มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เรื่องเล่าเช้านี้...




เรื่องก็มีอยู่ว่า ...
ระยะนี้คุณแม่มีปัญหาด้านสุขภาพบางประการที่จำเป็นต้องเจาะเลือดตรวจเป็นระยะๆ

และก็บังเอิญ พี่ดาเคยทำงานที่รพ. และเจาะเลือดเป็น
คุณหมอผู้น่ารัก ก็เลยบอกว่าไม่ต้องพาแม่ไปรพ. ให้ลำบากหรอก พี่เจาะเลือดที่บ้านเอง เอาไปส่ง
แล้วเอาผลตรวจไปให้หมอดูเองก็แล้วกัน

ทีนี้จากการศึกษาเล่าเรียนมา ก็ทราบว่า กระทำกรรมอะไรไว้ ย่อมได้รับผลเช่นนั้น

ก่อนหน้านี้ ๒-๓ เดือนเจาะที ก็ไม่ค่อยคิดอะไรมากนัก คิดอยู่แต่ว่า แม่ทำร้ายสัตว์ด้วยวิธีอะไรนะ ถึงต้องถูกเข็มจิ้มเป็นประจำ

ก็คิดไม่ออก ก็เลยไม่คิด ไม่มีประโยชน์ ทราบแต่ว่าท่านต้องเคยทำร้ายสัตว์มาเท่านั้นก็พอ

แต่มาระยะนี้ คุณหมอให้เจาะเลือดทุกอาทิตย์ ก็เลยไปขวนขวายหาซื้อเข็มมาใช้เอง
เพราะเข็มรพ.บอกตามตรงว่าเอาถูกเข้าว่า ไม่คิดถึงคนไข้ว่าจะเจ็บมาก

แล้วก็คิดได้ว่า...อาจารย์สอนว่าเรียนแล้วให้มองตน อย่าไปมองผู้อื่น

ก็กลับมามองตนเองค่ะ ทำให้เห็นว่า ..
การที่เราเจาะเลือดแม่นั้น เป็นการเอาเข็มแทงแม่ เป็นการทำให้แม่เจ็บ
..นั่นเป็นกรรมใหม่ที่เรากำลังกระทำอยู่
และผู้ที่เราทำให้เจ็บก็เป็นแม่เราด้วย

ก็เลยเกิดความวิตกค่ะว่า..เราจะวางใจอย่างไรดีค่ะ เพราะป็นการกระทำกรรมใหม่ที่กระทำกับแม่ ?

จึงนำคำถามนี้ไปปรึกษาพี่เณรค่ะ

โดย พี่ดา [11 ก.ค. 2548 , 10:37:05 น.] ( IP = 61.91.197.124 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1


พี่เณรก็ตอบว่า...
เราจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า

การที่แม่ต้องเจ็บตัวเป็นวิบากที่ได้รับจากการเบียดเบียนสัตว์มา ไม่มีใครไม่เคยเบียดเบียนสัตว์

การที่เราเอาเข็มแทงแม่ ก็เป็นกรรมใหม่ที่เราทำ และก็เป็นวิบากของเราด้วย กรรมจำเพาะเจาะจงให้เราต้องทำ ไม่ทำไม่ได้

แต่เพราะว่าเป็นแม่เรา เราเลยรู้สึกไม่สบายใจ กิเลสเกิดขึ้นกับเรา

จึงเห็นได้ชัดเจนว่า วิบากวัฏฏ์ กิเลสวัฏฏ์ กรรมวัฏฏ์ เกิดขึ้นหมุนเวียนกับเราตลอดเวลา
เห็นได้ชัดว่าเกิดต่อหน้าเรา ที่เรารู้มา ก็จากการเรียนรู้ในตำราเท่านั้น

แต่ขณะนี้เกิดให้เราเห็นต่อหน้าต่อตา และที่เรากระทำนั้นก็เป็นเศษกรรมเท่านั้น

ก็ให้ใช้อันนี้แหละ เป็นแรงผลักดันให้เรารีบหาทางออกจากวัฏฏะให้ได้

ฟังพี่เณรอธิบายให้ฟังแล้วก็สบายใจค่ะ
และมองให้เห็นประโยชน์ของการศึกษาเล่าเรียนพระอภิธรรม และนำมาใช้กับตนเองค่ะ อย่าให้อยู่แต่ในหนังสือค่ะ

จึงนำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ และขอกราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ

ไม่ทราบว่าพี่เณรจะมีอะไรเพิ่มอีกไหมคะ?


โดย พี่ดา [11 ก.ค. 2548 , 10:40:48 น.] ( IP = 61.91.197.124 : : )


  สลักธรรม 2

เจตนานั้นเป็นตัวกรรมครับ คือเราทำกรรมด้วยเจตนาใด กรรมก็ย่อมเป็นไปตามนั้น เมื่อเรามีเจตนาดีที่จะช่วยรักษาแม่ ถือว่าเป็นบุญกุศลนะครับ แม้คุณแม่จะต้องเจ็บก็ตาม ขอขยกตัวอย่างของ พระผู้มีพระภาคเจ้าของเราเมื่อครั้งที่ถูกพระเทวทัตกลิ้งหินลงมากระทบถูกข้อพระบาท ได้รับทุกขเวทนาเป็นอันมาก และ ได้หมอชีวกโกมารภัจจ์ มารักษา ต้องเฉือนเนื้อที่ห้อพระโลหิตของพระองค์ ซึ่งทำให้พระองค์รับทุกขเวทนาเป็นอันมาก แต่หมอชีวกมีเจตนาดีหมายจะช่วยรักษาให้หายครับ ถือเป็นบุญกุศลอันยิ่งเลยครับ ส่วนที่พระพุทธองค์ต้องทรงรับทุกขเวทนาจากการรักษาของหมอชีวก ก็เป็นผลจากเศษวิบากกรรมของพระพุทธองค์ในครั้งอดีตที่พระพุทธองค์เคยทรงตรัสกล่าวไว้

โดย Jubilee (Jubilee) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 ก.ค. 2548 , 10:46:44 น.] ( IP = 58.11.37.68 : : )


  สลักธรรม 3

คำอธิบายของพี่เณร... เป็นการประสานส่วนที่ขาดหายไปของนัก"เรียน"ที่ด้อยประสบการณ์และความรู้ให้เป็นนัก"รู้"และเข้าใจจริงๆ

เรื่องของวัฏฏะที่หมุนวนอยู่เสมอก็ไม่ได้หมุนอยู่ในหนังสือ แต่หมุนอยู่ที่ชีวิตของเราเอง ...เมื่อใดที่ยังมีชีวิตก็ไม่อาจพ้นกงกรรมไปได้ เพราะอดีตที่ผ่านมาทำไว้มากมายหลายอย่าง...เพราะต้องกระทำกรรม และมีผลของกรรมตามมา...ตลอดเวลา

คำอธิบายนี้เป็นแรงผลักดันให้รีบหาทางออกจากสังสารวัฏโดยตรงเลย..และแม้จะมีวิบากมาจากทิศทางไหน แต่เราก็ยังมีโอกาสทำกรรมใหม่ที่ดีได้

ขอบพระคุณที่นำมาเล่าให้ฟังค่ะพี่ดา

โดย น้องกิ๊ฟ [11 ก.ค. 2548 , 11:05:51 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 4

สวัสดีครับพี่ดา น้องกิ้ฟ และคุณ Jubilee หายไปนานเลยนะครับ ก่อนจะว่ากันต่อไปนั้นขอแวะมาตรงที่คุณ Jubilee จารึกไว้ก่อนนะครับตรงที่ยกเรื่องราวครั้งพุทธกาลมานั้น ไม่ผิดหรอกครับถูกทีเดียว เจตนาเป็นกรรม แต่อย่างหนึ่งที่พี่เณรอยากให้นึกกันได้ทุกๆครั้งที่เราพูดถึงธรรมใดๆก็คือ ความไม่เที่ยง (อนิจจัง) ที่มีอยู่ในธรรมทั้งหลายด้วยนะครับ เพื่อความไม่ประมาทวางใจไปเด็ดขาดนั้นเอง

หมอชีวกโกมารภัจจ์...ท่านเป็นใคร มีกุศลสะสมมามากมายขนาดไหนถึงได้พบพระพุทธองค์ ได้อยู่ต่อหน้าพระพักตร์ก็บุญเทียมกับเราท่านไม่ได้แล้ว ยิ่งได้มีโอกาสเป็นแพทย์ประจำพระองค์ด้วยซิครับ....คิดถึงความจริงของเรื่องการสร้างเหตุให้มากๆหน่อยครับผม อย่าไปนึกโดยเอาชีวิตเราไปเทียบไม่ถูกหรอกครับ และเวลาปุถุชนทำอะไร กับกัลยาณชนทำอะไรก็ต่างกันมากโขแล้วด้วยเจตนาทั้ง 3 กาล ดังนั้นความเป็นเราจึงมีกิเลส กรรมและวิบากหมุนรอบอยู่เสมอๆครับ

ด้วยเหตุดังกล่าวมานี้ จะเห็นได้ว่า...ถึงจะเรียกว่าการทำดีที่สุดแล้วของเรา ก็เป็นได้แค่ดีแบบปุถุชนนะครับ และปุถุชนแปลว่าอะไรก็คงนึกออกนะครับ ทิฏฐิคตสัมปยุตจิตยังมีอยู่ตราบใด ที่ว่าดีแล้วๆนั่นแหละครับเป็นสภาพธรรมของทิฏฐิที่มารู้สึกร่วมแล้วครับ...

โดย พี่เณร [11 ก.ค. 2548 , 13:00:14 น.] ( IP = 61.91.150.113 : : )


  สลักธรรม 5

ดังนั้นตราบใดเป็นชีวิตเช่นนี้อยู่ จะไปคิดเช่นนั้นเลยไม่ได้ครับ

เช่นนั้นก็คือ...วิบากของแม่กรรมดีของเรา..อะไรทำนองนี้นะครับ เพราะคิดเช่นนั้นประมาทนะครับ พี่เณรจึงให้พี่ดานั้น เปลี่ยนความรู้สึกมาเป็นความศรัทธาในธรรมที่พระพุทธองค์แสดงเรื่องชีวิตนั่นเอง พี่เณรหวังเพียงให้มีการปรับใจให้เกิดปัญญาบารมีแทนความวิตกที่ไม่มีผลดีเลย เท่านั้นละครับคุณ Jubilee ไม่ได้ไปหักล้างความจริงที่ว่า กรรมอยู่ที่เจตนานะครับ และที่ขอเพิ่มตรงนี้ก็คือ เจตนาก็ไม่เที่ยงไงครับผม

การที่ธรรมทั้งหลายนั้นเป็นอนัตตา ในที่นี้พี่เณรอยากจะย้ำให้พี่ดาและน้องๆสังเกตุให้ซึ้งนะครับว่า การที่พี่ดาได้มาอยู่มาทำแบบทุกวันนี้นะครับ เป็นเรื่องผลของกรรมเก่าที่ส่งบทบาทมาให้พี่ดาชาตินี้ โดยที่พี่ดาไม่มีทางบัญชาการว่ายินดีหรือไม่ จึงต้องใช้คำไปว่าไม่ทำไม่ได้ ไงครับ

แม้กระทั้งความป่วยไข้ของคุณแม่พี่ดาที่ถึงเวลาที่กรรมเก่าให้ผลบ่งชี้ถึงวิบากที่จะต้องถูกเจาะเลาะทุกๆสัปดาห์นั้นก็อีก เป็นบทบาทของกรรมที่เกินความบังคับขับไล่ใช่ไหมครับ ตรงนี้ถ้ารู้เท่าทันหรือรู้ถูกตรงตามเหตุผลแล้ว ก็มีหน้าที่ยอมรับสภาพของกรรมนั้นๆ และทำงานชีวิตของตนๆให้ดี ให้เหมาะ ให้ถูกไงครับ

โดย พี่เณร [11 ก.ค. 2548 , 13:16:43 น.] ( IP = 61.91.150.113 : : )


  สลักธรรม 6

ให้ดีคือกระทำงานด้วยจิตเมตตากรุณา

ให้เหมาะคือให้เหมาะให้สมกับพระคุณของท่านที่ได้เลี้ยงเรามา (ดังที่พี่ดาขวนขวายหาเข็มที่ดีกว่าที่มีทั่วๆไป)เป็นต้น

ให้ถูกคือวางใจให้ถูกนั่นเองครับ โดยเฉพาะการแก้ไขอารมณ์นั่นเอง

เมื่อมีอารมณ์ที่ไม่น่ายินดี หรือมีความวิตกเกิดขึ้น และเป็นในเรื่องที่ไม่ทำไม่ได้ เพราะกรรมจำเพาะเจาะจง มุ่งส่งอุดหนุนเงื่อนไขแบบพี่ดานี่แระ..ก็ต้องพยายามนึกไปให้ถึงคำว่า..ชาติปิทุกขา..นั่นเองไงครับ เพราะสังสารวัฏฏ์อันยืดยาวนานเหลือเกินที่มีมานั้น น่ากลัวจริงๆ เราไม่มีทางแก้ไขได้ด้วยกรรมในวัฏฏะเหล่านั้น และถ้าเรามี ชาติ ชรา มรณะ อย่างไม่มีจุดจบ แน่นอนหนีกรรม คือเรื่องที่จะทำให้เป็นผลและมีชีวิตตกเป็นทาสของกิเลสซ้ำแล้วซ้ำเล่าไปตราบนานแสนนานนั่นเองครับ...

โดย พี่เณร [11 ก.ค. 2548 , 13:25:26 น.] ( IP = 61.91.150.113 : : )


  สลักธรรม 7

พี่เณรขอใช้คำว่า..เพาะบ่มศรัทธา..นั่นเอง จนกระทั่งอำนาจของ ศรัทธานั้นมีแรงมากขึ้น วิริยะ สติ สมาธิและปัญญาก็สามารถมาร่วม ขบวนใจ พาให้ไปจากการเวียนว่ายตายเกิดได้นะครับพี่ดาครับ

โดย พี่เณร [11 ก.ค. 2548 , 13:30:02 น.] ( IP = 61.91.150.113 : : )


  สลักธรรม 8

เมื่อเช้าอนุโมทนากับพี่ดาแล้วไม่ทันได้ทักทายคุณ Jubilee ตอนบ่ายเข้ามาอีกครั้งเห็นกระทู้มีคนเข้ามาเพิ่มก็เลยตามเข้ามาดูคำอธิบายที่ไม่ขัดแย้งหลักเจตนา แต่เปลี่ยนแนวทางการคิดให้อยู่ในกุศลมากขึ้น และประมาทน้อยลง

ดูคำว่า เจตนา กับ ขบวนใจ ...และความไม่เที่ยงของเจตนา

บทบาทของกรรมที่ส่งวิบากมาเป็นระลอก ...สำหรับผู้รับผลที่ไม่ได้สั่งสมบารมีมามาก ...ความคิดผิด และการกระทำกรรมใหม่ที่ไม่ดี ก็คงจะมีมาก ... ด้วยความเคยชินเดิมๆที่สะสมไว้

ได้ความเข้าใจเพิ่มอีกแล้วค่ะในเรื่องของการวางใจเกี่ยวกับวิบาก ..ถ้าหากคิดว่าเป็นวิบากของแม่กรรมดีของเรา.. การคิดเช่นนั้นเป็นประมาท เพราะอาจไม่ระวังในเจตนากรรมที่ไม่เที่ยง ..ที่สำคัญก็คือสะสมความเที่ยงเข้าไปอีกว่าตนเองทำดีตลอดเวลา ที่บางครั้งเราอาจไม่เท่าทันในอุกศลที่เกิดขึ้น เช่น ความกังวล ความสงสัย ความเบื่อหน่าย ในขณะดูแลรักษาก็ได้ ...เป็นการมองอย่างกระหยิ่มใจว่ากำลังทำความดีอยู่ก็ได้ในบางครั้ง

แต่ถ้าเปลี่ยนความรู้สึกมาเป็นความศรัทธาในธรรมที่พระพุทธองค์แสดงเรื่องชีวิตแล้ว ...จะละคลายจากความยึดถือในการกระทำของตนได้มากทีเดียว แถมยังไม่ล่วงละเมิดไปคิดว่า ...แม่เคยทำไม่ดีมาก่อน แต่ให้ย้อนกลับมาดูตนว่า ตนเองกำลังทำอะไร และเคยทำอะไรมาจึงต้องตกมาอยู่ในฐานะเช่นนี้

นับเป็นคำแนะนำที่ให้สร้างความพร้อมเพื่อสร้างขบวนใจให้มีอำนาจอย่างสมบูรณ์ ..เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายแห่งการหมดเกิดนั่นเอง

โดย น้องกิ๊ฟ [11 ก.ค. 2548 , 14:45:33 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 9

ได้รับประโยชน์จากคำแนะนำของพี่เณรค่ะ

เมื่อใดก็ตามที่ จะต้องทำในสิ่งที่ "ไม่ทำไม่ได้" นั้น ก็ให้ปรับใจด้วยการวางใจให้ถูก และทำหน้าที่ของตนให้ดี

แล้วให้นึกว่า เพราะการเกิดเป็นทุกข์ จะต้องความมีศรัทธาและทำวิวัฏฏกรรม เพื่อพาชีวิตออกจากการเกิดให้ได้

โดย เซิ่น [11 ก.ค. 2548 , 17:29:25 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 10

มาเยี่ยมค่ะ คราวนี้ต้องเยี่ยมคุณแม่พี่ดาก่อนนะคะ

สวัสดีพี่เณร พี่ดา และทุกท่านค่ะ

แม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยใกล้ตัว แต่ก็นำมาสร้างปัญญาได้

ซึ่งในคำอธิบายที่พี่เณรมอบให้ คือ ให้ดี ให้เหมาะ ให้ถูก จะได้เป็นหลักการคิดที่ควรพิจารณาบ่อยๆ

ยังไงแม้พี่ดาจะได้เข็มที่ถูกใจแล้วก็ตาม
เรื่องของใจก็สำคัญยิ่ง

ต้อง..ใจเย็นๆ..ในการหาเส้นนะคะ
เพราะการรีบจะทำให้เส้นแตก หรือได้เส้นที่ไม่ดีนะคะ
ขอกุศลคุมครองให้คุณแม่พี่ดามีสุขภาพที่แข็งแรงและมีเส้นให้พี่ดาเห็นง่ายๆนะคะ

โดย น้องอุ๊ [11 ก.ค. 2548 , 18:03:11 น.] ( IP = 203.151.140.114 : : 203.113.39.10 )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org