| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
๙ มิถุนาร้อยมาลารวมดวงใจ
สลักธรรม 1
และสำหรับท่านผู้เป็นลูกศิษย์-สมาชิกชมรมละกิเลสทุกท่าน เพื่อเป็นการระลึกถึงพระคุณของท่านอาจารย์ และเพื่อให้เกิดกุศลจิตมากยิ่งขึ้น จึงได้นำบทธรรมคำสอนของท่านอาจารย์ ...มรรคาแห่งสันติสุข...มาฝากไว้ในโอกาสนี้ด้วย
ท่านใดที่ไม่ทราบถึงความกรุณาของท่านอาจารย์ ได้โปรดอ่านที่กระทู้นี้
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=5275&page=1
![]()
โดย คณะศิษย์ชมรมละกิเลส [9 มิ.ย. 2548 , 00:04:21 น.] ( IP = 61.19.188.127 : : )
สลักธรรม 2![]()
มรรคาแห่งสันติสุข โดย อาจารย์วิชิต ธรรมรังษี
สวัสดีท่านสาธุชนผู้ใคร่ในธรรม และมีความเจริญส่งผลให้ท่านมาถึงที่นี่ นั่งกระจายๆ ได้ครับตามความสะดวก ผมจะขออบรมวิปัสสนากรรมฐานโดยตรง เพื่อจะได้ยังประโยชน์ อันแท้จริงให้ท่านได้ทราบ
การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั้นเป็นหนทางเดินสู่ทางพ้นทุกข์โดยแท้จริง และทำให้เกิดความมั่นคงในชีวิตอันสถาพรด้วยการเข้าใจในเรื่องความเป็นจริง
การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เราปฏิบัติไปเพื่ออะไรครับ? ก่อนอื่นที่เราจะต้องมีความเข้าใจอย่างมากคือ การปฏิบัติไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติอะไรก็แล้วแต่ เช่น ปฏิบัติราชการ ปฏิบัติหน้าที่ในการเป็นครู เราก็ต้องรู้ว่าในจุดมุ่งหมายของงานนั้น เน้นหนักไปในการกระทำอะไรเป็นสิ่งสำคัญ
เช่นเดียวกันครับ การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับชีวิตเพราะว่าชีวิตของแต่ละบุคคลเกิดมาแล้วก็จะต้องมีความทุกข์ ความบ่นเพ้อรำพันตัดอาลัยไม่ขาด ปรารถนาสิ่งใดไม่สมความปรารถนา มีความทุกข์กาย ความทุกข์ใจ มีการเกิด มีการแก่ มีการตายเป็นองค์ธรรมดาแล้ว
นอกจากนั้น ในชีวิตประจำวันของเรา ซึ่งเรามีการกระทำจำเจอยู่กับสิ่งที่ไร้สาระ ไร้แก่นสาร โดยที่เราไม่เคยตรวจสอบเลยว่า สภาพแห่งความจริงในชีวิตนั้นมีอะไรบ้าง
โดย คณะศิษย์ชมรมละกิเลส [9 มิ.ย. 2548 , 00:07:48 น.] ( IP = 61.19.188.127 : : )
สลักธรรม 3
ฉะนั้น หลักของพระพุทธศาสนาว่าด้วยเรื่องพระอภิธรรมปิฎก จะทำให้เรามีความเข้าใจในธรรมชาติของชีวิตของเรา เพราะว่าชีวิตนั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก ถ้าผู้ใดปล่อยชีวิตให้พลาดถลำตกอยู่ในความประมาท ก็จะไม่พบความจริงของชีวิตเลย
การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ก็เพื่อจะคลี่ลายความจริง มุมอันยังไม่เด่นชัด แง่อันซ่อนเร้น และประเด็นอันสำคัญออกมาให้เราเข้าใจว่า
ภายใต้ชีวิตของแต่ละบุคคลนั้น มีความเสมอเหมือนกันหมด และยังมีความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่สามารถบังคับบัญชาได้
ในการปฏิบัตินั้น เป็นการปฏิบัติเพื่อขัดเกลากิเลสตัณหา ทำไมจึงต้องขัดเกลากิเลสตัณหา?
เพราะกิเลสคือโรคร้ายทางใจ ซึ่งทำให้เกิดความหดหู่ เศร้าหมอง บ่นเพ้อรำพัน พลัดพราก แล้วก็ไม่สมความปรารถนา นั่นคือเรื่องของกิเลส
ส่วนตัณหา คือเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ เป็นเหตุที่เกิดขึ้นพร้อมกับสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น ฉะนั้นตัณหาจึงเป็นมูลรากเง่าอันสำคัญที่เราจะต้องขุดรากถอนโคนออกให้ได้
เพราะว่า ผู้ใดก็แล้วแต่ ยังไม่หมดจดจากการกระทำเนื่องด้วยตัณหา ก็ยังไม่สิ้นสุดจากการเวียนว่ายตายเกิดได้ โดย คณะศิษย์ชมรมละกิเลส [9 มิ.ย. 2548 , 00:10:59 น.] ( IP = 61.19.188.127 : : )
สลักธรรม 4
ฉะนั้นการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จึงเป็นไปเพื่อคลายความกำหนัดโดยตรง ไม่ยินดี ไม่ติดใจในสิ่งต่างๆ ซึ่งเป็นของจอมปลอม และวิปริตผันแปรจากสภาพความเป็นจริง
เรามาดูว่า วิปัสสนากรรมฐานจะทำลายอะไร ออกไปในความหลงผิดได้บ้าง?
ความหลงผิดใหญ่ๆ นั้นก็มี สัญญาวิปลาส จิตตวิปลาส อัตตวิปลาส
สัญญาวิปลาส หมายถึง การลวงตัวเองด้วยการจำผิด จิตตวิปลาส หมายถึง การลวงตัวเองด้วยการคิดผิด อัตตวิปลาส หรือใช้คำว่า ทิฏฐิวิปลาส หมายถึง การลวงตัวเองด้วยการเห็นผิด
เห็นผิดอย่างไร ? คิดผิดอย่างไร ? จำผิดอย่างไร ?
ก็คือมองผิด จำผิด คิดผิดว่า สิ่งนั้นสิ่งนี้ มันเป็นของอย่างนั้นอย่างนี้ เช่นมองกี่ครั้งก็ยังเป็นรูปเทียนไขอยู่ มองกี่ครั้งก็ยังเห็นเป็นผู้หญิงอยู่
เพราะอะไรครับ ? คำว่า ผู้หญิง ผู้ชาย รูปอย่างนั้น รูปอย่างนี้ ซึ่งมีความแตกต่างกัน เราเคยป้อนข้อมูลอบรมเข้าไปให้เก็บอยู่ในสัญญาสัญญาอันนั้นมันเป็นสัญญาที่เกิดขึ้นจากสมมุติสัจจะทั้งสิ้น แล้วเราเอาสัญญานี้ออกมาใช้ โดย คณะศิษย์ชมรมละกิเลส [9 มิ.ย. 2548 , 00:11:50 น.] ( IP = 61.19.188.127 : : )
สลักธรรม 5
เวลาเห็นอะไรใหม่ เช่น เรามีสีต่างๆ แดง เหลือง เขียว ขาว เก็บเอาไว้ในใจ เพราะถูกอบรม สั่งสอนตั้งแต่เด็กว่า สีอย่างนี้เรียกว่าสีแดง อย่างนี้เรียกว่าสีเหลือง
มันก็เก็บใส่เอาไว้ในสัญญา เมื่อเรากระทบกับสีอย่างนี้อีก ของใหม่ที่มาปรากฏนั้นมันไม่ได้ใหม่แท้ เพราะเราเอาของเก่ามาตีเทียบ แล้วก็เสพอารมณ์
สัญญานั้นจึงเรียกว่า สัญญาวิปลาส เพราะคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ความเป็นจริง สีสันต่างๆ เขียว เหลือง แดง มันไม่มี เป็นเพียงคลื่นแสงมากระทบกับประสาทตาเท่านั้น
จิตตวิปลาส หมายถึงการลวงตัวเองด้วยการคิดผิด คิดผิดอย่างไรครับ? คิดผิดว่าชีวิตของเรานั้นดี คิดผิดว่าฉันกำลังนั่งอยู่ เดินอยู่ นอนอยู่ คิดผิดอยู่สารพัดว่าเป็นตัวตน คน สัตว์อยู่ตลอดเวลา
การคิดผิดว่าอันนั้นมันดี อันนั้นมันสวย อันนี้พอใจ อันนี้ไม่พอใจ เพราะอารมณ์ต่างๆ มันเป็นเพียงชั่วขณะหนึ่ง เหมือนการเกิดขึ้นของการทำงานชนิดหนึ่ง แล้วมันก็ดับลงไป แต่เราคิดผิด คิดว่ามันเป็นสิ่งที่คงทนอยู่อย่างถาวร เป็นความเที่ยงแท้แน่นอน โดย คณะศิษย์ชมรมละกิเลส [9 มิ.ย. 2548 , 00:12:33 น.] ( IP = 61.19.188.127 : : )
สลักธรรม 6
ส่วนทิฏฐิวปลาส การลวงตัวเองด้วยการเห็นผิด เห็นผิดอย่างไรครับ ? เห็นว่าชีวิตของเรานั้นมีสาระแก่นสาร เห็นว่าชีวิตเป็นของดี ของงาม เห็นว่าชีวิตเป็นของสุข ของเที่ยง เห็นว่าชีวิตเป็นตัวตน คน สัตว์
ฉะนั้น จุดสำคัญใหญ่ๆ ของ สัญญาวิปลาส จิตตวิปลาส และทิฏฐิวิปลาส มีความเห็นผิดมากมายก่ายกอง ถึง ๔ ประการครับ คือ
๑.เห็นผิดว่าความไม่เที่ยงแท้ถาวร เป็นความเที่ยงแท้ถาวร ๒.เห็นผิดว่าสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ เป็นสิ่งบริสุทธิ์ ๓.เห็นผิดว่าความชั่ว เป็นความดี ๔.เห็นผิดว่าความไม่ใช่ตัวตน เป็นตัวตน
นั่นแหละครับ จึงจะต้องมีปัญญาเท่านั้น เข้ามาแก้ความเห็นผิดเหล่านี้ได้
เราอยู่ดีๆ จะบอกว่าไม่มีตัวตนไม่ได้ เรากำลังนั่นอยู่ เราก็รู้ตัวว่าเราเป็นคน อันไหนเป็นคน อันไหนเป็นสัตว์เดรัจฉาน เป็นสิ่งที่จิตใจของเรารู้อยู่
อยู่ดีๆ เรามาเรียน.. ได้ยินว่าไม่มีคน ไม่มีสัตว์ จะเชื่อทันทีเลยก็จะเป็นการเชื่อโดยงมงาย ไม่มีเหตุผล เราต้องรู้เหตุผลก่อนว่า ทำไมเล่าหลักของพระพุทธศาสนา จึงสอนว่า คนไม่มี สัตว์ไม่มี มาดูความเป็นจริงตรงนี้ครับ โดย คณะศิษย์ชมรมละกิเลส [9 มิ.ย. 2548 , 00:13:02 น.] ( IP = 61.19.188.127 : : )
สลักธรรม 7
คำว่าชีวิต เราเคยเรียนวิทยาศาสตร์มาว่าชีวิตนั้นคือสิ่งที่เคลื่อนไหวได้ เจริญเติบโตได้ หายใจได้ เสพอารมณ์ต่างๆได้ นี่คือคำว่าชีวิต โดยชีววิทยาทางรูปธรรมเท่านั้น
แต่ชีวิตโดยแท้จริง หมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมา ในภาษาพระก็คือ อุบัติ ย่อมต้องเกิดขึ้นมาด้วยเหตุ มีเหตุเกิด และมีปัจจัยแวดล้อมเหมาะสม จึงจะเรียกว่าชีวิต
สิ่งแวดล้อมนั้นคืออะไรครับ สตรีมีระดูงาม มีการสมสู่ระหว่างเพศ มีจิตมาปฏิสนธิ เหตุมาประกอบพร้อมจึงจะเกิดการมีชีวิตขึ้นมาได้
ในคำว่าชีวิตคำเดียวนี้ เราหลงผิดว่าเป็นคนเป็นสัตว์ก็เพราะว่า ตั้งแต่เล็กมาพอเราพูดได้ จำได้ แม่เป็นคนเลี้ยงดู สอนให้เรียกว่า แม่ นี่แม่ นี่ลูกนะ ...มันก็อยู่ในสัญญา
คำว่าแม่ คำว่าลูก แตกต่างกันออกไปแล้ว มันเก็บข้อมูลภาษาไทยเอาไว้ ซึ่งไม่จริงแท้ เพราะแม่ ลูก ไม่มี... เป็นเพียงสมมุติกันขึ้น โดย คณะศิษย์ชมรมละกิเลส [9 มิ.ย. 2548 , 00:13:31 น.] ( IP = 61.19.188.127 : : )
สลักธรรม 8
และภายใต้ชีวิตนั้น เราก็เห็นแต่ว่าเป็นคนอย่างเดียว เดินได้ เป็นแท่งๆ นี่เรียกว่าหญิง นี่เรียกว่าชาย รวมเป็นกลุ่มก้อน
เพราะว่าเราไม่เคยศึกษาความจริงว่า ลักษณะที่แท้จริงของชีวิตนั้น มันต้องประกอบไปด้วยเหตุ ๕ อย่าง เราเรียกว่าขันธ์ ๕ขันธ์แปลว่าหมวด หรือกอง กองทั้ง ๕ อย่างมีอะไรบ้างครับ
๑.รูป ๒.เวทนา ๓.สัญญา ๔.สังขาร ๕.วิญญาณทั้ง ๕ อย่างนี้เป็นเหตุประชุมกันขึ้นมา เราจึงใช้เรียกว่าเป็นผู้หญิง ผู้ชาย ถ้าขาดอย่างไรอย่างหนึ่ง จะไม่เรียกว่าชีวิตอันสมบูรณ์
ชีวิตที่อุบัติขึ้นมา ไม่ว่าจะในครรภ์มารดา ในฟองไข่ ในของโสโครก หรือเกิดและเติบโตขึ้นโดยฉับพลัน ล้วนต้องมีรูป นาม ขันธ์ ๕ แม้กระทั่งในภูมิของมนุษย์เอง จะมีคนไทย ฝรั่ง อเมริกัน ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย หรือแม้กระทั่ง อียิปต์ เอสกิโม ต่างล้วนมีรูปนาม ขันธ์ ๕ ทั้งสิ้น
เรามาพิสูจน์กันก่อนว่า รูป นาม ขันธ์ ๕ นี้ เป็นปรมัตถ์สัจจะจริงหรือไม่? โดย คณะศิษย์ชมรมละกิเลส [9 มิ.ย. 2548 , 00:13:54 น.] ( IP = 61.19.188.127 : : )
สลักธรรม 9
รูป คือสิ่งที่มองเห็นได้ทางตา แล้วบอกให้เรารู้ว่า ลักษณะที่กระทบนั้นเป็นอย่างไร
รูปนี้จะต้องมีลักษณะที่กระทบ มีลักษณะเป็นของใหญ่เช่น อย่างคน นี่ต้องเป็นของใหญ่ ของเล็กที่เรามองไม่เห็น เรายังไม่ยอมรับว่าเป็นรูป ใช่ไหมครับ?
รูปต้องเป็นของใหญ่ ต้องมีการบริหารมาก เช่น ต้องยืน เดิน นั่ง นอน มากๆ และต้องดูแลมาก คือกินแล้ว กินอีก เพราะเสื่อมอยู่ตลอดเวลา ร่างกายของเราไม่คงที่คงทนเลย มีความชราอยู่ทุกขณะจิต แต่ที่เราไม่เห็นเพราะว่าเป็นของใหญ่ที่ดูได้ยาก
ถ้าเราพิจารณาดูทุกวันๆ ที่เราเดินไป เราไม่รู้ว่ามันเสื่อม แต่เราลองนึกย้อนไปดูจากเมื่อตอนเป็นเด็กจนโตมานี่เราเรียกว่าเจริญเติบโต แต่ที่จริงแล้วเจริญไปในทางเสื่อมด้วยซ้ำ
เพราะทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ ก็จะต้องวิวัฒนาการไปในความเสื่อม กล้ามเนื้อของเด็กนั้นมีความบริบูรณ์ มีเซลล์ต่างๆ ผลิตผลของเม็ดเลือดทำให้เนื้อหนังมังสาเต่งตึง ผิวพรรณนวลใย แต่พอเราโตขึ้นจะมีรอยย่น มีความหยาบของผิวหนัง มีกระขึ้นมา เพราะว่าสภาพนั้นมันเสื่อมไปแล้ว เชลล์ต่างๆ มันเสื่อมแล้วก็ตายอยู่ตลอดเวลา
นี่คือลักษณะของรูป ซึ่งเราต้องยอมรับด้วยความจริงว่า รูปอันนี้มันมีจริง แต่เราใช้คำว่าหญิง ชายเป็นการอ้างอิงในรูปนั้นเท่านั้นเอง โดย คณะศิษย์ชมรมละกิเลส [9 มิ.ย. 2548 , 00:14:33 น.] ( IP = 61.19.188.127 : : )
สลักธรรม 10
เวทนา หมายถึง การเสวยอารมณ์เข้าไป เสวยอารมณ์ได้ เสวยอารมณ์เป็นอย่างไรบ้าง? ก็คือความรู้สึกเป็นสุข เป็นทุกข์ เฉยๆ หรือไม่สุข ไม่ทุกข์ ใช่ไหมครับ? คำนี้มาทีหลังคือสมมุติขึ้นมาว่าสุขว่าทุกข์
เพราะถ้าหากสุขมีจริงแล้ว แต่ละคนก็ต้องเสวยอารมณ์เหมือนๆ กัน เช่น เห็นสีเหลืองแล้ว รู้สึกชอบ พอใจ ก็ต้องรู้สึกชอบ พอใจเหมือนๆ กันทุกคน แต่นี่ไม่ใช่ บางคนก็ไม่ชอบ เห็นสีเหลืองแล้วรู้สึกไม่พอใจ เพราะมันเป็นความสุข ความทุกข์ ที่เกิดขึ้นจากสัญญาวิปลาสใช่ไหมครับ? ของจอมปลอม การเสวยอารมณ์นั้น ไม่ว่าจะเป็นชนชาติใดก็แล้วแต่ ต้องมีการเสวยอารมณ์ได้ เป็นสุข เป็นทุกข์
สัญญา คือความจำได้หมายรู้ ทุกคนมีความจำ ตั้งแต่เล็กจนโต เราจำมาสารพัดเรื่อง เรากลับบ้านถูก เราไปเที่ยวในที่นั้นถูก ขึ้นรถเมล์ถูก เราต้องมีความจำ ชีวิตจะต้องมีความจำ แม้กระทั่งสัตว์เดรัจฉานก็ต้องมีความจำ
นกบินมาหาอาหาร หาเหยื่อแล้วก็ต้องกลับรังถูก เพราะมันมีความจำว่าที่อยู่อาศัยของมันอยู่ที่ไหน ไม่ว่าชนชาติใดต้องมีความจำทุกคนทุกชีวิต โดย คณะศิษย์ชมรมละกิเลส [9 มิ.ย. 2548 , 00:15:02 น.] ( IP = 61.19.188.127 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |