| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
มหาวิทยาลัยพุทธศาสนา (Buddhist University)
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1๑. นาลันทา (Nalanda)
![]()
ซากมหาวิทยาลัยนาลันทา
ความจริงนาลันทาก่อตั้ง ตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช โดยในยุคนั้นยังเป็นวัดเพียงสองวัด ในสมัยคุปตะ จึงขยายเป็นวัดหลาย ๆ วัดรวมกันและมีนักศึกษาเพิ่มขึ้นทุกปี จนกลายมาเป็นมหาวิทยาลัยในที่สุด
ในช่วงที่พระถัมซัมจั๋งเข้าศึกษามีพระนักศึกษา ๑๐,๐๐๐ รูป พระอาจารย์ ๑,๕๐๐ รูป ในบรรดามหาวิทยาลัยทั้งห้าแห่ง มหาวิทยาลัยนาลันทายิ่งใหญ่สุดและมาเฟื่องฟูสูงสุด
ในสมัยพระเจ้าหรรษวรรธนะ พระองค์ทรงอุปถัมภ์อย่างเต็มที่ พระคณาจารย์นาลันทาที่มีชื่อเสียง คราวที่พระถังซัมจั๋งมาเยือนคือ พระอาจารย์ศีลภัทร (Shilabhadra) พระเทพเสน (Kevasena) พระปรัชญาประภา (Prajnaprabha) พระเทพสิงห์ (Devasingh) พระสาครมติ (Sakaramati) พระสิงหประภา (Singhprabha) พระสิงหจันทร์ (Singhchandra) พระวิทยาภัทร (Vidhyabhadra)
ในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยนาลันทาเท่านั้นที่ยังคงเจอซากปรักหักพังค่อนข้างสมบูรณ์กว่าทุกแห่ง
โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [6 มิ.ย. 2548 , 09:17:00 น.] ( IP = 61.90.118.69 : : )
สลักธรรม 2๒. วลภี (Valabhi)
เป็นมหาวิทยาลัยฝ่ายหินยาน ตั้งอยู่ทิศตะวันตกของอินเดีย.. คือ ใกล้เมืองภวนคร หรือเมืองสุราษฎร์โบราณ แคว้นคุชราดในปัจจุบัน เจ้าหญิงทัดดาเป็นปนัดดาของพระเจ้าธรุวเสนาได้สร้างวิหารหลังแรกของวิหารวลภีขึ้นเรียกว่า "วิหารมณฑล"
ต่อมาพระนางได้อุปสมบทเป็นภิกษุณีที่มหาวิหารวลภี ภายหลังวิหารหลายแห่งก็ถูกสร้างเพิ่มเติม เช่นวิหารยักษาสุระ โคหกวิหาร และวัดมิมมา นอกจากนั้นวัดโดยรอลวลภีก็ถูกสร้างขึ้น ๑๒ วัดคือ ๑.ภตารกวิหาร ๒.โคหกวิหาร ๓.อภยันตริกวิหาร ๔.กักกวิหาร ๕.พุทธทาสวิหาร ๖.วิมลคุปตวิหาร ๑๒.ยธวกวิหาร
จุดประสงค์ของการสร้างวัดถูกเขียนไว้ในจารึกของวัดว่าเพื่อ
๑. เป็นที่อยู่อาศัยของพระสงฆ์ผู้มาจากทิศต่าง ๆ ทั้ง ๑๘ นิกาย
๒.เพื่อเป็นการบูชาพระพุทธเจ้า
๓. เพื่อเป็นที่เก็บและรักษาตำรา
โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [6 มิ.ย. 2548 , 09:20:54 น.] ( IP = 61.90.118.69 : : )
สลักธรรม 3ในบันทึกของพระถังซัมจั๋งเรียกวลภีว่า ฟา-ลา-ปี ท่านกล่าวว่า "ถัดจากแคว้นกัจฉะไป ๑,๐๐๐ ลี้ก็ถึงแคว้นวลภี แคว้นนี้มีอาราม ๑๐๐ แห่ง พระภิกษุสงฆ์ ๖,๐๐๐ รูป ล้วนสังกัดลัทธิสัมมติยะแห่งนิกายหินยาน
ที่นี่พระเจ้าอโศกได้สร้างสถูปไว้เป็นอนุสรณ์ พระราชาเป็นวรรณกษัตริย์เป็นชามาดา (ลูกเขย) ของพระเจ้าหรรษวรรธนะ ทรงนามว่า ธรุวัฏฏะทรงเลื่อมใสในพระรัตนตรัย ทุกปีจะนิมนต์พระสงฆ์ทั่วแคว้นมาถวายภัตตาหาร เสนาสนะ สบง จีวร เภสัช เป็นต้น"
พระเถระที่มีชื่อเสียงในมหาวิทยาลัยวลภีคือ พระสิถิรมติ (Sthiramati) และ พระคุณมติ (Gunamati) ซึ่งท่านทั้งสองเป็นศิษย์รุ่นต่อมาของพระวสุพันธุ
ส่วนอารามที่มีชื่อเสียงที่มหาวิทยาลัยวลภี เมืองวลภี คือ ๑.พุทธทาสวิหาร สร้างโดยพระอาจารย์ภทันตะพุทธทาส ๒.อัพยันตริกาวิหาร สร้างโดยอุบาสิกามิมมา ๓.กากะวิหาร สร้างโดยพ่อค้าชื่อว่า กากะ ๔.โคหกะวิหาร สร้างโดยเศรษฐีโคหกะ ๕. วิมาลาคุปตะวิหาร สร้างโดยพระเถระชื่อว่าวิมาลาคุปตะ ๖. สถิรวิหาร สร้างโดยพระเถระสถิระ เป็นต้น
โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [6 มิ.ย. 2548 , 09:23:42 น.] ( IP = 61.90.118.69 : : )
สลักธรรม 4
วลภีมาเจริญรุ่งเรือง อย่างมากในสมัยพระเจ้าไมตรกะ ราว พ.ศ.๑๐๙๘ พระองค์อุปถัมภ์เต็มความสามารถจนใหญ่โตเหมือนนาลันทา เป็นป้อมปราการอันสำคัญของพุทธศาสนาหินยานหรือเถรวาท
ท่านสถิรมติพระเถระชื่อดังจากมหาวิทยาลัยนาลันทา ได้สร้างวิหารหลังหนึ่งที่วลภีเช่นกัน มหาวิทยาลัยวลภีนอกจากจะศึกษาทางด้านพุทธศาสนาทุกนิกายแล้ว ยังศึกษาทางโลกเช่น จริยศาสตร์ แพทยศาสตร์อีกด้วย
เนื่องจากชัยภูมิอยู่ใกล้ปากีสถาน และอิหร่าน เมื่อกองทัพมุสลิมรุกรานราว พ.ศ. ๑๔๐๐ วลภีจึงทำลายลงอย่างยับเยิน พระสงฆ์และพุทธบริษัทที่รอดตายต่างอพยพเข้าพึ่งพระบรมโพธิสมภารกษัตริย์แคว้นมคธ พ.ศ.๒๔๐๔ นายพันเอกทอด (Colonel Tod) นายทหารชาวอังกฤษได้เป็นผู้ค้นพบซากโบราณมหาวิทยาลัยนี้
ปัจจุบันซากโบราณสถานยังพอหลงเหลืออยู่ในเมืองวลภีนคร เมืองอาเมดาบาด รัฐคุชราตโดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [6 มิ.ย. 2548 , 09:26:18 น.] ( IP = 61.90.118.69 : : )
สลักธรรม 5๓.วิกรมศิลา (Vikramasila)
ตั้งอยู่เชิงเขาฝั่งขวาของแม่น้ำคงคารัฐเบงกอลปัจจุบัน สร้างโดย พระเจ้าธรรมปาละ กษัตริย์ราชวงศ์ปาละราว พ.ศ.๑๓๐๘ และได้รับการอุปถัมภ์จากกษัตริย์หลายพระองค์ มีพระภิกษุธิเบตชื่อทีปังกร ศรีญาณผู้จบจากมหาวิทยาลัยโอทันตบุรีมาเป็นอธิการบดี
ในช่วงที่มหาวิทยาลัยรุ่งโรจน์มีนักศึกษาถึง ๓,๐๐๐ คน อาจารย์ ๘๐๐ รูป มีบัณฑิต ๑๐๘ ท่านและมหาบัณฑิต ๘ ท่านแต่ที่ปรากฎนามมี ๗ คือ พระมหาปราชญ์รัตนกรสันติ พระศานติภัทร พระไมตรีปา ท่านโฑมทีปาท่านสถวีภัทร ท่านสมฤตยากรสิทธะ ท่านทีปังกรศรีญาณ เมื่อ พ.ศ.๑๗๗๘ พระลามะชาวธิเบตนามว่าธรรมสวามิน (Lama Dharmasvamin) ได้เดินทางไปอินเดียเป็นเวลา ๓ ปีเศษ ได้กล่าวถึงสภาพการณ์ของวิกรมศิลาว่า...โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [6 มิ.ย. 2548 , 09:30:30 น.] ( IP = 61.90.118.69 : : )
สลักธรรม 6วิกรมศิลายังมีอยู่จริงในสมัยของท่านธรรมสวามี (คนละคน) และบัณฑิตชาวเมืองกัศมีร์นามว่าศักยาศรีภัทระได้มาเยี่ยมเมื่อพ.ศ. ๑๖๙๖ ..แต่ปัจจุบันได้สูญหายไปแล้ว เพราะทหารมุสลิมชาวตุรกีได้ทำลายมันลงอย่างย่อยยับและรื้อศิลารากฐาน ทิ้งลงแม่น้ำคงคาทั้งหมด" พระลามะซัมปา (Lama Sumpa) กล่าวว่า วิกรมศิลามีกำแพงล้อมรอบทุกทิศทาง มีประตู ๖ แห่ง แต่ละแห่งมีบัณฑิตที่มีชื่อเสียงเฝ้าดูแลอยู่ทุกประตู โดยมีรายนามดังนี้
๑.พระอาจารย์รัตนกรสันติ (Ratnakarasanti) ดูแลประตูทิศตะวันออก
๒.พระอาจารย์วาคีสวารกีรติ (Vagisvarakirti) ดูแลทิศตะวันตก
๓.พระอาจารย์นาโรปะ (Naropa) ดูแลประตูทางทิศเหนือ
๔.พระอาจารย์ปรัชญากรมติ (Prajnakaramati) ดูแลประตูทิศใต้
๕.พระอาจารย์รัตนวัชระ (Ratnavajra) ดูแลประตูสำคัญที่หนึ่ง
๖.พระอาจารย์ชญาณศรีมิตร (Jnanasrimitra) ดูแลประตูสำคัญที่หนึ่ง
โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [6 มิ.ย. 2548 , 09:32:45 น.] ( IP = 61.90.118.69 : : )
สลักธรรม 7นอกนั้น ภายนอกกำแพงรายรอบไปด้วยวัดถึง ๑๐๗ วัด ภายนอกกำแพงมีสถาบันอีก ๕๘ แห่ง
มีนักปราชญ์ถึง ๑๐๘ คน ในยุคสมัยพระเจ้ารามปาละปกครองมคธและเบงกอล วิกรมศิลามีท่านอภัยการคุปตะเป็นอธิการบดี
มหาวิทยาลัยนี้เป็นที่มั่นสำคัญของพุทธศาสนานิกายตันตระจนถึงวาระสุดท้ายที่กองทัพมุสลิมเติร์กนำโดย อิคทียาร์ อุดดิน โมฮัมหมัด (Ikhtiyar-Ud-din-Mohammad) บุกมาถึงราว พ.ศ.๑๗๔๓ พวกเขาทำลายล้างและนำหินและอิฐทิ้งลงแม่น้ำคงคา วิกรมศิลาจึงหายสาบสูญจากความทรงจำของผู้คนตั้งแต่นั้นมา
โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [6 มิ.ย. 2548 , 09:35:06 น.] ( IP = 61.90.118.69 : : )
สลักธรรม 8๔.โอทันตบุรี (Odantapuri)
ตั้งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยนาลันทา ปัจจุบันเรียกว่าพิหารชารีฟ เดิมเป็นวัดใหญ่แห่งหนึ่ง บรรจุพระสงฆ์ถึง ๑,๐๐๐ รูป
ต่อมาวัดโอทันตบุรีก็กลายมาเป็นมหาวิทยลัย ดังเช่นมหาวิทยาลัยนาลันทา ตั้งอยู่ที่แคว้นมคธและเบงกอล
มหาวิทยาลัยนี้สร้างโดย พระเจ้าโคปาสะ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ปาละ ราวพ.ศ. ๑๒๐๓ ต่อมาก็ได้วิวัฒนาการมาเป็นมหาวิทยาลัย โดยการอุปถัมภ์อย่างมุ่งมั่นของกษัตริย์ราชวงศ์ปาละเกือบทุกพะรองค์ ต่อมามินฮาส (Minhas)
นักประวัติศาสตร์ชาวเปอร์เซียที่มาร่วมในเหตุการณ์ในครั้งนั้นกล่าวว่า...
"เมื่ออิคทิยาร์ ได้รุกรบมาถึงมคธได้เข้าทำลายโบสถ์ ผู้อาศัยเกือบทั้งหมดเป็นพราหมณ์โกนหัวโล้น ทหารม้าได้ฆ่าฟันพวกเขาตายเป็นจำนวนมาก ภายในมีหนังสือเป็นจำนวนมาก พวกทหารม้าได้บังคับให้พวกเขาอ่านแต่ไม่มีใครอ่านได้ เพราะผู้มีการศึกษาได้ถูกฆ่าตายเกือบหมด และหนังสือเหล่านั้นก็ถูกทำลายด้วย"
จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า ทหารม้ามุสลิมตุรกีคงสำคัญผิดเห็นพระสงฆ์เป็นพราหมณ์และหนังสือส่วนมากคงเป็นคัมภีร์สำคัญทางพุทธศาสนาและคงจารึกด้วยภาษาสันสกฤต ซึ่งคนทั่วไปที่ไม่มีการศึกษาไม่สามารถอ่านและเข้าใจได้
โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [6 มิ.ย. 2548 , 09:41:35 น.] ( IP = 61.90.118.69 : : )
สลักธรรม 9
ในสมัยนี้ภาษาบาลีได้ลดอิทธิพลจนแทบหายไปหมด พร้อมกับการจากไปของพุทธศาสนาแบบหินยาน (เถรวาท) คัมภีร์ทางพุทธศาสนาเกือบทั้งหมด จึงจารึกด้วยภาษาสันสกฤต
ต่อมามหาวิทยาลัยมาถูกทำลายลงต่อจากวลภี โดยกองทหารมุสลิมนำโดยภักติยาร์ ขิลจิ พ.ศ.๑๗๘๖ ในชั้นต้นโอทันตบุรี หลังจากทำลายลงแล้วได้ถูกทำเป็นค่ายทหารและทหารเติร์กมาสร้างมัสยิดทับในภายหลัง โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [6 มิ.ย. 2548 , 09:42:51 น.] ( IP = 61.90.118.69 : : )
สลักธรรม 10๕.ชคัททละ (Jagaddala)
มหาวิทยาลัยนี้ก็ตั้งอยู่รัฐเบงกอลตะวันตกของอินเดีย สถาปนาขึ้นโดย พระเจ้ารามปาละ แห่งราชวงค์ปาละ ณ เมืองวาเรนทระ แต่ปีที่สร้างหลักฐานหลายแห่งกล่าวขัดแย้งกันบ้างว่า พ.ศ.๙๕๐ บ้างว่า พ.ศ. ๑๕๕๐ พ.ศ.๑๖๓๕ บ้าง
แต่ข้อมูลฝ่ายหลังมีความน่าเชื่อถือมากกว่าในหนังสือกวีนิพนธ์ช่อรามจริต นักกวีนามว่าสนธยากรนันทิ ประจำราชสำนักพระเจ้ารามปาละได้แต่งขึ้นได้กล่าวว่า
"เมืองวาเรนทระเป็นเมืองที่มีช้างตระกูลมันทระอยู่มาก โดยมีสำนักอบรมที่มหาวิหารชคัททละและวัดนี้มีรูปพะรโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และที่มีชื่อเสียงอีกองค์คือ เทพธิดาตารา"โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [6 มิ.ย. 2548 , 09:52:03 น.] ( IP = 61.90.118.69 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |