มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ต้องการนิพพาน..ต้องรู้ถูก (๕)








ต้องการนิพพาน..ต้องรู้ถูก (๕)

ชาติความเกิดเป็นปฐมเหตุของทุกข์ทั้งหมด… และจัดเป็นลักษณะของขันธ์…ผู้ที่จะรู้ถึงลักษณะของขันธ์ก็มีแต่ผู้ที่เกิดวิปัสสนาปัญญาเท่านั้น… ภูมิที่จะเป็นปัจจัยให้เกิดปัญญาก็คือสภาวะความจริงที่ปรากฏอยู่ตามอารมณ์ …และอิริยาบถเท่าที่มนุษย์และสัตว์อาศัยอยู่ทุกวันนี้…

ซึ่งเป็นงานที่ใครๆ ไม่ใคร่จะมีความสนใจกัน …เพราะเห็นว่าไม่มีความสำคัญอะไร …แต่ที่ไหนได้ อารมณ์และอิริยาบถนี่แหละ…เป็นที่อาศัยของกิเลสตัณหาที่ใกล้ตัวที่สุด ยิ่งกว่าอย่างอื่น …เพราะเราต้องอาศัยแก้ทุกข์อยู่แทบทุกลมหายใจมิใช่หรือ?

การที่เรามีความอบอุ่นใจว่า …เราสบายมีความสุขกายสุขใจอยู่ขณะนี้ …ถ้าจะพูดกันตามความเป็นจริงแล้ว …มีสุขที่ตรงไหนเพราะในเมื่อขันธ์ ๕ รูปนามซึ่งเป็นตัวทุกข์กำลังปรากฏอยู่แล้วจะเป็นสุขที่ตรงไหน…

แต่ที่เราเข้าใจว่าเป็นสุขนั้นเป็นเรื่องของวิปลาส คือ การจำผิด คิดผิด และเห็นผิด มากกว่า …เพราะวิปัสสนาปัญญายังไม่เกิดขึ้น…ก็ไม่สามารถจะเห็นความจริงคือทุกข์ได้… ความมืด คือ อวิชชา…ก็ปกปิดความจริงทำให้สัตว์ทั้งหลายมีความจำผิด คิดผิด และเห็นผิดไปตามอำนาจของกิเลสที่เกิดขึ้น…

รูปธรรม และนามธรรม อาศัยกันเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย …ผู้ปฏิบัติจำเป็นจะต้องเจริญสติปัญญาให้เกิดขึ้นในขณะรูปหรือนามนั้นปรากฏ…

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [11 ก.ค. 2548 , 06:46:05 น.] ( IP = 202.183.130.38 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




เรื่องของความผิดปกติก็เป็นเรื่องสำคัญ ตามปกติเราเป็นอยู่อย่างไรในเวลาปฏิบัติก็ต้องเป็นอยู่อย่างนั้น… ไม่ใช่เวลาปฏิบัติจะต้องเดินท่านั้น นั่งท่านี้ อย่างนี้เรียกว่า ผิดปกติ…ไม่ควรทำ

ตามปกติของคนทุกวันนี้เวลาจะไปไหน…ก็มีวัตถุประสงค์ในการไป…เขาจึงไป หมายความว่าความต้องการเป็นเหตุให้เขาต้องไป… การไปเป็นตัวทุกข์ เกิดขึ้นเพราะความต้องการอันเป็นตัวตัณหา… ในทุกๆ อิริยาบถของสัตว์ทั้งหลายเท่าที่ใช้กันอยู่ในทุกวันนี้จึงมีตัณหาเป็นปัจจัย… ไม่ใช่มีสติปัญญาเป็นปัจจัย…

ส่วนอิริยาบถที่จะมีสติปัญญาเป็นปัจจัยนั้น…หมายความว่า ก่อนที่เราจะใช้อิริยาบถใด…จำเป็นต้องรู้เหตุของการใช้ก่อนว่า…จะเดินทำไม จะนั่งทำไม จะกินทำไม เป็นต้น… ถ้าจะไม่เดินไม่นั่ง หรือไม่กินจะได้ไหม… หรือมีความจำเป็นอย่างไร

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [11 ก.ค. 2548 , 06:46:40 น.] ( IP = 202.183.130.38 : : )


  สลักธรรม 2




เรื่องของความผิดปกติก็เป็นเรื่องสำคัญ ตามปกติเราเป็นอยู่อย่างไรในเวลาปฏิบัติก็ต้องเป็นอยู่อย่างนั้น… ไม่ใช่เวลาปฏิบัติจะต้องเดินท่านั้น นั่งท่านี้ อย่างนี้เรียกว่า ผิดปกติ…ไม่ควรทำ

ตามปกติของคนทุกวันนี้เวลาจะไปไหน…ก็มีวัตถุประสงค์ในการไป…เขาจึงไป หมายความว่าความต้องการเป็นเหตุให้เขาต้องไป… การไปเป็นตัวทุกข์ เกิดขึ้นเพราะความต้องการอันเป็นตัวตัณหา… ในทุกๆ อิริยาบถของสัตว์ทั้งหลายเท่าที่ใช้กันอยู่ในทุกวันนี้จึงมีตัณหาเป็นปัจจัย… ไม่ใช่มีสติปัญญาเป็นปัจจัย…

ส่วนอิริยาบถที่จะมีสติปัญญาเป็นปัจจัยนั้น…หมายความว่า ก่อนที่เราจะใช้อิริยาบถใด…จำเป็นต้องรู้เหตุของการใช้ก่อนว่า…จะเดินทำไม จะนั่งทำไม จะกินทำไม เป็นต้น… ถ้าจะไม่เดินไม่นั่ง หรือไม่กินจะได้ไหม… หรือมีความจำเป็นอย่างไร

เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นเหตุในการปฏิบัติวิปัสสนาทั้งนั้น… แต่ในการทำปัญญาให้เกิดนั้น… ถ้าหากผู้ปฏิบัติมีเหตุผลไม่พอ… ปัญญาก็เกิดไม่ได้ …เพราะฉะนั้นวิธีการปฏิบัติจึงเป็นเรื่องสำคัญ…ที่ผู้มุ่งหวังจะปลูกวิปัสสนาปัญญาจำเป็นจะต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [11 ก.ค. 2548 , 06:47:20 น.] ( IP = 202.183.130.38 : : )


  สลักธรรม 3




ความทุกข์ที่เป็นคำสอนจริงๆ นั้นเป็นของละเอียด… มิใช่จะมารู้กันได้ง่ายๆ เหมือนอย่างที่เรามีความเข้าใจกันเมื่อไร

ปัญญาที่จะมาอาศัยตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจเกิดขึ้นได้นั้น …มิใช่เป็นเรื่องของคนสามัญธรรมดาจะทำได้ …คำที่ว่า ปัญญา ในที่นี้ไม่ใช่ปัญญาธรรมดาทั่วไปอย่างที่เรามีความเข้าใจกัน …

ปัญญาที่เกิดขึ้นเพราะมีโยนิโสมนสิการเป็นปัจจัยนั้น …จัดว่าเป็นปัญญาที่ได้รับปัจจัยที่มีศีลและสมาธิที่เกิดร่วมในอารมณ์เดียวกัน…เป็นสหชาตปัจจัยและอัญญมัญญปัจจัยให้ …

ในขณะนั้นผู้ปฏิบัติจะไม่รู้สิ่งใดที่นอกเหนือไปจากทุกข์ …ในตอนนี้แหละที่เรียกว่า… เห็นโลกโดยความเป็นทุกข์ …มีแต่ทุกข์มีแต่โทษ….โดยหาประโยชน์อะไรไม่ได้เลย…

เป็นภัยที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง… ขาดความอบอุ่นใจ…เพราะไม่มีอะไรเป็นที่พึ่งเลยแม้แต่น้อยนิด… เหมือนจมอยู่ในกองเพลิงที่แสนจะทุกข์ทรมาน… ผู้ปฏิบัติแน่ใจตนเองว่า…ตราบใดที่ยังมีนามรูปนี้อยู่จะไม่สามารถรอดพ้นจากความทุกข์ไปได้เลย… จึงมีใจโอนไปเอนไปเทไปในธรรมอันเป็นที่สิ้นทุกข์

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [11 ก.ค. 2548 , 06:47:45 น.] ( IP = 202.183.130.38 : : )


  สลักธรรม 4




เมื่อปัญญาเกิดขึ้นเห็นแต่ทุกข์… ตัณหาไม่มีที่เกาะ…ไม่มีที่อาศัย…ก็จะถูกวิปัสสนาทำลายไปทุกๆ ขณะ …หมดเหตุปัจจัยลงเมื่อใดเมื่อนั้นทุกข์ก็จะดับไปเอง …นี้แลจัดเป็นลู่ทางแห่งความบริสุทธิ์หมดจดในพระธรรมวินัยนี้

พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นในโลกก็เพื่อช่วยสังคมโลกเดินทางไปในจุดนี้ …แต่จะมีใครสักกี่คนที่สามารถไปได้… เพราะสังคมโลกทุกวันนี้มุ่งให้…ความสุขมุ่งผลประโยชน์กันมากกว่าการเสาะแสวงหาความจริง… ซึ่งมีอยู่ในพระพุทธศาสนา

พระพุทธศาสนาสอนให้ละ..ให้ทำลายต้นเหตุของทุกข์ …แต่โลกทุกวันนี้เขาสอนให้สร้างเหตุของความสุข…ซึ่งเป็นตัวอาหารของตัณหา …เรื่องของเรื่องจึงไปกันไม่ได้

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [11 ก.ค. 2548 , 06:48:18 น.] ( IP = 202.183.130.38 : : )


  สลักธรรม 5




ก็เหตุของความสุขนั้นคืออะไรเล่า? เหตุของความสุขที่โลกต้องการก็คือ รูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัส …ตลอดทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ความต้องการทุกๆ อย่างเท่าที่ชาวโลกต้องการ… นี่แหละที่เป็นเหตุของความสุข…

แม้ในศาสนาอื่นๆ ทั่วโลกเขาก็สอนกันเช่นนี้ …แต่ในพระพุทธศาสนาของเรามิได้สอนเช่นนั้น …แต่ทรงสอนให้รู้ทุกข์เพื่อความพ้นทุกข์ต่างหาก…

ฉะนั้นจึงเป็นคนละทางไม่ใช่ทางสายเดียวกัน… และในโลกนี้จะมีใครบ้างที่จะมาดูทุกข์ …มีแต่เขาหนีทุกข์ทั้งนั้น มีทุกข์อยู่ที่ไหน …เขาก็ไม่อยากไปที่นั้น ต่างพากันหลีกหนีให้ห่างไกลได้มากเท่าใดก็ยิ่งเป็นการดี… แต่ถ้าเราจะพูดกันตามความจริงแล้ว …ถ้าเราจะหนีทุกข์อยู่ในโลกนี้หรือโลกไหนๆ ก็ตามเถิด…



ตอนที่ผ่านมาอ่านที่นี่ http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=7572


โปรดติดตามตอนต่อไปครับ



โดย พี่เณร..นำมาฝาก [11 ก.ค. 2548 , 06:48:34 น.] ( IP = 202.183.130.38 : : )


  สลักธรรม 6

กราบบูชาพระคุณนี้ไว้ด้วยความระลึกเสมอครับ


มาอ่านต่อเนื่องครับ และเห็นความสำคัญของการมีความรู้แบบชนิดปัญญานี้มากเลยครับท่าน

โดย ทับตะวัน [11 ก.ค. 2548 , 13:51:23 น.] ( IP = 61.91.150.113 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ สิ่งที่ท่านมอบให้เหมือนกับตะเกียงไฟส่องชีวิตให้เห็นถูกเลยละค่ะ

โดย น้องอุ๊ [11 ก.ค. 2548 , 18:30:29 น.] ( IP = 203.151.140.114 : : 203.113.39.10 )


  สลักธรรม 8

ขอบพระคุณค่ะ
เป็นความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตเลยค่ะ

โดย เซิ่น [11 ก.ค. 2548 , 20:15:15 น.] ( IP = 61.91.126.121 : : )


  สลักธรรม 9


ตามมาอ่านเพื่อเสริมสร้างปัญญาค่ะ

โดย พี่ดา [14 ก.ค. 2548 , 20:12:20 น.] ( IP = 61.91.196.245 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org