มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ที่มั่นสำคัญของพุทธศาสนา




ที่มั่นสำคัญของพุทธศาสนา
พระไพศาล วิสาโล

หลังจากเกิดมหันตภัยสึนามิได้เพียงสัปดาห์เดียว ได้มีข่าวเล็ก ๆ ชิ้นหนึ่งจากประเทศแคนาดา ซึ่งสะท้อนน้ำใจอันยิ่งใหญ่ที่ชาวพุทธไทยน่าศึกษาเรียนรู้
ข่าวนั้นระบุว่า เจ้าอาวาสวัดพุทธเวียดนามชานกรุงแวนคูเวอร์ ประกาศ "ขายวัด" เพื่อหาเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ ท่านได้กล่าวว่า การขายวัดเป็นวิธีเดียวที่ท่านจะสามารถหาเงินมาช่วยเหลือผู้สูญเสียในเวลานั้นได้ เนื่องจาก "คนเหล่านี้ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและมากกว่าพวกเรา"
เหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ท่านปรารถนาที่จะตอบแทนบุญคุณแก่ประเทศอินโดนีเซีย ไทย และมาเลเซีย ที่เคยให้ที่พักพิงแก่ชาวเวียดนามเมื่อครั้งหนีภัยคอมมิวนิสต์ออกมาทางทะเลเมื่อ ๒๐ กว่าปีก่อน ท่านกล่าวว่าการตอบแทนครั้งนี้นับว่าเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับความช่วยเหลือที่คนในประเทศเหล่านั้นเคยให้แก่ชาวเวียดนาม เหตุผลดังกล่าวทำให้พระภิกษุในวัดนั้นซึ่งหลายรูปเคยเป็นผู้อพยพทางเรือ เห็นด้วยกับการตัดสินใจดังกล่าวของเจ้าอาวาส และเตรียมตัวที่จะหาวัดเล็ก ๆ อาศัยอยู่ต่อไป
ข่าวดังกล่าวชวนให้นึกถึงเหตุการณ์ในญี่ปุ่นเมื่อหลายร้อยปีก่อน เตซื่อเจ็นเป็นนักพรตที่ตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะจัดพิมพ์พระไตรปิฎกภาษาญี่ปุ่นให้ได้ ๗,๐๐๐ ชุด เขาได้เดินเท้าจาริกไปทั่วญี่ปุ่นเพื่อระดมเงินบริจาคสำหรับการนี้ เงินส่วนใหญ่ได้จากชาวนาซึ่งให้คนละเล็กละน้อย หลังจากเดินทางได้สิบปี เขาก็รวบรวมเงินได้มากพอที่จะจัดพิมพ์พระไตรปิฎก แต่แล้วในช่วงนั้นเองเกิดน้ำท่วมใหญ่ คนจำนวนนับพัน ๆ ต้องไร้ที่อยู่และหิวโหย เตซื่อเจ็นตัดสินใจนำเงินทั้งหมดที่เขาเก็บสะสมได้ ไปช่วยเหลือคนเหล่านั้น
แล้วเขาก็จาริกหาเงินบริจาคอีกครั้งหนึ่ง หลังจากผ่านไปเกือบสิบปี เขาก็ได้เงินมากพอสำหรับการพิมพ์พระไตรปิฎก แต่ปรากฏว่าเกิดโรคระบาดไปทั่วประเทศ เขาจึงนำเงินทั้งหมดไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยเช่นเคย
เขาออกเดินทางอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ต้องใช้เวลาถึงยี่สิบปีกว่าความฝันของเขาจะเป็นจริง หลังจากที่ได้มีการตีพิมพ์พระไตรปิฎกจนสำเร็จแล้ว ชาวญี่ปุ่นได้ร่ำลือต่อ ๆ กันมาว่า เตซื่อเจ็นได้พิมพ์พระสูตรออกมาสามครั้งด้วยกัน ฉบับพิมพ์สองครั้งแรกนั้นมองไม่เห็น แต่มีคุณค่ามากกว่าฉบับพิมพ์ครั้งที่สามมากนัก

โดย ดวงใจ.....นำมาฝาก (duangjai) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ - [27 มิ.ย. 2548 , 08:44:31 น.] ( IP = 203.150.234.66 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

วัดและพระไตรปิฎกนั้นเป็นสิ่งที่มีความหมายอย่างมากต่อจิตใจของชาวพุทธ เพราะถือว่าเป็นตัวแทนหรือสัญลักษณ์ของพุทธศาสนา ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่หลายคนจะมองว่าวัดและพระไตรปิฎกนั้นมีความสำคัญเหนือความทุกข์ยากของผู้คน การยอมสละวัดและพระไตรปิฎกเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจึงเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยากสำหรับผู้ที่มีศรัทธาแน่นแฟ้นในพระศาสนา เมื่อมองตามหลักเหตุผลก็น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะความทุกข์ยากของผู้คนนั้นเป็นเรื่องชั่วครั้งชั่วคราว แต่ศาสนานั้นให้ผลสืบต่อไปถึงอนาคตอันยาวไกล เพราะฉะนั้นวัดและพระไตรปิฎกจึงเป็นสิ่งที่ควรรักษาไว้ให้ยั่งยืนในฐานะที่เป็นตัวแทนของศาสนา
อย่างไรก็ตามคำถามหนึ่งซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบก็คือ พุทธศาสนานั้นมีเพื่ออะไร ? พุทธศาสนานั้นไม่ได้มีขึ้นเพื่อตัวเอง แต่เพื่อความผาสุกของมนุษย์ ดังนั้นเมื่อมนุษย์ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อน จึงเป็นหน้าที่ที่พุทธศาสนาจะต้องเข้าไปบรรเทาความทุกข์ยากดังกล่าว แม้ว่าจะต้องเสียสละบางสิ่งบางอย่างก็ตาม จริงอยู่ในยามที่ประสบภัยพิบัติ ผู้คนไม่ได้มีความทุกข์กายเท่านั้น หากยังมีความทุกข์ใจ ที่ควรได้รับการเยียวยาบำบัดด้วย บทบาทของพุทธศาสนาจึงควรครอบคลุมทั้งการสงเคราะห์ด้วยวัตถุและด้วยธรรมะ
แต่ปัจจุบันดูเหมือนจะมีการจำกัดบทบาทของพุทธศาสนาโดยเฉพาะในฝ่ายพระสงฆ์ให้เหลือเพียงการสงเคราะห์ทางจิตใจอย่างเดียว (เห็นได้ชัดจากบทบาทพระสงฆ์ไทยหลังเกิดเหตุสึนามิ) โดยที่การสงเคราะห์ทางจิตใจนั้นก็เน้นที่การเทศนาสั่งสอนอย่างเดียว ทั้ง ๆ ที่ธรรมะหรือศาสนานั้นมีความหมายมากกว่านั้น
การขายวัดหรือเอาเงินจัดพิมพ์พระไตรปิฎกไปช่วยคนที่ประสบภัยนั้น ดูเผิน ๆ ก็เป็นเพียงการสงเคราะห์ด้วยวัตถุเท่านั้น แต่เมื่อมองให้ลึกแล้ว วัตถุเหล่านั้นไม่ว่าอาหาร ยา เครื่องนุ่งห่ม มิได้ช่วยบำบัดทุกข์ทางกายเท่านั้น หากยังมีความหมายในทางจิตใจ เพราะนั่นคือรูปธรรมหรือสื่อแห่งธรรมะที่ผู้ประสบภัยต้องการเป็นอย่างยิ่ง ได้แก่ เมตตาและกรุณา ในยามประสบมหันตภัย ผู้คนย่อมรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง โดดเดี่ยว และรู้สึกว่าตนไร้คุณค่า แต่เมื่อได้สัมผัสกับเมตตาและกรุณาจากเพื่อนมนุษย์ เขาย่อมรู้สึกมีกำลังใจ เกิดความอบอุ่นและซาบซึ้งในคุณธรรม สิ่งเหล่านี้ยอ่มช่วยให้เขามีพลังจะผ่านพ้นวิกฤตในชีวิตได้

โดย ดวงใจ.....นำมาฝาก (duangjai) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 มิ.ย. 2548 , 08:45:09 น.] ( IP = 203.150.234.66 : : )


  สลักธรรม 2

เมตตาและกรุณานั้นคืออะไร หากไม่ใช่สารัตถะของศาสนา วัดย่อมไร้ความหมายหากไม่สามารถเปล่งประกายแห่งการุณยธรรมให้ผู้คนสัมผัสได้ พระไตรปิฎกย่อมไร้ประโยชน์หากเป็นเพียงแค่ตัวอักษร แต่ไม่สามารถบันดาลใจให้ผู้คนมีความมั่นคงในธรรม หรือมีศรัทธาในคุณงามความดีได้ โดยอาศัยเงินที่รวบรวมได้ เตซื่อเจ็นได้ช่วยให้ผู้คนเป็นอันมากไม่เพียงรอดชีวิต หากยังได้สัมผัสกับอานุภาพของเมตตา และมีศรัทธาในความดี การกระทำดังกล่าวมีคุณค่าไม่ต่างจากการเผยแผ่ธรรมะแก่ผู้คน ด้วยเหตุนี้จึงสมควรแล้วที่ผู้คนเปรียบการกระทำดังกล่าวว่าเสมอเหมือนการพิมพ์พระไตรปิฎก
สารัตถะของพุทธศาสนาที่แท้นั้นมิใช่วัดวาอารามหรือแม้แต่พระไตรปิฎก แต่คือธรรมะที่สถิตกลางใจและชี้นำกำกับวิถีชีวิตของเรา แน่นอนชาวพุทธทุกคนมีหน้าที่รักษาวัดและพระไตรปิฎกเอาไว้ แต่ก็ต้องไม่ลืมรักษาธรรมะในใจไว้ให้มั่นคง โดยมีกรุณาและปัญญาเป็นพื้นฐาน ทั้งนี้พึงตระหนักว่าแม้รักษาวัดหรือพระไตรปิฎกไว้ได้ แต่ก็ไม่ชื่อว่ารักษาพุทธศาสนา หากในใจนั้นเต็มไปด้วยความโกรธ เกลียด และพยาบาท
ในปัจจุบันชาวพุทธทั้งหลายกำลังเผชิญกับบททดสอบที่สำคัญในสามจังหวัดภาคใต้ สวัสดิภาพในชีวิตของพระสงฆ์จำนวนไม่น้อยกำลังอยู่ในอันตราย วัดวาอารามจำนวนมากกำลังเสี่ยงต่อภัยคุกคามจากคนจำนวนหนึ่งซึ่งต้องการยั่วยุให้ผู้คนพลัดตกในกับดักที่วางล่อไว้ ในยามนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ชาวพุทธจะต้องตระหนักว่า แม้พระจะถูกปองร้าย วัดจะถูกเผา แต่อย่าให้ใจของเราถูกเผาลนด้วยความโกรธเกลียดและพยาบาท หากจะตอบโต้ก็พึงกระทำด้วยสันติวิธี พุทธศาสนาจะไม่มีวันถูกทำลาย หากจิตใจของชาวพุทธยังมีธรรมะเป็นเครื่องกำกับ เพราะนั่นคือที่มั่นสำคัญที่สุดของพุทธศาสนา เพราะฉะนั้นหากรักพุทธศาสนา ก็ต้องเพียรรักษาใจให้มั่นคงในธรรม มีเมตตา พร้อมจะให้อภัย และมีสติเตือนใจไม่ให้ลุแก่โทสะ มีปัญญาตระหนักชัดว่าตาต่อตา ฟันต่อฟัน ไม่ใช่คำตอบ มีแต่สันติวิธีเท่านั้นที่จะนำไปสู่สันติสุขอย่างแท้จริง

คัดลอกจาก : http://www.budpage.com/ba165.shtml

โดย ดวงใจ.....นำมาฝาก (duangjai) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 มิ.ย. 2548 , 08:46:18 น.] ( IP = 203.150.234.66 : : )


  สลักธรรม 3

ขอบคุณมากค่ะ..ที่นำมาให้อ่าน

โดย เซิ่น [27 มิ.ย. 2548 , 12:28:19 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 4

สวัสดีค่ะคุณดวงใจ ...อนุโมทนานะคะที่นำสาระควรรู้มาฝากเสมอ...และขอบคุณข่าวสารทุกชิ้นที่แจ้งให้ทราบทางเมล์ด้วยค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [27 มิ.ย. 2548 , 15:20:47 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org