| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
วิสุทธิในมรรคแห่งวิปัสสนาญาณ ๕
![]()
![]()
วิสุทธิในมรรคแห่งวิปัสสนาญาณ ๕
ในญาณที่ยังไม่แก่กล้า จิตของเราเป็นตัวกำหนดรู้รู้การเคลื่อนไหวของรูปนามต่าง ๆ ว่า สักแต่ว่าเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป รู้ตาม สติรู้ตาม รู้ตามแล้วก็ดับไป เป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
เมื่อถึงอุทยัพพยญาณนี้ก็รู้ทัน รู้ตามก่อนแล้วจึงรู้ทันทุกข์ รู้เหตุของรูปธรรม นามธรรม ที่เอาจิตเข้าไปรู้ รูปมันก็ดับ นามมันก็ดับเช่นเดียวกัน
ไม่รู้จะใช้คำอธิบายอย่างไรให้ละเอียด พวกเข้าปฏิบัติเข้าใจไหม เข้าใจนะลูกนะ หมายถึงอะไร ทางตา หรือทางหู ทางหูก็ขณะได้ยิน ขณะได้ยินรูปนามก็เกิดดับ ทางหูนี่อะไร ได้ยินเป็นนาม เสียงที่ได้ยินเป็นรูป มีรูปนามแล้วนะ แล้วรูปนามก็ดับไป รู้แค่นี้ ผู้รู้รูปนามก็ดับด้วยถ้าปฏิบัติถึงอุทยัพพญาณแล้ว เรา มีไหม ไม่มี ถึงตรงนี้ละ จึงจะคลายความลังเลสงสัยในเรื่องตัวตนมากยิ่งขึ้นผู้รู้ก็ดับไป คือดับไปพร้อมกับสติ คราวนี้เห็นตัวเองตายอยู่ทุกขณะ น่ากลัวมากยิ่งขึ้น
ญาณนี้นะลูกนะ ไปให้ถึงได้ยากหน่อย ปฏิบัติอุทยัพพยญาณ ๔๗ ชาติจึงได้ แต่ลูกเคยฝึกกันมาแล้ว ไม่งั้นมานั่งฟังอยู่อย่างนี้ไม่ได้หรอก ถ้าเผื่อเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ไป ไม่มีอดีตมาเลย ก็ต้องปฏิบัติ ๔๗ ชาติ
ตอนที่สี่อ่านที่นี่ http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=7454
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 มิ.ย. 2548 , 08:19:50 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 1
ญาณที่แก่กล้าข้ามพ้นอันตรายคือ นิวรณ์และนิมิตเครื่องหมายหมายสิ้นโดยมบูรณ์ เรียกว่า พลววิปัสสนา
พลววิปัสสนา คือ วิปัสสนาอันแก่กล้า เกิดขึ้นในนามรูป รู้การเกิดดับพร้อมกันเรียกว่า อุทยัพพยญาณ แต่ในญาณนี้ต้องระวัง วิปัสสนูปกิเลส ๑๐ ประการ คือ อันตรายของวิปัสสนา
เมื่อเข้าถึงอุทยัพพยญาณแล้ว เห็นตัวเองดับพร้อมนี้ทิฏฐิหมดไหม ทิฏฐิที่เป็นมิจฉาทิฏฐิหมด สัมมาทิฏฐิจึงจะเกิด
สัมมาทิฏฐิเกิดได้ต่อเมื่อเห็นความจริงในญาณที่ ๔ ที่ลูกบอกว่าตอนนี้เข้าใจว่าชาติหน้ามี ชาติที่แล้วมี อันนี้เข้าใจเพราะอะไร สัญญา ยังไม่เข้าใจด้วยปัญญา ที่เชื่อว่าชาติหน้ามี ที่เชื่อตายแล้วเกิดนี่เชื่อเพราะอะไร เชื่อเพราะการศึกษาเล่าเรียนจากสัญญา แต่ถ้าเผื่อเชื่อด้วยความจริงคือ สัมมาทิฏฐิ จะต้องเห็นแล้ว โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 มิ.ย. 2548 , 08:20:40 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 2
เห็นไหม เรียนธรรมะ ยิ่งเรียนยิ่งรู้ รู้ว่าตัวเองยังไม่รู้อีกมาก แล้วก็ที่รู้แล้ว รู้จริงไหม รู้ปลอม ๆ
ฉะนั้นการรู้อย่างนี้เพื่ออะไร เพื่อทำให้เราไม่ประมาทว่า เรารู้แล้วเราเป็นผู้รู้แล้ว ตื่นแล้ว แต่ตื่นแล้วมีดับ ญาณนี้ตื่นแล้วไม่ยอมหลับด้วย
ถ้าไม่เห็นความจริง แม้จะดำริออกจากกามคุณ ก็เป็นการดำริด้วยอำนาจของโทสะ ยังไม่ได้ดำริออกด้วยปัญญา เช่น เบื่อ อยากจะไปเข้าปฏิบัติ ยังไม่ได้ไปด้วยปัญญาเพราะยังมีความเบื่อ
เบื่อชนิดนี้ เกิดจากความพอใจและไม่พอใจ ยังมีทั้งโลภะ โทสะ ยังไม่เป็นกลางต่อ โลภะ โทสะ มาดูความเป็นกลางต่อ โลภะ โทสะ โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 มิ.ย. 2548 , 08:21:00 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 3
เป็นไงยากไหมลูก แล้วอย่าไปบ่น เพราะตัวเองปลูกฝังให้มันยากทำอะไรก็แล้วแต่ เดินหน้าตลอด ไม่เคยดูเลยว่ามันจะรื้อยากไหม รื้ออะไร สังโยชน์ แปลว่า เครื่องร้อยรัด เครื่องพันธนาการ ทำให้จิตไม่บรรลุถึงความบริสุทธิ์ คือ วิสุทธิได้ เพราะว่าใครทำมา คนนั้นก็เป็นคนผูกมา แล้วใครก็มาแก้ให้ไม่ได้ เพราะเมื่อผูกมาก สักกายทิฏฐิก็มีมาก
การไปปฏิบัติต้องมีปัญญาเป็นตัวอุดหนุน ไม่ใช่อำนาจความยินดีว่าหมดภาระหน้าที่ เดี๋ยวมีคนถือปิ่นโตมาส่ง อาหารที่นี่มันอร่อย หรือว่าเย็นดี หรือว่าทิ้งภาระสักพักหนึ่ง อันนี้โลภะ หรือไม่ก็อยู่ที่บ้านมันฟุ้งเหลือเกิน ไปดีกว่า โทสะไป ใช่ไหม เห็นไหม มองเห็นขึ้นไป ยังไม่ไปด้วยปัญญา ถ้าไปด้วยปัญญา ต้องมัคคามีแล้ว ปฏิบัติจึงจะเกิด ปฏิ แปลว่าอะไร ปฏิแปลว่า กลับ
(มีผู้ถามว่า ผู้ที่ได้ญาณที่ ๔ แล้ว จะไม่มีความหลงผิดใช่หรือไม่) ยังมีทั้งตรุณะและพลวะ สลับกันอยู่ ถ้าได้ถึงอุทยัพพยญาณแล้วมีพลวะส่งอยู่เสมอ มีสติอันเป็นสัมมาสติแล้วก็มีสัมมาวายามะ แล้วก็มีสัมมาสมาธิ มั่นคงไม่เผลอไปจากนามรูป สติยังมีเผลอไหม ที่ลูกบอกว่า ได้มรรคเผลอนี่มันยังไม่เป็นสัมมาทิฏฐิ เห็นชอบ เห็นชอบแล้วละพวกการกระทำชอบไม่ได้ มันสืบเนื่องกัน
เมื่อทำได้แล้ว มรรคนี้สามัคคีกันหมด รวมเป็นมรรคองค์เดียว เรียกว่า มรรคสามัคคี ตอนนี้รวมเป็นองค์เดียวแล้ว แต่ยังไม่สามัคคีลงความเห็น ถ้ามีความเห็นอันถูกต้องแล้ว เบื่อแล้วมนุษย์นี่ มันวนกลับ เบื่อแล้วไม่พูดไม่จา ไม่คบไม่หา ทั้ง ๆ ที่ไม่ออกมา ไม่ออกมาก็ไม่ออกมาด้วยอำนาจอะไร ต้องดูมันก่อน เพราะตระกูลมันใหญ่ โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 มิ.ย. 2548 , 08:21:24 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 4
ที่เพียรอันนี้ นะลูกนะ ช้าแต่ได้ผล ที่มันช้าก็เพราะเราทำมา ท่องไว้ มันช้า มันรื้อยาก เพราะเราทำมา รู้เห็นในความเป็นจริง รู้อยู่ทุกขณะว่า สักแต่ว่ามีนาม รูปเท่านั้น ถ้าเผื่อมีรูปอย่างเดียวก็เป็นซากศพ เรามีทั้งนามทั้งรูปที่เป็นปัจจัยส่งให้เกิดการรู้สึกนึกคิดต่าง ๆ ขึ้นมาในการเกิดนั้นก็มีดับไป หาความเที่ยงไม่ได้ เมื่อหาความเที่ยงไม่ได้ ผู้รู้ที่รู้ในความไม่เที่ยงนั้นก็เกิดดับอยู่เสมอ เช่นเดียวกัน
การปฏิบัติที่ข้ามพ้นความลังเลสงสัยในกังขาวิตรณวิสุทธิ จึงมีการกำหนดรู้หมายโดยชอบว่า การปฏิบัติอย่างนี้เป็นมรรคผล อย่างนั้นไม่ใช่ อะไรถูกอะไรผิด รู้ด้วยสัมมาทิฏฐิ คือ ความเห็นด้วยปัญญา ปราศจากความโลภ ความโกรธ ความหลง มากยิ่งขึ้น จนกำจัดนิวรณ์ คือ กามฉันทะ ความกำหนัดในกามคุณทั้ง ๕ คือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส พยาปาทะ คือ ความพยาบาท ปองร้าย หรือมีจิตใจหดหู่เศร้าหมองอันนี้รวมไปด้วย แม้กระทั่งรูปธรรม มันเกิดอะไร
เกิดความรู้ขึ้นมาในรูปธรรมว่า ทุกอย่างที่ว่า เป็นผู้หญิง ผู้ชาย รูปสวย รูปงามนั้นสักแต่ว่าเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป เป็นปัจจัยรวมกลุ่มกันเข้ามาด้วยอำนาจของอุตุ พลังงานต่าง ๆ ที่มี กรรม จิต อุตุ อาหาร เป็นตัวก่อสร้างมาประกอบกันขึ้นนั้น แล้วมีนามครอง ทำให้มีการเคลื่อนไหวได้ เมื่อรู้นามมาครองทำให้รูปเคลื่อนไหวได้แล้ว ทั้งนามและรูปที่เกิดดับอยู่เสมอ สติรู้มากขึ้น การปฏิบัติต่อไปคือ กลับ ปฏิ คือ กลับ คือ ญาณทัสสนวิสุทธิ คือความเห็นอันบริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสก็กลับสู่สภาพความจริง ไม่คล้อยตาม ไม่วิปลาส
ผู้เจริญความเพียรได้ถึงขนาดนี้ เจริญวิปัสสนากรรมฐานโดยที่ไม่ท้อถอย การที่ไม่ได้ท้อถอยนี้ วิปัสสนูปกิเลส ซึ่งเป็นอันตรายต่อวิปัสสนาก็หมดไป กำลังของวิปัสสนาในขั้นนี้จึงแก่กล้ามากยิ่งขึ้นในวิปัสสนาญาณทั้ง ๙ นับจากอุทยัพพยญาณไป ครบ ๙ ถึง อนุโลมญาณ ในอุทยัพพยญาณ รู้ว่านามรูปกับผู้รู้ เกิด ดับ ไปพร้อม ๆ กัน
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 มิ.ย. 2548 , 08:21:43 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 5
อ่านถึงวันนี้ทำให้นึกปรารถนาในญาณปัญญาที่เป็นพลวะนั้นจังเลยนะครับ
เพราะจะได้ไม่หลงทางในวัฏฏะภัยอีก เหลือแต่หน้าที่ก้าวไปตามทางเพื่อพ้นภัยเท่านั้น และทุกๆก้าวนั้นแจ่มชัดในความจริงมากขึ้นด้วย
ขอบคุณมากครับ
โดย พี่เณร [21 มิ.ย. 2548 , 08:57:56 น.] ( IP = 61.91.76.207 : : )
สลักธรรม 6ขอบพระคุณค่ะ
และได้กลับไปอ่านทบทวนตั้งแต่ตอนที่ ๑ มาถึงตอนนี้ ทำให้เข้าใจในความปราณีตของญาณปัญญายิ่งขึ้นค่ะ
เมื่ออ่านมาถึงแค่ อุทยัพพยาญาณ ก็ค่อยๆวางใจนะคะ และต้องพยายามถึง ๔๗ ชาติจึงจะได้
ยังไงก็จะพยายามฝึกสติให้เกิดขึ้นอยู่เนืองๆนะคะโดย น้องอุ๊ [21 มิ.ย. 2548 , 10:06:14 น.] ( IP = 203.151.140.113 : : 203.113.38.12 )
สลักธรรม 7ขอบคุณมากค่ะ
แต่ละญาณปัญญา ต้องอาศัยความเพียรมากๆ ตรงต่อการปฏิบัติ เป็นชาติๆโดย เซิ่น [21 มิ.ย. 2548 , 12:46:54 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |