มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ไขข้อข้องใจในวิปัสสนา ๓







ไขข้อข้องใจในวิปัสสนา ๓


คำถาม :ขอให้อธิบายการปฏิบัติในแนวทางสายกลาง คือ มัชฌิมาปฏิปทา ยังอยู่ในหมู่คณะจะปฏิบัติอย่างไร เพราะดูจะเป็นการสวนทางกัน ทำให้เกิดความลำบากใจ
คำตอบ : การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานโดยเฉพาะมัชฌิมาปฏิปทาเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องแท้จริง ที่จะเดินสู่มรรคผลนิพพานได้ นั่นคือความใจอันถูกต้อง ไม่ใช่ให้ไปดูคนอื่น กำหนที่ผู้อื่น ให้กำหนดที่ตัวเอง โดยเอาความจริงตามปรมัตถสัจจะเป็นที่ตั้ง


(ตอนที่ ๒ อ่านที่นี่) http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=7277

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [27 พ.ค. 2548 , 12:26:57 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

ความจริงนั้นก็คือ รูป นามขันธ์ ๕ ที่ตัวเอง ทำลายฉันออก ที่ว่าเรายังต้องคลุกคลีกับหมู่คณะแบะมีการปฏิบัติที่ถูกต้องนั้น เราจะรู้ว่าอย่างไรจึงจะปฏิบัติได้ผลแล้วมันจะสวนทางกันไม่ได้เด็ดขาด ถ้าเราเข้าใจถูกต้อง

เพราะว่าในการปฏิบัติที่แท้จริงนั้น เราเอาคำว่ารูปนามมาเป็นตัวรื้อสัญญาเท่านั้นเอง ระหว่างที่รูปนามรื้อสัญญา สติก็จะถูกฝนให้งอกเงยขึ้น เพื่อเป็นพลังสำหรับละสังโยชน์ คือ ความยินดียินร้าย

เพราะการกำหนดแทนที่จะกำหนดว่าเป็นฉัน ถ้าฉันยังมีอยู่ตราบใด ตราบนั้นชีวิตยังไม่สิ้นสุดความต้องการ เพราะความเป็นห่วงตัวเอง

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [27 พ.ค. 2548 , 12:27:55 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 2

คราวนี้ตัวเองกำหนดให้เป็นรูป เป็นนามไปแล้ว สิ่งที่เห็นคือรูป สิ่งที่รู้คือนามเหมือนกันหมด แล้วมันไม่ได้ง่ายๆหรอก อารมณ์ที่จะเห็นผู้อื่นเป็นสักแต่ว่าเห็น ต้องพระอรหันต์เท่านั้น แต่ให้เราปฏิบัติไปก่อนด้วยการไถ่ถอนความยินดียินร้ายออกไปบ้าง

คนจะพ้นทุกข์ไม่ใช่อยู่ที่รูปนาม อยู่ที่สติ

เกิดขึ้นสติมาทำหน้าที่ทำลายอภิชฌาและโทมนัส เพราะว่าอภิชฌาคือความเพ่งเล็งยินดี โทมนัสคือความเสียใจ ถ้ายังมีเสียใจกับยินดีอยู่ตราบใด การทำงานของจิตก็จะกระตือรือร้นต้องการต่อตราบนั้น

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [27 พ.ค. 2548 , 12:28:25 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 3

การปฏิบัติเพื่อพ้นทุกข์นี้ ต้องทำลายอภิชฌาและโทมนัส ไม่ใช่ไปทำลายเขาเลย เพราะเสียงเขาที่พูดมานั่นเราไม่มีความยินดีด้วย ไม่มีความยินร้ายด้วย เสียใจด้วย จิตก็สบาย ไม่ต้องทำงานตะเกียกตะกายดิ้นรน

ตามปกติคนเราพอเห็นปุ๊บมันอยากได้ทันที เช่น อยากได้สตางค์ อยากได้เสื้อ ความอยากได้มันเกิดขึ้นในใจ กายมันทำงานต่อเลย ต้องซื้อ ต้องหา ต้องให้ได้มา

ดังนั้น ถ้าเห็นปุ๊บ มันสักแต่ว่าเป็นรูปขึ้นมา ความยินดีก็ไม่มี ความยินร้ายก็ไม่มี การทำงานที่จะเป็นกรรมฝ่ายกุศล อกุศลก็ไม่เกิดขึ้น จะเป็นกิริยาจิตโดยเร็วเอง

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [27 พ.ค. 2548 , 12:28:50 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 4

ที่ทำอยู่ก็ถูกแล้ว แต่อย่าไปใส่ใจกับสิ่งที่เราจะต้องเข้าไปอยู่ ทำงานไป ไปถึงทำทำงาน มีหน้าที่ตรวจบัญชี ทำไป แต่เมื่อมีเวลาเป็นอิสระจากหน้าที่การงานก็กำหนดบนความจริงว่า ถ้าได้กระแสพระนิพพานเป็นพระโสดาบันแล้ว อำนาจอันนี้ทำให้ทนอยู่ในหมู่คณะไม่ได้เอง

กุศลที่เพียบพร้อมแล้วจะเป็นอย่างสถาพรไม่ขัดสน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็แล้วแต่จะได้รับผลของกุศลอันเต็มเปี่ยมด้วยมหากุศล ส่งผลให้อยู่ได้ด้วยอนุปาทานขันธ์แน่นอน

ตอนนี้อธิบายกันก็ยากเพราะยังไม่เป็นพระอรหันต์ เมื่อเป็นพระอรหันต์แล้วมันทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ เพราะโลกียวิสัยนี่ตัดออกแล้ว โอนโคตรปุถุชนทิ้งด้วยปัญญา (โคตรภูญาณ) ละทิ้งกิเลสตัณหาจึงไม่ใส่ใจ

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [27 พ.ค. 2548 , 12:29:14 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 5

ทุกวันนี้เปรียบเสมือนพอเห็นเพชรก้อนใหญ่ เรามีความไม่รู้จริงก็หลงว่าสวย หลงว่าดี หลงว่าเที่ยง หลงว่าเป็นเพชร เป็นสาระ ตัวตน คน สัตว์ ขึ้นมา เราก็หยิบ

คราวนี้ภายใต้คำว่าเพชรที่เราเห็นนี้มันก็มีความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่สามารถบังคับบัญชาได้เลย เสื่อมอยู่ตลอดเวลาด้วยอำนาจปัญญาญาณ เราก็หยุดการตะเกียกตะกายไขว่คว้า

เพชรมันจะผ่านมาก็ดูเฉยๆ หยุดการขอการปฏิเสธ ก็จะอิสระขึ้น ความสงบของจิตก็เกิดขึ้น ไม่เอาตัวเองไปพันธนาการกับสิ่งที่หยาบกว่าพร้อมทั้งมีปัญญารู้เฉยๆ

พระอรหันต์สำเร็จไปแล้วมากมายเหลือเกิน พระปัจเจกพุทธก็มีเยอะแยะ และผู้ที่สำเร็จเป็นพระอรหันต์ในอนาคตชาติ จะมีอีกมากมายก่ายกอง ซึ่งจะเป็นข้อยืนยันได้ก็ต่อเมื่อ ตัวเองได้เป็นพระโสดาบัน คือทำลายวิจิกิจฉาสังโยชน์ ได้แก่ทำลาย ความสงสัยในพระพุทธะ พระธรรมะ พระสังฆะจนหมดสิ้น เนื่องจากเป็นผู้รู้สรีระทางชีววิทยาโดยถ่องแท้ ตอนนี้เรารู้โดยปริยัติแล้วนำไปปฏิบัตินิดหน่อย

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [27 พ.ค. 2548 , 12:29:38 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 6

วิธีที่จะช่วยเหลือให้ทำอย่างไรชาติหน้าเราจะได้มีทุนทรัพย์พอ ไม่ต้องทำงานแบบนี้ จะได้ปริยัติได้เต็มที่ ก็เอาเงินจากการทำงานนั้นบริจาคทานไว้ การบริจาคทานจะมีทุนทรัพย์ เราจะได้เกิดมาสมบูรณ์ในทรัพย์ แล้วเมื่อมีปัญญาก็สอดคล้องกัน

เกิดมาเป็นลูกเศรษฐีเพราะเคยบริจาคทานไว้ ไม่ต้องทำมาหากินก็มีเงินได้ แล้วก็มีการปฏิบัติ โดยไม่ต้องมีโลกียวิสัยเข้ามายุ่ง

วิธีแก้ไขก็คือย่าไปรอลาภผล เงินทอง เงินปันอะไรพิเศษแล้วทำบุญ เงินเดือนที่ได้จากโลกียวิสัยนี่แหละ เรารู้ว่าต้อทำงานซ้ำๆ ซากๆ ไม่ดีเลย เอาของที่ไม่พ้นทุกข์มาทำให้พ้นทุกข์นี่เป็นวิธีแก้

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [27 พ.ค. 2548 , 12:30:09 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 7

เงินเดือนออกแทนที่จะดีใจ ตั้งใจเลยว่าจากวันนี้ไปจะทำบุญเท่าไร แล้วก็ใส่ซองไปอธิษฐานว่า

เงินที่ได้จากโลกียวิสัยนี้ ขอตั้งจิตอธิษฐานให้เป็นบาทบันได แห่งทางพ้นทุกข์ ให้นั้นปราศจากการดิ้นรนตะเกียกตะกายอันหาที่สิ้นสุดมิได้ ให้มีความเพียบพร้อมเพื่อจะได้ฝึกฝนสติปัญญา

แล้วเมื่อได้เป็นพระอรหันต์ ๗ วันอยู่ไม่ได้ ต้องหนีเลยเพราะมันทนอยู่ไม่ได้ เหมือนกับเราเห็นของสิ่งหนึ่งทุกครั้ง ก็ทำให้เพลิดเพลิน แต่พระอรหันต์ท่านเห็นอะไรก็ผ่านไปๆ ตลอดเวลา แล้วจะเพลิดเพลินอะไร ไม่เพลิดเพลิน ได้แต่ดูเฉยๆ

คราวนี้พอจิตเราเป็นอิสระ ดูอะไรก็ไม่ยินดี ไม่ยินร้าย ชีวิตที่นั่งอยู่นี่ทนอยู่ในสภาพเดินไม่ได้ ต้องตายแน่นอน พอสิ้นสุดเหตุปัจจัยก็ไม่ต้องเกิด

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [27 พ.ค. 2548 , 12:30:40 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 8

คำถาม : ทางพ้นทุกข์คืออะไร
คำตอบ : ทางพ้นทุกข์คือทางที่ตั้งมั่นอยู่กับความจริง รู้จักความจริง นิ่งให้เป็น ไม่เล่นกับไฟ ใจจะสลด นั่นคือทางที่พ้นทุกข์

แล้วจะทำอย่างไร ?
มีการปฏิบัติอยู่วิธีเดียวเท่านั้นคือการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน การปฏิบัติวิปัสสนาเป็นการรู้จักกับสิ่งที่มาหาฉัน แล้วสิ่งที่มาหาฉันนั้น-รู้จัก รู้จักธรรมชาติทั้งหลายที่เข้ามา คำว่า “รู้จัก” นี่คลุมหมดนะ

รู้จักของจริง รู้จักอย่างไร ?
ไม่มีอะไรเลยที่จะเที่ยงแท้ถาวรในชีวิต เพราะตราบใดที่เรายังยึดมั่นว่าอันนี้เป็นฉัน อันนี้เป็นของของฉัน ตราบนั้นไม่มีวันพ้นทุกข์ การปฏิบัติเพื่อพ้นทุกข์จะต้องทำลายความหลงผิดจึงจะพ้นทุกข์ได้

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [27 พ.ค. 2548 , 12:31:03 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 9

คำถาม : การเจริญวิปัสสนาต้องอาศัยสมาธิเป็นเบื้องต้นหรือไม่?
คำตอบ :ใช่ เพราะวิปัสสนาเป็นการกระทำปัญญา ปัญญานี้ไม่ใช่เป็นปัญญาที่เกิดขึ้นเมื่อวาน หรือพรุ่งนี้ แต่เป็นปัญญาที่เห็นเฉพาะหน้า ฉะนั้น จะต้องมีอารมณ์ที่ตั่งมัน คือ มีสมาธิเป็นบาท เรียกว่า “ขณิกสมาธิ”

แล้วผู้จะทำสมาธิเพื่อจะเดินสู่วิปัสสนาจะต้องเข้าใจสมาธิดีว่าระดับไหน ทำไปเพื่ออะไร แค่ไหนพอ จึงจะสามารถเอามาช่วย แต่ถ้ารู้จักแต่สมาธิ ยึดมั่นสมาธิแล้วจะต่อวิปัสสนาไม่ได้ เพราะสมาธิทำแล้วเกิดความสงบ ใครชอบก็ติดอารมณ์สงบ ตัณหาก็ยังเข้าอยู่ จึงต้องรู้จัก


โปรดติดตามตอนต่อไปในคราวหน้า

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [27 พ.ค. 2548 , 12:31:43 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 10

เข้ามาติดตามหลักการเจริญวิปัสสนา
ต่อด้วยความรู้สึกว่าเราต้องเดินตามหลักการนี้เท่านั้นเพื่อเข้าถึงความรู้ยิ่ง
ในแนวทางแห่งความพ้นทุกครับ


คุรั

โดย พี่เณร [27 พ.ค. 2548 , 21:15:13 น.] ( IP = 61.90.82.67 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org