มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สูตรเศรษฐี




ต่อจากตอนที่แล้วครับ
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=7311

สูตรเศรษฐี


สูตรเศรษฐี ได้แก่ วิธีสร้างความร่ำรวย หรือกำจัดความยากจน เพื่อให้มีโภคทรัพย์พอจับจ่ายใช้สอยนั้น มีความจำเป็นในการครองเรือนมาก เพราะความยากจน เป็นที่มาของความทุกข์ หรือเป็นอุปสรรคของความสุขประการหนึ่ง

พระพุทธเจ้าได้ตรัสกะทีฆะชาณุสูตร (๒๓/๒๕๖) ที่ชาวพุทธเอามาใช้เรียกว่า "หัวใจเศรษฐี" และเรียกย่อว่า อุ อา กะ สะ มีคำเต็มและความหมายดังนี้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [3 มิ.ย. 2548 , 07:03:12 น.] ( IP = 58.10.89.38 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

๑. อุ – อุฏฐานสัมปทา คือ ถึงพร้อมด้วยความหมั่น ได้แก่ ขยันหมั่นเพียรประกอบการงาน หาเลี้ยงชีพในทางสุจริต หลักเอาเบาสู้ ไม่เกียจคร้านสันหลังยาว เอาแต่นอนแต่เที่ยวเล่น ไม่ปล่อยเวลาให้ล่วงไปเปล่า เป็นต้น

๒. อา – อารักขสัมปทา คือ ถึงพร้อมด้วยการรักษา ได้แก่ การรู้จักคุ้มครอง และรักษาโภคทรัพย์ ที่หามาได้ด้วยความหมั่นเพียร โดยชอบธรรม ด้วยความสุจริตนั้น ไม่ให้เป็นอันตรายสูญหายไป โดยทางไม่สมควรเป็นต้น

๓. กะ – กัลยาณมิตตตา คือ การคบหาคนดีเป็นมิตร ได้แก่ การรู้จักเลือกคบคนดี ไม่เอาอย่างในทางเสื่อมเสียของเพื่อน เมื่อเพื่อนชักจูงไปในทางเสื่อมเสีย ก็ไม่ใจอ่อนคล้อยตาม เป็นตัวของตัวเองในทางที่ถูกต้อง เป็นต้น

๔. สะ – สมชีวิตา คือ การเลี้ยงชีวิตแต่พอดี ได้แก่ การรู้ประมาณรายรับ และรายจ่ายของตน ไม่ให้ฝืดเคืองจนลำบาก ไม่จ่ายมากจนเป็นหนี้ ดำเนินตามหลัก "มัชฌิมา" คือไม่ตึงจนเดือดร้อน และไม่หย่อนจนตกเป็นทาส

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [3 มิ.ย. 2548 , 07:03:51 น.] ( IP = 58.10.89.38 : : )


  สลักธรรม 2

ทุกวันนี้ สินค้า "ส่วนเกินของชีวิต" มีมาก ต้องมีปัญญาประกบความคิดด้วย ต้องแยกให้ออกด้วยว่า อะไรเป็นสิ่งบำรุง ? อะไรเป็นสิ่งบำเรอ ? อะไรจำเป็นหรือไม่จำเป็นแก่ชีวิต ? เป็นต้น

ถ้ามีแต่ความคิด มีแต่ความขยันหาเงินเก่ง แต่ขาดปัญญา ที่จะช่วยวินิจฉัยว่า สิ่งใดควรหรือสิ่งใดไม่ควร ? ชีวิตนี้ก็จะ "ถมไม่รู้จักเต็ม" หาเงินกันจนตาย ก็ไม่พบความสุข หรือมีเงินมากมายเท่าไร ก็ไม่พบความสุข !

ผู้ที่รู้จักการครองเรือนที่ถูกต้อง แม้มีรายได้น้อย มีความรู้น้อยก็มีความสุขได้ ตรงกันข้าม ผู้ที่ครองเรือนไม่เป็น หรือครองเรือนไม่ถูกต้อง มีความรู้สูงมีเงินมาก เงินนั่นแหละมันจะกลายเป็น "เพชฌฆาตความสุข" เสียเอง ดังที่มหาเศรษฐี ต้องกลายเป็นโรคประสาทและฆ่าตัวตายเพราะเงินมามากแล้ว.

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [3 มิ.ย. 2548 , 07:04:23 น.] ( IP = 58.10.89.38 : : )


  สลักธรรม 3

สุขแบบชาวบ้าน


ชาวบ้าน คือ ผู้ครองเรือน หรือคฤหัสถ์นั้น นอกจากจะต้องขยันหาทรัพย์แล้ว ยังจะต้องมีส่วนประกอบอื่นเพื่อให้บรรลุความสุข ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

พระพุทธองค์จึงได้ตรัสถึงความสุขแบบชาวบ้าน ซึ่งปรากฏอยู่ในอันนนาถสูตร (๒๑/๗๙) เพื่อช่วยเสริมให้ชีวิตฆราวาส ได้มีความสุขยิ่งขึ้นไป มี ๔ ประการ ดังนี้

๑. อัตถิสุข คือ ความสุขอันเกิดจากการมีทรัพย์ ความภูมิใจ มีความอุ่นใจ มีความสุขใจ ที่ตนมีโภคทรัพย์ที่หามาได้ด้วยลำแข้ง และโดยความสุจริต เป็นต้น

๒. โภคสุข คือ ความสุขอันเกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์ มีความภูมิใจว่า ตนได้ใช้จ่ายทรัพย์นั้น ที่หามาได้โดยชอบธรรม เลี้ยงตัว เลี้ยงครอบครัว เลี้ยงพ่อแม่ เลี้ยงผู้ที่ควรเลี้ยง ตลอดจนได้บำเพ็ญกุศลต่างๆ เป็นต้น

๓. อนณสุข คือ ความสุขอันเกิดจากความไม่มีหนี้สิน มีความอิ่มใจ มีความภฺมิใจ มีความสุขใจว่าตนเป็นไท ไปไหนมาไหนอย่างเชิดหน้าชูตา ไม่ต้องหลบเจ้าหนี้ เป็นต้น

๔. อนวัชชสุข คือ ความสุขอันเกิดจากการกระทำการงานอันไม่มีโทษ มีความภูมิใจ มีความอิ่มใจสุขใจ ว่าตนประพฤติสุจริต ไม่มีความบกพร่องเสียหายให้ต้องระแวงว่าคนอื่นจะท้วงจะกล่าวหาในทางทุจริต เป็นต้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [3 มิ.ย. 2548 , 07:04:48 น.] ( IP = 58.10.89.38 : : )


  สลักธรรม 4

บางคนมีทรัพย์มาก แต่ไม่มีความสุขภูมิใจในทรัพย์เหล่านั้น เพราะตนไม่ได้หามาเอง หรือมีส่วนเป็นเจ้าของ ก็จะเป็นเพียง "หุ้นลม" เสียมากกว่า เพราะยังไม่เป็นสัดส่วนของตนโดยเฉพาะ คือยังไม่อิสระในทรัพย์สินเหล่านั้น

การมีโภคทรัพย์ แล้วไม่จับจ่ายใช้สอย ในสิ่งที่ควรใช้ควรสอยมันก็ไม่มีความสุข เหมือนเจว็ดในศาลเจ้า มีก็เหมือนไม่มี การได้ใช้จ่ายทรัพย์ในทางที่ควรจ่าย จึงจัดว่าเป็นความสุขชนิดหนึ่งของคน

คนที่ไม่เคยเป็นหนี้สินใคร หรือใครที่ไม่เคยเป็นหนี้ที่ถูกเจ้าหนี้ขีดเส้นตาย โดยที่ตัวไม่มีทางจะใช้หนี้ได้นั้น ย่อมจะไม่ซึ้งถึงทุกข์ภัยของการเป็นหนี้ ขนาดคนมีเงินหรือทรัพย์สินเป็นล้านๆ ก็ยังมีข่าวว่ายังต้องฆ่าตัวตายหนีหนี้ ดังนั้น การไม่มีหนี้สินใคร จึงจัดว่าเป็นความสุขใจอย่างหนึ่ง แม้ว่าจะยากจนก็ตาม

การประกอบการงานที่มีโทษ คือผิดกฎหมายและศีลธรรมนั้น แม้ว่าจะมั่งมีทรัพย์สินเงินทองปานใด ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะภูมิใจในทรัพย์สินเหล่านั้น และมันก็ย่อมจะหาความสุขใจอย่างแท้จริงไม่ได้ อย่างมากจะทำได้ก็เพียง "หน้าชื่นอกตรม" อุปมาเหมือนการเล่นละครเท่านั้น จะอยู่ที่ไหน ? จะไปที่ไหน ? แม้ว่าจะมีมือปืนคุ้มกัน ก็มีแต่ความหวาดระแวง หาความสงบใจหรือสุขใจไม่ได้เลย.

ที่มา : หนังสือสู่ความสุข โดย ธรรมรักษา


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [3 มิ.ย. 2548 , 07:05:26 น.] ( IP = 58.10.89.38 : : )


  สลักธรรม 5

ส่วนเกินของชีวิต


ครับคำนี้ช่างสะท้อนให้เห็นถึงที่มาของความเสื่อมได้อย่างชัดเจนเลยครับ

และส่วนเกินนี้เอง เป็นทางตรงกันข้ามเลยกับคาถาสูตรเศรษฐี เพราะถ้าลงมีส่วนเกินนี้ในชีวิต อย่าได้หวังพิชิตความร่ำรวยได้เลยจริงๆนะครับพี่เณร

โดย ทับตะวัน [3 มิ.ย. 2548 , 08:45:20 น.] ( IP = 61.90.118.159 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบพระคุณค่ะพี่เณร หากปฏิบัติตนดังที่กล่าวสุขจริงๆนะคะ จิตใจก็ร่มเย็นอีกด้วย

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 มิ.ย. 2548 , 15:17:40 น.] ( IP = 202.28.181.9 : : 10.6.129.64 )


  สลักธรรม 7

ขอบพระคุณที่นำคาถาหัวใจเศรษฐี และความสุขแบบชาวบ้านมาฝากนะคะ
ดูๆแล้วเป็นเศรษฐีไม่ยากเลยนะคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [5 มิ.ย. 2548 , 09:34:50 น.] ( IP = 202.183.139.232 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org