มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ไขข้อข้องใจในวิปัสสนา ๕







ไขข้อข้องใจในวิปัสสนา ๕


คำถาม :เวลาพิจารณาที่ว่านี่ใช้เวลากำหนดครึ่งชั่วโมง ชั่วโมงหนึ่ง หรือว่ากำหนดทุกๆ วินาที คือทุกขณะจิตที่มองเห็นพัดลม หรือภาพพระพุทธรูป
คำตอบ :สมาธิแตกต่างกับวิปัสสนานะ สมาธิเราสามารถทำได้ด้วยการวางหลักเกณฑ์ว่า เราจะทำ ๕ นาที เราจะทำ ๑๐ นาที เราจะทำครึ่งชั่วโมง

ส่วนวิปัสสนานั้นเป็นปัญญา ปัญญาเปรียบกับแสงสว่าง แสงสว่างสาดส่องทำลายความมืด

ฉะนั้น วิปัสสนาไม่จำเป็นจะต้องมีเวลา เพราะชีวิตเราต้องการแสงสว่าง ถ้าเราต้องกะเกณฑ์ว่าตอนนี้เราจะทำวิปัสสนา แปลว่าเราชอบสว่างแค่นี้ แต่เราชอบมืดมากกว่า ใช่ไหม

วิปัสสนาต้องมีสติระลึกรู้สึกตัวอยู่ทุกขณะ เพื่อทำลายความโลภ ความโกรธ และความหลงผิด แต่การกระทำนั้นทำได้น้อยดีกว่าไม่ทำเลย ขณะใดระลึกรู้สึกตัวได้ มีปัญญาเข้า ขณะนั้นก็สว่าง


(ตอนที่ ๔ อ่านที่นี่)
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=7287

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [30 พ.ค. 2548 , 11:07:39 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

คำถาม :ในการเจริญสติควรกำหนดรูปหรือนามก่อน
คำตอบ :ไม่ควรเจริญทั้งรูป ทั้งนาม ถ้าไม่มีนามรูปมาปรากฏ เพราะเราจะต้องอยู่กับสิ่งที่ปรากฏ ขณะนี้มีรูป ก็รู้ที่รูป ขณะนี้มีนามก็รู้ที่นาม ไม่ใช่ว่าจะเอารูปหรือนามก่อน ...ไม่ได้ เพราะเราบังคับบัญชาไม่ได้

ธรรมชาติทั้งหลายล้วนเป็นอนัตตา ไม่ได้ตกอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของใครว่ารูปมาก่อน หรือนามมาก่อน เราต้องอยู่กับความจริงว่าตอนนี้นามมา-ดูนาม ตอนนี้รูปมา-ดูรูป มีแค่นี้

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [30 พ.ค. 2548 , 11:08:21 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2

คำถาม :เมื่อกำหนดไม่ทันก็พยายามท่องต่อไป เพื่อจะได้ทันเป็นปัจจุบันจะถูกหรือไม่
คำตอบ :ถ้าพยายามท่องให้ได้ก็เป็นสมาธิ เพราะเราท่องอะไรมากๆ สมาธิก็เกิด ถามว่าพยายามท่องจะสามารถเป็นปัจจุบันได้ไหม ..ไม่ได้ เพราะเราท่องได้ สมาธิตั้งมั่น การท่องจึงไม่สามารถเออารมณ์ปัจจุบันได้

ฉะนั้น วิธีหลีกเลี่ยงการท่องก็คือ อย่าพยายามให้ความสำคัญกับทุกขณะ เพียงแต่ว่า ขณะใดมีอารมณ์มากระทบแรงๆ กำหนดอันนั้น ให้ความสำคัญกับทุกขณะก็เหมือนกับเราจดจ่อทุกขณะ สมาธิเกิดแล้ว มันจะไม่ได้ปัจจุบันแน่นอน จำหลักนี้ไว้

อันนี้อาจจะผิดจากนักอภิธรรมโดยตรงที่เขาเก่งปริยัติ แต่ถ้าในการปฏิบัติ ต้องพึ่งความรู้รอบตัวด้วยว่า ความรู้สึกว่าท่องมีทุกคนเพราะเป็นของใหม่ ใช่ไหม ยังดีตรงที่เรากำลังสอนใจตนเองเข้าไปว่า นี่คือรูป นี่คือนาม ดีกว่าสอนว่านี่คือคน นี่คือสัตว์ ใช่หรือไม่

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [30 พ.ค. 2548 , 11:10:54 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3

ให้รู้จักว่าการกระทำนี้เป็นปรมัตถ์ และอย่าไปใส่ใจว่าจะท่องได้ทุกขณะ พระอรหันต์ก็ไม่ได้ทุกขณะจิต แต่เป็นทุกขณะจิตที่กิเลสเข้ามาก็กันอันนั้น อันนี้เข้ามากันอันนี้ ใช้ปืนสั้นนะอย่าใช้ปืนลูกซอง ยิงทีละลูก

ยิงปุดๆๆๆไปนี่ เปลืองกระสุน เปลืองเงิน เปลืองแรง ศัตรูอยู่ตรงไหนยิงตรงนั้น พอยิงเก่งทีละลูกแล้ว แม่นแล้ว ศัตรูเข้ามาทีละ ๓ ความจริงเข้ามาทีละหนึ่งแต่ไวมาก เดี๋ยวยิงได้เอง พอเข้าใจไหม ไม่รู้จะเปรียบอย่างไรแล้ว

ฉะนั้น ที่ยังรู้สึกว่าท่องอยู่นี่ก็อย่าไปกลุ้มอกกลุ้มใจ เท่ากับเป็นการสอนใจของเรา แล้วฝึกจิตของเราให้คุ้นเคยว่า ถ้าเผื่อเป็นเดินเรียกว่ารูป เป็นฟุ้งเขาเรียกว่านาม เท่ากับเป็นการสอนตัวเองให้อยู่ในภูมิวิปัสสนาไปด้วยใช่ไหม

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [30 พ.ค. 2548 , 11:15:56 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4

คำถาม :นามรูปต้องกำหนดทุกขณะจิตหรือไม่
คำตอบ :ถ้าขณะใดไม่มีรูปไม่มีนามเป็นอารมณ์ ขณะนั้นไม่มีวิปัสสนาเกิด แต่อย่าไปท้อถอย ชีวิตเราจะมีนามรูปตลอดเวลาไม่ได้ เพราะเรามีกิจ มีหน้าที่

แต่เราให้เวลากับตัวเอง เช่น ก่อนนอน ๑๐ นาที เราจะเพียรพยายามอยู่กับรูปกับนาม ต้องเริ่มต้นตรงนี้ ถ้าเผื่อไม่มีรูปนาม ไม่มีปัญญาแล้ว แย่เลย ทำไงล่ะ ยากนะอย่างนี้ อย่าเอาดีกว่า ไว้แก่ค่อยทำ ให้หมดงานก่อน คราวนี้เลยไม่ทำเลย

คำตอบที่แท้จริง อย่างชนิดที่ว่าไม่ได้เอาใจ เป็นเรื่องหลักเลย คือ ขณะใดไม่มีรูปนามเป็นอารมณ์ ขณะนั้นไม่มีปัญญา เราต้องยอมรับอันนี้ไว้เป็นเหตุผลที่เถียงไม่ได้ แต่ทีนี้มาถามตัวเรา เราก็อยากมีปัญญา เราก็อย่าขาดจากรูปนามเพราะเราไม่อยากโง่

แต่เราจะต้องรู้จักกาละและเทศะ ชีวิตเราๆ ทำหน้าที่ของเราไปให้สมควร และเป็นหน้าที่สุจริตทำไป แล้วเราก็แบ่งแยกชีวิตของเราให้เป็นเวลา

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [30 พ.ค. 2548 , 11:17:05 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5

เอาละ ๑๐ นาทีนี้ก่อนนอนนะ เราจะเพียรกระทำชีวิตนี้ให้มีปัญญา เพราะรู้ว่าเมื่อมีปัญญาแล้วดี แล้วมีการฝึกฝนให้เกิดความชำนาญ แม้กระทั่งมันยังไม่มีรูปนามตลอด ๑๐ นาทีเลย มีแค่ ๓-๔ ขณะ รุ่งนี้ ๑๐ นาที อีก ๓-๔ ขณะ มะรืนนี้ ๑๐ นาที ๔-๕ ขณะ อีกหน่อย ๑๐ นาที ก็ได้ทั้ง ๑๐ นาที แล้ว ๑๐ นาที ก็กลายเป็นชั่วโมง จากชั่วโมงกลายเป็นวัน จากวันกลายเป็นปี จากน้อยไปหามาก ความยากจะลดลงเพราะเริ่มทำ

บางคนบอกไปว่า ต้องทำนะให้มีรูปนาม รู้สึกยากใครจะทำได้ ไม่เอาหลวงพ่อ ไว้ตอนแก่ก่อน ให้หมดงานก่อน พอหมดงานคราวนี้ละฟุ้ง ไม่มีโอกาสทำหรอก เพราะไม่ได้ฝึกฝนความเคยชินไว้

พอร่างกายแก่แล้วนี้ โครงสร้างอวัยวะน้อยใหญ่ก็เสื่อมแล้ว เสื่อมไปด้วยกรรม มหาภูตรูปต่างๆก็เสื่อม เมื่อกำลังสดชื่นอยู่ ทำไมไม่ทำความสดชื่นให้ดีขึ้น ทำไมรอความไม่สดชื่นแล้วค่อยหาความสดชื่น

ขณะมีกำลังวังชาทำดีกว่าไม่ทำเลย ได้น้อยดีกว่าไม่ได้เลย แล้วคำว่ามากมาจากน้อยทั้งสิ้น และไม่มีใครในโลกนี้ แม้พระพุทธเจ้าทำอะไรครั้งเดียวสำเร็จ.. เป็นไปไม่ได้ ที่สำเร็จเพราะว่ามีความสันทัดมาแล้วจากการฝึกฝน

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [30 พ.ค. 2548 , 11:20:47 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 6

คำถาม :ที่ว่ามีสติรู้อยู่ตลอดเวลา หมายความว่า เราขยับตัวหรือนั่ง หรือรู้ความคิดว่ากำลังคิดอะไรอยู่ การรู้เช่นนี้เป็นวิปัสสนาหรือไม่
คำตอบ :รู้ว่าเราคิดอะไรยังไม่เป็นวิปัสสนา เป็นสติเฉยๆ ถ้ารู้ว่าตอนนี้นามเป็นผู้คิดจึงเป็นปัญญา จะอธิบายให้เข้าใจแต่จะไม่ตรงกับเนื้อในปริยัติเป๊ะหรอกนะ หนังสือกับความเข้าใจต่างกัน

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [30 พ.ค. 2548 , 11:22:45 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 7

คำถาม :ที่ว่ามีสติรู้อยู่ตลอดเวลา หมายความว่า เราขยับตัวหรือนั่ง หรือรู้ความคิดว่ากำลังคิดอะไรอยู่ การรู้ เช่นนี้เป็นวิปัสสนาหรือไม่
คำตอบ :รู้ว่าเราคิดอะไรยังไม่เป็นวิปัสสนา เป็นสติเฉยๆ ถ้ารู้ว่าตอนนี้นามเป็นผู้คิดจึงเป็นปัญญา จะอธิบายให้เข้าใจแต่จะไม่ตรงกับเนื้อในปริยัติเป๊ะหรอกนะ หนังสือกับความเข้าใจต่างกัน

สติคือการระลึกได้ สติต้องระลึกได้ฝ่ายกุศลทั้งสิ้น “แหม ไม่มีสติจริงๆ” อย่างนี้พูดไม่ถูก นั่นเรียกว่าขี้ลืม เผอเรอเลินเล่อ ใช่ไหม

สติคือตัวระลึกได้ สติต้องคู่กับสัมปชัญญะ แต่สติต้องเป็นหัวหน้าเพราะเป็นจอมทัพฝ่ายกุศล

สัมปชัญญะคือปัญญา แต่เป็นปัญญาโลกุตตรธรรม ไม่ใช่ปัญญาโลกียะ เป็นปัญญาที่รู้จริงเข้าไปในเรื่องของชีวิตตามสภาวธรรมว่า ชีวิตคือรูปธรรมและนามธรรม เช่น นั่ง-รูปนั่ง ตัวรู้-นามรู้

ฉะนั้น เราระลึกได้ว่าเรานั่งเท่ากับมีสติทำให้เรานี้ไม่มีโมหะเข้า บางคนนั่งก็ไม่รู้สึกตัวเพราะมันเผลอไผลไป ใช่ไหม ฟุ้งซ่านไป ถ้าเผื่อไม่มีสติระลึกรู้ว่ารูปนั่งแล้ว ฟุ้งก็เข้า อกุศลก็เข้า สติคอยกันอกุศล พอเรานึกได้ว่า เออเรานั่ง สติเข้า แต่ถ้าระลึกได้ว่ารูปมันนั่ง ไม่ใช่เรานั่ง นี่มีสติบวกสัมปชัญญะ

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [30 พ.ค. 2548 , 11:25:43 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 8

คำถาม :การกำหนดรูปนามจะกำหนดอย่างไรจึงจะถูก โดยไม่ใช่เป็นการท่อง
คำตอบ :การท่องกับการรู้สึกต่างกัน ลองท่องไปนะ ท่องดังๆ ก็ได้ พุทโธๆๆๆๆๆ ท่องไปซิ ท่องพร้อมกัน แล้วสังเกตตัวเองไม่ต้องดูใคร รู้สึกการเคลื่อนไหวร่างกายของเรา รู้สึกว่าการทำงานสั่งผ่านทางสมองมากกว่าไหม รู้สึกที่หัวมากกว่าไหม

เอ้าลองยกมือขึ้น ๒ ข้าง รู้สึกตัวไหมว่ายกมืออยู่ ความรู้สึกเป็นอย่างนี้ ใหม่ๆ นี่การกำหนดรูปนั่ง รูปยืน ฯลฯ ก็เหมือนท่อง มีความเข้าใจว่าเหมือนท่อง แต่อย่ากลัวว่าจะผิดจะถูก มันก็ยังเป็นการระลึกในเรื่องของความเป็นจริง จนกระทั่งเกิดความสันทัดแล้วทำให้เรารู้สึกตัวเอง แม่นขึ้น เราจะเอาของใหม่ใส่เข้าไปต้องสอนเข้าไปก่อน การสอนก็เหมือนการท่องนั่นแหละ

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [30 พ.ค. 2548 , 11:27:45 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 9

พอจำได้แล้ว พอจะระลึกได้ พอรู้เรื่องแล้วก็เป็นรูปนั่ง รูปนอน แต่อย่างนี้ซิท่อง พอรู้สึกนะ เออ นี่รูปนั่งนะ นั่งอยู่นี่ ทุกคนฟังอยู่นี่รู้สึกว่านั่งอยู่ไหม มีความรู้สึกอย่างอื่นไหม เหมือนกับยืนไหม มีความรู้สึกอย่างอื่นไหม ไม่เหมือนกัน มันก็รู้สึกว่านั่งอยู่ แต่ฟังด้วย ใช่ไหม

ไม่ได้สนใจเลยแต่ก็ระลึกรู้ มันเป็นความรู้อยู่ว่าเรานั่งอยู่ นั่งฟัง แต่ผู้ที่ยืนฟัง เขาก็รู้ตัวว่ายืนฟัง เหมือนกับเราตั้งใจฟังแล้วคันก็เกา ขณะเกานี่รู้เลยว่าไม่ได้สนใจเกาเท่าไหร่ เพราะฟังอยู่ใช่ไหม

ฉะนั้น รู้สึกตัวนี่เกาแล้วหายคัน แต่ตั้งใจฟัง รู้สึกตรงนี้คือความรู้สึกสำนึกได้ ต่างกัน


โปรดติดตามตอนต่อไปในคราวหน้า


โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [30 พ.ค. 2548 , 11:28:41 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 10

สติคือการระลึกได้ สติต้องระลึกได้ฝ่ายกุศลทั้งสิ้นเป็นคำสอนที่มุ่งถึงประโยชน์ที่จะได้รับได้อย่างดีเลยครับ

คุณค่าของสตินั้นยิ่งใหญ่เสมอเลยนะครับผม

คุรั

โดย พี่เณร [30 พ.ค. 2548 , 14:23:43 น.] ( IP = 61.91.115.150 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org