มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


๔๕ ปีแห่งพุทธกิจ







วันเพ็ญกลางเดือน ๖ ที่เราชาวพุทธนิยมนับถือว่าเป็น “วันวิสาขบูชา”นั้น เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน จึงต้องมีการปฏิบัติธรรมกันเป็นกาลพิเศษ

ดังนั้น การหวนย้อนนึกระลึกถึงพระพุทธกิจที่พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญมาตลอดพระชนมชีพของพระองค์ เพื่อมุ่งหมายให้สรรพสัตว์ทั้งมวลหลุดพ้นจากห้วงเหวแห่ง ความทุกข์ในชีวิต จึงเป็นกุศลจิตที่ควรแก่การปฏิบัติไม่น้อย อันจะทำให้เกิดกำลังใจ กำลังความคิด ในการต่อสู้ กับปัญหาชีวิตที่ถาโถมจู่โจมเข้ามาทุกรูปแบบอย่างไม่สะทกสะท้าน ด้วยไม่ยอมให้กิเลสมามีอำนาจครอบงำจิตใจในการดำเนินชีวิต ส่งเสริมความดีให้เพิ่มพูนขึ้น และลดละตัดตอนความไม่ดีให้ลดน้อยลงๆ จนนำไปสู่ความ หมดจดผ่องใส

พระพุทธเจ้าคือผู้ตรัสรู้ธรรมด้วยพระปรีชาญาณของพระองค์เอง โดยไม่มีใครเป็นครูผู้สอน พระองค์เป็น ผู้ให้แสงสว่างแก่โลก เป็นผู้ข้ามพ้นแล้วจากการเวียนว่ายตายเกิด เป็นผู้ประกาศสัจธรรมอันประเสริฐและเป็นผู้ให้กำเนิดพระพุทธศาสนา

โดย ปกิณกธรรม [23 พ.ค. 2548 , 17:19:02 น.] ( IP = 202.183.132.147 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

พระพุทธเจ้าคือคนธรรมดา ที่ถือกำเนิดมาอย่างมนุษย์ทั้งหลาย ในช่วงเวลาหลายพันปีจึงจะมีขึ้นได้ และมีเพียงพระองค์เดียวเท่านั้นเป็นผู้ชนะอย่างประเสริฐแห่ง โลกทั้งหลาย ทรงสอนให้มนุษย์ได้รู้ถึงสัจธรรมอันประเสริฐ ฉุดมนุษย์ให้พ้นจากทุกข์ เมื่อเยาว์วัยพระองค์ได้ทรงรับการขนานนามว่า“สิทธัตถกุมาร” เป็นพระโอรสของ พระเจ้าสุทโธทนะ และพระนางสิริมหามายา แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ แคว้นชมพูทวีป

แม้ว่าพระองค์จะทรงได้รับการเลี้ยงดูและทะนุถนอมให้ทรงพระเกษมสำราญอย่างที่บุคคลผู้เป็นกษัตริย์จะพึงได้รับโดยประการใดๆ และความหรูหราฟุ่มเฟือยด้วย สรรพสิ่งที่มนุษย์ทุกคนปรารถนาจะได้ รวมทั้งพระราชวังอันสวยงาม และพระชายาผู้สิริโฉม ก็ไม่อาจสามารถทำให้พระองค์ทรงยินดีได้ตลอดไป เพราะในพระทัยของ พระองค์นั้นทรงสลดพระทัยเมื่อพบว่า ทุกคนต้องแก่ ต้องเจ็บไข้ทุกข์ทรมาน และตายไป และหนทางแห่งความ สงบที่จะพาไปสู่ความหลุดพ้นจากความแก่ ความเจ็บ ความตาย น่าจะมีอยู่

ความคิดในการที่จะค้นหาความหลุดพ้นจากความทุกข์ มีความแก่ ความเจ็บ และความตาย เป็นต้น เกิดขึ้นแรงกล้า เพิ่มพูนขึ้นทุกวันๆ จนในที่สุดพระองค์ทรงตัดสินพระทัยหลีกหนีออกจากพระราชวังและพระชายาผู้เป็นที่รัก ในราตรีอันสงบเงียบราตรีหนึ่ง และท่องเที่ยวไปศึกษาวิธีที่จะพ้นจากทุกข์สำนักแล้วสำนักเล่า แต่ไม่มีสำนักของ คณาจารย์ผู้ใดเลยจะทำให้พระองค์เข้าถึงความดับทุกข์ได้

โดย ปกิณกธรรม [23 พ.ค. 2548 , 17:22:00 น.] ( IP = 202.183.132.147 : : )


  สลักธรรม 2



ในที่สุดพระองค์ก็เสด็จจากสำนักคณาจารย์ต่างๆ และทรงบำเพ็ญเพียรด้วยพระองค์เอง ด้วยความเพียรอันยิ่งยวด โดยการทรมานตนให้ลำบากด้วยประการต่างๆ ก็ไม่สามารถตรัสรู้ได้ จึงหันมาบริโภคอาหาร แล้วบำเพ็ญเพียรทางใจ ก็ได้ตรัสรู้ธรรมอันประเสริฐคือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค ในตอนรุ่งอรุณของวันเพ็ญเดือน ๖ ณ ใต้ต้นโพธิ์

หลังจากตรัสรู้แล้ว พระองค์ได้ทรงเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยการแสดงปฐมเทศนาโปรดพระปัญจวัคคีย์ ให้ได้ตรัสรู้ธรรมของพระองค์ และเมื่อมีพระสาวกเพิ่มมากขึ้น พระองค์ทรงส่งพระสาวกเหล่านั้นไปประกาศพระศาสนายังสถานที่ต่างๆของแคว้นชมพูทวีป

จนพระพุทธศาสนาตั้งมั่นคงได้ดีแล้ว พระองค์ได้เสด็จดับขันธปรินิพพาน ณ ใต้ต้นรัง แห่งเมืองกุสินาราในปีที่ ๔๕ นับแต่ปีอันได้ตรัสรู้

และในคืนที่จะปรินิพพานนั้น ได้แสดง ธรรมโปรดสุภัททปริพาชก จนได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ และเป็นพระสาวกองค์สุดท้ายของพระองค์

โดย ปกิณกธรรม [23 พ.ค. 2548 , 17:25:20 น.] ( IP = 202.183.132.147 : : )


  สลักธรรม 3



ธรรมที่พระองค์ทรงสั่งสอนเวไนยสัตว์มีเป็นอันมาก ในที่นี้จะนำเสนอเท่าที่หน้ากระดาษจะอำนวยให้ ดังนี้

พุทธศาสนากับสังคม : พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาในสังคมที่มีการแบ่งแยกชั้นวรรณะ ด้วยการถือตัวถือตน ถือยศถือศักดิ์ ชาติ ตระกูล ตามลัทธิพราหมณ์ที่สั่งสอน กันมา ทำให้สังคมเกิดการแตกแยกอันเกิดจากลัทธิดังกล่าว

พระองค์ทรงปฏิเสธลัทธิการถือชั้นวรรณะโดยสิ้น เชิง และประกาศความเสมอภาคของมนุษย์ และรับรองเสรีภาพของมนุษย์ว่า

กำเนิด ชาติตระกูล ไม่ได้ทำให้บุคคลเป็นพราหมณ์ มิได้ทำให้บุคคลเป็นกษัตริย์ เป็นพ่อค้า ความประพฤติของบุคคลเป็นเครื่องกำเนิดบุคคล ชาติตระกูลไม่ใช่เป็น เครื่องกำหนดความแตกต่างของบุคคล

โดย ปกิณกธรรม [23 พ.ค. 2548 , 17:29:59 น.] ( IP = 202.183.132.147 : : )


  สลักธรรม 4

พุทธศาสนากับสตรี : ในประเทศอินเดีย ฐานะของสตรีเป็นฐานะแห่งทาสของบุรุษ สตรีไม่ได้รับความเสมอ ภาค และไม่ยอมรับความสามารถของสตรี

พระพุทธเจ้าทรงยกย่องความสามารถของสตรีให้บุรุษเห็นว่า สตรีนั้นมีความสามารถไม่น้อยไปกว่าบุรุษเลย ทรงรับสตรีไว้ในพุทธมณฑล ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าสตรีไม่ สามารถบรรพชาอุปสมบทได้ และไม่สามารถบรรลุธรรม พิเศษได้

นอกจากนั้นยังยกย่องสตรีผู้เป็นภรรยาว่าเป็นเพื่อน ที่ดีของสามี อันสามีไม่พึงปฏิบัติต่อเธอเสมือนทาส และทรงยกย่องสตรีทุกคนให้อยู่ในฐานะของความเป็นแม่ อันบุรุษพึงให้ความเคารพรักเช่นเดียวกับแม่ของตน

โดย ปกิณกธรรม [23 พ.ค. 2548 , 17:35:52 น.] ( IP = 202.183.132.147 : : )


  สลักธรรม 5

พระพุทธศาสนากับหลักความเชื่อ : พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในกาลามสูตรว่า “ชาวกาลามะทั้งหลาย พวกท่าน ทั้งหลายอย่าเชื่อโดย ๑.ฟังตามกันมา ๒.โดยสืบต่อกันมา ๓.โดยตื่นข่าวลือ ๔.โดยอ้างตำรา ๕.โดยนึกเอาเอง ๖.โดยคาดคะเนเอาเอง ๗.โดยคิดเอาตามอาการที่เป็นไป ๘.โดยชอบใจว่าถูกต้องตามลัทธิของตน ๙.โดยเชื่อว่าผู้พูดควร เชื่อได้ ๑๐.โดยนับถือว่าท่านเป็นอาจารย์ของเรา

สรุปก็คือ ทรงสอนไม่ให้เชื่ออย่างงมงาย ความเชื่อที่ ถูกต้องนั้นต้องใช้ปัญญาเป็นเครื่องกำกับด้วย ผู้นับถือพุทธศาสนาจึงชื่อว่ามีเสรีภาพในการใช้ความเชื่ออย่างเต็มที่ พุทธศาสนาไม่มีการบังคับให้เชื่อ และไม่นิยมการ ล่อลวงให้เกิดความเชื่อในสิ่งทั้งหลาย

โดย ปกิณกธรรม [23 พ.ค. 2548 , 17:36:55 น.] ( IP = 202.183.132.147 : : )


  สลักธรรม 6



พระพุทธศาสนากับหลักพึ่งตนเอง : หลักการพึ่งตน เอง คือ ปฏิเสธการพึ่งทั้งหลายอื่น หรือการอ้อนวอนสิ่งทั้งหลาย ในมหาปรินิพพานสูตรและสูตรอื่นๆ พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงมีตนเป็นที่พึ่งเถิด อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งเลย จงมีธรรมเป็นที่พึ่งเถิด อย่ามีสิ่ง อื่นเป็นที่พึ่งเลย”

มีความในพุทธศาสนาอีกหลายตอนที่สอนว่า มนุษย์ทั้งหลายไม่ควรวิงวอนต้นไม้ ภูเขา ดวงดาว และสิ่งใดๆ เพราะสิ่งเหล่านั้นจะช่วยอะไรไม่ได้ ตนนั่นแหละเป็นที่พึ่ง ของตน คนอื่นใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้

โดย ปกิณกธรรม [23 พ.ค. 2548 , 17:44:12 น.] ( IP = 202.183.132.147 : : )


  สลักธรรม 7



พระพุทธศาสนากับฤกษ์ยาม : พระพุทธศาสนาปฏิเสธเรื่องฤกษ์ยาม ไม่ยอมให้นับถืออย่างงมงาย ปฏิเสธเรื่องดาราศาสตร์และโหราศาสตร์ด้วย

พระพุทธเจ้าตรัสว่า“ผู้ใดถือฤกษ์ยามอยู่ ประโยชน์จะผ่านพ้นบุคคลผู้เขลานั้นไปเสีย ประโยชน์นั้นเองเป็นตัวฤกษ์ของประโยชน์ ดวงดาวจะมาทำอะไรให้ได้”

โดย ปกิณกธรรม [23 พ.ค. 2548 , 17:47:01 น.] ( IP = 202.183.132.147 : : )


  สลักธรรม 8



พระพุทธศาสนากับการล้างบาป : ลัทธิพราหมณ์นิยมว่า ผู้มีบาปต้องไปลอยบาปในแม่น้ำคงคา และแม่ น้ำศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ แต่ในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าทรง ปฏิเสธการลอยบาปและล้างบาปไว้ในวัตถูปมสูตรว่า

“คนพาลทำชั่ว แม้จะไปสู่แม่น้ำใด ก็ไม่บริสุทธิ์ได้ แม่น้ำจะช่วยอะไรได้เท่าบุคคลผู้ทำบาปหยาบช้า การรักษาศีล การมีความประพฤติดี ย่อมทำให้บุคคลเป็น ผู้บริสุทธิ์

ดูกร พราหมณ์ ท่านจงอาบตนด้วยธรรมวินัยนี้ ถ้าท่านไม่กล่าวเท็จ ไม่เบียดเบียนสัตว์ ไม่ขโมย มีความเชื่อตามเหตุผล ไม่ตระหนี่ ท่านก็ไม่ต้องไปสู่แม่น้ำแห่งใดเลย”

โดย ปกิณกธรรม [23 พ.ค. 2548 , 17:49:08 น.] ( IP = 202.183.132.147 : : )


  สลักธรรม 9



พระพุทธศาสนากับหลักกรรม : พระพุทธศาสนาสอนเรื่องหลักกรรมไว้ว่า กรรมคือการกระทำ กระทำไว้อย่างไร ย่อมเกิดผลแก่การกระทำนั้น เหมือนชาวนาหว่าน พืชไว้เช่นไร ย่อมได้รับผลแห่งการหว่านพืชนั้น เช่นนั้น

ในวาเสฏฐสูตร มีความตอนหนึ่งว่า“บุคคลไม่ได้เป็น คนชั่ว ไม่ได้เป็นคนดี เพราะชาติ หากเป็นเพราะการ กระทำ บุคคลเป็นชาวนา เป็นศิลปิน เป็นพ่อค้า เป็นคนรับใช้ เป็นโจร เป็นทหาร เป็นพระราชา ก็เพราะการกระทำ โลกเป็นไปเพราะกรรม สัตว์ทั้งหลายผูกพันอยู่กับกรรม เหมือนสลักลิ่มเป็นเครื่องยึดรถที่แล่นไม่ได้ฉันนั้น”

ยังมีหลักธรรมที่น่าศึกษาสำหรับสังคมอีกมาก แต่หน้า กระดาษจำกัด จึงขอยุติไว้ด้วยปัจฉิมโอวาทที่ประทานแก่พุทธบริษัทในวาระสุดท้ายแห่งพระชนมชีพ ปรากฏในมหาปรินิพพานสูตรว่า

“บัดนี้ เราขอเตือนท่านทั้งหลาย สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด”


จากคอลัมน์ปกิณกธรรม : ๔๕ ปีแห่งพุทธกิจ โดย ผู้จัดการออนไลน์

โดย ปกิณกธรรม [23 พ.ค. 2548 , 17:52:37 น.] ( IP = 202.183.132.147 : : )


  สลักธรรม 10

อนุโมทนาด้วยค่ะ...ที่นำมาฝาก

โดย เซิ่น [25 พ.ค. 2548 , 00:13:24 น.] ( IP = 58.10.88.72 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org