
ฌาน เป็นธรรมชาติที่กระทำให้จิตใจจดจ่อต่ออารมณ์ หรือการเพ่งอารมณ์ ดังนั้นคำว่าฌานจึงมี ๒ ความหมายคือ
๑ ฌาน เป็นธรรมชาติที่มีสภาพเพ่งอารมณ์อย่างหนึ่ง ไม่จำกัดว่าเป็นการเพ่งอารมณ์กรรมฐานหรือไม่ก็ตาม , เป็นโลกียะหรือโลกุตรอารมณ์ , ปรมัตถหรือบัญญัติอารมณ์ก็ตาม การเพ่งอารมณ์เหล่านั้นเป็นอารมณ์ของฌานทั้งสิ้น
๒. ฌาน แปลว่าเผา หมายถึงทำให้ธรรมที่เป็นปฏิปักษ์กับตนมีกำลังลดน้อยลงไปหรือมิให้เกิดขึ้นได้

ฌานังคะ มี ๗ ประการ คือ
๑.วิตก คือ ธรรมชาติที่ยกจิตขึ้นสู่อารมณ์ เป็นการเพ่งอารมณ์ องค์ธรรมได้แก่ วิตกเจตสิกที่กามจิต ๔๔ (เว้นทวิปัญจวิญญาณ ๑๐) ปฐมฌานจิต ๑๑
๒.วิจาร คือ ธรรมชาติที่เคล้าคลึงอารมณ์ ประคองจิตให้ติดอยู่ในอารมณ์ องค์ธรรมได้แก่ วิจารเจตสิกที่กามจิต ๔๔ (เว้นทวิปัญจวิญญาณ ๑๐ ) ปฐมฌานจิต ๑๑ ทุติยฌานจิต ๑๑
๓.ปิติ คือ ธรรมชาติที่มีความชื่นชมยินดีในอารมณ์ เป็นการเพ่งอารมณ์ด้วยความอิ่มเอิบใจ องค์ธรรมได้แก่ ปิติเจตสิกที่ในกามโสมนัสจิต ๑๘ ปฐมฌานจิต ๑๑ ทุติยฌานจิต ๑๑ และตติยฌานจิต ๑๑
๔.เอกัคคตา คือ ธรรมชาติที่ตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์อันเดียว เป็นเครื่องเพ่งอารมณ์ให้แนบแน่น องค์ธรรมได้แก่ เอกัคคตาเจตสิกที่ในจิต ๗๙ หรือ ๑๑๑ (เว้นทวิปัญจวิญญาณ ๑๐)
๕.โสมนัสเวทนา คือ ธรรมชาติที่เสวยอารมณ์เป็นสุขใจในการเพ่งอารมณ์ องค์ธรรมได้แก่ เวทนาเจตสิก ที่ในโสมนัสสหคตจิต ๖๒
๖.โทมนัสเวทนา คือ ธรรมชาติที่เสวยอารมณ์เป็นทุกข์ใจในการเพ่งอารมณ์ องค์ธรรมได้แก่ เวทนาเจตสิก ที่ในโทสมูลจิต ๒
๗.อุเบกขาเวทนา คือ ธรรมชาติที่เสวยอารมณ์เป็นกลางไม่สุข ไม่ทุกข์ในการเพ่งอารมณ์ องค์ธรรมได้แก่ เวทนาเจตสิก ที่ในอุเบกขาสหคตจิต ๔๗ (เว้นอุเบกขาเวทนา ในทวิจตุในวิญญาณจิต ๘)
ฌานที่เผาปฏิปักษ์ธรรม คือ
วิตก เผาปฏิปักษ์ธรรม คือ ถีนมิทธะ
วิจาร เผาปฏิปักษ์ธรรม คือ วิจิกิจฉา
ปิติ เผาปฏิปักษ์ธรรม คือ พยาปาท
โสมนัส เผาปฏิปักษ์ธรรม คือ อุทธัจจะ กุกกุจจะ โทมนัส
อุเบกขา เผาปฏิปักษ์ธรรมเช่นเดียวกับโสมนัส
เอกัคคตา เผาปฏิปักษ์ธรรม คือ กามฉันทะ
บ๊าย บาย ค่ะ พรุ่งนี้พบกันใหม่นะค่ะ