มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เงาใจในสายรัก...ของพี่ดอกแก้ว (๓)




ถ้อยทีถ้อยอาศัยในปัญญา


" การเสวนาธรรม หรือการพูดคุยเกี่ยวกับธรรมะ
จึงเป็นการกระทำ "ถ้อยทีถ้อยอาศัย" ปัญญาซึ่งกันและกัน
เพราะว่าจะได้มีความรู้เป็นที่พึ่งแก่ชีวิตได้ "





วันนี้เรามีโอกาสมาพบกันอีกครั้ง ก็จะได้พูดคุยกันก่อนที่จะทำกิจกรรมอันสร้างสรรค์ประโยชน์กับชีวิต แต่ละวันก็จะมีเวลาพูดกับท่านมากบ้างน้อยบ้าง แล้วแต่โอกาสและความคิดในขณะนั้น

อย่างไรก็ตามเรามีโอกาสมาเสวนาธรรม หรือพูดธรรมะนั้น เป็นการพูดในสิ่งที่เป็นมงคล เป็นสิ่งที่ดีสำหรับชีวิตเพราะว่าเป็นการป้องกันภัยอันตรายไม่ให้เกิดขึ้น

ปกติเราต่างก็มีความกลัวเหมือนกันหมด กลัวภัยอันตรายไปร้อยแปดพันเก้า แต่ก็เป็นปกติอีกเช่นกันที่เราใช้ชีวิตกล้าเสี่ยง คือ อยู่ในความประมาท พร้อมที่จะพลาดไปในอกุศลทั้งหลาย

เพราะเรามีอดีตเหตุและก็มีปัจจุบันเหตุด้วย โดยเฉพาะอดีตเหตุอย่างเดียวนั้นก็มีกำลังแล้ว และถ้าเราสร้างปัจจุบันเหตุด้วย กำลังก็จะทวีคูณขึ้นเกิดเป็นอันตรายกับตัวเรา เพราะฉะนั้น ถึงเราจะพยายามป้องกันอย่างไร ภัยอันตรายก็เกิดขึ้นกับเราอยู่อย่างเนืองนิตย์

โดย น้องกิ๊ฟ [28 มิ.ย. 2548 , 07:45:12 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



อดีตเหตุที่ทำให้เราต้องพบกับอันตรายก็คืออกุศลเหตุทั้งหลายที่เราสร้างไว้ หรือกรรมชั่วทางกาย วาจาและใจนั่นเอง และปัจจุบันเหตุก็คือ การกระทำความชั่วทางกาย วาจา และใจที่ทำอยู่ในขณะนี้ซึ่งเป็นการตั้งตนไว้ไม่ชอบ เป็นการกระทำที่เร่งเร้าเอาสิ่งที่เป็นผลจากอดีตเหตุให้เกิดขึ้น จึงเท่ากับว่าเรากำลังใช้ชีวิตให้อยู่ในภัยอันตรายอย่างยกกำลังสอง

ฉะนั้น การเสวนาธรรม หรือการพูดคุยเกี่ยวกับธรรมะ จึงเป็นการกระทำ " ถ้อยทีถ้อยอาศัย" ปัญญาซึ่งกันและกัน เพราะว่าจะได้มีความรู้เป็นที่พึ่งแก่ชีวิตได้ โดยเฉพาะคำสั่งสอนขององค์พระตถาคตเจ้านั้น เป็นการปัดเป่าภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้นทุกทวาร และเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก

ทำไมเราต้องมาเสวนาธรรม? เพราะในปัจจุบันนี้สิ่งที่อยู่รอบตัวเราส่วนใหญ่เป็นสื่อที่จะชักนำให้เราตกอยู่ในห้วงของความประมาทได้ง่าย เช่น เราจะเห็นได้จากแฟนซีชีวิต คือ เสื้อผ้าอาภรณ์ที่ประดับร่างกายนั้นมีมากมายหลากสไตล์ต่างคุณภาพ และเราก็มีความเข้าใจว่าเสื้อผ้าที่สวยงามและจำนวนมากมายนั้นทำให้เรามีความสุข ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด

โดย น้องกิ๊ฟ [28 มิ.ย. 2548 , 07:45:54 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 2



ดังที่เราได้คุยกันไปแล้วว่า ทรัพย์สมบัติไม่ใช่สิ่งที่ให้ความสุขอย่างแท้จริง แต่เราเข้าใจผิดเองโดยเฉพาะการเงินไม่ได้ให้ใครสุขเลย จึงต้องทำความเข้าใจให้ถูกว่า เงินที่มีมากมายหรือเงินน้อยเป็นเพียงอุปกรณ์เอื้ออำนวยความสะดวกและความสบายชีวิตเท่านั้น

แต่ถึงเราจะร่ำรวยเพียงไหนเราก็ซื้อทุกข์ออกไปจากชีวิตไม่ได้ เพราะชีวิตนั้นเป็นขันธ์ที่หมายถึงกองแห่งทุกข์นั่นเอง เรามีเงินทองข้าวของอำนวยความสะดวกมากขนาดไหน ก็ไม่สามารถทำให้ใจหายฟุ้งซ่านวิตกกังวลได้ เราต้องมีความรู้สึกนึกคิดเปลี่ยนไปในอารมณ์ต่างๆปตามอำนาจของการบังคับบัญชาไม่ได้ ที่ถูกดึงไปด้วยอำนาจกิเลส ตัณหา

ที่ผ่านมาเราจึงไม่มีความสุขอันแท้จริง และเมื่อเราไม่มีสุขที่แท้จริง เราจึงออกเดินทางเพื่อค้นหาความสุข เพราะเรารักชีวิตของเรา แต่เราก็หลงทางกันมามากแล้ว เพราะไร้เข็มทิศแห่งชีวิตที่เข้าใจถูกนั่นเอง

สัมมาทิฏฐินั้นเองคือเข็มทิศของชีวิตที่ต้องการความสุข การสนทนาธรรมจึงเป็นเสมือนการป้องกันอันตรายให้แก่ชีวิต เพราะเป็นการสร้างเข็มทิศไปสู่ความสุข ความรู้ความเข้าใจที่ได้จากการศึกษาธรรมนี้เป็นการเสมือนมัคคุเทศก์นำพาขบวนชีวิตของเราให้เข้ารูปเข้ารอยพ้นไปจากพงหนาม

โดย น้องกิ๊ฟ [28 มิ.ย. 2548 , 07:46:47 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 3



มูลนิธิแห่งนี้ชื่อ อภิธรรมมูลนิธิ เป็นสถานที่เปิดขึ้นมาเพื่อบำเพ็ญสาธารณกุศลด้านการเผยแผ่ธรรม เป็นสถานที่ให้สัมมาทิฏฐิ

เพราะอภิธรรม หมายถึง ความเป็นจริง เป็นธรรมชาติที่เป็นจริงและยิ่งใหญ่ ซึ่งก็คือเรื่องของชีวิต และชีวิตนี่แหละคือตัวทุกข์

การศึกษาพระอภิธรรมจึงเป็นการสร้างสัมมาทิฏฐิ คือ ความเห็นถูกต้อง เพื่อนำไปสู่การกระทำที่ถูก เพราะถ้าเรามีความเห็นไม่ถูกต้องแล้ว เราก็จะคิดไม่ถูกต้อง และทำไม่ถูกต้อง จึงพ้นทุกข์ไปไม่ได้

โดย น้องกิ๊ฟ [28 มิ.ย. 2548 , 07:50:24 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 4



พระพุทธองค์ตรัสว่า "ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเรา" และผู้ที่เห็นธรรมได้แล้วก็จะเป็นผู้ที่สิ้นความทุกข์ไปในที่สุด ผู้ที่สิ้นความทุกข์คือผู้ที่ได้ความสุข แต่ตราบใดทุกข์ยังไม่หมด ก็ไม่มีทางสุขได้มีแต่ความสะดวกสบายที่จะใช้ชีวิต

