มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


มองปัญหาด้วยธรรม : “พอ” ได้หรือยัง




คนโบราณมีคำสอนไว้ว่า...

คนจะงาม งามน้ำใจใช่ใบหน้า
คนจะสวย สวยจรรยาใช่ตาหวาน
คนจะแก่ แก่ความรู้ ใช่อยู่นาน
คนจะรวย รวยศีลทาน ใช่บ้านโต


เพราะความรวยก็ไม่ใช่เป็นความสุขเสมอไป คนที่รวยมีทรัพย์มากๆ จะเป็นคนขี้กลัว ยิ่งมีทรัพย์มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความกลัวมากขึ้น กลัวที่จะปราศจากทรัพย์ กลัวที่จะพลัดพลาดจากทรัพย์ ไปที่ไหนก็ต้องมีคนคอยปกป้องอารักขา

นี่ก็แสดงว่าความรวยไม่ใช่เป็นที่มาของความสุขเสมอ และความรวยอาจเป็นที่มาของความหวาดระแวง คลางแคลง และในที่สุดก็ไม่ได้ สันติสุข สงบ มันสุขเฉพาะที่มีวัตถุ แต่ทุกข์เพราะขาดสิ่งที่เป็นเครื่องทำให้ใจอบอุ่น ทำให้จิตตั้งมั่น

เพราะคนที่ไม่มีศีลมีทาน รวยแต่วัตถุ ต่อให้มานอนกลิ้งบน กองเงินกองทองก็ยังไม่รู้จักคำว่า“พอ” สุดท้ายจะตายแล้วก็ยังไม่รู้จักว่าจริงๆแล้วตัวเองต้องการอะไร

แต่คนที่มีศีลมีทานอยู่ในหัวใจ เป็นคนรวยศีลรวย ทานนั้น จะรู้จักใช้คำว่า “พอ” เป็น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 มิ.ย. 2548 , 08:02:52 น.] ( IP = 58.10.89.93 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

พระพุทธเจ้าสอนว่า จงสร้างความพอใจในสิ่งที่ตน เองมี ขอเพียงเรามีความพอใจในสิ่งที่เรามี ก็เป็นความสุข แต่ถ้าไม่พอใจ บางทีเสื้อผ้าตัดมาใหม่ๆ ใส่แล้วก็เป็นทุกข์เหมือนกัน แต่ถ้าพอใจแล้ว ต่อให้ขาดแสนขาดขนาดไหน ใส่แล้วพอใจก็สร้างความสุขได้ เพราะฉะนั้นความพอใจจึงเป็นเครื่องสร้างความสุข พระพุทธเจ้าจึงสอนให้เรารู้จักคำว่าพอ

ความ“พอใจ” และ“ยินดี” นี่แหละ ที่พระพุทธเจ้าเรียกว่า “สันโดษ” ถ้าเมื่อได้ที่เราอยากจะหาความสุขในโลกิยะ ก็ต้องมีคำว่าสันโดษ เพราะตัวสันโดษนี่เอง ที่เป็นตัวสร้างความสุข คือยินดีในสิ่งที่พึงมี

ทีนี้พอพูดถึงคำว่าสันโดษ คนทั้งหลายก็จะมาคิด ว่า อ้าว..สันโดษนี่ก็ไม่ต้องอยู่กับโลกซิ ต้องไปอยู่ในป่า ในเขา ต้องหนีต้องทิ้งสังคม ต้องไม่ยอมรับอะไรๆ
ไม่ใช่!!...

เพราะความหมายของคำว่าสันโดษก็คือ การมีชีวิต อยู่อย่างพอดี พอมี พอเป็น

เป็นความพอที่ตัวเองยอมรับ
เป็นความพอที่สังคมไม่เดือดร้อน
เป็นความพอที่เผื่อแผ่ให้แก่สังคม
เป็นความพอที่สังคมได้ประโยชน์
เป็นความพอที่คนรอบข้างก็ได้ประโยชน์ตัวเราก็ ได้ประโยชน์
แล้วก็เป็นความพอที่อีก 100 ปีข้างหน้าคนที่เกิด ชั้นหลังก็ได้ประโยชน์

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 มิ.ย. 2548 , 08:04:36 น.] ( IP = 58.10.89.93 : : )


  สลักธรรม 2

แต่ถ้าไม่มีคำว่าสันโดษ มันไม่รู้จักพอ อย่างของที่ควรจะใช้ได้อีก 100 ปีข้างหน้าคนชั้นหลังจะเกิดมาใช้ มันก็หมดไป เพราะความหมายของคำว่า “ไม่รู้จักพอ” ของเรา มันจึงโดนถลุง โดนทำลาย โดนล้างผลาญ เพราะไม่รู้จักพอนั่นเอง!!

แล้วความหมายของสันโดษ ก็ไม่ใช่เรื่องขี้เกียจสันหลังยาว หรือไม่คิดจะทำอะไร แต่ความหมายของ สันโดษก็คือ สภาวะที่เรามีอะไรก็ใช้สิ่งนั้นตามเหตุตาม ปัจจัยตามความพอใจ แล้วก็สร้างความรู้สึก สร้างความ พอดี สร้างความรู้สึกชอบพอกับสิ่งที่มี

ตัวอย่างเช่น ถ้าเรามีปัญญาแบกของได้ 50 โล ก็ ขาสั่นแล้ว ได้เงินวันละ 20 บาท อีกคนแบกได้ 100 โล ได้เงินมาวันหนึ่ง 50 บาท เรารู้สึกไม่พอใจ ว่าทำไม เราแย่เหลือเกิน แบกได้ 50 โลเท่านั้น เงินก็เลยได้มาน้อย สุดท้ายจะตะกายแบกให้เหมือนคนอื่น แต่ว่าร่างกายของตัวเองไม่สามารถแบกได้ แล้วอย่างนี้ขวนขวายไปเพื่ออะไร ขวนขวายแทนที่จะได้เงินมา แทนที่จะมีความสุข กลับทำให้ร่างกายเป็นทุกข์ เพราะความสามารถตัวเองมีแค่น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 มิ.ย. 2548 , 08:05:11 น.] ( IP = 58.10.89.93 : : )


  สลักธรรม 3

เพราะฉะนั้นคำว่าสันโดษก็คือการประมาณการ รู้จักมาตรฐานของชีวิตตน อย่าเอามาตรฐานของตนเอง ไปเทียบกับมาตรฐานของคนอื่น อย่าเอามาตรฐานของคนอื่นมาเปรียบกับมาตรฐานของตัวเอง ต้องพอใจในมาตรฐานของตน แล้วเป็นมาตรฐานที่เต็มที่สมบูรณ์แล้ว

ไม่ใช่ว่าเห็นคนอื่นเป็นเศรษฐีร้อยล้าน เราก็ต้องมีมาตรฐานให้เท่าเขา แล้วพยายามตะกายไป ในที่สุดก็ไม่ได้อะไร

แต่ถ้าสร้างความสุขในขณะที่มี ดี และเป็น สร้างความสุขให้ขณะที่เป็น มี ดี แล้วได้นี่ มันได้กำไรแล้ว ดีกว่าจะนั่งรอให้เกิดความสุขข้างหน้า แล้วปัจจุบันจมทุกข์อยู่

ถ้าเรามีชีวิตอยู่อย่างไร้สาระ ขาดความสุขพึงพอใจ ขาดความพอดี แล้วจะมีชีวิตอยู่เพื่อใคร เพื่ออะไร

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 มิ.ย. 2548 , 08:05:35 น.] ( IP = 58.10.89.93 : : )


  สลักธรรม 4

เราควรจะเป็นเจ้าของชีวิตเรา แล้วสร้างความพึงพอใจ และพึงพอดี กับสิ่งที่เรามี

วันนี้เราทำได้แค่นี้ เอาละ..ก็ดีกว่าไม่ได้ทำซะเลย

แล้วถามตัวเองว่าทำได้กว่านี้อีกมั้ย ถ้าทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะถือว่าศักยภาพของแต่ละคนไม่เท่ากัน

นี่คือกรรมวิธีคิดในคำว่าสันโดษ
ไม่ใช่คิดว่าสันโดษ คือไม่อยากทำอะไร แล้วนอน รอ!!

เอาละ วันนี้ได้แค่นี้ ปีหน้าก็คงได้แค่นี้ ก็เลยไม่ คิดทำอะไร
อย่างนี้เรียกว่า “สันดานขี้เกียจ” ไม่ใช่สันโดษ!!

เพราะถ้าเป็นสันโดษ ต้องรู้จักใช้พื้นฐานความรู้ ความสามารถและศักยภาพของตนให้สมบูรณ์ ใช้ให้ เต็มที่ แล้วมันได้มาแค่ไหน พอใจ พอดี พอมี พอเป็น ในสิ่งที่ตัวเองได้ แล้วความสุขก็จะเกิดขึ้นตามมา

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 มิ.ย. 2548 , 08:06:25 น.] ( IP = 58.10.89.93 : : )


  สลักธรรม 5

คนทั่วไปมักจะเข้าใจคำว่า สันโดษในแง่มุมที่แคบและปฏิเสธสังคม
เรื่องที่นำมาฝากนี้สามารถอธิบายความหมายของสันโดษได้อย่างชัดเจนดีเลยค่ะ
อนุโมทนาค่ะ ..ขอบพระคุณมากนะคะ ที่นำมาฝาก

โดย น้องกิ๊ฟ [7 มิ.ย. 2548 , 08:31:07 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org