มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ยาแก้เหงา (๒)







ยาแก้เหงา(๒)


เรามีความเสียใจ ประสบแต่สิ่งที่ไม่พอใจ พลัดพรากจากสิ่งที่ตนเองรักใคร่อยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่เช้า ลืมตาจนหลับตา เราเห็น เราได้ยิน เราได้กลิ่น เราได้รู้รส เราได้สัมผัสได้นึกคิดต่าง ๆ มีอยู่ ๒ อารมณ์ คือ อิฏฐารมณ์ อารมณ์ที่พอใจ และอนิฏฐารมณ์ อารมณ์ที่ไม่พอใจ

ตั้งแต่เล็กที่จำความได้ มีสัญญาสามารถจำได้หมายรู้แล้ว เราได้เก็บอารมณ์แห่งความผิดหวัง เบื่อหน่ายชีวิต แต่เราก็ยังไม่ตายลงไป เรายังต้องเผชิญกับสิ่งเหล่านี้อยู่ ซึ่งมันจะมีมาเรื่อย ๆ เพราะเป็นวิบาก

เพราะฉะนั้นเวลาที่เราอยู่คนเดียวจึงเกิดความฟุ้งซ่าน นึกคิด หวั่นไหวไปในอารมณ์ สร้างความว้าเหว่ อาดูร และเดียวดาย หรือที่เรียกว่าความเหงาให้กับชีวิตได้

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [10 ก.ค. 2548 , 22:01:16 น.] ( IP = 202.183.132.110 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ที่นี้เรามาพูดถึงความเหงา ความเหงานี่ฆ่าชีวิตคนได้จริงไหม ฆ่าได้ ถ้าคนเหล่านั้นไม่มีปัญญา ฆ่าได้เพราะเป็นโรคภัยไข้เจ็บอย่างหนึ่งซึ่งบั่นทอนทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต

ก่อนอื่นเราต้องรู้ให้ถูก เข้าใจให้ถูกว่า ความเหงานั้น คืออะไร เกิดขึ้นที่ไหน เกิดขึ้นอย่างไร เราจึงจะฆ่าความเหงาหรือทำลายความเหงาออกไปจากจิตใจของเราได้ก่อนที่ความเหงานั้นจะฆ่าเรา ถ้าไม่รู้ก็ไม่มีใครทำได้ เช่น ไม่รู้ว่าแกงส้มทำอย่างไร แล้วจะทำแกงส้มก็ไม่มีทางได้แกงส้มมา

ความเหงาเป็นสภาพทางธรรมชาติชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นในจิตใจของเรา สภาวธรรมนั้นก็คือกิเลสชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นสภาวะที่ไม่เหมือนกับความโลภ ไม่เหมือนกับความโกรธ ไม่เป็นสภาวะที่เหมือนกับความหลง ไม่เหมือนกับความอิจฉา หรือความฟุ้งซ่อนความรำคาญใจ

แต่ปัจจัยของความเหงานั้นก็คือความปรารถนาของเราอันเกิดจากจิตที่ได้รับอารมณ์เอาไว้ เช่น พลัดพรากจากสิ่งที่ตนเองรัก จิตก็เก็บอารมณ์อันนั้นเอาไว้ เมื่อเราต้องการอย่างหนึ่ง แต่เราไม่สมหวัง เราก็เก็บอารมณ์อันนั้นเอาไว้

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [10 ก.ค. 2548 , 22:04:29 น.] ( IP = 202.183.132.110 : : )


  สลักธรรม 2

นี่แหละ ความหลงผิดที่ว่า สิ่งเหล่านั้นมันต้องได้ แต่มันไม่ได้พวกวิภวตัณหานี่จะเหงาบ่อย เพราะพวกนี้จะคิดว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นมาโดยไม่ต้องสร้างเหตุ อยากได้ อยากได้ อยากได้เมื่อไม่สมปรารถนาก็เก็บอารมณ์นี้เอาไว้

เป็นสภาวะของจิตชนิดหนึ่งซึ่งลุ่มหลงใน อารมณ์ที่ตนเองต้องการ อยากได้อย่างนั้น อยากได้อย่างนี้ ไม่อยากเป็นอย่างนั้น ไม่อยากเป็นอย่างนี้ นี่คือสภาพธรรมดาที่เป็นไปตามสภาวธรรม

ตามปกติ จิตใจของคนเราเหมือนกันหมด ถ้าเปรียบแล้วสภาพจิตของเราก็เหมือนกับผ้าสีดำ ทำไมจึงเป็นสีดำ เพราะทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่ไม่ใช่พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์

พระอริยบุคคลทั้ง ๔ ประเภทนี้ พื้นฐานทางจิตใจของท่านคลายจากมลทิน และเบาบางจนหมดแล้ว คือพระอรหันต์ แต่พวกเราคือปุถุชน ปุถุชน แปลว่า ผู้ที่หนาแน่นด้วยกิเลส ก็เปรียบเสมือนกิเลสนั้นเป็นสีดำ

พื้นฐานของจิตใจของเราจึงเปรียบเสมือนผ้าสีดำ ด้วยอำนาจของความทุกข์และความเศร้าหมองอันเกิดจากรูปนามขันธ์ ๕ เป็นมูลราก จิตใจของเราจึงเป็นสีดำ

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [10 ก.ค. 2548 , 22:04:46 น.] ( IP = 202.183.132.110 : : )


  สลักธรรม 3

ส่วนเวลาที่เราทำดี เช่น ทำกุศลทางกายก็ดี ทางวาจาก็ดี ทางใจก็ดี ก็เปรียบเสมือนเอาสีขาวหยดลงไปในผ้าดำเพียงนิดเดียวเท่านั้นเอง ไม่สามารถทำลายให้สีดำหมดไป แต่ก็มีเปอร์เซนต์มากพอที่คนอื่นจะเห็นได้

เช่น คนนี้ทำดีแล้วก็สรรเสริญสีขาวนั้น แต่คนที่เห็นและสรรเสริญ หรือแม้แต่ตัวเราเอง เราก็จะนึกว่าเราทำดีแล้ว เพราะจุดขาวที่ไปอยู่บนผ้าดำนั้นมันเด่น แต่เราก็ไม่สามารถทำลายและกระจายพื้นที่ไปได้ ความดำยังคงมีปริมาณมากอยู่นั่นเอง

เราจึงมองไม่เห็น คือ ไม่เห็นตรงตามความเป็นจริง แต่เราต้องการให้คนอื่นเห็นว่า เรานั้นมีสีขาวแล้ว แท้จริงแล้วเรามีสีดำเต็มไปหมดเลยทุกคน

ในทางตรงกันข้าม เวลาเราทำอะไรไม่ดี เราไม่อยากให้คนอื่นรู้ ปิดบังอำพรางซ่อนเร้นเพราะกลัวว่าเขาจะโกรธเรา เพราะอะไรเราจึงกลัวว่าเขาจะโกรธ

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [10 ก.ค. 2548 , 22:05:07 น.] ( IP = 202.183.132.110 : : )


  สลักธรรม 4

อะไรเป็นต้นเหตุที่ทำให้เรากลัวว่าเขาจะโกรธ เพราะเรามีความปรารถนา มีความต้องการอยู่เป็นนิจ คือ ต้องการให้เขารัก ต้องการสิ่งดีๆ ต้องการสมความปรารถนา

ทุกอย่างนี้มีเกิดขึ้นมาในจิตใจของเราตั้งแต่เล็กจนโต หลีกหนีไม่พ้นเลย ต้องการความรู้ ต้องการสิ่งที่ดี ต้องการเพื่อนดี ต้องการครอบครัวดี ต้องการลูกที่ดี ต้องการรูป รส กลิ่น เสียงที่ดี

ดังนั้น ถามว่าในชีวิตของเรา มีบ้างไหมที่เรากระทำพฤติกรรมออกไปโดยปราศจากความต้องการ เราต้องการทั้งนั้น เช่น เราอยากดูทีวี มีใครบ้างไม่อยากดูทีวี แต่เปิดทีวีแล้วนั่งมอง ไม่มี

ความปรารถนาเป็นแรงผลักดันให้เกิดการกระทำออกมา ด้วยอำนาจของสภาวธรรมที่พูดถึงนี้อันได้แก่ตัณหา เหตุที่ทำให้เกิดทุกข์จึงเป็นสาเหตุที่ทำความรู้สึกเช่นนั้น ให้เกิดขึ้นในจิตใจของปุถุชน

เมื่อเราไม่สามารถสนองตอบความต้องการคือตัณหาได้ เช่น บุคคลที่ใกล้ชิดมีปัญหากับเรา สามีเรา ภรรยาเรา หรือคนที่เคยห้อมล้อมสรรเสริญเยินยอในขณะที่เรามีอำนาจวาสนาอยู่ เราก็พอใจ

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [10 ก.ค. 2548 , 22:05:23 น.] ( IP = 202.183.132.110 : : )


  สลักธรรม 5

แต่เมื่อบุคคลเหล่านี้หายไปเพราะเราหมดอำนาจ ความเหงา ความว้าเหว่จึงเกิดขึ้นในจิตใจของเรา ทำให้รูปร่างกายของเราเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากจิตใจเป็นนามธรรมย่อมทำให้รูปธรรมผันแปรไปได้ตามลักษณะของนาม

ยกตัวอย่างง่ายๆ ตามธรรมดาคนเรามีใบหน้าปกติ แต่ถ้าจิตสั่งให้ปากเบี้ยว รูปจึงจะออกมาได้ รูปทำอะไรออกมาเองไม่ได้ต้องอาศัยนามเป็นตัวสั่ง ยกมือก็ต้องมีเจตนา มีจิตสั่งให้ยกมือ เราจึงยกมือได้ เรานั่งอยู่ เราบอกไม่ยกมือ ไม่ยกมือ แล้วมือยกขึ้นได้ไหม-ไม่ได้ ไม่ยกมือ แล้วมือยกขึ้นได้นี่อาจจะมีผีเข้า

เรารู้สาเหตุแล้วว่า คนขี้เหงามีเหตุปัจจัยมาจากอะไรมีลักษณะอย่างไร

สรุปก็คือ คนขี้เหงาเป็นคนที่มากไปด้วยความต้องการ

เพราะฉะนั้น ใครเป็นคนขี้เหงาบ้าง ยกมือในใจก็ได้อายเขา แล้วก็จะได้คำตอบ ตอบตัวเองเลยว่า ตัณหาจัด มีความปรารถนาอยู่เรื่อย ๆ คือ ความไม่รู้จักพอ ไม่หาคำว่า "พอดี"


โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [10 ก.ค. 2548 , 22:05:42 น.] ( IP = 202.183.132.110 : : )


  สลักธรรม 6

คุรั

จะพยายามหางานกุศลทำเสมอๆ และมีสติอยู่กับการงานชีวิตที่หลีกไม่ได้ จะได้ไม่มีเวลาเหงาครับ

โดย ทับตะวัน [11 ก.ค. 2548 , 13:48:23 น.] ( IP = 61.91.150.113 : : )


  สลักธรรม 7

ก็คิดเช่นเดียวกับคุณทับตะวันค่ะ
ถ้าเราไม่ปล่อยเวลาให้ไร้สาระ ให้เวลากับงานกุศลทั้งศึกษาและปฏิบัติแล้ว
ก็จะไม่หมดเวลาเปลืองเปล่าไปกับความเหงา
ขอบคุณมากค่ะ

โดย เซิ่น [11 ก.ค. 2548 , 17:43:28 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 8

ขออนุโมทนาค่ะ

และเริ่มจะไม่แน่ใจว่าตนเองจะจัดอยู่ในกลุ่มผู้ขี้เหงาหรือไม่

เพราะมีคำจำกัดความว่า เป็นผู้ที่มากไปด้วยความต้องการ

ใช่เลย..
แต่ก็มีมากเหมือนกันที่ไม่มีเวลาเหงา เพราะมีงานที่ดีที่อยากจะทำอีกมาก

แต่ถ้าทำมากเกินกำลังจนอกุศลเกิด ก็พักเหนื่อยเหมือนกันนะคะ



โดย น้องอุ๊ [11 ก.ค. 2548 , 18:17:35 น.] ( IP = 203.151.140.114 : : 203.113.39.10 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org