| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
วิสุทธิในมรรคแห่งวิปัสสนาญาณ ๒
![]()
![]()
วิสุทธิในมรรคแห่งวิปัสสนาญาณ ๒
มาดูในหัวข้อศีลเสียก่อน ศีล ได้แก่อะไร
ศีล คือการควบคุมกาย และวาจาให้เป็นปกติ ปกติในที่นี้หมายถึง ขณะที่กำลังพูดอยู่ มีสติรู้ทันทุก ๆ คำพูด ข้อนี้นะ จึงจะเป็นสีลวิสุทธิ
การควบคุม กาย วาจา เรียกว่า ศีล คือ ความปกติที่บริสุทธิ์ ปราศจากกิเลสใด ๆ เจือปน โดยมีวิสุทธิเข้าควบคุมศีล คือ มีสติทุกคำพูด เว้นโลภ เว้นโกรธ เว้นหลง เป็นสัมมาวาจาเข้าไปในมรรค จึงจะเป็นมรรค
การพ้นทุกข์ ต้องเดินตามมรรคแปด มรรคแปดเป็นองค์เดินทางแห่งการพ้นทุกข์ ดังนั้น ศีลที่จะเข้าไปควบคุม และปฏิบัติให้เป็นสัมมาวาจา คือการพูดที่ถูกที่ควรได้ อยู่ในมรรคนั้น
ศีลข้อนี้จะต้องมีสติรู้ทันทุก ๆ คำพูด เว้นโลภ เว้นโกรธ เว้นหลง เป็นสัมมาวาจา นี่คือ ทุกคำพูด เว้นโลภ เว้นโกรธ เว้นหลง คือไม่มีกิเลสตัณหามาเจือปนในศีล จึงจะเป็นสัมมาวาจา
ตอนแรกอ่านที่นี่ http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=7437
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [18 มิ.ย. 2548 , 07:59:12 น.] ( IP = 202.183.141.89 : : )
สลักธรรม 1
สัมมากัมมันตะขณะที่ทำงานมีอะไรบ้าง การงานไม่ใช่หน้าที่อย่างเดียว คือ การยืน การเดิน การนั่ง การนอน การงานของรูปธรรม ต่างกับการงานของทางโลก (ซึ่งมีการทำงานตามหน้าที่ของตน) เราจะมาพูดถึงด้านพ้นทุกข์
การงานในที่นี้หมายถึง การงานของรูปธรรมต่าง ๆ มีการยืน มีการเดิน มีการนั่ง มีการเหยียด มีการคู้ มีเคลื่อนไหว มีสติรู้ทัน ก่อนจะเปลี่ยนอิริยาบถ เว้นโลภ คือเวลาเมื่อยก็รู้ว่าต้องแก้ไขทุกข์ ไม่ใช่ว่า เพราะอยากเปลี่ยนจากท่านั่งไปเป็นท่ายืนเพื่อจะให้หายทุกข์ เพราะมันหายไม่ได้ ที่รู้สึกเหมือนกับว่าหายเมื่อยนั้น เพราะอิริยาบถใหม่ที่เปลี่ยนนั้นมันปิดบังทุกข์อยู่เท่านั้น เว้นโลภ เว้นโกรธ เว้นหลง
การงานของรูปธรรม มียืน มีเดิน มีนั่ง มีนอน มีเหยียด มีคู้ การที่เรานั่งอยู่เฉย ๆ แล้วเราก็เปลี่ยนจากรูปหนึ่งไปอีกรูปหนึ่ง เช่น ห้อยขา เราไม่เคยพิจารณาดูมันว่าทำไมจึงต้องเปลี่ยนทุกครั้งที่เราจะปฏิบติให้เกิดวิสุทธิ เราเปลี่ยนไปตามตัณหา คือความยินดีติดใจว่า ห้อยขา สบายว่า ขัดสมาธิ เราเปลี่ยนไปเพราะความโลภ (อยากสบาย) หรือไม่ก็เปลี่ยนท่าไปเพราะถูกผู้ใหญ่ว่า นั่งไม่ดี ก็เปลี่ยนไปเพราะความโกรธ เมื่อเปลี่ยนไปเพราะความโลภและความโกรธแล้ว ก็มีความหลงเข้าไปคิดว่ามันเป็นสุข แล้วจะดีขึ้นกว่าเดิม
คราวนี้ เรามาปฏิบัติว่า จากรูปหนึ่งไปอีกรูปหนึ่งนั้น รูปนั้นเที่ยงไหม รูปเก่าเที่ยงไหม มันไม่เที่ยง เป็นทุกข์แล้วก็ทนอยู่ไม่ได้ บังคับบัญชาไม่ได้ เช่น ไม่ให้เมื่อยก็ไม่ได้ นั่งนานก็ทนได้ยาก เปลี่ยนไปแล้วก็เจออีกนั่นแหละว่าไม่เที่ยง ทุกอย่างจึงเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา รู้อย่างนี้จึงเป็นสัมมากัมมันตะ คือ การงานชอบ ถูก ควร ตามมรรคของสีลวิสุทธิขึ้นมา โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [18 มิ.ย. 2548 , 08:00:13 น.] ( IP = 202.183.141.89 : : )
สลักธรรม 2
สัมมาอาชีวะ การเลี้ยงชีพชอบ การที่เราจะปฏิบัติมรรคนี่ เราจะต้องมาดูก่อนว่า มรรคเป็นทางแห่งการหลุดพ้นซึ่งจะเป็นไปในด้านโลกุตตระ คือ ไม่ได้เอาฝักฝ่ายทางโลกียะเข้ามาดำเนินชีวิต
การดำเนินชีวิตในปัจจุบันนั้น ก็เป็นไปตามหน้าที่ที่มีสติ ส่วนการเจริญสติในมรรคนี้ คือ สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีพชอบ ชีวิตเราจะอยู่ได้ด้วยอาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ปัจจัย ๔ เป็นเครื่องบำรุงรูปธรรมให้มีโอกาสเจริญเติบโต ไม่เสื่อมไปเท่าที่เวลายังไม่มาถึง แล้วก็ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน เพื่อให้ดำรงสติ หาปัญญาต่อไปตามที่ตั้งมั่นไว้
การตั้งมั่นที่จะปฏิบัติสัมมาอาชีวะ เมื่อมีจุดมุ่งหมายตั้งมั่นแล้ว ความเพียรจึงประกอบขึ้นด้วยเลี้ยงชีพชอบ คืออาหารการกิน กินโดยปราศจากตัณหา กินโดยปราศจากอวิชชา กินโดยปราศจากความโลภ ความโกรธ ความหลง ที่อยู่อาศัยมีไว้สำหรับบังแดด บังฝน กันสัตว์ร้ายต่าง ๆ เข้ามาทำลายมหาภูตรูป คือ การอยู่ ต้องนอนให้เพียงพอ พอแล้วหยุด
เข้าใจคำว่า พอ แล้วหยุด ไหม เราดำรงชีวิตอยู่ เราต้องมีการประเมินชีวิตตัวเองว่า ในการกิน กินแค่ไหนจึงจะพอ ไม่ทำลายให้เสื่อมลงไป นอนแค่ไหนถึงจะพอดี ไม่ทำให้เกิดความง่วงเหงาหาวนอน เซื่องซึม เบื่อหน่าย อาหารการกิน และที่อยู่อาศัย
เมื่อเราอาศัยปัจจัยสองอันนี้ดีแล้ว ยารักษาโรคสำคัญไหม ไม่สำคัญแล้ว เพราะเรามีการประเมิน ประมาณ มีการเพียงพอ พอแล้วจึงดี ไม่ใช่ดีแล้วจึงพอ
การกิน ถ้าไม่ได้กินด้วยตัณหา ก็มีการสรรหาอาหารเพียงเท่าที่ร่างกายของเราต้องการเท่านั้น เครื่องนุ่งห่ม สวมไปเพื่อกันยุง เหลือบ ริ้น ไร มาไต่ตอม กันความเย็นจัด หนาวจัด ร้อนจัดที่ทนไม่ได้เท่านั้นเอง เว้นโลภ เว้นโกรธ เว้นหลง คือเว้นจากความต้องการมากเกินประมาณ แล้วก็ได้มาเพราะการประชดประชันหรือการเสแสร้งเข้าไป หรือความหลงผิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดีมาก โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [18 มิ.ย. 2548 , 08:00:47 น.] ( IP = 202.183.141.89 : : )
สลักธรรม 3
ต่อไปคือเรื่องจิต
ทำจิตให้ก้าวเข้าสู่จิตวิสุทธิ สัมมาสติ ระลึกชอบ สัมมาวายามะ เพียรชอบ สัมมาสมาธิ ตั้งมั่นชอบ
จิตวิสุทธิ ได้แก่ ความบริสุทธิ์แห่งจิต ไม่มีโลภ ไม่มีโกรธ ไม่มีหลง ไม่มีตัณหาและอวิชชา สัมมาสติ ที่จะทำให้จิตวิสุทธิในวิปัสสนา ก็คือ การมีสติรู้ทันปัจจุบัน
การที่มีสติรู้ทันปัจจุบันแห่งนามรูปทางทวารทั้ง ๖ ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ มีสติรู้ทันว่าที่กระทบนั้นก็ดับไป มันเข้าออกตามทวารต่าง ๆ เพราะเรามีทวารทั้ง ๖ เป็นตัวรับรู้ มีจิตเป็นตัวรู้ อารมณ์เป็นตัวถูกรู้ โดยที่เมื่อมีสติรู้แล้ว สัมมาวายามะก็จะเข้าร่วมทันที คือมีความเพียรตั้งสติ เป็นสัมมาสติ เพียรให้เกิดสติอยู่ตลอดเวลา เพียรให้เกิดสติอยู่ทุกขณะจิต ไม่เผลอไปจากปัจจุบัน เว้นโลภ เว้นโกรธ เว้นหลง
เมื่อเรามีสติอยู่ทุก ๆ ขณะ เว้นโลภ เว้นโกรธ เว้นหลง และมีความเพียรมั่นคงกับสติแล้ว ความโลภ ความโกรธ ความหลง ก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ รู้ทันทุก ๆ ขณะ แค่ขณิกสมาธิ มั่นคง ไม่เผลอองค์ มรรคทั้ง ๓ อย่าง หรือ สัมมาสติ สัมมาวายามะ สัมมาสมาธิ องค์มรรคทั้ง ๓ นี้ จัดเป็นสมาธิวิปัสสนาญาณที่จะมีสมาธิอยู่แล้ว คือ ตรงต่ออารมณ์ปัจจุบัน ที่มีความเพียรแห่งสติ จึงจัดเป็นจิตวิสุทธิ โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [18 มิ.ย. 2548 , 08:01:09 น.] ( IP = 202.183.141.89 : : )
สลักธรรม 4
ศีลและจิตเป็นไปตามมรรค อย่างไรจึงจะเรียกว่าเดินทางตามมรรคที่บริสุทธิ์ ตามศีลและจิต ถ้าไม่มีศีล จิตก็ไม่สงบ ถ้าเรารักษาศีล ความเร่าร้อนกระวนกระวายมีไหม ไม่มี ถ้าเราลักทรัพย์ของเขามา จะให้จิตสงบ มีไหม ไม่มี
๗ ข้อของวิสุทธิให้ผลสืบเนื่องกันเพราะอยู่ในสังสารวัฏ เราจะต้องเดินตามวัฎจักร วงกลมต้องถอดวงกลมออกให้หมดทีละเปลาะ (สังโยชน์) ดำเนินตามวิสุทธิได้ถึง ๒ ลักษณะ คือ ศีล กับ จิต สามารถเดินตามมรรคได้ถึง ๖ มรรค เหลือแค่ ๒ มรรคเท่านั้น คือ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ
สัมมาทิฏฐิ แปลว่า ความเห็นถูกต้อง เห็นตาม อริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค
สัมมาสังกัปปะ แปลว่า คิดชอบ ดำริชอบ ดำริออกจากกามคุณทั้ง ๕ คือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส
การปฏิบัติ ทิฏฐิวิสุทธิ กังขาวิตรณวิสุทธิ มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ และญาณทัสสนวิสุทธิ การทำวิสุทธิเหล่านี้ จะต้องมีความเห็นที่ถูกต้อง เพื่อให้หมดความลังเลสงสัย และดำเนินทางถูก
การปฏิบัติถูกแล้วก็จะได้มีการได้ผลถูก เพื่อได้ก้าวสู่ ๒ มรรคเท่านั้น ศีล กับ จิต ลูกบอกว่าง่าย ได้ตั้ง ๖ มรรคแต่ ๒ มรรค หลังนี้ลูกจะต้องเพียรตั้ง ๕ วิสุทธิ
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [18 มิ.ย. 2548 , 08:01:31 น.] ( IP = 202.183.141.89 : : )
สลักธรรม 5ขอบคุณมากๆเลยครับผม ถึงตรงนี้ต้องบอกว่ายากมากเลยครับกับการจัดแจงธรรมให้มีพร้อมใจชีวิต เพราะจะต้องปลูกฝัง ศีล สมาธิ ปัญญา ให้เกิดขึ้นเสมอๆและบ่อยๆด้วยละครับ
ถ้าไม่มีการฝึกและการรอบรู้แล้วพี่เณรขอบอกเลยครับว่ายากยิ่งครับโดย พี่เณร [18 มิ.ย. 2548 , 20:06:19 น.] ( IP = 61.90.12.227 : : )
สลักธรรม 6ขอบคุณมากค่ะ
จะต้องมีความตั้งใจจริงๆ ตรงต่อความดี เพื่อให้การดำเนินชีวิตนั้น สามารถเว้นโลภ เว้นโกรธ เว้นหลงโดย เซิ่น [18 มิ.ย. 2548 , 22:56:26 น.] ( IP = 61.91.126.208 : : )
สลักธรรม 7ตามมาอ่านค่ะ
ขอบคุณมากค่ะโดย พี่ดา [21 มิ.ย. 2548 , 17:26:08 น.] ( IP = 61.91.198.53 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |