มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


๙ มิถุนาร้อยมาลารวมดวงใจ







เป็นมือหนึ่งซึ่งพยุงปรับปรุงจิต
ให้รู้คิดฝึกตนค้นแก้ไข
คอยดูแลผู้คนหลากหลายวัย
ให้เดินไปด้วยสติผลิปัญญา

สอนให้รู้ละลดกิเลสเลิก
และถอนเพิกความเคยชินที่แน่นหนา
ฝึกให้มีสติทั่วกายา
เปิดชมรมบ่มค่าเพาะกล้าธรรม

มีปลอบทั้งขู่ให้อยู่สุข
มีทั้งปลุกให้ตื่นด้วยเรื่องขำ
มีทั้งแบบฝึกสติน่าจดจำ
มีทั้งคำอวยพรสอนให้ชิน

สอนให้เอื้ออาทรและอ่อนหวาน
ช่วยการงานสร้างกุศลเป็นทรัพย์สิน
ไร้นายบ่าววานใช้ให้ได้ยิน
เพื่อดูแลชีวินอย่างพึ่งตน

ทั้งฝึกให้ใช้ปัญญามาส่งเสริม
หนุนสติให้เพิ่มทางมรรคผล
ได้เจริญวิปัสสนาทั่วทุกคน
เป็นสมบัติของตนเสบียงบุญ

ยามอยู่นอกห้องเรียนที่เพียรสอน
ท่านวางตนทุกตอนเพื่ออุดหนุน
เป็นยาใจยาจริงสิ่งเพิ่มทุน
มอบแต่ความอบอุ่นให้ศิษยา

ใครที่ป่วยด้วยโรคหรือโศกเศร้า
ท่านจะเข้ากอบเกื้อเอื้อรักษา
ปรับปรุงจิตให้ผลิตเรื่องปัญญา
เพิ่มความกล้าไม่ท้อแท้แก่ทุกข์ภัย

เป็นมือหนึ่งซึ่งสร้างอย่างใกล้ชิด
ร่วมลิขิตรอยกรรมนำสดใส
แต่ละรุ่นผ่านมาเจริญวัย
คือผู้ให้เรือนรักได้พักพิง

เนื่องในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันเกิดของท่านอาจารย์วิชิต ธรรมรังษี
คณะศิษย์ขอกราบถวายมุทิตาสักการะแด่ท่านด้วยความรักเคารพ
และสำนึกในพระคุณที่ท่านเพียรสร้าง สอนสั่ง มอบความรักและกำลังใจ
เพื่อให้เราทุกคนเป็นคนดีเสมอมาในตลอดระยะเวลาหลายปี
และขอน้อมนำกุศลกรรมทั้งปวง โดยเฉพาะการศึกษา การปฏิบัติธรรม
และการช่วยเหลือกิจการงานที่ชอบประกอบไปด้วยความกตัญญูกตเวทิตาทั้งหลาย
มากราบถวายแด่ท่านเพื่อแทนเครื่องสักการะคุณและเป็นของขวัญแทนใจศิษย์


โดย คณะศิษย์ชมรมละกิเลส [9 มิ.ย. 2548 , 00:02:39 น.] ( IP = 61.19.188.127 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ][ 4 ]


  สลักธรรม 11

สังขารไม่ใช่แปลว่ากาย แต่หมายถึงธรรมชาติชนิดหนึ่ง เป็นธรรมชาติชนิดหนึ่งที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมา

คำว่าปรุงแต่งนี้ เราต้องเข้าใจว่า ปรุงแต่งนั้นไม่ได้มาจากชิ้นเดียว แต่เป็นของที่รวมกันมา เหมือนคำว่า “ข้าวผัด” นี่เป็นรสข้าวผัด หรืออาหารประเภทยำต่างๆ ปรุงด้วยอะไรบ้างครับ ? และถ้าเราจะปรุงให้รสดี ก็ต้องมีหลายๆ อย่างปรุงเข้ามา

ฉะนั้น ต้องมีเหตุที่ทำให้เกิดผลขึ้นมา จึงต้องถูกปรุงแต่ง ธรรมชาติที่ถูกปรุงแต่งต่างๆ ขึ้นมา เป็นกายสังขารให้มีรูปธรรมต่างๆ

ปรุงแต่งในที่นี้หมายถึง ถ้าเป็นเรื่องของชีวิต ก็คือปรุงแต่งจากการเสพอารมณ์แต่ละครั้ง ให้มีการเป็นไปตามสิ่งที่ถูกปรุงแต่งตัวเจตสิกนั่นเอง

โดย คณะศิษย์ชมรมละกิเลส [9 มิ.ย. 2548 , 00:15:38 น.] ( IP = 61.19.188.127 : : )


  สลักธรรม 12

วิญญาณ แปลว่า จิต จิต หมายถึงตัวรู้ในอารมณ์ อารมณ์จึงหมายถึงสิ่งที่จิตรู้

อารมณ์มีอะไรบ้าง?อารมณ์มีมากมาย ตัวอย่างเช่น อารมณ์โลภ อารมณ์โกรธ อารมณ์หดหู่ อารมณ์เศร้าหมองต่างๆ อย่างนี้เราเรียกว่าอารมณ์ทั้งสิ้น คือสิ่งที่เรารู้ได้แล้วก็เสพเข้าไป

ฉะนั้น ขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ต้องมีการประชุมกัน แล้วเราใช้คำว่าสมมุติสัจจะ เรียกไปเองว่าคน ว่าสัตว์ ว่าคนไทย ว่าฝรั่ง ว่าแขกต่างๆ

สิ่งเหล่านั้นเป็นภาษาสมมุติ ซึ่งไม่มีความเป็นจริง ความเป็นจริงอยู่แต่ในรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ

ขณะนี้ เราต้องมีศรัทธาเชื่อเกิดขึ้นมาแล้ว เพราะเราพิสูจน์เอง ไม่มีใครมาสอนเรา ที่ผ่านมาเมื่อสักครู่เราพิสูจน์แล้วนะครับ จึงต้องมีศรัทธาเชื่อ เพราะพระธรรมคงทนต่อการพิสูจน์

ไม่ว่าคุณจะเกิดมาในประเทศไหน คุณก็จะต้องรู้ว่าชีวิตนั้นจะต้องมี รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ไม่ว่าเด็กในครรภ์มารดาคนนี้ จะเป็นลูกเต้าเหล่าใครก็ตาม ออกมาต้องมีรูป นาม ขันธ์ ๕

โดย คณะศิษย์ชมรมละกิเลส [9 มิ.ย. 2548 , 00:16:04 น.] ( IP = 61.19.188.127 : : )


  สลักธรรม 13

ศึกษาแล้วจะต้องมีศรัทธา และเป็นศรัทธาอันแรงกล้า ที่เชื่อมั่นอย่างจริงใจว่า ชีวิตจะต้องประกอบไปด้วย รูป นาม ขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ รูปคือสิ่งที่มองเห็นได้ทางตา นามคือสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตา แต่เป็นของมีจริง

ฉะนั้น รูปนี้ก็ยังคงสภาวะรูปอยู่ เวทนา อารมณ์ที่เสวยเข้าไป ไม่มีรูป เมื่อสักครู่เราพิสูจน์แล้วว่ามีจริง เราเรียกว่านามธรรม สัญญาความจำได้หมายรู้ ไม่มีรูปปรากฏ แต่มีจริง เรานึกคิดอะไรแล้วไปถึงที่นั่นที่นี่ได้ถูก มันอยู่ในความทรงจำซึ่งไม่มีรูปปรากฏ แต่ก็เก็บอยู่ในจิตตลอดเวลา เป็นนามธรรม สังขารการปรุงแต่งขึ้นมาได้ตามเหตุตามปัจจัย เรามองไม่เห็นเหตุปัจจัย มองไม่เห็นการปรุงแต่ง แต่เรารับรู้อารมณ์นั้นได้ เรียกว่านามธรรม วิญญาณ คือ จิต หัวใจคือรูปเป็นที่ตั้งให้จิตอาศัย หัวใจกับจิตคนละอย่าง จิตนี่เป็นนามธรรม แต่หัวใจเป็นรูป

ลักษณะหัวใจคนเรามี ๔ ห้อง แต่ละห้องมีกล้ามเนื้อ มีหลอดเลือดดำ มีเยื่อเมือก มีการสูบฉีดโลหิต มีหลอดที่สำหรับฟอกโลหิตส่งไปเลี้ยง นั่นคือรูปธรรม

แต่เราพูดถึงเรื่องวิญญาณ คือนามธรรม เพราะว่าเวลาเราเห็น วิญญาณต้องเข้าร่วมด้วย เราไม่เห็นตัววิญญาณเลย แต่เราเห็นสิ่งต่างๆได้ เป็นนามธรรม เป็นของที่เราพิสูจน์ได้ทั้งนั้น

โดย คณะศิษย์ชมรมละกิเลส [9 มิ.ย. 2548 , 00:17:20 น.] ( IP = 61.19.188.127 : : )


  สลักธรรม 14

ฉะนั้น ชีวิตที่แท้จริง เมื่อเราปฏิเสธสมมุติสัจจะออกจนหมดสิ้นแล้ว คือ รูป-นามเท่านั้น ใช่ไหมครับ ?

มีรูป มีนาม มีนาม มีนาม มีนาม ๕ อย่าง รวมเป็นคนเป็นสัตว์ขึ้นมา ฉะนั้น เราย่นย่อ แทนที่จะบอกว่า รูป นาม นาม นาม นาม เรื่อยไป ย่นเสียเหลือ ๒ คำ เป็นรูปนาม ...ขันธ์ ๕ คือมีรูป มีนาม เป็นหมวดอยู่ ๕ อย่าง

ฉะนั้นคำว่าขันธ์ ๕ จึงได้แก่ชีวิตๆ หนึ่งเท่านั้นเอง ...นี่พอเข้าใจนะครับ

เราต้องเรียนเรื่องนี้ให้เข้าใจ เรามีศรัทธาเชื่อแน่ นี่แหละครับคือภูมิของปัญญา ถ้าเราไม่เคลียร์ตัวเอง ยังไม่ทำลายวิจิกิจฉานี้ เราจะปฏิบัติอะไรให้เกิดผลดีไม่ได้เลย เพราะเราไม่ยอมรับความจริง ถ้าหากว่าเรายอมรับความจริงได้แล้ว แม้เราจะเอาไปพิสูจน์ตอนหลัง ก็จะออกมาเป็นบทพิสูจน์ได้

เรายอมรับของจริงแล้ว เราก็เอาของจริงนั้น ไปพิสูจน์ในสิ่งที่เราพบอยู่ทุกวัน มันต้องพบความจริงจนได้

แต่ถ้าเราเรียนจนเรายอมรับแล้ว แต่เราไม่ทำลายมานะ ความยกตัว ถือตัว อวดดื้อถือดี ไม่ทำลายทิฏฐิอันเป็นมิจฉาทิฏฐิ เราก็ไม่สามารถก้าวสู่ความเป็นจริงได้ ใช่ไหมครับ

โดย คณะศิษย์ชมรมละกิเลส [9 มิ.ย. 2548 , 00:17:48 น.] ( IP = 61.19.188.127 : : )


  สลักธรรม 15

ในหลักของพระพุทธศาสนา มีการปฏิบัติอยู่ ๒ อย่างคือ การทำสมาธิ (สมถกรรมฐาน) กับการทำวิปัสสนา ไม่ใช่อย่างเดียวกันครับ ที่พูดว่า นั่งวิปัสสนา เดินวิปัสสนานั้นไม่ใช่

คำว่าวิปัสสนากรรมฐานรวมกันแล้ว หมายถึงการกระทำฐานที่ตั้งแห่งปัญญา ปัญญา คือ ความรู้จริง รู้ชัด และรู้ในสิ่งที่เป็นปรมัตถ์ทั้งสิ้น ไม่ใช่รู้ในของสมมุติ แต่รู้ของจริงเลยครับ

เหมือนเราผสมสีมานี่ เราเห็นเป็นสีม่วง เรา บอกว่า สีม่วง ...ผิด! ที่แท้จริงมันคือสีแดงผสมกับสีน้ำเงิน เรารู้สึกเข้าไปไกลกว่านั้นว่า มีสีแดง กับน้ำเงินปรุงแต่งมาอีกทีหนึ่ง ส่วนมากเราจะมองเห็นว่านี่สีม่วง แท้ที่จริงมันมีเหตุปรุงแต่งมา แต่เราคิดว่ามีสีม่วงขึ้นมาเอง

ฉะนั้น วิปัสสนากรรมฐาน คือการกระทำเพื่อให้เกิดปัญญา ปัญญาคือความรู้จริงในปรมัตถธรรมเท่านั้น

รู้ของจริง รู้อะไรเล่า?รู้ว่าชีวิตมีแต่รูป มีแต่นาม ยอมรับอันนี้โดยมีศรัทธามั่นคงว่า คำว่าผู้หญิง ผู้ชาย ไม่จริง ของจริงคือรูป นาม จึงจะปฏิบัติได้

โดย คณะศิษย์ชมรมละกิเลส [9 มิ.ย. 2548 , 00:18:53 น.] ( IP = 61.19.188.127 : : )


  สลักธรรม 16

คราวนี้เรามาพูดเรื่องการปฏิบัติกันต่อ การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน คำว่า วิปัสสนาการรมฐาน เป็นการปฏิบัติชนิดหนึ่งซึ่งอยู่ในหลักของพระพุทธศาสนา

เรามาดูว่าการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเพื่ออะไร ? เพื่อเป็นการคลี่คลายแง่มุมให้เด่นชัดออกมา ด้วยการเอารูปนามที่เรายอมรับว่า เป็นของจริงที่มีอยู่นี้ไปเป็นตัวกำหนดเป็นภูมิ

ภูมิคือที่ตั้ง สถานที่ แทนความวิปลาส คือ คน สัตว์ ฉัน เธอ เขา แก แต่เอารูปนามไปเป็นภูมิ คือ เป็นที่ตั้งแทนความวิปลาสที่เคยผังอยู่ในใจ เพราะตราบใดที่เราไม่ถ่ายถอนความวิปลาสออกมา เราจะเห็นของจริงไม่ได้

พูดเรื่องของจิตก่อน คนเราต้องมีจิต จิตคือธรรมชาติที่รู้อารมณ์ ที่นี้การเห็นของเรา การได้ยินของเรา การได้กลิ่นของเรา การรู้รสของเรา การสัมผัสถูกต้องเย็นร้อนอ่อนแข็งของเรา การนึกคิดไปในอารมณ์ต่างๆ ของเรา ที่มีมาได้เพราะต้องมีวิญญาณ คือจิตนั่นเอง

จะเห็นเอง ได้ยินเอง ได้กลิ่นเอง รู้รสเอง สัมผัสเอง ถูกต้องเอง นึกคิดเองไม่ได้ มันเป็นหน้าที่ของจิตเองทั้งสิ้น แล้วจิตนี่ก็คือนามธรรม

เวลาที่เห็น เราไม่ได้เป็นผู้เห็นนะครับ ตรงนี้สำคัญนะเข้าเรื่องการปฏิบัติแล้ว พอเรานึกว่าเราเห็น แต่เมื่อกี้บอกแล้วว่าเราไม่มี มีแต่รูป มีแต่นาม ยอมรับแล้วใช่ไหมครับ

โดย คณะศิษย์ชมรมละกิเลส [9 มิ.ย. 2548 , 00:19:27 น.] ( IP = 61.19.188.127 : : )


  สลักธรรม 17

ฉะนั้น ต้องเอารูป-นามเข้ามาปฏิบัติ คือจิตของเราเป็นผู้เห็น เรามองไม่เห็นจิตเพราะจิตเป็นนาม จึงเป็นนามเห็น เพราะนามเป็นผู้เห็น

ตาของเรามีไว้เป็นทวารให้จิตมาทำหน้าที่เห็น ไม่มีเรา เอาเราออกเสียก่อน เอาสมมุติออก เราจะทำลายความวิปลาส ความเข้าใจผิดออก ที่แท้จริงคือนามธรรม

มี ๒ อย่างแค่นี้เอง ในชีวิต คือนามเป็นผู้เห็นรูป เราไม่มี

เวลาที่ได้ยิน เรานึกว่าเราได้ยิน การได้ยินเกิดขึ้นได้ต้องมีจิต จิตเป็นนาม จึงต้องกำหนดว่า นามได้ยิน

เวลาที่ได้กลิ่น จิตมาทำหน้าที่รู้กลิ่น จิตรู้กลิ่นได้ ได้กลิ่นได้ บอกว่าเหม็น บอกว่าหอม แต่ความสำคัญผิดของคนเราอยู่ที่รู้สึกว่า เรามันหอม เรามันเหม็น แท้ที่จริงเราไม่ได้หอม เราไม่ได้เหม็น ลักษณะที่หอมเหม็นนั้นอยู่ในที่ของมัน มันเหม็นเอง หอมเอง คือรูปนั่นเอง รูปมันเหม็น รูปมันหอม จึงต้องกำหนดในวิปัสสนาว่า รูปเหม็น รูปหอม ไม่ใช่เราเหม็น ไม่ใช่เราหอม หรือกำหนดว่า รูปกลิ่นก็ได้ สำหรับผู้ที่ชำนาญแล้ว

โดย คณะศิษย์ชมรมละกิเลส [9 มิ.ย. 2548 , 00:19:49 น.] ( IP = 61.19.188.127 : : )


  สลักธรรม 18

ต่อไปเวลาที่รู้รส เรารู้รสเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เผ็ด จืด เรารู้สึกอย่างนี้มาตั้งนาน ที่นี้เมื่อไม่มีเรา อะไรเป็นรสชาติ รูปครับ

พริกที่เราเห็นได้ เป็นรูป เกลือ เป็นรูป พริกมันเผ็ดของมันเองตามธรรมชาติ เราไม่ได้เอาใส่ปากเราก็ไม่เผ็ด แต่พอเราเอาใส่ปากเคี้ยวปุ๊บ เราคิดว่าเราเผ็ด

เกลือมันเค็มเอามาใส่ปาก เราคิดว่าเราเค็ม เราหลงผิดคิดว่าเราเผ็ด เราเค็ม จึงต้องกำหนดรูปรส สำหรับคนที่ยังกำหนดรูปรสไม่ทัน ให้กำหนดรูปเปรี้ยว รูปหวาน รูปเค็ม ฯลฯ เพื่อตัดความรู้สึกว่าเราเป็นผู้รู้รสออกไปก่อน

ต่อไปความรู้สึกสัมผัส จิตรับสัมผัสได้เมื่อมีสิ่งมากระทบกาย สัมผัสอะไรบ้างครับ? เย็น ร้อน อ่อน แข็ง รูปที่มากระทบมีความเย็น มีความร้อน มีความอ่อน มีความแข็ง จิตของเราก็รับความรู้สึกที่กระทบทางกายนั้น ก็รู้สึกเย็น รู้สึกร้อน รู้สึกอ่อน รู้สึกแข็ง ที่แท้รูปมีลักษณะ เย็น ร้อน อ่อน แข็ง เมื่อมากระทบกาย จิตเป็นผู้รู้สึก

ฉะนั้นในการกำหนด จึงกำหนดได้ทั้งรูปทั้งนาม โดยกำหนดอาการที่กระทบ เป็นรูปเย็น รูปร้อน รูปอ่อน รูปแข็ง หรือกำหนดนามรู้สึกเย็น นามรู้สึกร้อน นามรู้สึกอ่อน นามรู้สึกแข็ง สุดแท้แต่ความเด่นชัด เพราะจิตรับรู้ในเรื่องของรูปของนามทีละขณะ

โดย คณะศิษย์ชมรมละกิเลส [9 มิ.ย. 2548 , 00:20:11 น.] ( IP = 61.19.188.127 : : )


  สลักธรรม 19

ข้อสุดท้ายครับ การนึกคิด ที่เรานึกคิดไปเรื่องที่ผ่านมา หรือยังไม่เกิดขึ้น คิดถึงหน้าผู้หญิง หน้าผู้ชาย คนสวย คนไม่สวย นึกเกลียดคนนี้ นึกเกลียดคนนี้ เราไม่ได้เกลียด เราไม่ได้รัก แต่เป็นนามครับ นามเป็นตัวเกลียด ตัวรัก ตัวชอบ ตัวชัง

สิ่งที่มีเกิดขึ้นทางใจ เกิดขึ้นอย่างไร ? ตอนนี้กำลังนั่งฟังผมอยู่ คุณลองนึกถึงรูปกุญแจ กุญแจมีรูปร่างอย่างไร นึกออกไหมครับ ? นั่นคือรูปทางใจครับ เห็นไหม ไม่มีรูปจริงๆ แต่เป็นรูปที่เกิดขึ้นทางใจ เกิดจากความนึกคิด ต้องกำหนด “รูปทางใจ”

ฉะนั้น การปฏิบัติ เราจะต้องเข้าใจกฎอันนี้เป็นสำคัญ คือเพื่อจะเอาคำว่ารูป นาม ไปตั้งแทนที่เราจะได้กำจัดความวิปลาส

พร้อมกันนั้นจะได้เป็นการฝึกสติ เพราะการระลึกรู้สึกตัวได้ในสิ่งที่เป็นจริงนั้น ก็ต้องมีฐานอันมั่นคง สติ จึงมีกำลัง เมื่อสติมีกำลังแล้ว รากฐานอันสำคัญเป็นที่พึ่งกันก็คือมีรูป มีนามอาศัย สติเป็นนามธรรม อาศัยรูป คือหัวใจของเรา ทำให้เกิดการระลึกได้

ฉะนั้น ก็จะมีฐานที่ตั้งอันมั่นคง และกำจัดความวิปลาสออกไป

โดย คณะศิษย์ชมรมละกิเลส [9 มิ.ย. 2548 , 00:20:34 น.] ( IP = 61.19.188.127 : : )


  สลักธรรม 20

อธิบายอย่างนี้ ใครยังไม่เข้าใจชัดในเรื่องทฤษฎีนี้บ้าง ถ้าเราไม่ทำความเข้าใจเรื่องของภูมิวิปัสสนา ก็จะปฏิบัติไม่ได้ครับ และเราจะไม่ถึงความจริงแน่

เพราะอะไรครับ? เพราะเรายังติดคำว่า “เรา” อยู่ ไม่พ้นทุกข์แน่ แล้วก็หาทุกข์ใส่ตัวอยู่วันยังค่ำ

เพราะอะไรครับ? คนเรารักชีวิต เราเจ็บ เรากลัว เขาเจ็บช่างมัน แต่ยังมีเราอยู่ การกระทำกรรมมันก็เกิดขึ้น

ฉะนั้น ลองคิดว่าไม่มีเรา หลวงพ่อเสือ ท่านยกตัวอย่าง.. ลูกของฉันที่ฉันรัก ลูกของฉันเจ็บนิด ฉันก็สงสาร ดูแล เฝ้าถนอม แต่ลูกของเขา (คนอื่น)เจ็บ เราดูแล้วก็เฉยๆ เพียงกระทบอารมณ์แล้วก็ดับ

เห็นไหมครับ นี่ตัดได้แต่พอถึงเรื่องของเรา เราสืบต่ออารมณ์นั้นอยู่เรื่อยๆ ลองคิดว่าถ้าลูกของเราตายดูซิ ตอนนี้ไม่ต้องทำอะไรให้ลูกแล้ว หมดภาระหน้าที่แล้ว

ถ้าเผื่อตัวเราไม่มีเสียอีก เราก็ไม่ต้องหา ไม่ต้องไปแก่งแย่งชิงดี อยากกิน อยากอะไรก็ไม่มี หมดจากการกระทำกรรมครับ หมดการกระทำกรรมก็หมดการได้รับผล เอ้า! ถามได้ ใครยังไม่เข้าใจ? หรือเข้าใจแล้ว?

โดย คณะศิษย์ชมรมละกิเลส [9 มิ.ย. 2548 , 00:20:56 น.] ( IP = 61.19.188.127 : : )
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ][ 4 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org