| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ไขข้อข้องใจในวิปัสสนา ๔
![]()
![]()
ไขข้อข้องใจในวิปัสสนา ๔
คำถาม : อยากทราบว่า การปฏิบัติธรรมที่จะให้ได้มรรคผลนิพพาน เริ่มต้นจำเป็นต้องใช้สมาธิขนาดไหน คำตอบ :เริ่มต้นต้องใช้ขณิกสมาธิ สมาธิมี ๓ ระดับ คือ ขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ และอัปปนาสมาธิ ขณิกสมาธิ หมายถึง การทำสมาธิได้เป็นขณะๆ อุปจารสมาธิ หมายถึง มีอารมณ์อันสงบมากขึ้น อัปปนาสมาธิ หมายถึง มีอารมณ์อันแนบแน่นดิ่งตรงไปในอารมณ์นั้น สงบนานตลอดเวลา
ฉะนั้น การปฏิบัติกายานุปัสสนาจะต้องมีการเจริญสมาถะ ให้เกิดความสงบเสียก่อน ไม่ใช่จะต้องได้ทั้ง กาย เวทนา จิต ธรรมจึงจะบรรลุพระอรหันต์ กาย เวทนา จิต ธรรมนี่เปรียบเสมือนประตูเมือง ๔ ประตู จะเข้าทางไหนก็ได้ถึงข้างในเหมือนกัน
เราได้อารมณ์เวทนาคือทุกข์ ตอนนี้รู้สึกนามทุกข์ เท่าทันอารมณ์ปัจจุบัน ในอารมณ์ปัจจุบันนั้นเห็นความไม่เที่ยงเกิดขึ้น ญาณปัญญาเกิด หรือไม่ในอารมณ์ปัจจุบันเห็นทุกข์เกิด ญาณปัญญาก็ได้ สำเร็จได้ในฐานใดฐานหนึ่งของกาย เวทนา จิต ธรรม คือ รูป นาม นามรูป ได้แก่ขันธ์ ๕
(ตอนที่ ๓ อ่านที่นี่) http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=7281
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [28 พ.ค. 2548 , 18:35:40 น.] ( IP = 202.183.132.121 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
คำถาม : ขอคำแนะนำการทำสมาธิเพื่อนำไปใช้กับวิปัสสนา คำตอบ : ก็ทำหน้าที่ของตนเอง เช่น เราอยากจะทำความดีด้วยการปฏิบัติเจริญรอยตามพระพุทธองค์ทั้ง ๒ วิธี คือ สมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐาน
ต้องรู้ว่าสมาธิและวิปัสสนาต่างกันอย่างไร ต้องเข้าใจ โดยเฉพาะเรื่องภูมิของวิปัสสนา เมื่อเข้าใจแล้วลงมือทำทันที ใช้ทั้ง ๒ วิธีเลย
พอสวดมนต์ไหว้พระเรียบร้อยแล้ว ตั้งจิตอธิฐานจะทำสมาธิเพื่อจิตสงบสักพักหนึ่ง สงบบ้างไม่สงบบ้าง พอรู้ตัวว่าค่อยยังชั่วจากการซัดส่าย มีความสงบ พอรู้สึกเมื่อยขึ้นมาปุ๊บ วิปัสสนาเกิดได้ทันที กำหนดเลยนามปวด พอนามปวดแล้ว มีหน้าที่ทำอะไรต่อ มีสติแก้ไขเปลี่ยนอิริยาบถ กำหนดรูปนั่ง ลืมตาเห็น กำหนดนามเห็น ไม่เห็นจะต้องถึงอัปปนาสมาธิเลย
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [28 พ.ค. 2548 , 18:36:26 น.] ( IP = 202.183.132.121 : : )
สลักธรรม 2
คำถาม : จะเสียหายหรือไม่ถ้าจะปฏิบัติทั้งสมาธิและวิปัสสนาคู่กัน คำตอบ : ทุกอย่าง เมื่อทำโดยไม่ตั้งใจทำเสียหายทั้งสิ้น และโดยเฉพาะถ้าไม่รู้จักหลัก ตั้งใจทำสมาธิเลย วิปัสสนาเกิดไม่ได้เด็ดขาด แต่ถ้าตั้งใจว่าเราจะปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานกำหนด นามรูป สมาธิมาเอง เป็นผลพลอยได้
แต่ทำสมาธิไม่ได้มีวิปัสสนาเป็นผลพลอยได้ เพราะสมาธิต้องการความสงบ วิปัสสนาไม่ต้องการความสงบ สมาธิอุปสรรคเยอะ เสียง สถานที่ อิริยาบถ ความเมื่อย
แต่วิปัสสนา ไม่มีอุปสรรคเลย เพราะอะไรมา-รู้ สิ่งนี้เกิดขึ้น-รู้ มีหน้าที่รู้เฉยๆ ไม่ต้องไปแยแส รู้แล้วแก้ไขโดยธรรมชาติ
สมาธิรู้แล้วแก้ไขด้วยการมีทั้งโลภะและโทสะร่วมทำตลอดเวลา จึงไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ เพราะไม่สามารถทำลายกิเลสตัณหาได้ โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [28 พ.ค. 2548 , 18:39:16 น.] ( IP = 202.183.132.121 : : )
สลักธรรม 3
คำถาม : เราจะนั่งสมถะกรรมฐานถึงขนาดไหนจึงจะนั่งวิปัสสนา คำตอบ :ขอแก้ไขความเข้าใจผิดว่า นั่งวิปัสสนา สมาธิเกิดได้หลายรูปแบบ จะเดิน จะนั่น จะนอน จะนั่ง เป็น สมาธิได้ มีอารมณ์ตั้งมั่นเป็นสมาธิได้
แต่วิปัสสนา ตรงกันข้าม ไม่จำเป็นห้ามเดิน ห้ามยืน ห้ามนอน ห้ามนั่ง วิปัสสนาเดิน ยืน นั่ง นอนไม่ได้ ถ้าไม่จำเป็น ต้องมีเหตุทำให้นั่งจึงนั่งได้ มีเหตุทำให้ยืน จึงต้องยืน
ฉะนั้น คำว่านั่งวิปัสสนา จึงผิด เพราะวิปัสสนาจะอยู่กับอิริยาบถใดๆ ก็ได้ เป็นอิริยาบถที่ทำความรู้สึกตัวว่าอิริยาบถนั้น อาการนั้นตั้งอยู่ในลักษณะใด ให้กำหนดในอาการนั้น
กำหนดเพื่ออะไร เพื่อให้เห็นทุกข์ว่าอาการที่ตั้งอยู่นั้น ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่สามารถบังคับบัญชาได้ เมื่อมีทุกข์เกิด รู้จักทุกข์แล้วจึงเปลี่ยนแก้ไข แก้ไขแล้วดูต่อว่าอาการแก้นั้นมันจะสุขจริงหรือไม่ ทุกข์ก็มาอีกแล้ว
มันไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่สามารถบังคับบัญชาได้ ดูอีก เปลี่ยนอีก เพื่ออะไร เพื่อจะได้รู้จักความทุกข์ เพราะการพ้นทุกข์ต้องไต่เต้าไปตามความทุกข์ จึงจะพ้นทุกข์
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [28 พ.ค. 2548 , 18:41:00 น.] ( IP = 202.183.132.121 : : )
สลักธรรม 4
และถามว่าจะใช้สมาธิขนาดไหนจึงจะทำวิปัสสนาได้ ก็คือ เมื่อเรามีความสงบพอสมควรแล้ว เราจะต้องเรียนภูมิวิปัสสนาว่า วิปัสสนามีอะไรเป็นภูมิ มีรูปมีนาม เป็นตัวกำหนด เช่น ตอนนี้รู้สึกว่ารูปนั่ง พอสงบปุ๊บจะเจริญวิปัสสนากำหนดเลย นามเห็น รูปนั่ง นี่เท่ากับวิปัสสนาเข้าแล้ว
รู้สึกตัวตอนนี้รูปเย็นกระทบ อันนี้ต้องเรียนวิปัสสนาอีกทีหนึ่งแต่วิปัสสนาไม่ใช่อยู่ที่นั่งอย่างเดียว จะเดิน จะนั่ง จะนอน จะก้ม จะเงย จะเหยียด จะคู้ จะเห็น จะได้ยิน จะได้กลิ่น รู้รส ได้สัมผัส ได้ถูกต้อง จะยืน จะขับ จะถ่าย รู้สึกตัวทำไปเพราะอะไร มีตัวการอะไรในการกระทำนั้นตลอดเวลา
เพื่อจะได้คลายจากความโง่ของชีวิต หลงผิดว่าชีวิตนั้นเป็นของดี เป็นของสุข เป็นของเที่ยง เป็นตัวตน คนสัตว์ มีสาระแก่นสาร เพื่อจะออกจากอุปาทานในชีวิต
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [28 พ.ค. 2548 , 18:41:31 น.] ( IP = 202.183.132.121 : : )
สลักธรรม 5
คำถาม : ในระหว่างการปฏิบัติ เราจะใช้ชีวิตธรรมดาได้หรือไม่ คำตอบ :ได้ เพราะผู้ปฏิบัติถึงมรรถผลนิพพาน จะไม่ใช้ชีวิตพิเศษพิสดารเป็นการฝืนธรรมชาติ
ขณะใดที่จิตฝืนธรรมชาติจะไม่เจอธรรมชาติ ฉะนั้น ผู้ปฏิบัติถึงมรรคผลนิพพาน จะต้องอยู่กับธรรมชาติแห่งความจริง และรู้จักธรรมชาติแห่งความเป็นจริง จึงจะเจอความจริง
เพราะถ้าอยู่กับการฝืนความจริง แกล้งทำ หรือตึงเกินไป ก็จะไม่เจอความจริงเลย การปฏิบัติเป็นการเดินอยู่บนความจริง ทิ้งความโง่ โผล่มาดูความจริงด้วยปัญญา
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [28 พ.ค. 2548 , 18:42:04 น.] ( IP = 202.183.132.121 : : )
สลักธรรม 6
คำถาม : ทำไมพระพุทธเจ้าไม่สอนวิปัสสนาทางเดียว คำตอบ :เพราะว่าคนเราไม่ได้มีระดับเดียว ชีวิตแต่ละคนไม่มีใครเหมือนกัน และการปฏิบัติวิปัสสนาซึ่งได้แก่ มรรค ๘ ก็คือ ศีล สมาธิ ปัญญา มีสมาธิด้วย แต่ให้รู้จักว่าสมาธิอะไร ขนาดไหน อย่างไร ที่จะเป็นบาทแห่งการเดินทางสู่ความพ้นทุกข์
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [28 พ.ค. 2548 , 18:42:36 น.] ( IP = 202.183.132.121 : : )
สลักธรรม 7
คำถาม :อยากทราบคำจำกัดวามของ วิปัสสนา คำตอบ :คำว่า วิปัสสนา " เป็นชื่อของปัญญา การปฏิบัติ วิปัสสนาคือการปฏิบัติจิตของตนเอง คือให้มีปัญญารู้นั่นเอง
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [28 พ.ค. 2548 , 18:43:17 น.] ( IP = 202.183.132.121 : : )
สลักธรรม 8
คำถาม : วิปัสสนาคือให้คิดใช่หรือไม่ คำตอบ :คิดไม่ได้ ต้องมีเหตุ ห้ามทำทุกอย่างโดยไม่จำเป็น ห้ามคิดโดยไม่จำเป็น ห้ามพูดโดยไม่จำเป็น ห้ามเดินโดยไม่จำเป็น ห้ามยืนโดยไม่จำเป็น ห้ามนอนโดยไม่จำเป็น ห้ามกินโดยไม่จำเป็น ห้ามอาบน้ำโดยไม่จำเป็น ห้ามร้องเพลงโดยไม่จำเป็น ห้ามความไม่จำเป็นออกไปนั่นและคือวิปัสสนา
จะทำได้ทุกๆ อย่างในชีวิตเหมือนคนธรรมดา แต่ขอให้รู้ว่าทำไปเพราะอะไรแค่นั้นเอง
เช่น นั่งนานๆ ห้ามเดินนะ เพราะการอยากเดินเป็นทุกข์ เป็นกิเลส เดินได้แต่ขอให้รู้ว่านั่งเป็นทุกข์แล้วนะ จำเป็นจะต้องเดิน ห้ามหลับตาโดยไม่จำเป็น พอบอกวิปัสสนา ต้องมีคำจำกัดความห้ามหลับตาถ้าไม่จำเป็น แต่ตาหลับได้เมื่อรู้สึกนามทุกข์ ไม่แช่ในอารมณ์
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [28 พ.ค. 2548 , 18:43:57 น.] ( IP = 202.183.132.121 : : )
สลักธรรม 9
คำถาม : คนที่ต้องการได้ฌานและนิพพานในชาติต่อๆ ไป หมายความว่าจะต้องบำเพ็ญสมาธิและวิปัสสนาไปด้วยกันใช่หรือไม่ มันจะขัดกันหรือไม่ คำตอบ :ใช่ ถ้าเผื่อต้องการทั้ง ๒ อย่าง ต้องทำเหตุทั้ง ๒ อย่าง แต่เหตุแต่ละอย่างทำให้เกิดความชำนาญคนละอย่าง
ถ้าเผื่อต้องการฌานด้วย ต้องการนิพพานด้วย มันก็ต้องสร้างเหตุไปทางฌานด้วย ทางนิพพานด้วย แต่ ๒ อย่างที่เราทำนี่มันจะมีน้ำหนักต่างกัน คือ ติดต่างกันนั่นเอง คนเรานี่ทำอะไรแล้วไม่ยึดมั่นถือมั่นมีน้อย มันจะต้องเริ่มจากความยึดมั่น
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [28 พ.ค. 2548 , 18:44:29 น.] ( IP = 202.183.132.121 : : )
สลักธรรม 10
ที่นี้สายสมาธินี้มันมีของที่ชอบเป็นเครื่องล่อ กิเลสมันก็ตาม เราต้องการฌานเพื่ออะไร หูทิพย์ ตาทิพย์ อิทธิปาฏิหาริย์ โลภะทั้งสิ้น ต้องการสงบเพราะไม่ชอบวุ่นวาย โทสะออกก่อน โลภะเข้าเลย ตอนนี้รู้สึกไม่ชอบ หนวกหูเหลื่อเกิน โทสะเกิดขึ้น ไปทำสมาธิดีกว่า
แค่รู้สึกไปทำสมาธิดีกว่า บุญเหมือนกันแต่มีโลภะร่วมแล้ว
ฉะนั้น นิพพาน ตรงกันข้าม ต้องทำลาย ความโลภ ความโกรธ ความหลง อยากมีทั้ง ๒ อย่างก็ต้องสร้างเหตุทั้ง ๒ อย่าง แค่ ๒ อย่างนี้มันค้านกันเอง คนละทาง
โปรดติดตามตอนต่อไปในคราวหน้า ![]()
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [28 พ.ค. 2548 , 18:44:52 น.] ( IP = 202.183.132.121 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |