มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทำไมจึงไม่เห็นเฉยๆ แต่รู้ว่าเป็นสีเขียว ม่วง แดง






คำถาม พอมองเห็น ก็จะเห็นสีเขียว ม่วง แดง พอได้ยินก็ไม่ใช่สักแต่ว่าได้ยิน รู้ทันทีว่าเป็นเสียงผู้หญิง เสียงผู้ชาย เสียงสัตว์ต่างๆ ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น?

คำตอบ เพราะว่าเราปฏิบัติแช่อยู่ในอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งนานเกินไป

โดยสภาพนั้นจิตไม่เที่ยงและว่องไวมาก ลัดนิ้วมือเดียวเกิด-ดับถึงแสนโกฏิขณะ ฉะนั้น ขณะที่นั่งอยู่นี้จิตก็เห็น จิตก็ได้ยิน ดอกไม้มีกลิ่นจิตก็รู้กลิ่น มีลมพัดมาจิตก็สัมผัสได้ มีอารมณ์มาให้รู้มากมายแล้วจะมาแช่อยู่ที่รูปนั่ง นามเห็น นามได้ยินอยู่อย่างเดียวได้อย่างไร

ที่ว่ายังเป็นสีแดง สีเขียว เสียงผู้หญิง เสียงผู้ชาย ก็เพราะจิตเคล้าคลึงแช่อยู่กับอารมณ์นั้นๆนั่นเอง สติเกิดไม่ทัน ความจำหรือสัญญาในเรื่องของบัญญัติ รวมทั้งกิเลสต่างๆก็เกิดขึ้นมาแทนที่สติ

เมื่อใดที่สติเกิดไม่ทัน เมื่อนั้นกิเลสก็เกิดขึ้นได้ เช่น โลภะที่เกิดขึ้นแทนสติจึงรู้ว่า เสียงนี้เพราะ หรือเกิดสัญญาเจตสิกขึ้นมาจำได้ว่าเป็นเสียงนก เพราะเรากำหนดอยู่กับการเห็นเพียงอย่างเดียว

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [28 มิ.ย. 2548 , 10:06:46 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

การแช่ลักษณะนี้ คือ กำหนดอยู่แต่ที่นามเห็น...นามเห็น...นามเห็น... เราเรียนเรื่องจิตและเจตสิกแล้วว่า จิตเกิดขึ้นทีละขณะแล้วก็ต้องดับ จิตเห็นต้องมีตัวปรุงแต่งคือเจตสิก เมื่อเห็นแล้วก็พิจารณาและตัดสินในอารมณ์นั้นๆแล้วกำหนดรู้ว่า นามเห็น การกำหนดอย่างนี้มีสติปัญญาเข้ามาปรุง

แต่เรายังมิใช่พระอรหันต์จึงมีสัญญาเจตสิกมาทำงานมากและบ่อยด้วยความชำนาญ ในการเห็นที่เราตั้งใจอยู่นี้สัญญาเจตสิกจึงมามีบทบาทมากแล้วก็ดับไปพร้อมกับจิต แล้วก็เกิดขึ้นใหม่พร้อมกับจิตอีก จึงยังเห็นเป็นผู้หญิง ผู้ชาย นก สุนัข

หรืออย่างเรื่องของโลภะ เราเป็นคนชอบสีเขียว เมื่อเห็นสีเขียวก็เกิดความชอบทันที กำหนดไม่ทันว่าเป็นนามเห็น หรือเรื่องของโทสะ พอได้ยินเสียงอย่างนี้ก็ไม่ชอบ โทสเจตสิกก็เข้ามาปรุง ได้กลิ่นเหม็นก็ไม่ชอบใจ อาหารรสเผ็ดเกินไปก็ไม่ชอบ อากาศร้อนก็หงุดหงิด

จิตในขณะที่ขาดสติปัญญาก็จะนึกคิดวุ่นวายอยู่อย่างนี้ มีโลภะ โทสะ โมหะผลัดเปลี่ยนกันปรุงอยู่ตลอดเวลา เพราะสติของเรายังไม่แก่กล้า นักวิ่งลู่อื่นคือ ตัณหาอวิชชาจึงแซงหน้าขึ้นมาได้ตลอดเวลา เราจึงต้องฝึกนักวิ่งหน้าใหม่ของเราคือสติปัญญาให้มีฝีเท้าที่เร็วขึ้น อย่ามัวแต่คิดตามอารมณ์ที่เกิดขึ้นแล้วเพราะนั่นเป็นอดีต

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [28 มิ.ย. 2548 , 10:08:13 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 2

อย่างไรจึงเรียกว่า ไม่แช่อารมณ์?

ก็คือการกำหนดทัน เช่น พอกำหนดรูปนั่งแล้ว ตากระทบรูป...กำหนดนามเห็น มีลมพัดมากระทบ...กำหนดรูปร้อนหรือรูปเย็นที่มากระทบ มีเสียงเกิดขึ้น..กำหนดนามได้ยิน ให้มีความเท่าทันกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นตามทวารต่างๆ

การกระทำในมหาสติปัฏฐานต้องได้อารมณ์ปัจจุบัน ถ้าไม่ได้อารมณ์ปัจจุบันก็ไม่สามารถประหารกิเลสได้ เมื่อกำหนดได้อารมณ์ปัจจุบันก็จะปิดกั้นการปรุงแต่งของกิเลสตัณหาได้ในขณะเดียวกัน

การไม่แช่อารมณ์ก็คือ เมื่อรู้อารมณ์แล้วก็ไม่ใส่ใจอีก การไม่ใส่ใจเป็นการตัดโอกาสการปรุงแต่งให้เป็นชอบหรือชัง เพราะฉะนั้น ผู้ที่มีสติก็จะกำหนดรู้ทันทุกระยะที่มีการกระทบ

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [28 มิ.ย. 2548 , 10:08:32 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 3

คำถาม ในเมื่อเจตสิกมีอิทธิพลมาก ทำไมจึงให้ฝึกจิต ไม่ใช่ฝึกเจตสิก

คำตอบ เพราะพระพุทธเจ้าประสงค์ให้ทุกคนมีปัญญาจักษุ ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเราตถาคต การเห็นนั้นเห็นด้วย ปัญญาเจตสิก ไม่ใช่ปัญญาทางโลก ฉะนั้น คนที่ไม่เรียนอภิธรรมเลย จะรู้จักปัญญาเจตสิกไม่ได้เลย จะไปพระนิพพานจึงไม่ได้ เพราะต้องอาศัยปัญญาเจตสิกนี้ เมื่อปฏิเสธปัญญาทางโลกแล้ว การศึกษาทางโลกเป็นเรื่องบัญญัติขึ้นทั้งสิ้น จิตเกิดทีละขณะ เพื่อรู้อารมณ์ จิตรู้อารมณ์อะไร เจตสิกก็รู้อารมณ์นั้น

คำว่า อารัมมณะ (บาลี) ตรงกับภาษาไทยว่าอารมณ์ ไม่ได้หมายถึงที่เราเข้าใจกันในภาษาไทย ความหมายที่เราพูดว่า อารมณ์ดี ก็หมายความว่า วันนี้ เห็นสิ่งดี ได้ยินดี ได้กลิ่นดี รู้รสดี รู้สัมผัสที่ดี นึกคิดเรื่องราวที่ดีๆ จึงพูดว่าอารมณ์ดี

คำว่า อารัมมณะต้องคู่กับคำว่าจิต เพราะจิตเป็นสภาพรู้ หรือเรียกว่า จิตเป็นธาตุรู้ เมื่อจิตเกิดขึ้น ต้องรู้สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ปรากฏให้ จิตรู้ เช่น มีหู ต้องมีเสียง จึงจะได้ยิน จิตกำลังรู้สิ่งใด สิ่งนั้นเป็นอารมณ์ของจิตนั้น

ฉะนั้น ที่เราบอกว่า อารมณ์ดี เพราะได้ยินเสียงดี นี่เรื่องเล่า เลยความจริง ขณะนี้เสียงในป่าก็มี แต่เราไม่ได้ยิน ฉะนั้น เสียงนั้นไม่ใช่อารมณ์ (อารัมมณะ) เพราะไม่มีจิตรู้อารมณ์หรือเสียงนั้น เสียงใดเกิดขึ้น เสียงนั้นก็ต้องดับไป ไม่ว่าใครจะได้ยินหรือไม่ได้ยินก็ตาม แต่ขณะใดก็ตามที่มีเสียงปรากฏขึ้น ก็ต้องแสดงว่า เสียงปรากฏกับสภาพรู้ของจิตที่กำลังได้ยินทันที ถ้าบอกได้ว่านี่มีเสียงตอนนั้นต้องมีจิตด้วย อารัมมณะจึงต้องพูดถึงจิต

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [28 มิ.ย. 2548 , 10:09:03 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 4

ฉะนั้น ต้องเข้าใจให้ถูกว่าสภาวธรรมเกิดสืบต่อกันมันรวดเร็วเหลือเกิน สภาพธรรมแต่ละขณะมันคืออะไรบ้าง ฉะนั้น นักปฏิบัติจึงต้องเข้าไปคอยสังเกต

ในทางโลกนั้นบางคนได้รับการตั้งฉายาว่า ผู้นี้เป็นผู้มีปัญญา ปัญญาที่ภาคภูมิใจกันว่ามี ก็เป็นเพียงปัญญาที่เกิดจากความทรงจำ ตายไปก็ลืม จำเรื่องราวต่างๆ โดยไม่รู้สภาพธรรม

ฉะนั้น วิชาการทางโลกจะมีผู้มีความรู้มากมายเพียงใด ความรู้แบบนั้นไม่ใช่ปัญญาเจตสิก

ปัญญาเจตสิกจะต้องเป็นปัญญาที่เข้าใจถูก แล้วก็รู้ถูกต้องตามความเป็นจริงของสภาพธรรมที่ปรากฏจริงๆ ขณะนั้นตามลำดับด้วย ธรรมที่เป็นเหตุมีก่อน แล้วจึงมีธรรมที่เป็นผล ธรรมที่เป็นผลก็คือ ธรรมที่มีเหตุ ผลนี้ก็มีเหตุด้วยเป็นเหตุด้วย ก็คือวิบากวัฏฏ์ มีได้เพราะกัมมวัฏฏ์

เช่น เมื่อเข้าปฏิบัติธรรมที่มีเหตุเช่น ป่วย เจ็บ เพราะมีเหตุจากอดีตชาติ ความป่วยเจ็บที่เกิดที่รูปขันธ์เป็นธรรมที่มีเหตุ ธรรมที่มีเหตุด้วยเป็นเหตุด้วย เป็นเหตุให้เกิด กุศลชาติ อกุศลชาติ วิบากชาติ เป็นเหตุให้เกิดกิเลสวัฏฏ์ แล้วกิเลสวัฏฏ์เป็นเหตุให้ทำกรรม กัมมวัฏฏ์ ก็เป็นเหตุให้เกิดวิบากวัฏฏ์ ก็อยู่ในวงกลม ๓ เปลาะนี้ ที่เรียนมาไม่ใช่ให้ท่อง แต่ให้เอามาดูวัฏฏะนี้ เท่าทันวัฏฏะ แล้วตัดกิเลสวัฏฏ์

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [28 มิ.ย. 2548 , 10:09:27 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 5

ความรู้ที่เข้าใจว่ารูปนามขันธ์ ๕ นี่แหละ กิเลสวัฏฏ์ กัมมวัฏฏ์ วิบากวัฏฏ์ อย่างนี้จึงจะเป็นสัมมาทิฏฐิ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าปัญญาเจตสิก แต่เจตสิกนี้เกิดขึ้นกับจิต จิตเป็นประธาน จึงยกประธานขึ้นตั้ง เหมือนกับพระธรรมประเสริฐที่สุด แต่พระพุทธเจ้าเป็นผู้รู้ก่อนจึงนำพระพุทธเจ้าวางข้างหน้า จึงให้ฝึกจิต เพราะจิตเป็นที่บรรจุปัญญาเจตสิก

เรื่องของอารมณ์ไม่ดีที่นำมาเล่า มันไม่ใช่เกิดปัจจุบันมันเป็นเรื่องเล่า มันเป็นอารมณ์ของคนทางโลกโดยสมมติ ซึ่งตรงกันข้ามกับทางพุทธศาสนาเลย

ในทางพระพุทธศาสนา อารมณ์หรืออารัมมณะ เช่น เสียงเป็นอารมณ์ของจิต ฉะนั้น บอกว่าเสียง มีเสียงขณะนี้ ก็ต้องมีจิตรู้ เช่น มีเสียงตรงนี้ คนที่ปากซอยได้ยินไหม ไม่ได้ยิน ตอนนั้นไม่ใช่อารมณ์ของเขาแล้ว เป็นอารมณ์เฉพาะของเรา เป็นอารมณ์เฉพาะๆ เรียกว่า อารมณ์ปัจจุบัน อย่างนี้เป็นอารัมมณะ แปลว่า อารมณ์ (ปรมัตถ์)

ฉะนั้น ใครบอกอารมณ์เสียแสดงว่าไปคุ้ยของเก่า เหมือนไปเหยียบขี้ไม่พอ เอาขี้มาป้ายหน้าอีก (ตอนเอามาเล่า) อดีตทั้งนั้นเลย



โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [28 มิ.ย. 2548 , 10:09:53 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 6

มีประโยชน์มากมายจริงๆครับผม แต่พี่เณรต้องขอบอกว่าต้องมาอ่านอีกรอบก่อนนะครับ ถึงอย่างไรก็ขอขอบคุณมากๆเลยครับผม

โดย พี่เณร [28 มิ.ย. 2548 , 15:45:10 น.] ( IP = 61.91.76.228 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบพระคุณค่ะ สำหรับความรู้ถูก นำสู่การปฏิบัติที่ถูกตรง

โดย น้องอุ๊ [28 มิ.ย. 2548 , 17:54:14 น.] ( IP = 203.151.140.113 : : 203.113.38.6 )


  สลักธรรม 8

ขอบคุณมากค่ะ
เป็นความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติที่ถูกต้อง

โดย เซิ่น [28 มิ.ย. 2548 , 20:38:28 น.] ( IP = 61.91.128.207 : : )


  สลักธรรม 9

นุ และ ขอบคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา [29 มิ.ย. 2548 , 10:39:17 น.] ( IP = 61.91.197.190 : : )


  สลักธรรม 10

เช้าวันอาทิตย์ ก่อนจะออกเรียนพระอภิธรรมต่อในวันนี้ พี่เณรเข้ามาอนุโมทนากุศลจิตกับทุกๆท่านด้วยครับ ขอความเป็นไปแห่งชีวิตในวันนี้จงมีแต่ความเจริญในธรรม มีจิตแจ่มใสทั่วหน้ากันทุกท่านนะครับ

โดย พี่เณร [3 ก.ค. 2548 , 06:39:01 น.] ( IP = 61.90.118.16 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org