มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อย่าคบคนพาล




ตอนที่แล้ว
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=7301


อย่าคบคนพาล


บันไดขั้นแรก ที่จะก้าวขึ้นไปสู่ความสุขนั้น จะต้องตั้งต้นกันที่ "การไม่คบคนพาล" ให้ได้เสียก่อน เพราะถ้าขั้นนี้ก้าวผิดหรือทำไม่ได้ แม้ว่าจะประกอบเหตุใด ๆ ที่จะให้ได้พบความสุข ก็จะพบได้ยาก หรือไม่อาจจะพบได้เลย การไม่คบคนพาล จึงเป็นด่านแรก ที่จะไขประตูไปสู่ความสุข

คนพาล คือ คนชั่ว คนทุจริต คนหากินทางผิดกฎหมาย และผิดศีลธรรม ก่อให้เกิดความเดือดร้อนวุ่นวายทั้งแก่ตนเอง ครอบครัวและสังคมส่วนรวม

คนพาล มีหลักพอสังเกตได้ คือ มักคิดชั่ว พูดชั่ว และทำชั่วอยู่เนืองนิจ แม้ว่าเราจะไม่รู้ความคิดของคนพาลแต่เราก็ย่อมจะตัดสินความเป็นพาลของคนได้ ที่การแสดงออกมาทางกายหรือวาจา นอกจากนี้ เรายังสามารถดูลักษณะที่แสดงออกแห่งความเป็นคนพาล หรือคนชั่วอีกประการหนึ่ง คือการชอบคบแต่คนชั่วด้วยกัน

การคบกับคนพาลมีทุกข์ โทษ และภัยมาก ในมงคล ๓๘ คือทางก้าวหน้าของชีวิตนั้น ท่านได้ระบุการไม่คบคนพาล ไว้เป็นอันดับแรก เปรียบเสมือนบันไดขั้นแรกของชีวิต ถ้าก้าวขั้นนี้ผิดพลาด ขั้นอื่น ๆ ก็ย่อมจะต้องพลาดหรือผิดพลาดไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [1 มิ.ย. 2548 , 07:38:29 น.] ( IP = 58.10.89.82 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

การคบกับคนพาลนั้น แม้ว่าเราจะไม่คบถึงสนิทสนมด้วย แต่ก็ย่อมจะเป็นที่ระแวง หรือรังเกียจของคนดี และการได้ใกล้ชิดกับคนพาลนั้นแม้ว่าในระยะแรก ๆ เราจะนึกรังเกียจเขา แต่เมื่อได้เข้าใกล้ชิดกันนานไปใจก็ย่อมจะยินดีในความเป็นพาลนั้นตามลำดับ ตรงกับสุภาษิต (๒๗/๔๐๘) ว่า "คบคนเช่นใด ก็ย่อมเป็นเช่นคนนั้น" และพุทธภาษิต (๒๐/๑๔๒) อีกแห่งหนึ่งว่า "ผู้คบคนเลว ย่อมพลอยเลวลง" เป็นต้น

ดังนั้น สูตรแห่งความสุขข้อแรก และเป็นข้อที่มีความจำเป็นสุดยอด ที่จะต้องปฏิบัติให้ได้ คือต้องงดเว้นให้ห่างไหลกับคนพาลให้ได้ ต้องตัดสัมพันธ์ให้ขาด ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม อย่าได้ทอดไมตรีให้เลย เพราะจะนำแต่อัปมงคลมาให้ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว

ที่สำคัญสุดยอด ที่ไม่ควรจะมองข้ามไปก็คือ อย่ามัวไปเพ่งมองความพาลที่คนอื่นฝ่ายเดียว ให้ระวังใจเราเอง มันจะไปเป็นพาลเสียเอง เมื่อจิตของเรามันเป็นพาลเสียเองแล้ว คนหมดทั้งโลกนี้ก็ไม่มีใครจะช่วยเราได้

ฉะนั้น จงหมั่นตรวจสอบ หมั่นพิจารณาดูจิตของตนเอง ว่ามีเชื้อสัมมาทิฐิอยู่มากน้อยเพียงใด ? สังเกตได้จากความนิยมที่จิตมันแสดงออก คือถ้าจิตนิยมชมชอบในคนดี ในความดีหรือคนทำดี ก็แสดงว่าจิตมีเชื้อของสัมมาทิฐิควรจะหล่อเลี้ยงเอาไว้

แต่ถ้าจิตเกิดนิยมชมชอบในความชั่วหรือคนชั่ว ก็ให้เร่งระวังว่าเชื่อมิจฉาทิฏฐิ กำลังลุกลามเข้ามาสู่ใจแล้ว จงรีบกำจัดหรือชำระล้างเสียด้วยพระธรรมโดยเร็วเถิด ขืนปล่อยไว้จะเป็นมารทำลายความสุขเสียเอง โดยที่ไม่มีคนอื่นมาทำให้.

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [1 มิ.ย. 2548 , 07:39:19 น.] ( IP = 58.10.89.82 : : )


  สลักธรรม 2

จงคบบัณฑิต


บันไดขั้นที่สอง ที่ต่อจากขั้นแรก ที่จะเว้นเสียมิได้คือ "การคบหากับบัณฑิต" ซึ่งจะต้องทำให้ต่อเนื่องกันไปจึงจะบรรลุถึงความสุขตามที่เราต้องการได้ สองขั้นนี้จึงถือว่า เป็นขั้นที่ต้องบังคับตายตัว

บัณฑิต คือ คนดี คนมีปัญญา หรือคนที่ดำเนินชีวิตด้วยปัญญา คนที่คิดดี พูดดี และทำดี ดูได้จากการกระทำที่ออกมาทางกาย และวาจา ที่เป็นไปด้วยความสุจริต ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น โดยนัยนี้ก็ย่อมจะไม่เกี่ยวกับการศึกษาเล่าเรียน หรือว่าจะมีปริญญาหรือไม่ ?

การคบหากับบัณฑิต คบกับคนดีหรือเพื่อนที่ดีนั้น จัดว่าเป็นมงคลข้อที่สอง ที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ไม่อาจที่จะอยู่โดดเดี่ยวเดียวดายได้ ทุกคนต่างต้องพึ่งพาอาศัยกัน มากบ้างน้อยบ้างตามฐานะหรือหน้าที่ ที่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกัน

อานิสงส์ที่ได้รับ จากการคบกับคนดีทันตาเห็นก็คือ เราย่อมจะได้ยินและได้เห็นแต่ในสิ่งที่ดี สิ่งที่เป็นมงคลเป็นความก้าวหน้าในชีวิต จะช่วยให้ชีวิตพัฒนาไปสู่ความสุขตามลำดับ จนถึงขั้นสูงสุดคือพระนิพพาน ตามนัยอุปัฑฒสูตร (๑๙/๒) ที่พระพุทธองค์ได้ตรัสกะพระอานนท์ว่า

"อานนท์ ! ความเป็นผู้มีเพื่อนดี (หรือบัณฑิต) นั้นนับว่าเป็นพรหมจรรย์หมดทั้งสิ้นเลยทีเดียว"

พูดกันตามภาษาชาวบ้านก็ว่า การมีเพื่อนที่ดีนั้น เท่ากับเป็นหมดทั้งเนื้อทั้งตัวเราเลยทีเดียว หมายความว่า มีแต่ส่วนดีโดยตลอด อย่าได้สงสัยเลย จงเชื่อพระพุทธเจ้าเถิดรับรองว่าจะไม่ไปเกิดในอบายแน่

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [1 มิ.ย. 2548 , 07:40:03 น.] ( IP = 58.10.89.82 : : )


  สลักธรรม 3

แต่ว่าคนเรานั้นมันดูยากกว่าสัตว์ คือมันไม่มีลายให้ดูเหมือนอย่างเสือ เป็นต้น จะดูผิวก็ไม่ได้ว่า ผิวขาวจะดีกว่าผิวดำ ? มันแยกไม่ได้ ยิ่งความคิดของคนก็ยิ่งจะดูกันไม่ได้เลย แต่เราก็จะดูได้ที่คำพูด และการกระทำของเขา ถ้าใครพูดดีและทำดีด้วย เราก็ให้เชื่อไว้ครึ่งหนึ่งก่อนว่าจะเป็นคนดี

ที่ไม่แนะนำให้เชื่อหมดหัวใจ ก็เพราะว่าคนเรามันมีมายามาก คนที่พูดดีอาจคิดและทำไม่ดีก็ได้ ทำดีอาจคิดไม่ดีก็ได้ เช่น ปากบอกว่ารัก เคารพ และนับถือ แต่ภายในใจจริง ๆ อาจจะเกลียดจนเข้ากระดูกดำ ไม่มีความเคารพและไม่นับถือเลยก็ได้ เป็นต้น

แต่ชาวพุทธเรา ก็ยังนับว่ามีโชคดี ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงเพื่อนแท้และเพื่อนเทียม (สิงคาลกสูตร ๑๑/๑๖๘) ไว้ให้ดู ดังนี้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [1 มิ.ย. 2548 , 07:40:50 น.] ( IP = 58.10.89.82 : : )


  สลักธรรม 4

เพื่อนเทียม ๔ (หรือศัตรูผู้มาในร่างของมิตร)

๑. เพื่อนปอกลอก ๔
- คิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว
- ยอมเสียน้อย โดยหวังจะเอาให้มาก
- ตัวมีภัย จึงมาช่วยทำกิจของเพื่อน
- คบเพื่อน เพราะเห็นแก่ประโยชน์ตน

๒. เพื่อนดีแต่พูด ๔
- ยกเอาของที่หมดแล้วมาพูด
- อ้างเอาของที่ยังไม่มีมาพูด
- สงเคราะห์ในสิ่งที่ไร้ประโยชน์
- เมื่อเพื่อนมีกิจ ก็อ้างแต่เหตุขัดข้อง

๓. เพื่อนหัวประจบ ๔
- จะทำชั่วก็คล้อยตาม
- จะทำดีก็คล้อยตาม
- ต่อหน้าสรรเสริญ
- อยู่ลับหลังนินทา

๔. เพื่อนชวนให้ฉิบหาย ๔
- คอยเป็นเพื่อนดื่มน้ำเมา
- คอยเป็นเพื่อนเที่ยวกลางคืน
- คอยเป็นเพื่อนเที่ยวดูการเล่น
- คอยเป็นเพื่อไปเล่นการพนัน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [1 มิ.ย. 2548 , 07:41:42 น.] ( IP = 58.10.89.82 : : )


  สลักธรรม 5

พระพุทธองค์ทรงแนะให้ดูลายของคน ที่แสดงออกมาในรูป และแบบต่าง ๆ กัน แม้ว่าจะแสดงออกมาในข้อใดข้อหนึ่ง ก็จัดว่าเป็นเพื่อนเทียมได้ คำพังเพยจึงมีอยู่ว่า

ยามทุกข์จะเห็นใจมิตร
ยามข้าศึกประชิด จะเห็นใจทหาร


นั่นก็หมายความว่า ในยามปกติไม่มีกิจธุระ เพื่อนก็ไม่มีความจำเป็น แต่เมื่อมีความทุกข์เกิดขึ้น จึงจะตัดสินได้ว่า ใครจะเป็นมิตรเทียมหรือมิตรแท้ของเรา ? ทหารก็เช่นเดียวกัน เมื่อปลอดจากข้าศึกศัตรู ทหารก็เกือบจะไร้ค่า แต่พอมีข้าศึกมา ทหารก็เป็นขวัญใจของประชาชน ต่อไปก็เป็นการดูลายของเพื่อนแท้
เพื่อนแท้ ๔ (เพื่อนที่จริงใจต่อกัน)

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [1 มิ.ย. 2548 , 07:42:53 น.] ( IP = 58.10.89.82 : : )


  สลักธรรม 6

เพื่อนแท้ ๔ (เพื่อนที่จริงใจต่อกัน)

๑. เพื่อนอุปการะ ๔
- เพื่อนประมาท ช่วยรักษาเพื่อน
- เพื่อนประมาท ช่วยรักษาทรัพย์สินของเพื่อน
- เมื่อมีภัย เป็นที่พึ่งพำนักได้
- เมื่อมีกิจจำเป็น ออกทรัพย์ให้มากกว่าที่ออกปาก

๒. เพื่อนร่วมสุขร่วมทุกข์ ๔
- บอกความลับแก่เพื่อน
- รักษาความลับของเพื่อน
- มีภัยอันตรายก็ไม่ละทิ้ง
- แม้ชีวิตก็สละให้ได้

๓. เพื่อนแนะนำประโยชน์ ๔
- จะทำชั่วเสียหาย คอยห้ามปรามไว้
- แนะนำสนับสนุนให้ตั้งอยู่ในความดี
- ให้ได้ฟังได้รู้ ในสิ่งที่ไม่เคยได้รู้ได้ฟัง
- บอกทางสุข ทางสวรรค์ให้

๔. เพื่อนมีใจรัก ๔
- เพื่อนมีทุกข์ ก็พลายไม่สบายใจด้วย
- เพื่อนมีสุข ก็พลอยแช่มชื่นยินดีด้วย
- เขาติเตียนเพื่อน ช่วยยับยั้งแก้ให้
- เขาสรรเสริญเพื่อน ช่วยพูดเสริมสนับสนุน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [1 มิ.ย. 2548 , 07:44:42 น.] ( IP = 58.10.89.82 : : )


  สลักธรรม 7

เมื่อเรามีเพื่อนแท้ และมีเพื่อนที่ดีอย่างนี้แล้ว เราก็จำเป็นที่จะต้องผูกน้ำใจของเพื่อนไว้ให้ดี ด้วยการแสดงตนเป็นเพื่อนที่ดีของเพื่อนด้วยการสนองกลับต่อเพื่อน ดังที่เพื่อนแสดงมาแล้ว ก็ควรที่จะผูกน้ำใจของเพื่อน ด้วยธรรม อีก ๒ หมวด ดังนี้

หมวดที่ ๑ มี ๕ ข้อ
- เผื่อแผ่แบ่งปัน
- พูดจามีน้ำใจ
- ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
- มีตนเสมอ ร่วมสุขร่วมทุกข์ด้วย
- ซื่อสัตย์และจริงใจ

หมวดที่ ๒ มี ๕ ข้อ
- เมื่อเพื่อนประมาท ช่วยรักษาป้องกัน
- เมื่อเพื่อนประมาท ช่วยรักษาทรัพย์สินของเพื่อน
- ในคราวมีภัย เป็นที่พึ่งพิงได้
- ไม่ละทิ้งในยามทุกข์ยาก
- นับถือตลอดถึงวงศ์ญาติของเพื่อน.

ที่มา : หนังสือสู่ความสุข โดย ธรรมรักษา


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [1 มิ.ย. 2548 , 07:46:30 น.] ( IP = 58.10.89.82 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบพระคุณค่ะพี่เณร แม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาจะมีเพื่อนที่ดีเป็นส่วนมาก แต่ก็ไม่ประมาทในการทำตนเป็นคนพาลเสียเอง

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 มิ.ย. 2548 , 12:31:18 น.] ( IP = 202.28.181.9 : : 10.6.129.65 )


  สลักธรรม 9

เรื่องของการคบคนคงต้องวินิจฉัยให้มาก
เพราะนำไปสู่ทางดีและทางเสื่อมได้ง่าย
ขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาฝาก

โดย น้องกิ๊ฟ [1 มิ.ย. 2548 , 14:09:35 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 10

ขั้นตอนที่ยากก็นี่เลยค่ะ การเลือกคบคน ดูไปดูมามักจะติดใจถูกคอกับคนพวกเดียวกัน(พาล)มากกว่า แบบว่ารู้เรา รู้เขา อะไรประมาณนี้ ก็เลยไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่

แต่เวลาเจอคนดีเข้าล่ะก็ตัวลีบหลีกห่างซะงั้น กลัวถูกว่าหรือรู้สึกละอายยังไงบอกมิถูก แบบว่ารู้เราไม่รู้เขาอ่ะค่ะ เลยชื่นชมอยู่ห่าง ๆ

เอ่อ...จะแก้เคล็ดยังไงดีล่ะคะเนี่ย คุณพี่เณรเจ้าขา

โดย น้องถ้วย [1 มิ.ย. 2548 , 21:30:52 น.] ( IP = 203.170.228.172 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org