| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สูตรสำเร็จ
ต่อจากตอนที่แล้วครับ
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=7345
สูตรสำเร็จ
สูตรสำเร็จ คือ ความสมปรารถนา สมความตั้งใจหรือสมใจนึก คือนึกอย่างไรก็ได้อย่างนั้น (แต่จะต้องทำตามที่นึกด้วย) การสมความปรารถนา จัดว่าเป็นความสุขชนิดหนึ่ง เช่น เรียนสำเร็จ ทำงานสำเร็จ สิ่งที่หวังไว้สำเร็จ เป็นต้น
ในสังคีติสูตร (๑๑/๒๐๔) ท่านได้แสดงถึงธรรมหมวดหนึ่ง มีชื่อว่า "อิทธิบาท" แปลว่า คุณเครื่องให้ถึงความสำเร็จ หรือที่ผู้เขียนใช้ว่า "สูตรสำเร็จ" หมายความว่าผู้ปฏิบัติตามสูตรนี้แล้ว ย่อมจะไปสู่ความสำเร็จ หรือสมประสงค์ทุกสิ่ง มี ๔ ประการ คือ
๑. ฉันทะ คือ มีใจรัก พอใจที่จะทำสิ่งนั้น และทำด้วยใจรัก ทำด้วยความตั้งใจ พอใจ ต้องการทำให้เป็นผลสำเร็จอย่างดี มิใช่สักแต่ว่าทำเท่านั้น
๒. วิริยะ คือ พากเพียรทำ เพียรประกอบสิ่งนั้น ขยันหมั่นประกอบ กระทำสิ่งนั้นด้วยความพยายาม ทำด้วยความเข้มแข็ง อดทน เอาธุระไม่ทอดทิ้ง ไม่ท้อถอยจนกว่าจะสำเร็จ
๓. จิตตะ คือ เอาใจฝักใฝ่ ตั้งจิตรับรู้ในสิ่งที่ทำ ทำสิ่งนั้นด้วยความคิด ไม่ปล่อยใจให้ฟุ้งซ่านเลื่อนลอย ใช้ความคิดในเรื่องนั้นบ่อย ๆ เสมอ ๆ
๔. วิมังสา คือ ใช้ปัญญาสอบสวน หมั่นใช้ปัญญาพิจารณา ใคร่ครวญตรวจตราหาเหตุผล ตรวจสอบข้อยิ่งหย่อน เกิดเลย บกพร่องหรือขัดข้องในสิ่งนั้น โดยรู้จักทดลอง วางแผน วัดผล คิดค้นวิธีแก้ไข ปรับปรุง เป็นต้น
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 มิ.ย. 2548 , 07:57:49 น.] ( IP = 58.10.89.93 : : )
สลักธรรม 1
ในการปฏิบัติกิจทุกสิ่ง ไม่ว่าทางโลกหรือทางธรรม ถ้าขาดสูตรสำเร็จนี้ แม้เพียงข้อใดข้อหนึ่ง กิจการนั้น ๆ ก็ย่อมจะไม่บรรลุด้วยดี ถึงจะบรรลุได้ก็ไม่สมบูรณ์ จะต้องประกอบพร้อมทั้ง ๔ ข้อ ผลประสงค์จึงจะสมบูรณ์ ไม่ขาดตกบกพร่อง
ดังนั้น ผู้หวังที่จะไขประตูไปสู่ความสุข ไม่ว่าคดีโลกหรือคดีธรรม ไม่ว่าจะเป็นงานฝ่ายรูปธรรมหรือนามธรรม จึงไม่ควรมองข้ามสูตรสำเร็จนี้ไปเสีย
หรือถ้าหากว่า ท่านประกอบกิจการใด ๆ แล้ว ไม่บรรลุผลประสงค์ตามที่ต้องการ ก็ขอได้โปรดนำเอาสูตรสำเร็จนี้ เข้าไปเปรียบเทียบดูสิว่า ท่านปฏิบัติครบถ้วน ถูกต้อง ตามสูตรนี้หรือไม่ ? ถ้าไม่ถูกต้องก็จงแก้ไขเสีย ท่านก็ย่อมจะประสบความสมหวังทุกกรณีไป ความล้มเหลวจะเกิดขึ้นได้ ก็แต่เพียงว่า ท่านจะไม่ทำ หรือทำไม่ครบตามสูตรนี้เท่านั้นแหละ ที่สูตรนี้จึงจะช่วยอะไรท่านไม่ได้. โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 มิ.ย. 2548 , 07:58:40 น.] ( IP = 58.10.89.93 : : )
สลักธรรม 2ฆราวาสธรรม
ฆราวาสธรรม คือ หลักธรรมสำหรับผู้ครองเรือน ที่จำเป็นต้องมีอยู่ประจำ เพื่อเสริมให้มีความสุขยิ่งขึ้น พระพุทธองค์ได้ตรัสกะยักษ์ ชื่ออาฬวกะ ปรากฎอยู่ในอาฬวกสูตร (๑๕/๒๙) มี ๔ ประการ คือ
๑. สัจจะ คือ ความจริง ดำรงมั่นอยู่ในสัจจะ ซื่อตรง ซื่อสัตว์ จริงใจ พูดจริง ทำจริง เป็นเหตุนำมาซึ่งความเชื่อถือ หรือไว้วางใจได้
๒. ทมะ คือ ฝึกตน ปรับปรุงตน บังคับควบคุมตนเองได้รู้จักปรับตัว และแก้ไขปรับปรุงตน ให้เจริญก้าวหน้าอยู่เสมอ รวมทั้งการยอมรับและแก้ไขสิ่งบกพร่องของตนด้วย
๓. ขันติ คือ อดทน อดทนต่อความหนาว ร้อน หิว กระหาย ทนตรากตรำ ทนต่อความเจ็บใจ ทนข่มอารมณ์ของตนได้ ทนต่อความยั่วยวนต่าง ๆ อดทนต่ออำนาจฝ่ายต่ำ อดทนต่อการทำการงาน
๔. จาคะ คือ เสียสละ เอื้อเฟื้อ เกื้อกูล ช่วยเหลือบำเพ็ญประโยชน์ สละความโกรธ ความเห็นแก่ตัว มีใจกว้างร่วมงานกับคนอื่นได้ สละอารมณ์ขุ่นมัวภายในจิตใจได้
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 มิ.ย. 2548 , 07:59:01 น.] ( IP = 58.10.89.93 : : )
สลักธรรม 3
หลักฆราวาสธรรม ส่วนใหญ่ก็มีในที่อื่น ๆ ดังที่ยกมาแสดงแล้ว แต่จำเป็นต้องเอามาเขียนอีก ก็เพื่อจะเน้นเฉพาะข้อ ทมะ เท่านั้น และที่ต้องยกมาทั้งชุด ก็เพื่อจะให้รู้ว่าธรรมะข้อทมะนี้มาในชุดฆราวาสธรรม
ทมะ ผู้เขียนอยากจะชี้ธรรมข้อนี้ว่า เป็น "หัวใจ" ของธรรมข้ออื่น ๆ อีกมาก ถ้าใครขาดธรรมข้อนี้แล้ว ชีวิตจะไม่ก้าวหน้า หรือพัฒนาไม่ขึ้นเอาเลยทีเดียว เรามาดู "จุดเด่น" ของทมะกันสักเล็กน้อย
ทมะ คือ ฝึกฝน หรือปรับปรุงตน นั่นก็หมายความว่า ใครที่มีทมะเป็นธรรมประจำในจิตใจแล้ว คนนั้นไขลานเดิน คือสามารถที่จะฝึกฝนและปรับปรุงตน ให้ดีขึ้นให้สูงขึ้นไปตามลำดับ จนถึงขั้นสูงสุดได้ไม่ยากนัก อย่าว่าแต่เพียงความสุขขั้นธรรมดาสามัญเลย โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 มิ.ย. 2548 , 07:59:20 น.] ( IP = 58.10.89.93 : : )
สลักธรรม 4
เราต้องยอมรับความจริงว่า ปุถุชนทุกคนที่เกิดมา ย่อมจะต้องมี "เชื้อแห่งความโง่" ติดมาบ้างไม่มากก็น้อย ดังนั้นใครที่เกิดมาแล้ว ไม่มีการฝึกฝนปรับปรุงตน มันก็จะดักดานย่ำเท้าอยู่กับที่ ไม่ว่าจะได้รับการสั่งสอน หรือศึกษาเล่าเรียนอะไร ? ก็ไม่อาจที่จะพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นได้ ถ้าหากว่าผู้นั้นขาดทมะ
ดังนั้น ผู้หวังความก้าวหน้า หวังความเจริญทั้งร่างกายและจิตใจ หวังความสุขที่สมบูรณ์ ก็จำเป็นที่จะต้องน้อมนำเอาทมะเข้ามาไว้ในตนให้ได้ แล้วธรรมะข้ออื่น ๆ ก็จะตามเข้ามาเป็นแถว นั่นก็คือชีวิตก็ย่อมจะประสบความสำเร็จ ไม่แต่เฉพาะของผู้ครองเรือนเท่านั้น แม้ในชีวิตของนักบวชก็ย่อมจะบรรลุธรรมขั้นสูงสุดได้ นั่นคือการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นยอดของความสุข.
ที่มา : หนังสือสู่ความสุข โดย ธรรมรักษา
![]()
![]()
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 มิ.ย. 2548 , 07:59:48 น.] ( IP = 58.10.89.93 : : )
สลักธรรม 5ขอบพระคุณมากค่ะพี่เณร สูตรสำเร็จ ..อิทธิบาท ๔ และฆราวาสธรรมที่นำมานี้อ่านเข้าใจง่ายดีค่ะ และแสดงให้เห็นเลยว่า หากต้องการความสุขและความสำเร็จในชีวิตแล้ว จะขาดจากการปฏิบัติไม่ได้เลย
ชีวิตต้องมีการปฏิบัติธรรมเสมอจึงจะเจริญได้..ไม่ว่าจะเป็นทางโลกและทางธรรม และอยู่ในศาสนาใด ...พื้นฐานของหลักคุณธรรมและจริยธรรมก็จะมีเรื่องของอิทธิบาทและฆราวาสธรรมนี้ประกอบอยู่ด้วยเสมอ
ฉะนั้น ผู้ที่คิดว่าการดำเนินชีวิตทางโลกไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับทางธรรมนั้น ..ก็เป็นการคิดที่ผิดนะคะโดย น้องกิ๊ฟ [7 มิ.ย. 2548 , 08:25:53 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |