| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ต้องการนิพพาน..ต้องรู้ถูก (๔)
สลักธรรม 1
แม้วิปัสสนาปํญญาก็ไม่ได้เกิดที่ไหน ความจริงก็เกิดที่ทุกข์นี่แหละ ขณะใดไม่เข้าใจทุกข์ ว่าเป็นทุกข์ ตัณหาก็เกิดอยากจะได้ทุกข์ แต่ถ้าขณะใดมีปัญญารู้ทุกข์ ว่าเป็นทุกข์ ปัญญาก็เกิดขึ้นทำลายความอยากได้คือ ตัณหา ต่างแต่ทว่าผลัดกันเกิดขึ้นคนละวาระเท่านั้น
ข้อสำคัญจึงอยู่ตรงที่ว่า เราจะศึกษางานได้เข้าใจแค่ไหนเท่านั้น ...ปัจจุบันนี้มีวิธีสอนกันแปลกๆ และที่ไหนสอนแปลกก็มักมีคนสนใจมาก เช่น สอนว่าเวลาเดินต้องเดินให้ได้เท่านั้นนาที เท่านี้ชั่วโมง แม้เวลานั่งนอนก็เช่นเดียวกัน ...ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการให้จิตเป็นสมาธิ เมื่อจิตเป็นสมาธิ ปัญญาก็จะเกิดขึ้นรวมทั้งอ้างบาลีมารับรองอีกว่า ...สมาหิโต ยถาภูตํ ปชานาติ ...ผู้มีจิตตั้งมั่นแล้ว ย่อมรู้เห็นตามความเป็นจริงอย่างนี้ เป็นต้น
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [10 ก.ค. 2548 , 08:02:04 น.] ( IP = 202.183.141.206 : : )
สลักธรรม 2
เมื่อเป็นเช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่แก้ไขยาก เพราะพวกเราเป็นกันเสียเอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามิได้สอนความจริงที่ไกลตัวเราเลย แต่เราเองต่างหากที่พยายามจะตีตัวเองให้ห่างจากคำสอน ในโลกนี้ถ้านอกเสียจากนามรูปจะเป็นทุกข์แล้ว จะมีอะไรอีกเล่าที่เป็นทุกข์นอกเหนือไปจากรูปนาม
ในคำสอนทรงสอนให้กำหนดรู้ทุกข์ ก็ถ้าเราไม่กำหนดรู้ทุกข์ตามที่ทรงสอนแล้ว จะมีวิธีไหนบ้างเล่าที่จะสามารถละเหตุที่เกิดทุกข์ได้ ความมืดเกิดขึ้นที่ไหนก็จะต้องทำแสงสว่างให้เกิดขึ้นที่นั้น หนามยอกก็ต้องเอาหนามบ่ง ปัญหาเกิดขึ้นที่ไหนก็จะต้องแก้ปัญหากันที่นั้น
ทุกข์เกิดขึ้นจากอะไร? ถ้าเราไม่ทำลายเหตุที่ให้เกิดแล้ว ผลจะหมดไปได้อย่างไร? ไฟไหม้ได้ก็เพราะเชื้อ ถ้าไม่ทำลายเชื้อแล้ว ไฟจะดับได้อย่างไร?
ทำนองเดียวกันทุกข์เกิดจากตัณหา ถ้าเราไม่ทำลายเชื้อให้หมดไป เราก็จะต้องเสวยทุกข์กันอยู่ร่ำไป ไม่รู้จักจบสิ้น .วิธีการแก้ทุกข์เท่าที่เราทำกันอยู่ทุกวันนี้ ไม่ใช่วิธีแก้ทุกข์ตามที่พระพุทธเจ้าสอน ดังนั้นจึงไม่สามารถจะแก้ทุกข์ได้ โดย พี่เณร..นำมาฝาก [10 ก.ค. 2548 , 08:02:25 น.] ( IP = 202.183.141.206 : : )
สลักธรรม 3
วิธีแก้ทุกข์ตามที่พระพุทธเจ้าสอนนั้น มิใช่หมายความว่า .แก้ทุกข์ได้หมดในปัจจุบันทันที เพราะความทุกข์มีอยู่ถึง ๓ ชั้น คือ
๑ ขันธ์เป็นทุกข์ ๒ ทุกข์เพราะต้องบริหารขันธ์ ๓ ทุกข์เพราะยึดถือขันธ์ (เป็นเรื่องของตัณหาอุปาทาน)
ตราบใดถ้ายังมีขันธ์อยู่ ขออย่าได้พูดถึงเรื่องความพ้นทุกข์เลย เพราะขันธ์นั่นแหละเป็นทุกข์ ก็คนที่ยังมีขันธ์ ครองขันธ์อยู่แล้วอยากจะพ้นทุกข์จะเป็นได้อย่างไร?
ตอนที่ผ่านมาอ่านที่นี่ http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=7569
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
![]()
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [10 ก.ค. 2548 , 08:03:03 น.] ( IP = 202.183.141.206 : : )
สลักธรรม 4=ขอบพระคุณค่ะพี่เณร ว่าไปแล้วทุกข์ที่เกิดขึ้นมีประโยชน์ต่อเข้าไปรู้จริงๆค่ะ เมื่อรู้แล้วจะได้หาทางใหม่ที่ไม่ต้องทุกข์อีก รอยบุญที่ท่านพระครูทิ้งไว้ ทำให้ชีวิตคนเบื้องหลังรู้ถูกอีกมากมายเลย ต้องอธิษฐานให้พระครูท่านมีความสุขมากๆๆๆเลยละค่ะ
โดย น้องอุ๊ [10 ก.ค. 2548 , 17:51:12 น.] ( IP = 203.151.140.116 : : 203.113.38.11 )
สลักธรรม 5
คนเรามักหนีทุกข์ โดยหารู้ไม่ว่า การดูทุกข์ต่างหากที่จะทำให้หนีจากทุกข์ได้จริงๆ
ขอบคุณมากค่ะพี่เณรโดย พี่ดา [14 ก.ค. 2548 , 20:16:02 น.] ( IP = 61.91.196.245 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |