มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ไขข้อข้องใจในวิปัสสนา ๗







ไขข้อข้องใจในวิปัสสนา ๗


คำถาม :ขณะที่เราทราบว่าฟุ้ง หมายความว่าเรารู้ตรงปัจจุบันใช่หรือไม่?
คำตอบ :เราทราบนั่นคือปัจจุบัน พอรู้ว่าฟุ้งไป ก็กำหนดฟุ้งแล้วกลับมาเริ่มต้นที่รูปใหม่ เช่น รูปนั่ง ลักษณะอันแรกคือรูปนั่ง เมื่อฟุ้งซ่านเกิดขึ้นก็กำหนดนามฟุ้งขณะที่รู้สึกตัวว่านามฟุ้งนี้ สติเข้ามา เพราะการรู้สึกด้วยว่านามฟุ้งนี้เป็นปัจจุบันแล้ว ฟุ้งออกไปแล้ว พอรู้สึกตัวก็กลับมาเริ่มต้นที่ฐานใหญ่ คือ กำหนดรูปนั่งใหม่

รูปนั่งมาเป็นครั้งที่ ๒ แล้วนะ พอเรากำลังกำหนดรูปนั่งครั้งที่ ๒ นี้อยู่ก็ระลึกไปว่าเมื่อสักครู่นี้ฟุ้ง เห็นไหม เมื่อสักครู่นี้ฟุ้งก็แปลว่าเดี่ยวนี้ก็ฟุ้ง คนละอันกัน ต้องกำหนดนามฟุ้งอีก

(ตอนที่ ๖ อ่านที่นี่) http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=7302

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [1 มิ.ย. 2548 , 13:47:18 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1


คำถาม :ขณะที่เราทราบว่าฟุ้ง หมายความว่าเรารู้ตรงปัจจุบันใช่หรือไม่?
คำตอบ :เราทราบนั่นคือปัจจุบัน พอรู้ว่าฟุ้งไป ก็กำหนดฟุ้งแล้วกลับมาเริ่มต้นที่รูปใหม่ เช่น รูปนั่ง ลักษณะอันแรกคือรูปนั่ง เมื่อฟุ้งซ่านเกิดขึ้นก็กำหนดนามฟุ้งขณะที่รู้สึกตัวว่านามฟุ้งนี้ สติเข้ามา เพราะการรู้สึกด้วยว่านามฟุ้งนี้เป็นปัจจุบันแล้ว ฟุ้งออกไปแล้ว พอรู้สึกตัวก็กลับมาเริ่มต้นที่ฐานใหญ่ คือ กำหนดรูปนั่งใหม่

รูปนั่งมาเป็นครั้งที่ ๒ แล้วนะ พอเรากำลังกำหนดรูปนั่งครั้งที่ ๒ นี้อยู่ก็ระลึกไปว่าเมื่อสักครู่นี้ฟุ้ง เห็นไหม เมื่อสักครู่นี้ฟุ้งก็แปลว่าเดี่ยวนี้ก็ฟุ้ง คนละอันกัน ต้องกำหนดนามฟุ้งอีก

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [1 มิ.ย. 2548 , 13:47:53 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2

คำถาม :ถ้าสมมุติว่าเรากำหนดรูปเดินอยู่ เสร็จแล้วนัยน์ตาก็เห็น แต่ว่าตอนนั้นไม่ได้กำหนดนามเห็น กำหนดรูปอยู่ หมายความว่าไม่ทันใช่หรือไม่?
คำตอบ :ไม่ทัน เพราะการรู้ว่าเห็นแล้วนี่ ตอนนั้นจิตทำงานกับจักขุปสาทะ การเห็นปุ๊บนี่จิตไม่ได้อยู่กับรูปแล้ว จิตอยู่กับประสาทตา แต่เราไม่ทันอารมณ์ โมหะเข้าหรือไม่ก็กำหนดนั้นแช่อารมณ์แล้ว

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [1 มิ.ย. 2548 , 13:48:13 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3

คำถาม :ไม่ได้แช่ แต่มีความรู้สึกว่าเรากำหนดรูปเดินอยู่ แล้วก็รู้สึกว่าเห็นด้วย
คำตอบ :อันนี้เรียกว่าไม่ได้อารมณ์ปัจจุบัน ไม่ทันปัจจุบันอารมณ์ ความสำคัญของชีวิตคือรูปกับนาม ทุกสิ่งทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยจิต จิตเข้าไปทำงานที่ใด สติสัมปชัญญะต้องอยู่กับจิตที่นั่น ใช้คำจำกัดความว่า “รูปอยู่ตรงไหน นามอยู่ตรงนั้น”

การเห็นนี่เราเห็นรูป สติสัมปชัญญะก็ต้องไปอยู่กับการเห็น คือนามเป็นผู้เห็น รูปปรากฏขึ้นที่ใด สติสัมปชัญญะต้องควบคุมจิตอยู่ที่นั่น เพราะจิตมันวิปลาส

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [1 มิ.ย. 2548 , 13:48:31 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4

คำถาม :ในระหว่างการเดินทางบนรถเมล์ พยายามกำหนดรูปนามอยู่ทุกๆ เช้า แต่รู้สึกเสียสมาธิในการกำหนดตอนที่รถวิ่งเร็วและน่ากลัวมาก จะทำอย่างไรจึงจะหายกลัวหรือกลัวน้อยลง
คำตอบ :คำว่า “กลัว” ต้องรู้จัก กลัว คือสิ่งที่ยังมาไม่ถึงใช่ไหม อะไรก็แล้วแต่ที่สร้างความกลัว เช่น
กลัวหมด แปลว่าตอนนี้ยังไม่หมด
กลัวตาย แปลว่าตอนนี้ยังไม่ตาย
กลัวหิว แปลว่าตอนนี้ยังไม่หิว
กลัวผีหลอก แปลว่าตอนนี้ยังไม่หลอก
กลัวถูกรถชน แปลว่าตอนนี้ยังไม่ชน
กำหนดนามฟุ้ง เวลากลัวกำหนด นามฟุ้ง เพราะเป็นเรื่องของอนาคต

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [1 มิ.ย. 2548 , 13:48:53 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5

คำถาม :เวลามีเสียงมากระทบขณะที่เห็นรูปด้วย จะทำอย่างไรเพราะกำหนดไม่ทัน
คำตอบ :อะไรที่กระทบรุนแรง เสียงที่เข้ามาดังจนเราจำได้หมายรู้ กำหนดนามได้ยิน ขณะใดที่เสียงมีอำนาจ กำหนดนามได้ยิน ขณะใดทางตามีอำนาจ กำหนดนามเห็น ทุกวันนี้เราให้ธรรมชาติมีอำนาจเหนือเรา เราต้องเป็นผู้มีอำนาจเหนือธรรมชาติ

ทุกวันนี้เราเปิดประตูรับ เปิดให้คนเข้ามาเยือนบ้านเราตลอดเวลาโดยไม่รู้ว่าใครดีใครชั่ว ต่อไปนี้เราต้องเป็นผู้ดูประตู เราต้องเป็นผู้ตรวจสอบว่าคนที่จะผ่านเข้ามานั้นชั่วไหม ถ้าเรารู้ว่าชั่วปุ๊บเท่ากับเราปิดประตูทันที แต่ถ้ามีอารมณ์มากระทบหลายอย่างตลอดเวลา เราก็กำหนดไปเท่าที่เราสามารถทำได้ ถึงจะทันบ้าง ไม่ทันบ้าง ก็ไม่เป็นไร

ทีนี้ถ้ารู้สึกว่ามีอารมณ์มากระทบน้อย เช่น บางที เดินๆ เดินๆ กำหนดแต่รูปเดินอย่างเดียว เรากำหนดรู้เลยว่า สมาธิเกิดมากแล้ว ให้เปลี่ยนอิริยาบถเสียตั้งต้นใหม่ เพื่อหลีกออกจากการส่งเสริมความชำนาญในสมาธิ

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [1 มิ.ย. 2548 , 13:49:11 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 6

อีกประการหนึ่ง นักปฏิบัติที่เข้าใจภูมิมากขึ้นแล้ว ยกตัวอย่างนะว่า กำหนดรูปนั่ง นามเห็น
พอเห็นเป็นรูปคน กำหนดนามฟุ้ง
รู้สึกเย็น กำหนดรูปเย็น
รู้สึกผมปลิว นี่รูปใช่ไหม รู้สึกนามรู้
ตอนนี้ กำหนดนามรู้ ดูอิริยาบถนิดหนึ่งนะ (หลวงพ่อขยับท่านั่งให้ดูเป็นตัวอย่าง) ทุกข์ไม่เกิดเพราะอะไร เพราะนั่งตัวตรง ผ่อนท้องขยับท้องแขม่วลงนิดเดียว การปวดสันหลังหายแทบหมด

ฉะนั้น อิริยาบถแต่ละอิริยาบถนี่มันปิดบังทุกข์เสมอ เรานั่งอย่างนี้ เอามือทำอย่างนี้ไม่เปลี่ยนเลย กำนิดเดียวเลือดลมเดินแล้ว อากาศธาตุทำงาน ขยับนิดเดียวหายปวดได้ทั้งตัว

ฉะนั้น เด็กที่ถูกครูทำโทษให้ยืน ห้ามนั่ง มันไม่จำเป็นต้องนั่ง ขยับเท้าไปขยับเท้ามาไม่ค่อยเมื่อยหรือไม่ เห็นไหมอิริยาบถย่อมปิดบังทุกข์

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [1 มิ.ย. 2548 , 13:49:30 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 7

ดังนั้น ก่อนจะทำอะไร เราหัดรู้ไว้อีกหน่อย ก่อนจะเปลี่ยนอิริยาบถให้รู้ก่อน คราวนี้เมื่อชำนาญแล้วพอจะขยับนิดหนึ่งก็รู้สึก แล้วก่อนขยับก็รู้สึก รูปเปลี่ยนไปเลย เปลี่ยนหมดกระทั่งขยับขา

ลักษณะจริงๆ ของตา หู จมูกที่เรามองเห็นเป็นหน้า มันจะเห็นเป็นจุดๆ ของจริงไม่เป็นหน้าแบบนี้ มันจะบุ๋มๆ โผล่ขึ้นโผล่ลง ภาพนี้ดับ ภาพนี้เกิด ภาพนี้ดับ ภาพนี้เกิด มันจะเป็นหลุมเป็นบ่อหมด

แต่ตอนนี้ทุกคนยังไม่เห็นอย่างนี้ แต่ที่บอกก็เพื่อจะอธิบายว่า การขยับขานี้เลือดลมมันเดินเพราะมีอากาศธาตุ ช่องว่างระหว่างธาตุ มันไม่ได้ดับจุดนี้จุดเดียว มันดับตลอดเวลา

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [1 มิ.ย. 2548 , 13:49:48 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 8

ฉะนั้น ขยับขาข้างนี้นิดเดียว เราหายปวดขาข้างนี้ได้ เพราะสองขาเมื่อยไม่เท่ากัน เปรียบเสมือนเมื่อยขาขวามากกว่า เราไม่ต้องขยับขาซ้ายเลย ขาซ้ายก็เมื่อยแล้ว ขาซ้ายนี่ถูกทับไว้ด้วยขาขวา ขยับขาบนนิดเดียว ขาล่างสบายด้วย

หรือเงยหน้าขึ้นนิดเดียว ต้นคอกับหลังจะค่อยยังชั่ว แต่ขอให้รู้ก่อนขยับ ส่วนมากจะขยับไปแล้วจึงรู้ ไม่ได้เป็นของแปลก เพราะธรรมชาตินี่เร็วมาก อิริยาบถใหญ่ดูง่ายกว่าอิริยาบถย่อย เราต้องทำของใหญ่ก่อน คราวนี้พอสติไว สติจะกลับมาปกครอง ไม่ว่าจะขยับนิดขยับหน่อยรู้หมด

แต่หลักนี้อย่าเพิ่งเอาไปฝึกมาก ขอให้อยู่กับบุญให้เป็น ช่วงระยะเวลาของจิตที่เดินไป ทำงานไปนี่ ขอให้มีบุญเป็นที่ตั้ง แต่จำไว้อย่างเดียว คือ ทุกอย่างต้องมีตัวรู้และตัวถูกรู้ คนที่รู้ว่าปลา ต้องไม่ใช่ปลาด้วยกัน

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [1 มิ.ย. 2548 , 13:50:12 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 9

ฉะนั้น เรามีสิทธิ์จะเอาบุญที่เราเรียนมา คือ บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ พรหมวิหาร ๔ มาเป็นเครื่องช่วยได้ตลอดเวลา พระอรหันต์ที่ท่านออกบิณฑบาต ท่านไม่ได้กำหนดรูปเดิน นามเห็น ท่านก็ให้พรเมื่อเวลาคนใส่บาตรท่าน ตอนนั้นกล่าวอะไร วจีสุจิต บุญไหม ไม่ใช่ไม่จำเป็นไม่ต้องพูด

พระอรหันต์ท่านก็คัน แต่รู้ว่านามคันก็แก้ไขทุกข์ พระอรหันต์ท่านก็ปวดท้องหนัก ปวดท้องเบา พระอรหันต์ท่านก็เบื่อ แต่ท่านรู้ว่านามมันเบื่อ ไม่ใช่ท่านเบื่อ พระอรหันต์ท่านก็ง่วง แต่รู้ว่านามง่วง ทุกข์เกิดก็นอน พระอรหันต์ ท่านก็ทักทาย ไปเทศน์ ไปสั่งสอนใคร

เพราะอะไร เพราะท่านรู้ว่าการกระทำของท่านเป็นกำไรทั้งสิ้น รู้ว่าอันไหนทำแล้วกำไร อันไหนขาดทุน แล้วอยู่กับกำไรตลอดชีวิต จึงใช้คำว่า “อยู่กับบุญ”

โปรดติดตามตอนต่อไปในคราวหน้า

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [1 มิ.ย. 2548 , 13:50:35 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 10

ขอบพระคุณค่ะ เป็นกำไรของชีวิตในทุกๆคำถามค่ะ และเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติที่ถูกต้องค่ะ

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 มิ.ย. 2548 , 18:45:49 น.] ( IP = 203.151.140.111 : : 203.113.38.9 )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org