| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เงาใจในสายรัก...ของพี่ดอกแก้ว (๑๓)
สลักธรรม 1
เพราะว่าอาสวะนี้จะถูกตัดรอนไปได้ก็ด้วยปัญญาญาณเท่านั้นเอง คำว่า ปัญญาที่มี "ญาณ ก็แยกความหมายได้ว่า ปัญญา คือ ความรู้ที่เกิดขึ้นจากสัพพัญญุตาญาณ คือการเรียนรู้นั้นเอง ส่วนญาณ คือ ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติธรรม
ฉะนั้นเมื่อการปฏิบัติตรงไปตามความรู้ หรือเป็นการปฏิบัติที่ตรงไปตามเงื่อนไขที่เกิดขึ้นจากสัพพัญญุตาณาญ ก็จะมีปัญญาเกิดขึ้นเข้าไปรู้ตามความจริง การเข้าไปรู้ความจริงนี้ เรียกว่า..ปัญญาญาณ ที่จะสามารถตัดอนุสัยกิเลส หรืออาสวะกิเลสได้
และอีกสองคำที่ท่านควรทำความเข้าใจก็คือ คำว่า ความดีกับความประเสริฐ การกระทำดีให้เกิดขึ้นทั้งทางกาย วาจา และใจของตน เรียกว่า.. ผู้กำลังกระทำความดี ส่วนผู้กำลังกระทำความประเสริฐ ก็คือ ผู้ที่กำลังปฏิบัติตามแนวทางอันมีมรรค ๘ เป็นเส้นทาง
โดย น้องกิ๊ฟ [8 ก.ค. 2548 , 08:17:01 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 2
เราเกิดมาแต่ละคนนี้นอกจากโชคดีที่เกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว ได้อยู่ที่สมควร ได้เกิดในศาสนาพุทธ และขณะนี้ยังมีพุทธศาสนาอยู่ เราก็ยังมีโอกาสที่จะใช้ชีวิตที่กำลังมีอยู่ และกำลังเป็นอยู่นี้ ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สร้างสัมมาทิฎฐิให้เกิดขึ้นกับชีวิตซึ่งเป็นสิ่งที่เป็น อุดมมงคล
ในการทำงานทางโลกไม่ว่าจะเป็นชนิดไหนก็แล้วแต่ สิ่งที่ได้ผลตอบแทนมาก็ไม่ต่างจากการได้ลาภ ยศ สรรเสริญ และสุข เมื่อมีลาภ ยศ สรรเสริญ และสุข ก็ต้องมีเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา และทุกข์ ซึ่งเป็นโลกียธรรมทั้ง ๘ ประการ
ซึ่งไม่มีประโยชน์อันแท้จริง ไร้สาระแก่นสาร และที่สำคัญคือเราไม่มีโอกาสที่จะโลกียธรรมอันเป็นผลจากการงานทั่วไปติดตามไปในภพชาติหน้าได้เลย แต่การทำงานทางธรรมจะได้สุขอันสถาพรพ้นจากความพินาศ
โดย น้องกิ๊ฟ [8 ก.ค. 2548 , 08:17:47 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 3
เราควรจะเอาหลักชัยในพระศาสนาอันเป็นแก่นแท้ที่พระพุทธองค์ตรัสรู้ คือ อริยสัจจ์ เข้ามาเป็นที่หนึ่งเลยว่า ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรคเป็นอย่างไร แล้วก็เริ่มรักษาชีวิตผลิตความดี และรังสรรค์ให้มีความประเสริฐ ด้วยวิปัสสนากรรมฐาน
จึงขอให้ทุกท่านอย่าได้ลำพองใจในการกระทำของตนนะคะว่า ฉันทำความดีแล้ว เพราะเพียงแค่ความดีมีหลายรสหลายระดับค่ะ แต่เมื่อใดที่ท่านกระทำความประเสริฐและทำได้สำเร็จ ความประเสริฐนั้นก็จะมีเพียงรสเดียวคือ อมตะรสแห่งสุข เมื่อทำความดีแล้วก็อย่าลืมทำความประเสริฐอันเป็นอุดมมงคลด้วยนะคะ
๏ บุษกร เมธางกูร๏
![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [8 ก.ค. 2548 , 08:21:55 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 4พี่เณรมีความเห็นว่า แค่ความดีเราก็ยังทำกันยากมากๆเลย ยิ่งความประเสริฐยิ่งยากกว่าหลายร้อยพันเท่านะครับ
แต่เมื่อหันมาดูผลที่จะได้ภายหลังการกระทำแล้ว ผลของความดีให้ได้ดีมีความเป็นอยู่ที่เรียกว่าสบายๆกันไปนะครับ แต่ผลของความประเสริฐนั้น ให้ผลเป็นความสุขและไม่ใช่ความสุขธรรมดาด้วยเป็นอมตะสุขหรือบรมสุขนั่นเอง
เมื่อดูผลแล้วก็คงต้องกระทำทั้ง 2 อย่างเพื่อทางชีวิตไม่ลำบากและไปถึงความสุขนั้นได้
ขอบคุณน้องกิ้ฟมากนะครับ ที่นำเรื่องนี้มาให้คบคิดจิตได้กุศลครับผม
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [8 ก.ค. 2548 , 10:37:43 น.] ( IP = 61.91.115.192 : : )
สลักธรรม 5ถ้ามีเวลาก็จะแบ่งทำทั้ง 2 อย่าง คือ ความดีกับความประเสริฐ
เพราะผลที่ได้รับของความประเสริฐ..จะเป็นความสุขอันสถาพร
ขอบคุณน้องกิ้ฟมากค่ะโดย เซิ่น [8 ก.ค. 2548 , 12:42:29 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |