| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ต้องการนิพพาน..ต้องรู้ถูก (๕)
สลักธรรม 1
เรื่องของความผิดปกติก็เป็นเรื่องสำคัญ ตามปกติเราเป็นอยู่อย่างไรในเวลาปฏิบัติก็ต้องเป็นอยู่อย่างนั้น ไม่ใช่เวลาปฏิบัติจะต้องเดินท่านั้น นั่งท่านี้ อย่างนี้เรียกว่า ผิดปกติ ไม่ควรทำ
ตามปกติของคนทุกวันนี้เวลาจะไปไหน ก็มีวัตถุประสงค์ในการไป เขาจึงไป หมายความว่าความต้องการเป็นเหตุให้เขาต้องไป การไปเป็นตัวทุกข์ เกิดขึ้นเพราะความต้องการอันเป็นตัวตัณหา ในทุกๆ อิริยาบถของสัตว์ทั้งหลายเท่าที่ใช้กันอยู่ในทุกวันนี้จึงมีตัณหาเป็นปัจจัย ไม่ใช่มีสติปัญญาเป็นปัจจัย
ส่วนอิริยาบถที่จะมีสติปัญญาเป็นปัจจัยนั้น หมายความว่า ก่อนที่เราจะใช้อิริยาบถใด จำเป็นต้องรู้เหตุของการใช้ก่อนว่า จะเดินทำไม จะนั่งทำไม จะกินทำไม เป็นต้น ถ้าจะไม่เดินไม่นั่ง หรือไม่กินจะได้ไหม หรือมีความจำเป็นอย่างไร
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [11 ก.ค. 2548 , 06:46:40 น.] ( IP = 202.183.130.38 : : )
สลักธรรม 2
เรื่องของความผิดปกติก็เป็นเรื่องสำคัญ ตามปกติเราเป็นอยู่อย่างไรในเวลาปฏิบัติก็ต้องเป็นอยู่อย่างนั้น ไม่ใช่เวลาปฏิบัติจะต้องเดินท่านั้น นั่งท่านี้ อย่างนี้เรียกว่า ผิดปกติ ไม่ควรทำ
ตามปกติของคนทุกวันนี้เวลาจะไปไหน ก็มีวัตถุประสงค์ในการไป เขาจึงไป หมายความว่าความต้องการเป็นเหตุให้เขาต้องไป การไปเป็นตัวทุกข์ เกิดขึ้นเพราะความต้องการอันเป็นตัวตัณหา ในทุกๆ อิริยาบถของสัตว์ทั้งหลายเท่าที่ใช้กันอยู่ในทุกวันนี้จึงมีตัณหาเป็นปัจจัย ไม่ใช่มีสติปัญญาเป็นปัจจัย
ส่วนอิริยาบถที่จะมีสติปัญญาเป็นปัจจัยนั้น หมายความว่า ก่อนที่เราจะใช้อิริยาบถใด จำเป็นต้องรู้เหตุของการใช้ก่อนว่า จะเดินทำไม จะนั่งทำไม จะกินทำไม เป็นต้น ถ้าจะไม่เดินไม่นั่ง หรือไม่กินจะได้ไหม หรือมีความจำเป็นอย่างไร
เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นเหตุในการปฏิบัติวิปัสสนาทั้งนั้น แต่ในการทำปัญญาให้เกิดนั้น ถ้าหากผู้ปฏิบัติมีเหตุผลไม่พอ ปัญญาก็เกิดไม่ได้ เพราะฉะนั้นวิธีการปฏิบัติจึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่ผู้มุ่งหวังจะปลูกวิปัสสนาปัญญาจำเป็นจะต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [11 ก.ค. 2548 , 06:47:20 น.] ( IP = 202.183.130.38 : : )
สลักธรรม 3
ความทุกข์ที่เป็นคำสอนจริงๆ นั้นเป็นของละเอียด มิใช่จะมารู้กันได้ง่ายๆ เหมือนอย่างที่เรามีความเข้าใจกันเมื่อไร
ปัญญาที่จะมาอาศัยตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจเกิดขึ้นได้นั้น มิใช่เป็นเรื่องของคนสามัญธรรมดาจะทำได้ คำที่ว่า ปัญญา ในที่นี้ไม่ใช่ปัญญาธรรมดาทั่วไปอย่างที่เรามีความเข้าใจกัน
ปัญญาที่เกิดขึ้นเพราะมีโยนิโสมนสิการเป็นปัจจัยนั้น จัดว่าเป็นปัญญาที่ได้รับปัจจัยที่มีศีลและสมาธิที่เกิดร่วมในอารมณ์เดียวกัน เป็นสหชาตปัจจัยและอัญญมัญญปัจจัยให้
ในขณะนั้นผู้ปฏิบัติจะไม่รู้สิ่งใดที่นอกเหนือไปจากทุกข์ ในตอนนี้แหละที่เรียกว่า เห็นโลกโดยความเป็นทุกข์ มีแต่ทุกข์มีแต่โทษ .โดยหาประโยชน์อะไรไม่ได้เลย
เป็นภัยที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ขาดความอบอุ่นใจ เพราะไม่มีอะไรเป็นที่พึ่งเลยแม้แต่น้อยนิด เหมือนจมอยู่ในกองเพลิงที่แสนจะทุกข์ทรมาน ผู้ปฏิบัติแน่ใจตนเองว่า ตราบใดที่ยังมีนามรูปนี้อยู่จะไม่สามารถรอดพ้นจากความทุกข์ไปได้เลย จึงมีใจโอนไปเอนไปเทไปในธรรมอันเป็นที่สิ้นทุกข์
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [11 ก.ค. 2548 , 06:47:45 น.] ( IP = 202.183.130.38 : : )
สลักธรรม 4
เมื่อปัญญาเกิดขึ้นเห็นแต่ทุกข์ ตัณหาไม่มีที่เกาะ ไม่มีที่อาศัย ก็จะถูกวิปัสสนาทำลายไปทุกๆ ขณะ หมดเหตุปัจจัยลงเมื่อใดเมื่อนั้นทุกข์ก็จะดับไปเอง นี้แลจัดเป็นลู่ทางแห่งความบริสุทธิ์หมดจดในพระธรรมวินัยนี้
พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นในโลกก็เพื่อช่วยสังคมโลกเดินทางไปในจุดนี้ แต่จะมีใครสักกี่คนที่สามารถไปได้ เพราะสังคมโลกทุกวันนี้มุ่งให้ ความสุขมุ่งผลประโยชน์กันมากกว่าการเสาะแสวงหาความจริง ซึ่งมีอยู่ในพระพุทธศาสนา
พระพุทธศาสนาสอนให้ละ..ให้ทำลายต้นเหตุของทุกข์ แต่โลกทุกวันนี้เขาสอนให้สร้างเหตุของความสุข ซึ่งเป็นตัวอาหารของตัณหา เรื่องของเรื่องจึงไปกันไม่ได้
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [11 ก.ค. 2548 , 06:48:18 น.] ( IP = 202.183.130.38 : : )
สลักธรรม 5
ก็เหตุของความสุขนั้นคืออะไรเล่า? เหตุของความสุขที่โลกต้องการก็คือ รูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัส ตลอดทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ความต้องการทุกๆ อย่างเท่าที่ชาวโลกต้องการ นี่แหละที่เป็นเหตุของความสุข
แม้ในศาสนาอื่นๆ ทั่วโลกเขาก็สอนกันเช่นนี้ แต่ในพระพุทธศาสนาของเรามิได้สอนเช่นนั้น แต่ทรงสอนให้รู้ทุกข์เพื่อความพ้นทุกข์ต่างหาก
ฉะนั้นจึงเป็นคนละทางไม่ใช่ทางสายเดียวกัน และในโลกนี้จะมีใครบ้างที่จะมาดูทุกข์ มีแต่เขาหนีทุกข์ทั้งนั้น มีทุกข์อยู่ที่ไหน เขาก็ไม่อยากไปที่นั้น ต่างพากันหลีกหนีให้ห่างไกลได้มากเท่าใดก็ยิ่งเป็นการดี แต่ถ้าเราจะพูดกันตามความจริงแล้ว ถ้าเราจะหนีทุกข์อยู่ในโลกนี้หรือโลกไหนๆ ก็ตามเถิด
ตอนที่ผ่านมาอ่านที่นี่ http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=7572
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
![]()
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [11 ก.ค. 2548 , 06:48:34 น.] ( IP = 202.183.130.38 : : )
สลักธรรม 6กราบบูชาพระคุณนี้ไว้ด้วยความระลึกเสมอครับ
มาอ่านต่อเนื่องครับ และเห็นความสำคัญของการมีความรู้แบบชนิดปัญญานี้มากเลยครับท่านโดย ทับตะวัน [11 ก.ค. 2548 , 13:51:23 น.] ( IP = 61.91.150.113 : : )
สลักธรรม 7ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ สิ่งที่ท่านมอบให้เหมือนกับตะเกียงไฟส่องชีวิตให้เห็นถูกเลยละค่ะ
โดย น้องอุ๊ [11 ก.ค. 2548 , 18:30:29 น.] ( IP = 203.151.140.114 : : 203.113.39.10 )
สลักธรรม 8ขอบพระคุณค่ะ
เป็นความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตเลยค่ะโดย เซิ่น [11 ก.ค. 2548 , 20:15:15 น.] ( IP = 61.91.126.121 : : )
สลักธรรม 9
ตามมาอ่านเพื่อเสริมสร้างปัญญาค่ะโดย พี่ดา [14 ก.ค. 2548 , 20:12:20 น.] ( IP = 61.91.196.245 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |