มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


วิสุทธิในมรรคแห่งวิปัสสนาญาณ ๔







วิสุทธิในมรรคแห่งวิปัสสนาญาณ ๔


ผู้ประกอบไปด้วยความเพียรจนข้ามพ้นความลังเลสงสัยได้ในกังขาวิตรณวิสุทธิจนถึงนามรูปปัจจยปริคคหญาณ

ที่เห็นอย่างนี้ คือเห็นนามรูปเป็นปัจจัยซึ่งกันและกันโดยไม่เสื่อมถอยเพราะทุกอย่างเกิดขึ้นโดยปราศจากปัจจัยไม่ได้ ยกเว้นหนึ่งเท่านั้น คือ พระนิพพาน

ยิ่งกว่านั้น ด้วยอำนาจแห่งอินทรีย์อันแก่กล้า มีพละเป็นปัจจัยส่งมากยิ่งขึ้นให้มีการกระทำมากยิ่งขึ้น มีความเพียรมากยิ่งขึ้น มีสติมากยิ่งขึ้น มีความดิ่งตรงต่อการกระทำมากยิ่งขึ้น ปัญญาจึงรู้แจ้งมากขึ้น พละอันนี้จึงเริ่มส่งผล ให้ก้าวสู่สัมมสนญาณ

คือ รู้นามรูปโดยลักษณะ ๓ประการ คือ เห็นว่า ไม่เที่ยง ตั้งอยู่ไม่ได้ ทนอยู่ไม่ได้ บังคับบัญชาไม่ได้ หมดไปด้วยอำนาจดับ เห็นดับขึ้นทีละน้อยญาณนี้เห็นนามรูปเกิดขึ้น ตั้งอยู่แล้วก็ดับไป โดยอาการหยาบ ๆ เท่านั้น เปลี่ยนแปลงไปอยู่ทุก ๆ ขณะ คือ เห็นร่างกายสักแต่ว่ามีรูปธรรม และนามธรรม


ตอนที่สามอ่านที่นี่http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=7450

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [20 มิ.ย. 2548 , 06:36:23 น.] ( IP = 202.183.132.7 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ในญาณที่ ๒ นี้ เห็นปัจจัยแห่งการเกิดมากขึ้น คือเห็นสักแต่ว่าไม่เที่ยง ตั้งอยู่ไม่ได้ หนึ่ง ทนอยู่ไม่ได้ สอง และบังคับบัญชาไม่ได้ สาม คือ เห็นลักษณะ ไตรลักษณ์มากขึ้น แต่อย่างหยาบ ๆ เท่านั้น เช่น

ทางตา เห็นแล้วก็ดับไป เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

ทางหู ได้ยินแล้วก็ดับไป เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

ทางจมูก ได้กลิ่นแล้วก็ดับไป เป็นอนิจจัง ทุกขังอนัตตา

ทางลิ้น รู้รสแล้วก็ดับไป เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

ทางกาย รู้สึกแล้วก็ดับไป เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

ทางใจ นึกคิด เคลื่อนไหว เหยียดคู้ รู้การงานของรูปธรรม สักแต่ว่าทำแล้วก็ดับไป เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [20 มิ.ย. 2548 , 06:37:18 น.] ( IP = 202.183.132.7 : : )


  สลักธรรม 2

ยากหน่อยนะสำหรับปฏิบัติในเรื่องสัมมสนญาณ คือญาณที่มีความรู้เพิ่มขึ้นมาอีกในสามกาลมากยิ่งขึ้นนับแต่วินาทีที่ล่วงมา ชั่วโมงที่ผ่านมา วันที่ผ่านมา เดือนที่ผ่านมา ปีที่ผ่านมา กาลที่ผ่านมาต่าง ๆ นั้น มีลักษณะ ๓ ทั้งสิ้น คือ ไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

(อย่าไปท่องนะ อันนี้ต้องเห็นด้วยปัญญา) แล้วก็มีการรู้สึกต่อไปตามปัญญาที่รู้เห็นชัดยิ่งขึ้นว่า เพื่อนมนุษย์ที่มีเกิดขึ้นมาในโลกนี้ก็ตาม ในแหล่งกำเนินอีก ๓ ก็ตาม รวมในแหล่งกำเนิด ๔ ล้วนมีความทุกข์เสมอกันทั้งสิ้น เนื่องจากมีเกิด

ไม่ว่าจะเป็นปู่ย่าตายายก็ดี พ่อแม่ก็ดี พี่น้องก็ดี มิตรสหายก็ดี ยิ่งมีรูปนามเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป เหมือน ๆ กัน แม้ในสรรพสัตว์ทั้ง ๓๑ ภูมิ มี อบายภูมิ ๔ มนุษย์ ๑ เทวดา ๖ พรหมอีก ๒๐ รวม ๓๑ ภูมิ ย่อมมี อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เสมอกันหมด คือ เป็นสามัญญลักษณะ

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [20 มิ.ย. 2548 , 06:37:53 น.] ( IP = 202.183.132.7 : : )


  สลักธรรม 3

ในข้อกังขาวิตรณวิสุทธิจบเรื่องเมื่อวานนี้ วันนี้ก้าวสู่ มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ ยังไม่ถึงสัมมาทิฏฐิเลยนะ เพราะยังไม่ถึง ต้องมาเกิดตรงนี้ คือ มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ

มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ ตั้งใจอยู่เป็นนิจสิน ในการปฏิบัติศีลและจิต ให้สม่ำเสมอในสัมมสนญาณที่เกิดขึ้นพิจารณานามรูป ที่เป็นทั้งภายในก็ดี ภายนอกก็ดี ทั้งหยาบก็ดี ประณีตก็ดี ที่ใกล้ก็ดี ที่ไกลก็ดี ในกาล ๓ ก็ดี คือ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ทนอยู่ไม่ได้ ไม่ใช่ตัวตน

เมื่อพิจารณาให้สมบูรณ์บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสแล้ว ก็จะเจริญก้าวหน้าสู่วิปัสสนาญาณขั้นต่อ ๆ ไป คือ อุทยัพพยาญาณ

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [20 มิ.ย. 2548 , 06:38:46 น.] ( IP = 202.183.132.7 : : )


  สลักธรรม 4

อุทยัพพยาญาณ คือ ปัญญาที่เห็นความจริงว่า นามรูปนั้นเกิดขึ้นแล้วก็ดับไปพร้อม ๆ กัน คือ เห็นหัวต่อระหว่างความไวมากยิ่งขึ้น ความไวจะเห็นมากยิ่งขึ้นทุกที เห็นเกิดแล้วก็เห็นดับ อันนี้จะเห็นเกิดแล้วดับทันทีพร้อม ๆ กัน

หมายความว่า ในญาณที่ ๓ นั้น เห็นนามรูปว่าไม่เที่ยงเท่านั้น ต่อมาจะเห็นชัดยิ่งขึ้นจนกระทั่งเห็นความเกิด ดับพร้อมกับสติในวิปัสสนาปัญญา ผู้รู้ผู้เห็นก็เกิดขึ้นแล้วดับไป นามรูปก็ดับไป ผู้เห็นผู้รู้นั้นก็ดับไปด้วย ทำลายความเป็นตัวเป็นตนได้ไหม ตัวฉันมีไหม มันเกิดอยู่แล้วอันนี้

ญาณนี้ในอุทยัพพยญาณ เป็นญาณที่แก่กล้าขึ้นมาเป็นบางครั้ง บางครั้งเป็นตรุณะ เพราะยังเป็นญาณอ่อน ๆ อยู่ ถ้าสภาพที่แก่กล้าเป็นพลวะ ถึงขีดความสามารถของปัญญาแล้ว วิปัสสนาที่แท้ ย่อมจะละการบริกรรมได้เอง คือ มีสติระลึกรู้เฉพาะรูปธรรมนามธรรมเท่านั้น ติดต่อกันไปโดยไม่เลยไปถึงบัญญัตินิมิตหมาย แม้กระทั่งไม่ท่องไปถึง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

เพราะความเห็นนั้นเป็นภัยอันน่ากลัวแห่งนามรูปทางทวารทั้ง ๖ ก็คือ มันออกมาทางทวารทั้ง ๖ ทั้งสิ้นทุกอย่าง ทวารทั้ง ๖ เห็นอะไร สักแต่ว่าได้ยินแล้วก็ดับไป ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ทางตา ขณะเห็นรูปเกิด ดับพร้อมด้วยกันทุกที


โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [20 มิ.ย. 2548 , 06:39:23 น.] ( IP = 202.183.132.7 : : )


  สลักธรรม 5

ตามอ่าน-ตามดูครับ ตามอ่านคือ..มาอ่านให้เกิดความรู้และความเข้าใจต่อจากคราวที่แล้วครับ ส่วนตามดู...คือดูการปฏิบัติของตนเองกับการที่หลวงพ่ออธิบายนั้น ว่าตนเองที่กระทำไปนั้นถูกผิดแค่ไหน วางใจได้ถูกหรือยัง เข้าใจดีตรงต่อความจริงหรือยังในเรื่องของปัญญาญาณนะครับ

และที่อ่านมานี้นั้นก็มีเรื่องที่จะต้องไปแก้ไขและฝึกความเพียรต่อครับผม..

โดย พี่เณร [20 มิ.ย. 2548 , 07:04:29 น.] ( IP = 61.90.82.173 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบคุณมากค่ะ
มาอ่านเพื่อทำความเข้าใจ และยังต้องฝึกหัดเรื่องการปฏิบัติมากกว่านี้

โดย เซิ่น [20 มิ.ย. 2548 , 20:31:39 น.] ( IP = 61.91.125.146 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org