มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เล่าต่อให้ฟัง




สวัสดีค่ะพี่เณร มีเรื่องถามพี่เณรหน่อยนะคะ

เพราะเมื่อเช้านี้อุ๊โทรนมาถามว่าวันเกิดอาจารย์ มีกิจกรรมอะไรพิเศษหรือเปล่า

ไม่มีครับพี่ดา ผมจะไปส่งพี่สาวแอ๊ะผ่าตัดนะครับ ไปเอาบุญดีกว่านิ
เพราะวันที่ 9 พี่สาวแอ๊ะจะเข้า รพ.หมออำนวยจะผ่าตอนดึกนะครับ แอ๊ะชวนไว้นะครับเลยรับปากจะไปเป็นเพื่อนครับ

วันที่ ๙ ดาก็ต้องพาแม่ไปหาหมอเหมือนกัน ทั้งหมอเบาหวาน และหมอโรคเลือดค่ะ

โดย พี่ดา [7 มิ.ย. 2548 , 06:56:34 น.] ( IP = 61.90.82.168 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ][ 4 ]


  สลักธรรม 1

ดีครับพี่ดาได้สร้างกุศลไงครับ ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้ทำบุญแล้ว..เพราะนอกนั้นเป็นการกระทำซ้ำซากมาแล้วและผลก็ไม่ได้ดังที่เราเห็นๆกันอยู่เพราะถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้างไงครับ แต่การทำบุญไว้ตอนบุญส่งผลมาเราย่อมได้สิ่งที่ดีๆเสมอไงครับผม

แล้วพี่เณรไปพบหลวงพ่อท่านสอนอะไรบ้างนะค่ะพี่เณรเล่าให้ดาฟังบ้างซิคะ

โดย พี่ดา [7 มิ.ย. 2548 , 06:59:47 น.] ( IP = 61.90.82.168 : : )


  สลักธรรม 2

หลวงพ่อท่านบอกว่า...ปริยัติ ปฏิบัติและปฏิเวธจะแยกจากกันไม่ได้ เหมือนหนัง เนื้อ เอ็น กระดูก ต้องอิงอาศัยกันอยู่ฉันใด ปริยัติ ปฏิบัติและปฏิเวธก็อิงอาศัยกันอยู่ฉันนั้น

และมีอยู่ตอนท่านบอกว่า...แท้จริงแล้วความนึกคิดไม่ใช่ทุกข์ แต่การไปยึดความนึกคิดมาเป็นของตนจึงเป็นทุกข์

เลยทำให้พี่เณรมองเห็นว่าการที่เราเอานามรูปมาระลึกแทนนั้นเท่ากับเป็นการได้ทำงานถูกตามความเป็นจริงประการหนึ่งแล้ว ยังเป็นการที่ไม่เปิดโอกาสให้ไปยึดอะไรๆด้วยเพราะเราต้องมีสติอยู่กับปัจจุบันไม่มีเวลาสักนิดมายึดเพราะไม่เช่นนั้นตกจากปัจจุบันไงครับ

เวลาคุยกับหลวงพ่อจิตใจมีแต่พระธรรมทั้งนั้นเลยเพราะท่านไม่เปิดโอกาสให้เราไถลนอกธรรมเท่าใดเลยครับ:

หลวงพ่อท่านยังพูดถึงเรื่องวันที่ 9เลยครับที่จะไปช่วยแอ๊ะนะครับ...ท่านกล่าวว่า...

โดย พี่ดา [7 มิ.ย. 2548 , 07:02:06 น.] ( IP = 61.90.82.168 : : )


  สลักธรรม 3

จงเลือกทำแต่กรรมที่ดีๆนะถูกแล้ว...เพราะนั่นคือคำแทนคำอวยพรอย่างสูงสุดแล้ว และถ้าประกอบด้วยเหตุผลด้วยแล้วเมื่อทำกรรมดีไว้มากๆ ถึงไม่มีใครให้พรก็ต้องได้พรดีเสมอ

แต่คนเราลงหลงผิดทำชั่วไปๆ จะมาเสกสรรปั้นแต่งอวยพรอย่างไรให้เราๆก็ไม่มีทางได้รับพร เพียงได้รับรู้เสียงทางหูเท่านั้น

ท่านบอกว่า...ทำชั่วหมือนก้อนหินที่จะต้องจมน้ำทันที ไม่มีผู้วิเศษใดๆจะมาเสกเป่าอวยพรขอร้องให้ก้อนหินนั้นลอยน้ำได้

ส่วนทำความดีท่านบอกว่าเหมือนน้ำมัน มันเบาเมื่อเทลงน้ำย่อมลอยเป็นประกายครับพี่ดา

โดย พี่ดา [7 มิ.ย. 2548 , 07:06:25 น.] ( IP = 61.90.82.168 : : )


  สลักธรรม 4

หลวงพ่อท่านเปรียบเทียบได้ดีจังค่ะ เห็นภาพของความแตกต่างของความดี กับความชั่วได้อย่างชัดเจนเลยค่ะ แหม..เหมือนได้รับฟังจากหลวงพ่อเองเลย ขอบพระคุณอีกครั้งค่ะพี่เณร


หลวงพ่อท่านยังบอกว่า..ขอให้ตั้งใจให้กล้าหาญ พยายามทำแต่กรรมดีเข้าไว้มากๆ โดยไม่เกรงกลัวต่ออุปสรรคใดๆทั้งสิ้น

โอ๋โฮ ทำไมท่านต้องใช้คำว่า ตั้งใจให้กล้าหาญ ด้วยค่ะ

เพราะท่านบอกว่าถ้าไม่ตั้งใจเด็ดเดี่ยวแล้วย่อมแพ้อำนาจกิเลสเสมอ เพราะใจเรานั้นฝึกความดีมาน้อย ฝึกทำดีมาน้อยแต่ฝึกความชั่วจนชิน

จริงคะ เราแพ้กิเลสอยู่เรื่อยเลย

ใช่ดังนั้นเมื่อจะทำความดีต้องกล้าหาญไงครับพี่ดา..
ท่านยังบอกพี่เณรต่ออีกว่า...ผู้ที่ไม่เห็นคุณค่าของความเพียรแล้ว อาจคิดไปว่าความขยันหมั่นเพียรในเป็นภารกิจนั้นเป็นทุกข์ลำบาก หลวงพ่อท่านจึงเตือนว่า...



โดย พี่ดา [7 มิ.ย. 2548 , 07:12:11 น.] ( IP = 61.90.82.168 : : )


  สลักธรรม 5

คนตกน้ำถ้าไม่ยอมว่ายน้ำก็มีแต่ต้องตายเท่านั้นเอง

ดังนั้นการปฏิบัติวิปัสสนานั้นต้องอาศัยความเพียรคืออาตาปีเสมอเพราะท่านบอกว่า..

งานของพระพุทธเจ้านั้นเป็นงานขึ้นฝั่ง....แต่งานโลกีย์นั้นเป็นงานที่วนเวียนว่ายอยู่ในแม่น้ำตัณหามีแต่ร้อนรนทนทุกข์ต่างๆนานาตลอดกาลเลยท่านยังบอกว่า..

ชีวิตแม้ได้สุคติก็น่ากลัวมากที่สุด เพียงให้นึกถึงตอนปฏิสนธิในครรภ์มารดา..แล้วไล่ดูตามความเป็นไปที่ต้องอยู่ในที่อับแสง สกปรก นานถึง9เดือน ไม่มีทางดิ้นหนีได้เลยจากการถูกลวก..เวลาแม่กินน้ำร้อนๆ ..

เหมือนถูกน้ำเย็นยะเยือกสาดเวลาแม่กลิ่นน้ำเย็น

เวลาแม่เดินแรงๆก็ถูกเหวี่ยงจนเวียนหัวไปมา

และก็นั่งงอตัวอยู่บนกองอสุภตลอดเวลาคืออาหารเก่าและถูกอาหารใหม่ที่แม่กินเข้าไปที่บดเคี้ยวแล้วสกปรกราดมาบนหัว

ถึงเวลาใกล้คลอดก็เหมือนถูกผลักตกจากเหวเพราะมีลมเบ่งมาพลิกตัวให้หัวกลับ และยังถูกรีดออกมาจากช่องแคบๆแทบตาย

ท่านบอกว่านี่คือวงจรของมนุษย์และสัตว์ในครรภ์
ที่เราหลงอยู่ว่าดีนั่นเองทั้งๆที่จริงแล้วมีแต่ความทุกข์และอันตรายตลอดเวลาเลยครับพี่ดา

โดย พี่ดา [7 มิ.ย. 2548 , 07:17:04 น.] ( IP = 61.90.82.168 : : )


  สลักธรรม 6

ท่านบอกว่าให้นึกเสมอๆ เพื่อจะได้ไม่เกลียดคร้านที่จะนั่งใช้เวลาดูตนเองด้วยสติปัฏฐาน

เพราะเวลาที่เราทำวิปัสสนานั้น เรายังมีแสงสว่างทั้งที่ห้องเรือนชาน และแสงสว่างภายในใจอีกด้วย ที่สำคัญเวลาก็ไม่นานเท่าในท้องแม่กันสักคนตั้ง 9เดือนแนะ

ดังนั้นเวลาที่เรากำลังปฏิบัตินั้นควรทำด้วยศรัทธา...ที่ว่าทำด้วยศรัทธานั้นหลวงพ่อท่านบอกว่า..เชื่อพระพุทธองค์ที่ท่านตรัสสอนให้เราเข้าใจเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดเป็นทุกข์จริงๆ เมื่อเชื่อแล้วการกระทำของเรานั้นจะเป็นไปด้วยความศรัทธาทำมากขึ้น

เวลาขี้เกียจทำความดีก็ให้นึกว่า แม้ต่ำสุดที่จะต้องเกิดเป็นมนุษย์นั้นก็ยังทุกข์เหลือเกิน..ไม่เกิดดีที่สุดเลยครับผม.

ขอบพระคุณพี่เณรมากนะคะ ที่นำมาบอกต่อให้ดานะคะ แล้วดาจะมาคุยอีกนะคะ วันนี้ขอตัวไปเรียนจิตตยมกต่อแล้วคะพี่เณร สวัสดีค่ะ


โดย พี่ดา [7 มิ.ย. 2548 , 07:23:12 น.] ( IP = 61.90.82.168 : : )


  สลักธรรม 7

เช้านี้เริ่มต้นชีวิตด้วยกุศลอย่างสดชื่น
เพราะได้เข้ามาฟังเรื่องที่พี่ดาเล่าไว้

ดีใจมากค่ะที่ได้อ่าน เพราะเหมือนกระจกสะท้อนเงาชีวิตตนเอง
และทำให้ไม่เสียเวลาทำบางอย่างที่คิดไว้แต่อาจไม่เป็นประโยชน์แก่ใครเลย

ความดี-ความชั่ว ..คำอวยพร และความสำเร็จในพรนั้น เป็นเรื่องของเหตุและผลทั้งสิ้นเลยนะคะ

อ่านเรื่องที่สนทนากันนี้แล้วก็มีความตั้งใจที่จะเจริญอยู่กับงานกุศลให้มากยิ่งขึ้น.....เพราะชีวิตที่บรรยายไว้นี้ไม่น่าอยู่เลย

ขอบพระคุณที่กรุณานำมาถ่ายทอดให้ทราบนะคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [7 มิ.ย. 2548 , 08:13:12 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 8

ตามมาเล่าต่อครับ


สวัสดีครับน้องๆ เมื่อคืนพี่เณร ก็ได้ไปคุยธรรมะกับหลวงพ่อท่านอีกละครับ คุยถึงเรื่องสติครับ หลวงพ่อท่านบอกให้เจริญสติเสมอๆครับ

ท่านบอกพี่เณรว่า..การที่จะทำอะไรไม่ให้ผิดผลาดนั้น ข้อสำคัญที่สุดอยู่ที่สติ ถ้าฝึกจนมีสติควบคุมกาย วาจา ใจอยู่ทุกขณะ จะทำอะไรจะไม่ผิดพลาดครับ

ที่ผิดพลาดเพราะขาดสตินั่นเอง คือเกิดความเผลอ เหม่อ ประมาท เลินเล่อ หลงลืมนะครับ

และยังช่วยลดช่องแคบของความคิดด้วย (จิตแคบ) เช่นคิดอะไรแบบแคบๆ คิดแบบแบกความทุกข์เอาไว้นะครับ

โดย พี่เณร [7 มิ.ย. 2548 , 10:12:38 น.] ( IP = 61.91.76.236 : : )


  สลักธรรม 9

ท่านกล่าวกับพี่เณรว่า...ความไม่สบายใจ...นี้แหละจัดเป็นศัตรูต่อความสงบครับ

เมื่อมันมีอยู่ในใจแล้วเป็นเหตุให้ระบบ ประสาทสมองไม่ปกติ ทำให้สมองทึบไม่ปลอดโปร่งแจ่มใสครับ เป็น habit ความเคยชินที่ไม่ดี ที่สำคัญเป็นอุปสรรคกีดกั้นขวางทางของสติปัญญานะครับน้องๆ

โดย พี่เณร [7 มิ.ย. 2548 , 10:19:13 น.] ( IP = 61.91.76.236 : : )


  สลักธรรม 10

แล้วหลวงพ่อท่านยังบอกอีกว่า..เรื่องของโลกนั้นมีแต่เรื่องยุ่งทั้งนั้น และไม่มีทางสิ้นสุดได้ ท่านบอกว่าจะไปแก้ไขอะไรไม่ได้

ท่านบอกกับพี่เณรว่า...ส่วนเรื่องทางธรรมนั้นมีที่สุด คือมาจบที่ตัวเราเอง ให้มาดูตัวเอง พบความจริงที่ตัวเองและแก้ไขที่ตัวเองครับน้องๆ

จำมาเล่าต่อเท่านี้ละครับ


โดย พี่เณร [7 มิ.ย. 2548 , 10:27:09 น.] ( IP = 61.91.76.236 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ][ 4 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org