ได้มีบุรุษ 33 คน คุมกันเป็นพวกโจรเที่ยวไปอยู่

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 พ.ค. 2548 , 11:06:18 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 32

พระราชาไม่ทรงไต่สวนละเอียด จึงรับสั่งให้นายบ้านจับคนเหล่านั้นมาลงโทษ

นายบ้านก็ไปจับคนเหล่านั้นทั้ง 33 คน แล้วได้กราบทูลพระราชา พระราชายังไม่ได้ทรงพิจารณาก่อน ทรงลงโทษทีเดียว คือ ทรงรับสั่งว่า พวกท่านจงให้ช้างเหยียบพวกมันให้ตายหมดทั้ง 33 คน จึงทรงรับสั่งให้จับคนเหล่านั้นให้นอนลงกับพื้น แล้วก็ให้ช้างเหยียบ

มฆมาณพนั้นได้เตือนเพื่อนๆของตนทั้ง 32 คนว่า ที่พึ่งอย่างอื่นของเราไม่มีในขณะนี้ นอกจากเมตตาจิตเท่านั้น ท่านทั้งหลายจงแผ่เมตตาจิตให้เสมอ อย่าโกรธผู้ใด ทั้งในพระราชา ทั้งนายบ้าน ทั้งในช้างที่เหยียบ ทั้งในตนเอง ช้างนั้นก็ไม่กล้าเหยียบด้วยอำนาจเมตตาจิตของคนเหล่านั้น

ราชบุรุษจึงกราบทูลพระราชา พระราชาจึงสั่งว่าการที่ช้างไม่กล้าเหยียบ เพราะเห็นคนมาก เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลาย จงเอาเสื่อลำแพนปิดคนเหล่านี้เสีย คืนให้นอนลงแล้วเอาเสื่อลำแพนปิดแล้วให้ช้างเหยียบ

เมื่อช้างมาถึงจุดนั้นก็ไม่กล้าเหยียบ ถอยหลังกลับเสียอีก พระราชาทรงรับทราบเรื่องนี้เข้าจึงทรงดำริว่า "เรื่องนี้ต้องมีเหตุ" จึงรับสั่งให้มฆมาณพพร้อมด้วยเพื่อนอีก 32 คนนั้นเข้าเฝ้า ได้ตรัสถามว่า "ท่านทั้งหลายอยู่ในแคว้นนี้ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเราหรือ"
บุรุษทั้ง 33 คนนั้นก็ทูลว่า "ข้าพระองค์มิได้เป็นโจร หากแต่พวกข้าพระองค์สร้างทางตัดทางให้เรียบราบ เพื่อคนทั้งหลายไดเดินได้สะดวกเพื่อสร้างทางไปสู่สวรรค์ แต่นายบ้านนั้นต้องการให้ข้าพระองค์หาเนื้อหาปลา ต้มเหล้ามาสำหรับตัวเอง เมื่อข้าพระองค์ไม่ยอมร่วมมือด้วย ก็สั่งให้จับมาลงโทษอย่างนี้"

พระราชาทรงปลื้มพระหฤทัยจึงตรัสว่า "ช้างแม้เป็นสัตว์เดรัจฉาน ยังรู้คุณคนเหล่านี้ได้ เราเป็นมนุษย์จะไม่รู้คุณได้อย่างไร" เพราะฉะนั้น พระองค์จึงขอโทษต่อคนทั้ง 33 คนเหล่านั้น แล้วรับสั่งให้นายบ้านพร้อมด้วยบุตรและภรรยามาเป็นทาสรับใช้คนทั้ง 33 คนนั้น พร้อมทั้งช้างตัวนั้นก็มอบให้เป็นสิทธิ์ของคน 33 คน และทรงพระราชทานหมู่บ้านนั้น ให้เป็นหมู่บ้านเก็บส่วยสำหรับคนทั้ง 33 คนนั้น

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 พ.ค. 2548 , 11:18:11 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 33

มฆมาณพพร้อมด้วยเพื่อนทั้ง 32 คนนั้นก็มาปรารภกันว่า ผลของความดีที่เราทำนี้ ได้เห็นผลในชาตินี้เอง ต่างก็ปลื้มใจมาก ผลัดกันขึ้นช้างนั้น และปรึกษากันว่า เราจงทำบุญให้ยิ่งๆขึ้นไป เราควรจะทำอะไรดี จึงตกลงกันว่า "เราควรสร้างศาลาสำหรับพักคนเดินทางในหนทาง 4 แพร่ง" จึงไปจ้างนายช่างมาสร้างศาลา เพราะตัวเองในขณะนั้นก็เป็นใหญ่ขึ้นแล้ว ถือว่าเป็นใหญ่ในหมู่บ้านนั้นแล้ว ก็มีทรัพย์สมบัติพอจะสร้างสาธารณประโยชน์ได้มากขึ้น

แต่ว่า ในการสร้างศาลานั้น คนทั้ง 33 คนนั้นไม่ต้องการให้สตรีมีส่วนร่วมในการทำบุญครั้งนี้ อยากทำบุญแต่พวกเขา เพราะฉะนั้นเมื่อสร้างศาลาก็ไม่อยากให้สตรีคนใดคนหนึ่งเข้ามาร่วมในการทำศาลาของตน

มฆมาณพนั้นมีภรรยาถึง 4 คน ในภรรยาทั้ง 4 คนนั้น คนหนึ่งชื่อ สุธรรมา คนที่สองชื่อ สุนันทา คนที่สามชื่อ สุจิตรา คนที่สี่ชื่อ สุชาดา

นางสุธรรมาคิดว่า เราอยากจะมีส่วนในการสร้างศาลานี้ด้วย จึงคบกับนางช่างที่จะสร้างศาลานั้น โดยบอกว่า ฉันอยากจะมีส่วนในการสร้างศาลานี้ด้วย จึงให้ค่าจ้างแก่นายช่าง โดยบอกวาอยากให้มีชื่อของตนติดอยู่ที่ศาลานี้

นางช่างก็รับว่าได้ จึงได้นั่งไม้มาทำช่อฟ้าแล้วก็สลักชื่อว่า "ศาลาสุธรรมา" แล้วก็เอาสิ่งของห่อปิดเก็บไว้ในบ้านของนางสุธรรมานั่นเอง

เมื่อเขาสร้างศาลาจะเสร็จแล้ว จึงไปบอกแก่บุคคลทั้ง 33 คนนั้นว่า ศาลาจะเสร็จแล้ว แต่ยังขาดอยู่อย่างเดียวเท่านั้นคือช่อฟ้า

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 พ.ค. 2548 , 11:27:00 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 34

บุรุษทั้ง 33 คนนั้นก็บอกว่า พวกเราจักนำช่อฟ้ามาเอง นายช่างก็บอกว่า ไม่ทันแล้ว เพราะช่อฟ้าต้องใช้ไม้ที่แห้ง เพราะถ้าใช้ไม้สดจากป่าจะไม่ทัน เพราะฉะนั้น ให้ท่านไปหาซื้อจากบ้านของใครก็ได้ที่เขาทำช่อฟ้าเสร็จไว้แล้ว เพราะนายช่างได้ปรึกษากับนางสุธรรมาไว้แล้ว

บุรุษทั้ง 33 คนนั้นก็ไปเที่ยวหาช่อฟ้าว่าบ้านใครมีบ้าง ก็ไปพบในบ้านของนางสุธรรมา จึงขอซื้อด้วยทรัพย์พันหนึ่ง นางสุธรรมาบอกว่า ไม่ขาย แต่จะให้เปล่าๆแต่ขอให้ได้มีส่วนบุญด้วย

บุรุษทั้ง 33 คนนั้นก็ไม่ยอม บอกว่าไม่อยากให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมด้วย (เพราะเมื่อถูกจับในข้อหาเป็นโจร พวกผู้หญิงแม้สักคนจะเอาใจช่วยก็ไม่มีเลย)

ฝ่ายนายช่างก็พูดคัดค้านขึ้นว่า "ไม่ได้หรอก เว้นแต่พรหมโลกเท่านั้นที่จะไม่มีสตรีอยู่ (พรหมเป็นอลิงค์ คือ ไม่ใช่หญิง ไม่ใช่ชาย) นอกนั้นก็มีสตรีอยู่ทั้งสิ้น พวกท่านจงรับเอาช่อฟ้ามาเถิด"

ชายทั้ง 33 คนนั้นไม่อาจจะได้ช่อฟ้าจากที่ไหน ก็ต้องยอมรับช่อฟ้าจากบ้านนางสุธรรมา มาเป็นช่อฟ้าที่ศาลาของตน

ศาลานั้น เมื่อสร้างเสร็จ คนมาอ่านดูก็เห็นว่า ศาลาสุธรรมา ตกลงว่า นางสุธรรมาเหมือนกับเป็นคนสร้างเสียงเองทั้งหมด เพราะศาลานั้นชื่อ สุธรรมา

ชายทั้ง 33 คนนั้น เมื่อจะไปลากไม้ ไปทำงานอะไรก็ใช้ช้างตัวนั้น นอกจากนี้แล้วช้างนั้นก็เป็นพาหะสำหรับคนทั้ง 33 คนนั้นซึ่งผลัดกันขี่ คือ ช้างที่พระราชารับสั่งให้เหยีบบคนเหล่านี้แต่ไม่เหยียบ ช้างนั้นก็ตกมาเป็นพาหนะของคนทั้ง 33 คนนั้น

โดย Frosty [24 พ.ค. 2548 , 11:37:00 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 35

เมื่อพวกเขาสร้างศาลานั้นเสร็จก็แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนหนึ่งสำหรับพวกอิสรชนคือคนใหญ่คนโตที่มาพัก ส่วนที่สองสำหรับคนยากจน ส่วนที่สามสำหรับคนป่วยไข้

ในศาลานั้นมีกระดานแผ่นใหญ่ปูเป็นพื้นศาลาอยู่ 33 แผ่น โดยพวกเขาปรึกษาตกลงกันว่า ถ้าคนเดินทางมาพักโดยมานั่งบนแผ่นกระดานของใคร ให้เจ้าของแผ่นกระดานนั้นรับภาระเลี้ยงดูคนที่มาพักนั้นโดยให้ช้างเป็นผู้นำไปที่บ้านของคนนั้น ช้างนั้นเห็นแล้วก็จำได้ว่า แผ่นกระดานนี้เป็นของใคร เมื่อมีคนมาพักแล้ว ช้างนั้นก็พาคนพักนั้นไปรับประทานอาหาร อาบน้ำ ที่บ้านของบุรุษทั้ง 33 คนนั้นเฉพาะคนหนึ่งๆ ซึ่งเป็นเจ้าของแผ่นกระดานทุกครั้ง

บุรุษเหล่านั้นก็รับรองเป็นอย่างดี เพราะต้องการจะสร้างบุญกุศล เพื่อไปสวรรค์ของตน

ณ บริเวณใกล้ๆศาลานั้น มฆมาณพได้นำต้นทองหลางต้นหนึ่งมาปลูกไว้ และภายใต้ต้นทองหลางนั้นเขาได้นำแผ่นหินแผ่นใหญ่มาวางไว้สำหรับนั่ง คนมานั่งที่แผ่นหินใต้ต้นทองหลาง มองดูไปที่ศาลาก็เห็นชื่อว่า ศาลาสุธรรมา

ฝ่ายหญิงอีก 2 คนก็คิดว่า พวกเรายังไม่ได้มีส่วนร่วมในการทำบุญครั้งนี้เลย นางสุธรรมานั้นฉลาด นางจึงได้มีส่วนในการสร้างศาลานี้ แม้เราจะต้องมีส่วนร่วมในการทำบุญกับชายเหล่านั้นด้วย ดังนั้น นางสุนันทาจึงคิดว่า เราควรจะสร้างสระน้ำเป็นสระโบกขรณี เพราะว่าคนมาแล้วจะได้อาบน้ำ จะได้ดื่มน้ำเย็นๆ แล้วขึ้นไปพักบนศาลา เพราะฉะนั้น นางจึงสร้างสระโบกขรณี

ฝ่ายนางสุจิตราก็คิดว่า นางสุธรรมาก็ร่วมสร้างศาลามีช่อฟ้าแล้ว นางสุนันทาก็สร้างสระโบกขรณีแล้ว เราควรจะสร้างอะไรดี ก็คิดว่าเราสร้างสวนดอกไม้จะดีกว่า เพราะว่า เมื่อคนมาพักที่ศาลาอาบน้ำดื่มน้ำแล้วก็จะได้เก็บดอกไม้ ได้ชมสวนดอกไม้ ดังนั้น นางจึงสร้างสวนดอกไม้

สวนดอกไม้นั้น ในภายหลังจึงเป็นสวนจิตรลดา และศาลาของนางสุธรรมานั้นก็เป็น ธรรมสภาที่ยิ่งใหญ่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และสระโบกขรณีของสุนันทา ก็เป็นสระสวรรค์ที่น่าชมอยู่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

โดย Frosty [24 พ.ค. 2548 , 11:48:29 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 36

มฆมาณพ พร้อมด้วยเพื่อนทั้ง 32 คนนั้น ได้ทำบุญต่างๆ โดยเฉพาะได้ประพฤติวัตบท คือ เลี้ยงมารดาบิดา ถ่อมตนต่อนหน้าผู้ใหญ่ พูดอ่อนหวาน ไม่พูดส่อเสียด ไม่ตระหนี่ มีวาจาสัตย์ และข่มความโกรธตลอดชีวิต คือ ประพฤติธรรมทั้ง 7 อย่างนี้อยู่ตลอดชีวิต

ในที่สุด บุรุษทั้ง 33 คนนั้น เมื่อตายแล้วก็ได้ไปบังเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มฆมาณพได้เป็นท้าวสักกเทวราช เมื่อเขาไปบังเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น ตามตำนานกล่าวว่า บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้นมีพวกอสูรอาศัยอยู่ก่อน เมื่อเทวดารุ่นใหม่เกิดขึ้น พวกอสูรก็ต้อนรับ ในที่นี้กล่าวไว้ทำนองเหมือนนิยาย เพราะเกิดสงครามระหว่างอสูรกับท้าวสักกะ อาจจะเป็นได้ว่า เรื่องนี้นำมาจากศาสนาฮินดูแล้วมาเพิ่มเติมเข้า เพราะลักษณะเหมือนกับประวัติศาสตร์โบราณของอินเดีย แต่ในที่นี้ อยากจะพูดถึงตอนเมื่อท้าวสักกะพร้อมด้วยบริวารบังเกิดในที่นั้นแล้ว.....

PLEASE STAND BY ! TOMOROW เมื่อยมือแล้วค่ะ ไปพักมือก่อน แฮ่ๆ

โดย Frosty [24 พ.ค. 2548 , 11:58:21 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 37

TOMORROW คำนี้ถูกค่ะ พิมพ์ผิดเพราะตาลาย ดึกแล้วตาลาย ไปนอนดีกว่า ...

โดย Frosty [24 พ.ค. 2548 , 12:03:46 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 38

เทพนครในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

เมื่อท้าวสักกะได้มาอุบัติบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์แล้ว ก็มีนครใหญ่เกิดขึ้น มีพันประตู ประดับด้วยอุทยานและสระโบกขรณี ปราสาทที่ชื่อเวชยันต์ สูง 700 โยชน์ ประดับไปด้วยแก้ว 7 ประการ คือ แก้วมณี แก้วไพฑูรย์ แก้วประพาฬ แก้วมุกดา แก้ววิเชียร แก้วผลึก และแก้วหุง ประดับด้วยธงทั้งหลาย สูง 300 โยชน์ ผุดขึ้นด้วยผลแห่งศาลาในท่ามกลางนครแห่งนั้น ที่คันเป็นทอง ได้มีธงเป็นแก้วมณี, ที่คันเป็นแก้วมณี ได้มีธงเป็นทอง, ที่คันเป็นแก้วพระกาฬ ได้มีธงเป็นแก้วมุกดา,ที่คันเป็นแก้วมุกดา ได้มีธงเป็นแก้วพระกาฬ, ที่คันเป็นแก้ว 7 ประกาฬ ได้มีธงเป็นแก้ว 7 ประกาฬ เกิดขึ้นแล้วด้วยผลแห่งศาลา

มีต้นปาริฉัตร (ต้นทองหลาง) สูงถึง 300 โยชน์เกิดขึ้นเพราะผลแห่งการปลูกต้นทองหลาง บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ ซึ่งมีสังดังดอกชัยพฤกษ์หรือสีครั่งและสีดอกบัวโรย ยาว 60 โยชน์ กว้าง 50 โยชน์ หนา 15 โยชน์ (เรื่องตัวเลขเหล่านี้ขอให้ถือว่าเป็นตัวเลขเท่านั้นเอง ถือว่ายิ่งใหญ่ก็แล้วกัน) เกิดขึ้นที่โคนต้นปาริฉัตร ด้วยผลแห่งการปูแผ่นศิลา

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 พ.ค. 2548 , 21:05:22 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 39

ช้างเอราวัณ

ส่วนช้างนั้นไปเกิดเป็นเทพบุตรชื่อเอราวัณ ปกติในสวรรค์นั้นไม่มีสัตว์เดรัจฉาน แต่เมื่อท้าวสักกะเสด็จออกประพาสอุทยาน เทพบุตรจึงจำแลงตัวเป็นช้างเอราวัณ สูงใหญ่มาก ช้างเทพบุตรนั้นนิรมิตกระพอง 33 กระพอง (เรื่องนี้ใหญ่โตมโหฬารมาก กระพองช้าง คือ ที่บนกระหม่อมของศีรษะช้างเป็นกระพองอยู่ 2 ที่ เนื้อหน้าๆ อยู่บนศีรษะช้างเขาเรียกกระพอง) เพื่อประโยชน์แก่เทพทั้ง 33 องค์ ในกระพองเหล่านั้น กระพองหนึ่งๆ ส่วนกลมๆประมาณ 3 คาวุต (หนึ่งคาวุตคือ ระยะทางที่สามารถได้ยินเสียงวัวร้อง ประมาณ 1 กิโลเมตร) ยาวประมาณกึ่งโยชน์ เทพบุตรนิรมิตรกระพองชื่อ สุทัสสนะ ประมาณ 30 โยชน์ ในท่ามกลางกระพองทั้งหมดเพื่อท้าวสักกะ เบื้องบนกระพองนั้นมีมณฑปแก้วประมาณ 12 โยชน์ ธงขลิบด้วยแก้ว 7 ประการสูง 1 โยชน์ ตั้งขึ้นในระหว่าง (เป็นระยะๆ) ในมณฑปแก้วนั้น

ข่ายแห่งกระดิ่งเมื่อถูกลมอ่อนพัดแล้วก็มีเสียงกังวานปานดังเสียงดนตรีทิพย์ ประสานเสียงด้วยเสียงดนตรีมีองค์ 5 ห้อยอยู่โดยรอบ

บัลลังก์แก้วประมาณ 1 โยชน์เป็นแท่นจัดไว้ดีแล้วสำหรับท้าวสักกะ ในท่ามกลางมณฑปนั้น

เทพบุตร 32 องค์นั่งบนบัลลังก์ในกระพองของตน บรรดากระพองทั้ง 33 นั้น กระพองหนึ่งๆ ช้างเทพบุตรนิรมิตกระพองละ 7 งา ในงาเหล่านั้น งาหนึ่งๆยาวประมาณ 50 โยชน์ ในงาหนึ่งๆมีสระโบกขรณีงาละ 7 สระ ในสระโบกขรณีแต่ละสระ มีดอกบัวสระละ 7 กอ ในกอหนึ่งๆมีดอกบัวกอละ 7 ดอก ในดอกหนึ่งๆมีกลีบดอกละ 7 กลีบ ในกลีบหนึ่งๆมีนางเทพธิดาฟ้อนอยู่ 7 นาง มหรพยิ่งใหญ่มีอยู่บนงาช้างในที่ 50 โยชน์โดยรอบอย่างนี้

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 พ.ค. 2548 , 21:24:42 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )


  สลักธรรม 40

เอ้าส่งภาพซ้ำกันทั้งปีเลย Frosty นี่ มันน่า.........ให้คุณพี่ดอกแก้ว และคณะผู้จัดทำเขกศีรษะสักป๊อกนึง และให้พี่เณร ลงสักป้าบนึง แถมคุณน้องกิ๊ฟ หยิกเบาๆสักหน่อยนะคะ ภาพผิดทั้งปีเลยน่ะ เห็นตัวหนังสือในหนังสือเล่มนี้แล้วตาลายค่ะ ตาลายไม่พอ ชื่อต่างๆก็ยากๆทั้งน๊าน ต้องคอยระวังในการพิมพ์น่ะค่ะ เบื่อตัวเองบางทีก็พิมพ์ผิด บางทีก็ส่งรูปผิด มันน่า.....บ่นแค่หอมปากหอมคอค่ะ...

โดย Frosty (Frosty) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 พ.ค. 2548 , 21:32:44 น.] ( IP = 70.66.76.142 : : )
[ 1 ][ 2 ][ 3 ] [ 4 ] [ 5 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org