เช่น เรานั่งนานๆ ก็เป็นทุกข์ แต่เมื่อเราขยับเขยื้อนแล้วก็สบายขึ้น ท่าที่เราขยับตัวก็ไม่ใช่ท่าที่ให้ความสุข เป็นแต่เพียงท่าที่ทำให้สบายเท่านั้น แต่เวทนาที่เสวยอารมณ์ของเราเป็นวิปลาสธรรมจึงทำให้คิดผิดไปว่าเป็นสุข

จริงอยู่ที่ความดีและความชั่วเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ความดีความชั่วเมื่อมีปริมาณมากในใจก็จะแสดงออกมาทางกาย และวาจา เรียกว่ากิเลส สิ่งที่แสดงออกมาด้วยกิเลสนั่นเองจึงบ่งชัดว่า บุคคลนั้น ขณะนั้นดีหรือขณะนั้นไม่ดี แล้วก็สรุปเรียกกันว่า คนดีคนชั่วนั่นเอง

เราต้องตระหนักถึงความจริงที่ว่า เรามักแสดงออกตามความเคยชิน เช่น คำอุทาน หรืออิริยาบถในขณะที่เผลอตัว เป็นต้น ความเคยชินเกิดจากการกระทำซ้ำๆของเราเอง และก็กลายมาเป็นธรรมชาติของชีวิต เราชินกับธรรมชาติชนิดไหน ธรรมชาติชนิดนั้นก็จะมาบงการจิตใจของเรา ให้มีการกระทำที่เรียกว่า ความดีความเลว

โดย น้องกิ๊ฟ [28 มิ.ย. 2548 , 07:50:44 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 5



ถ้าหากเราศึกษาพระอภิธรรมให้เข้าใจแล้ว เราก็จะสามารถแยกชีวิตได้ถูกถึงประเด็นรากฐานเลย เมื่อเราแยกชีวิตถูก ความทุกข์ที่อยู่มากก็เบาบางลง และงดเว้นจากการกระทำที่ไม่จำเป็น เช่น การเพ้อเจ้อ การนินทา

ที่มีเรื่องราวกันทุกวันนี้ก็เกิดจากวาจาเป็นสำคัญ พระพุทธจึงองค์ทรงสอนให้สังวรณ์ระวังและสำรวมอินทรีย์ ให้พูดแต่ในเรื่องที่จำเป็น

เราจะทำอย่างไรจึงจะใช้ชีวิตที่ไม่ประมาท หรือประมาทน้อยที่สุด ก็ขอให้ท่านระวังในเบื้องต้นว่า ให้เราพูดครึ่งเดียวของความคิด ดีกว่าคิดครึ่งเดียวของคำพูด เรามีสิทธิ์คิดได้สารพัดเลยค่ะทั้งในเรื่องดีและไม่ดี คนนี้ไม่ดี คนนั้นไม่ดี เรื่องนั้นน่าจะเป็นอย่างนั้น เขาเป็นอย่างนี้ เราน่าจะเป็นอย่างนั้น เราคิดได้สารพัด

แต่เวลาที่เราพูด อย่าพูดแบบไม่รู้จักคิด และพูดแบบน้ำท่วมทุ่ง คือ เพ้อเจ้อไป เพราะไม่มีประโยชน์ทั้งเขาและเรา และอาจเกิดผลไม่ดีจนรู้สึกได้ว่า รู้อย่างนี้ ไม่พูดดีกว่า ที่จริงแล้วควรจะรู้ว่าไม่ควรพูดก่อนที่จะพูด ไม่ใช้พูดแล้วมาคิดทีหลังนะคะ


๏ บุษกร เมธางกูร๏


โดย น้องกิ๊ฟ [28 มิ.ย. 2548 , 07:51:19 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 6

ขอขอบคุณน้องกิ้ฟที่หยิบสร้าง
งานมาวางโดนใจหาใดเหมือน
เรื่องธรรมะที่ชี้นำและตักเตือน
เป็นเสมือนเพื่อนใจไร้กังวล

หากยามนี้มีพี่มาคอยแก้
มาบ่งชี้จริงแท้อยู่ตรงไหน
ชีวิตนี้คงสุขสงบใจ
ธรรมะนำทางใจได้ดีเอย


การที่เรามีธรรมเป็นเพื่อนนี้ พี่เณรว่าดีที่สุดเลยนะครับ เพราะนอกจากจะไม่หลงทางแล้ว ความเป็นอยู่ของชีวิตก็สงบร่มเย็นขึ้นได้มากมายเลยนะครับ.

คุรั

โดย พี่เณร [28 มิ.ย. 2548 , 09:17:30 น.] ( IP = 61.91.76.56 : : )


  สลักธรรม 7

ถ้าพูดเรื่องทั่วๆไป โอกาสเกิดทุจริต 4 ย่อมมีมาก และไม่มีสาระ
เราจึงควรให้เวลาการพูดเกี่ยวกับธรรมะ เพราะ เป็นประโยชน์ และรู้วิธีที่จะให้เกิดความสุขที่ยั่งยืน
ขอบคุณน้องกิ๊ฟมากค่ะ...ที่นำมาให้อ่าน

โดย เซิ่น [28 มิ.ย. 2548 , 12:44:23 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 8


ขอขอบคุณน้องกิ๊ฟมากที่นำสิ่งอันมีประโยชน์เผยแพร่เอาไว้ อันที่จริงผมอยากจะนำเลงเผยแพร่ยังไทยกลอนเสียด้วย แต่เกรงว่าจะเป็นการละลาบละล้วงเกินไปครับ แต่อย่างไรก็ตามเป็นงานที่งดงามมากครับ

แก้วประเสริฐ.

โดย แก้วประเสริฐ. [28 มิ.ย. 2548 , 14:14:20 น.] ( IP = 210.246.70.15 : : )


  สลักธรรม 9

ได้มาอ่านธรรมะที่สอนจิตดีๆเช่นนี้ ทำให้เกิดความร่มเย็นใจได้ตั้งแต่เริ่มต้นอ่านเลยล่ะค่ะ
ในวันหนึ่งๆเราแบกอะไรมามากมาย โดยเฉพาะความรู้สึก และความคิดอันมากมาย และเกินครึ่งหนึ่งที่มีแต่ความเร่าร้อน และทำให้จิตเศร้าหมอง
ธรรมะจึงเป็นยาที่คอยยำเตือนใจให้สงบ ร่มเย็น และเป็นที่ดีสำหรับเราได้ทุกๆเวลา
ขอบคุณค่ะน้องกิ้ฟ

โดย น้องอุ๊ [28 มิ.ย. 2548 , 18:07:03 น.] ( IP = 203.151.140.113 : : 203.113.38.6 )


  สลักธรรม 10

ขอบคุณทุกท่านมากนะคะที่มาติดตามอ่านงานของพี่ดอกแก้วที่น้องกิ๊ฟนำมาลงไว้

สวัสดีค่ะคุณแก้วประเสริฐ...ขอบคุณมากค่ะที่กรุณาติดตามมาถึงที่นี่ ..สำหรับเรื่องที่จะนำไปลงไปบ้านกลอนไทยนั้น..คงต้องให้เวลาน้องกิ๊ฟไปขออนุญาตพี่ดอกแก้วก่อนนะคะ ...เกรงจะติดเงื่อนไขกับเวปอื่นที่พี่ดอกแก้วไปลงงานไว้เพื่อเผยแพร่เป็นธรรมทานด้วยน่ะค่ะ..หากได้คำตอบอย่างไรแล้วจะรีบแจ้งให้ทราบค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [28 มิ.ย. 2548 , 20:00:21 น.] ( IP = 203.172.117.100 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org