มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เงาใจในสายรัก...ของพี่ดอกแก้ว (๑๑)





อำลาอาลัย


" ... การรู้จักตัวเอง เป็นความน่าภาคภูมิใจ
เพราะเมื่อรู้จักชีวิตแล้ว สิ่งภายนอกก็มีอิทธิพลกับเราน้อยลง
และเราก็สามารถเติมเต็มชีวิตของเราได้ด้วยตนเอง
คือ ความสงบไม่ดิ้นรนแสวงหา... "





หลายปีแล้วจากวันพระราชเพลิงศพของท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร ทุกครั้งที่ครบรอบเวียนมา เราก็จะเกิดความอาลัยระลึกถึงท่านแล้วก็หวนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นแห่งความสูญเสีย และความพลัดพราก หลายคนคงจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันเวลานั้นได้ดี

จำได้ว่าตัวเองก็เรียกว่า แทบตาย แต่ต้องรู้สึกว่า ตายไม่ได้ ต้องอดทน และต้องต่อสู้ และยอมรับความจริงว่า เราได้สูญเสียบุคลากรที่สำคัญของพระพุทธศาสนาไปอีกท่านหนึ่งแล้ว

สถานที่นี้และสิ่งที่มีอยู่ทุกวันนี้คุณพ่อเป็นผู้วางรากฐานไว้เพื่ออนุชนรุ่นหลัง คือพวกเรา และผู้ที่เข้ามาในมูลนิธิเพื่อมาศึกษา หาความรู้ ความเข้าใจ คุณพ่อใช้ร่างกายและจิตใจแลกกับทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้เกิดตรงนี้ และความที่คุณพ่อต้องการให้ตรงนี้เป็นเสมือนตักกศิลา ท่านจึงมอบให้อาจารย์วิชิต สร้างทุกอย่างที่ท่านต้องการ จนกระทั่งเรามีเรือนกรรมฐาน มีศาลาเสือพิทักษ์ มีพระประธาน มีพระธรรมจักร มีอาคารสำนักงาน และโรงเรียนที่ใหญ่โต

โดย น้องกิ๊ฟ [6 ก.ค. 2548 , 09:24:35 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



คุณพ่อมีความประสงค์ว่า ต้องการให้สถานที่นี้เป็นที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างสากล มีการเปิดรับชาวต่างประเทศเข้ามาศึกษาพระอภิธรรม โดยจัดหาครูสอนภาษาไทยให้ และเมื่อเขาเรียนสำเร็จแล้วก็ให้กลับไปเผยแผ่ความรู้ที่บ้านเกิดของตน

ที่คุณพ่อคิดเช่นนี้ก็เพราะท่านเห็นว่า ฟังพระไทยที่พยายามพูดภาษาอังกฤษสอนคนอื่นแล้ว ไม่ค่อยคล่องและก็ไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกได้แท้จริง

แต่ถ้าชาวต่างประเทศเหล่านั้นได้เข้ามาศึกษาเกิดความเข้าใจ ก็จะสามารถถ่ายทอดความรู้สึกสำเนียง ภาษา กิริยาต่างๆ หรือว่าคำพูด ที่เขาใช้กันได้โดยตรง

คุณพ่อบอกว่าไม่ปั้นคนไทยด้วยกันให้เรียนภาษาอังกฤษแล้วไปสอนชาวต่างประเทศ เพราะคนไทยด้วยกัน ชาวพุทธด้วยกัน ควรจะอยู่แผ่นดินไทย ป้องกันพระพุทธศาสนาไม่ให้ศาสนาอื่นมากลืนหลักของเหตุผลไป


และผู้ที่ปาฐกถาธรรมได้อย่างเชี่ยวชาญ หรือผู้รู้เข้าใจหลักธรรมะ ต้องเป็นรั้วของพระศาสนาอยู่ในประเทศไทย ไม่ใช่ตระเวณจาริกไปที่อื่นๆ เป็นการกระทำที่ไม่ต่างจากการเอาของดีไปขาย แต่ควรให้คนไทยได้ใช้ของดีนั้นเสียก่อน

และคุณพ่อก็มีโครงการที่จะส่งยุวชนพุทธได้ศึกษาภาษาต่างประเทศให้แตกฉาน เรียนจบแล้วก็จะได้มาแปลตำราพระธรรมให้แก่พระธรรมทูต

นี่คือสิ่งที่คุณพ่อคิด คุณพ่อจึงสั่งท่านอาจารย์ วิชิต และดิฉันให้ทำทุกอย่างเพื่อสร้างฝันของท่านให้สำเร็จให้ได้


แต่ระหว่างที่งานก่อสร้างใกล้จะลุล่วง คุณพ่อก็ป่วยด้วยโรคมะเร็งในลำไส้ที่ลุกลามเร็วมาก ในระยะเวลาสองปีที่เข้ารับการรักษา คุณพ่อยังมีจิตใจที่แข็งแกร่ง สามารถที่จะเขียนธรรมะออกมา ลงวารสารชีวิต โดยมีอาจารย์วยุรีไปนั่งจดคำพูดของท่านแล้วนำมาพิมพ์เป็นต้นฉบับส่งโรงพิมพ์

จนกระทั่งท่านจากพวกเราไปในที่สุดโดยไม่มีโอกาสเห็นความสมบูรณ์นี้

โดย น้องกิ๊ฟ [6 ก.ค. 2548 , 09:27:07 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2



ฉะนั้น จะเห็นว่า การศึกษาพระอภิธรรมอย่างเข้าใจจะช่วยให้เราทำใจได้ และรู้ว่าเป็นวิบาก ความทรมานใจก็จะน้อยลง อย่างคุณพ่อนั้นร่างกายแพ้โรค แต่ใจไม่แพ้โรค ชีวิตของท่านจึงเป็นนักสู้ ตัวผู้พูดเองก็ไม่ใช่คนแข็งแรง ระหว่างที่คุณพ่อจากไปนั้นก็เดินทางเข้าออกโรงพยาบาลอยู่ตลอดเช่นกัน แม้กระทั่งวันที่พระราชทานเพลิงศพของท่าน เมื่อเดินลงจากเมรุแล้วก็หมดสติไปทันที

เมื่อกลับมาบ้านแล้วก็รู้สึกถึงความโดดเดี่ยวที่มี กับภาระที่ยังต้องดูแลต่อไป จึงพยายามระลึกอยู่เสมอว่า เราได้ทานข้าว ได้มีความเจริญเติบโต มีการศึกษา และมีความรู้ความสามารถที่จะพยุงจิตใจที่จะทำกิจให้กล้าแข็งขึ้นมามีสติขึ้นมา ปัญญาที่จะพาตนเองไปสร้างปัญญาที่สูงขึ้น ก็เพราะรากฐานที่คุณพ่อฝึกมาทั้งสิ้น หากปราศจากคุณพ่อเสียแล้ว ก็คงไม่มีความรู้ได้เช่นนี้

จึงหันกลับมาดูตนเอง เพิ่มคุณสมบัติที่ควรจะมีในการบริหารให้มากขึ้น โดยเฉพาะความอ่อนน้อมถ่อมตน และความอดทน อดทนต่อการกระทำและถ้อยคำของผู้อื่น พยายามรักษาใจของตนให้อยู่กับกุศลได้มากที่สุดในขณะที่อยู่ร่วมกับคนอื่น และพยายามใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์แก่คนรอบข้าง

โดย น้องกิ๊ฟ [6 ก.ค. 2548 , 09:28:25 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3



จึงเห็นว่า การรู้จักชีวิตของตนเอง การรู้จักตัวเองเป็นความน่าภาคภูมิใจมาก เพราะเมื่อรู้จักชีวิตแล้ว สิ่งภายนอกก็มีอิทธิพลกับเราน้อยลง และเราก็สามารถเติมเต็มชีวิตของเราได้ด้วยตนเอง คือ ความสงบไม่ดิ้นรนแสวงหา ไม่ให้ภายนอกมาลวงตาดวงใจให้เฟื่องฟูในกิเลส

แม้ว่ากามาวจรภูมิจะเป็นภูมิที่ท่องเที่ยวไปในอารมณ์กาม แต่หากเรารู้จักชีวิตของเราแล้ว การท่องเที่ยวของเราก็จะเป็นไปในกุศลจิตได้มากกว่าผู้ที่ไม่รู้จักชีวิต

วันนี้ เรามีโอกาสมานั่งที่ตรงนี้ คือมีโอกาสทำตนเอง ปั้นดิน ปั้นใจให้เป็นดาวกันนะคะ

คุณพ่อก็เปรียบเสมือนดาวดวงใหญ่ที่จากเราไปเพื่อสุกสว่างอยู่กลางท้องฟ้า แม้ว่าเราไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับท่าน ก็ยังมีโอกาสมองท่านด้วยความชื่นชม และสร้างพลังใจให้เป็นตัวอย่างของชีวิตได้ ..การอำลาอาลัยของเราจึงเป็นไปในทางกุศล

สักวันหนึ่งข้างหน้า เราต้องตกโลกไปคือตายจากกันแล้ว ถามตนเองนะคะว่า เราจะเหลืออะไรไว้ให้คนจำบ้าง ให้เขาจำความดีหรือจำความชั่วของเรา เในระหว่างที่เรามีชีวิตอยู่นี้ พยายามนะคะ พยายามสร้างจิตใจของเราให้มีความสว่างอยู่เสมอ ให้มีวงโคจรอยู่ใกล้พระอาทิตย์เพื่อรับแสงสว่างให้มากที่สุด อย่าหลบไปอยู่ในมุมมืดของโมหะ

โดย น้องกิ๊ฟ [6 ก.ค. 2548 , 09:36:13 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4



ขณะนี้ประเทศเราอยู่ในความมืดมนอึมครึม แต่เราต้องทำชีวิตให้เหมือนดาวดวงน้อยที่ยังกระพริบแสง คือ แสงแห่งความรู้ สร้างประกายแห่งความหวัง

ความหวังของเราไม่ได้หวังเหมือนทางโลก แต่หวังว่าเราจะต้องปลอดจากอารมณ์ร้ายๆ หรือเคราะห์ร้าย ได้ด้วยการกระทบและรู้กระทำนะคะ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมา ไม่ว่าจะเจอหนักหรือเบาขนาดไหน เราเป็นผู้ส่งมาให้ตัวเองทั้งสิ้น ถึงคราวต้องรับแล้ว เราก็ต้องรับ

และเมื่อเราจะต้องส่งต่อ ต้องทำเหตุส่งต่อไปให้ได้ผลที่ดี ขอให้มีแรงศรัทธา มีความกล้า มีขันติธรรมกันได้มากขึ้น เพื่อสักวันหนึ่งดาวดวงนี้ จะสดใส และเปล่งแสงสว่างได้ตลอดกาล


๏ บุษกร เมธางกูร๏

โดย น้องกิ๊ฟ [6 ก.ค. 2548 , 09:37:52 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5

ตำนานชีวิตของแต่ละท่านๆ ย่อมมีการกล่าวขานไปต่างๆกัน ด้วยระยะทางแห่งกรรมและวิบากยาวนานเหลือเกิน เกินที่เราท่านจะกำหนดบทสุดท้ายให้แก่ตัวเองได้ จึงมีสิทธิแค่เลือกทำกรรมเท่านั้นเอง เพื่อวิบากที่ทำให้ชีวิตพอทนได้... และต้องสู้ต่อไปด้วยใจกล้าหาญนะครับ

ทางชีวิตที่ก้าวอาจหนาวเหน็บ
บางครั้งเจ็บจนใจไร้สุขศรี
แต่ทางเส้นชีวิตที่จิตมี
คือทำดีเพื่อผลสุขทุกถ้วนธรรม


โดย เทพธรรม [6 ก.ค. 2548 , 09:59:07 น.] ( IP = 61.90.82.250 : : )


  สลักธรรม 6

แม้ว่าอดีตจะต้องกลายเป็นวันวาน
แต่รอยจารึกทางใจยังคงซึ้งใจในพระคุณของท่านพระอาจารย์ทั้งในปัจจุบัน และในอนาคตต่อไปค่ะ

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ก.ค. 2548 , 12:20:19 น.] ( IP = 202.28.181.9 : : 10.6.129.65 )


  สลักธรรม 7

กว่าจะมาถึงวันนี้ สถานที่ของมูลนิธิ ก็อาศัย "ผู้สร้าง" หลายท่าน
ที่ท่านได้ทุ่มเทและเสียสละเพื่อพระพุทธศาสนา วางรากฐานไว้
และทำให้พวกเราได้มีโอกาส มีสถานที่ในการศึกษาธรรมและปฏิบัติธรรม
กราบขอบพระคุณค่ะ

โดย เซิ่น [6 ก.ค. 2548 , 12:48:11 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 8


กราบขอบพระคุณทุกๆ ท่านที่ร่วมกันสรรสร้างสถานที่นี้ ให้อนุชนรุ่นหลังได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียน ปรับเปลี่ยนทิฏฐิให้ถูกต้องค่ะ

โดย พี่ดา [6 ก.ค. 2548 , 16:47:00 น.] ( IP = 61.91.198.73 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org