มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


หลวงตาสอนต่อแล้วครับ..เรื่องนิพพาน




สาธุครับหลวงตา

วันนี้ผมและน้องๆรีบทำงานอื่นๆเสร็จแล้วขอรับเพื่อมาศึกษาเรื่อง..นิพพาน..กันครับเพราะเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากครับ เป็นความสิ้นทุกข์ซึ่งใครๆต้องการด้วยกันทั้งนั้นแต่ไปไม่ถึงดวงดาวกันเลยครับผม [img]

http://pioneer.netserv.chula.ac.th/~sprapant/w_chit.jpg[/img]

แหมพวกเด็กๆเหล่านี้ช่างเจรจากันดีนิ พูดอย่างกะว่านิพพานไปกันง่ายๆ และมีทางไปด้วยยานอวกาศกันแนะถึงใช้คำว่า”ไปไม่ถึงดวงดาว” มาดูกันต่อไปนะว่าแท้จริง
แล้วคืออะไรกันที่ว่าอยากไปๆนะ




๔. นิพพานปรมัตถ์

หลวงตา นิพพาน คืออะไร ?

นิพพาน ก็คือ ธรรมชาติอย่างหนึ่งที่ดับความทุกข์ทั้งปวง
มีลักษณะเป็นสันติสุข


ธรรมชาติของจิตก็ดี เจตสิกก็ดี รูปก็ดี จะเกิดขึ้นมาและเป็นไปได้
นั้นก็จะต้องอาศัยเหตุปัจจัย คือ กรรม หรือจิต หรืออุตุ หรืออาหาร อย่างใดอย่างหนึ่ง

หรือหลายอย่างเป็นผู้ปรุงแต่งและธรรมชาติที่ต้องถูกปรุงแต่ง เหล่านี้ เราเรียกว่า สังขตธรรม

และธรรมชาติที่มิได้ถูกปรุงแต่งด้วย กรรม จิต
อุตุ อาหารเลยนั้น เรียกว่า อสังขตธรรม ได้แก่นิพพานนั่นเอง

แต่นิพพานก็หาใช่จิต เจตสิก และรูปไม่
คำว่า นิพพาน เมื่อแยกออกเป็น ๒ บท คือ นิ + วาน
นิ = พ้นไป
วาน = ธรรมชาติที่เกี่ยวโยง หมายถึงตัณหา
เมื่อรวมกันเข้าแล้วก็คือ ธรรมชาติที่พ้นจากตัณหานั่นเอง


ความเกิดและความตายของสัตว์ทั้งหลายที่สืบต่อ ๆ กันเรื่อย ๆ
นั้นเป็นธรรมชาติที่ลึกซึ้งยิ่งนัก ไม่มีใครนอกจาก
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ค้นพบ และพระองค์ได้แสดงว่า
เพราะตัณหาคือความยินดีติดใจในอารมณ์ต่าง ๆ นี้เอง
ที่เป็นตัวเชื่อมโยงเกี่ยวพัน ทำให้สัตว์ทั้งหลายต้องเกิด
และต้องตายอยู่มิได้หยุดหย่อน เพราะตัณหาตัวนี้แท้ ๆ
ที่ทำให้ **วัฏฏะ** คือหมุนเวียนเกิดแล้วเกิดอีก
ทุกข์แล้วทุกข์อีกไม่รู้จักจบสิ้น
และเพราะตัณหานั่นทีเดียว ที่ทำให้ภพเก่ากับภพใหม่
เชื่อมโยงติดกันอยู่ตลอดเวลามาจนบัดนี้
ดังนั้น ตัณหาจึงเรียกว่า “วาน”


เณรชิต ผมฟังหลวงตามานานแล้ว ผมยังไม่ทราบเลยว่า
นิพพานคืออะไรแน่!! ผมเคยแต่ได้ยินเขาพูดกันว่า
เมืองนิพพานนั้นช่างแสนจะสุขสบายเป็นเลิศ
แม้สวรรค์ชั้นฟ้าก็ไม่ปาน แต่ครั้นถามว่าอยู่ที่ไหน
ก็ตอบไม่ได้ว่าอยู่ที่ไหน บางคนก็ว่าไม่ใช่เราเข้าไปอยู่ในเมืองนิพพาน

เรานั่งทำสมาธิแล้วมองเห็นนิพพานต่างหาก
มันเป็นเพียงจินตนาภาพเหมือนกับฝันไป ขืนหลงใหลมาก ๆ หนักเข้าก็จะต้องไปหาหมดที่ฝั่งธนบุรี

และบางคนก็ว่านิพพานนั้นคือความไม่ต้องการเกิดอีก
ต่อไปนั่นเอง ในเรื่องนี้บางท่านก็ว่าตายแล้วศูนย์ไปเลย
ไม่เกิดขึ้นมาอีกและบางคนยังไม่ต้องการ
เขายังอยากเกิดอยู่เพราะถ้าไม่เกิดจะเรียกว่ามีความสุขได้อย่างไร
ไม่มีตัวตนที่จะสุขเสียแล้ว เมืองนิพพานไม่มีก๋วยเตี๋ยวขาย
ไม่มีเหล้าจะดื่ม และภาพยนต์โป๊ ๆ ก็ไม่มีดูขอรับ



หลวงตา แน่นอน! นิพพานไม่มีก๋วยเตี๋ยวขาย
ไม่มีเหล้าดื่ม และไม่มีภาพยนต์โป๊ดูคนเราจะหาสิ่งเหล่านี้
ในนิพพานไม่ได้เลย เพราะนิพพานไม่ใช่บ้านเมือง
ไม่ใช่กลางวัน กลางคืน ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์
ทั้งไม่ใช่สิ่งของ ไม่ใช่อะไร ๆ ในโลกนี้ทั้งนั้น
และไม่ใช่อะไร ๆ ในโลกอื่นทั้งสิ้น

พระนิพพานเป็นธรรมที่พ้นจากโลกต่างหาก !

ความสุขที่เราได้รับต่าง ๆ ที่เกิดจากทางตา หู จมูกลิ้น กายใจ
เช่นเห็นรูปที่ดีที่น่ารักน่าพอใจ ก็ปลาบปลื้มเป็นสุข
เมื่อได้ยินเสียงที่ไพเราะก็สดชื่นรื่นเริงจิตใจสบาย
หรือเมื่อคิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องราวสนุกสนาน
ก็เบิกบานใจ สามัญชนทั้งหลายไม่ได้ศึกษาปฏิบัติธรรมะ
ย่อมจะคิดรู้ว่าความสุขของคนเรานั้นก็มีอยู่เท่านั้นเอง
แล้วก็พยายามแสวงหากันตัวเป็นเกลียว ยื้อแย้งกันอย่างสุดเหวี่ยง
แต่ความจริงยังมีความสุขอีกชนิดหนึ่ง
เป็นความสุขที่นอกเหนือไปจากความสุขดังกล่าวแล้ว
เป็นความสุขอันเกิดจากอำนาจของสมาธิจากผู้ที่ปฏิบัติ
สมถกรรมฐานเป็นความสุขทีใหญ่ยิ่งและน่าภาคภูมิใจ
ทั้งเป็นความสุขที่มิต้องเข้าไปยื้อแย้งกันให้ลำบากทั้งกายและใจ
เทียบกับความสุขที่เกิดจากทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ แล้ว
ก็จะผิดกันเป็นฟ้าและดินทีเดียว ผู้ใดมิได้เข้าปฏิบัติจนได้รับเองแล้ว
จะเข้าใจยากมากอย่างไรก็ดี

ความสุขที่กล่าวครั้งหลังนี้ ถึงแม้จะเป็นความสุขชั้นเลิศก็จริง
แต่ก็ไม่ประเสริฐสุดเท่ากันความสุขของนิพพาน
เพราะความสุขที่เกิดจากนิพพานนั้นเป็นความสุข
อันปราศจากกิเลสมารบกวน เป็นความสุขที่
ไม่ผันแปรกลับกลอก ด้วยกิเลสได้ถูกประหาณลงแล้วโดยเด็ดขาด


และเมื่อปฏิบัติถึงที่สุดแล้ว ก็จะไม่มีการเกิดขึ้นมา
เพื่อรับทุกข์โทษภัยอีกต่อไป



เณรชิต ผมฟังหลวงตากล่าวมาทั้งหมดผมก็พอจะเข้าใจ
และเห็นความดีของนิพพานบ้างผมทราบว่า

** นิพพานเป็นธรรมที่พ้นไปจากการปรุงแต่ง**

** นิพพานเป็นธรรมที่พ้นไปจากตัณหาเครื่องร้อยรัด**

** นิพพานเป็นธรรมชาติที่ดับความทุกข์ทั้งปวง
และมีลักษณะเป็นสันติสุข**

แต่ถึงกระนั้นก็ดี ผมยังไม่ทราบว่านิพพานเป็นอะไร

หลวงตา ผู้ที่ได้พระนิพพานนั้นจะต้องปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
ซึ่งการปฏิบัติหลวงตาจะไม่ขอกล่าวในที่นี้
จะต้องว่ากันเป็นเรื่องหนึ่งต่างหากทีเดียว เมื่อปฏิบัติจนได้ญาณ
คือปัญญาเกิดขึ้นแล้ว กิเลสตัณหาก็จะอ่อนลง ๆ เป็นลำดับไป
เมื่อถึงที่สุดอารมณ์โลกุตตระก็เกิดขึ้น อารมณ์โลกุตตระนี้
ก็คือพระนิพพานนั่นเอง


ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็ว่านิพพานนั้นเป็นอารมณ์ๆ หนึ่ง
หลังจากการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานถึงที่สุดแล้ว
มัคคจิต ผลจิต เป็นผู้รู้หรือเป็นผู้เห็นพระนิพพานทางมโนทวาร
หรือจะพูดอีกอย่างหนึ่งก็ว่า มัคคจิต ผลจิต จับเอาพระนิพพาน
เป็นอารมณ์ ในขณะนั้นเองกิเลสก็จะถูกประหาณ
และประหาณลงได้เป็นสมุทเฉทไม่เกิดอีกต่อไป
ดังนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้กล่าวว่า นิพพานํ ปรมํ สุขํ
พระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง ไม่มีสุขอื่นใดที่จะเทียมเท่าได้

ถ้าจะขยายความออกไปก็จะไปกันใหญ่
หลวงตาก็ได้ตั้งใจไว้ว่าในชั้นต้นนี้จะให้เณรเข้าใจ
เพียงหยาบ ๆ เท่านั้น สิ่งใดที่ยังสงสัย เมื่อศึกษาต่อไปก็เข้าใจไปเอง
อย่าเพิ่งร้อนใจมากนัก

พระอภิธรรมเปรียบเหมือนภาพยนต์โรงใหญ่
ซินิมาสโค๊ป จอกว้าง ทั้งเป็นสีเทคนิค ตั้งแต่ต้นมาจนถึงเวลานี้
หลวงตาเพียงแต่ปิดป้ายโฆษณาไว้ แล้วอธิบายคุณภาพว่า
จะสนุกสนานเพียงใดเท่านั้นเอง ยังไม่ได้ลงมือแสดงจริงจังเลยสักหน่อย
บัดนี้เวลาก็หมดเสียแล้ว ขอให้เณรได้ตรวจตามที่ได้บันทึกเอาไว้
แล้วคิดพิจารณาให้จงดี ก็คงจะเป็นฐานชั้นแรกที่จะรองรับความรู้
ในขั้นต่อ ๆ ไป ในคราวหน้า เณรก็จะได้ทราบถึงเรื่องของจิต
ที่ละเอียดขึ้นกว่านี้ เช่นจิตกับวิญญาณต่างกันหรือไม่?
ต้นไม่และสัตว์หรือเชื้อโรคบางชนิดมีจิตหรือเปล่า?
จิตเป็นธรรมชาติที่ทำให้เป็นไปอย่างไร
มีทำให้การกระทำวิจิตตลอดจนการสั่งสมกรรมและกิเลส เป็นต้น
จิตที่วนเวียนเกิดยังภูมิต่าง ๆ
และจิตที่มีความโลภเป็นมูล ๘ ประการ
วันนี้หลวงตาขอจบแต่เพียงเท่านี้ก่อนนะหลานนะ


เณรชิต ผมขอกราบขอบพระคุณหลวงตาขอรับ [img]

http://abhidhamonline.org/cartoon.gif[/img]

ลาก่อนนะครับอย่าลืมติดตามนะครับผม..สวัสดีครับ
22 ธันวาคม 2544.



โดย เณรชิตครับ [21 ธ.ค. 2544 , 17:08:16 น.] ( IP = 203.170.141.36 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณลบการแจ้งเมื่อมีการตอบกระทู้ไปทางE-mail


  สลักธรรม 1

..ไชโย! ได้เรียนปรมัตถธรรมแบบย่อครบแล้ว..ดีใจจัง..จะติดตามรายละเอียดต่ะไปค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [21 ธ.ค. 2544 , 17:59:28 น.] ( IP = 203.170.155.92 : : 203.170.155.92 )


  สลักธรรม 2

โอ้โฮ ! น้องถ้วยหายไปทำงานวิจัยฝุ่นอยู่ 2 อาทิตย์ หลวงตาสอนถึงเรื่องนิพพานแล้วหรือนี่ อย่างนี้ต้องวานอุลตร้าเทพช่วยติวติดจรวดให้น้องถ้วยอีกครั้งแล้วซิคะ

โดย น้องถ้วย [21 ธ.ค. 2544 , 21:24:16 น.] ( IP = 203.155.237.200 : : )


  สลักธรรม 3

แหม! พี่เณรชิตขยันจริงๆเลยค่ะ น้องเล็กขอเรียนด้วยคนค่ะ ตัณหานี่เป็นอุปสรรคต่อตัณหาจริงๆนะค่ะ

โดย น้องเล็ก [22 ธ.ค. 2544 , 14:49:39 น.] ( IP = 203.170.128.26 : : )


  สลักธรรม 4



กราบขอบพระคุณหลวงตาเจ้าค่ะ

โดย น้องแก้ว [22 ธ.ค. 2544 , 20:52:37 น.] ( IP = 202.133.164.87 : : )


  สลักธรรม 5

ขออภัยค่ะพิมพ์ผิดขอแก้เป็นตัณหาเป็นอุปสรรคต่อนิพพานค่ะ เดี๋ยวหลวงตาอ่านแล้วงงค่ะ แต่หลวงตาไม่ต้องงงหลอกนะค่ะลูกศิษย์คนนี้ปล้ำๆเปล๋อๆบ่อยครั้งค่ะ

โดย น้องเล็ก [22 ธ.ค. 2544 , 21:48:45 น.] ( IP = 203.107.142.92 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณหลวงตาและพี่เณรชิตค่ะ
เข้าใจพระนิพานได้มากขึ้นค่ะ ทั้งที่อธิษฐานถึงอยู่ทุกคืน จะขอศึกษาต่อๆไปและพยายามปฏิบัติให้สุดความสามารถค่ะ

โดย ธัญธร [23 ธ.ค. 2544 , 21:01:01 น.] ( IP = 203.146.235.100 : : )


  สลักธรรม 7

...
เก็บไว้อ่านต่อครับ
ขอบคุณครับ
...

โดย นรพัลลภ [24 ธ.ค. 2544 , 15:56:19 น.] ( IP = 203.144.226.126 : : )


  สลักธรรม 8

นิพพานท่านว่าพ้น ตัณหา
ปรุงแต่งแห่งกามา หมดสิ้น
เย็นใจยิ่งยอดพา สงบเพิ่ม
จริงจ่อจับมิดิ้น ดับแท้แปล้ธรรม....

โดย ดอกสารภี [25 ธ.ค. 2544 , 16:43:12 น.] ( IP = 202.28.25.183 : : 202.28.25.183 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org