มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ต้องการนิพพาน..ต้องรู้ถูก (๗)







ต้องการนิพพาน..ต้องรู้ถูก (๗)
…แนะข้อควรปฏิบัติเบื้องต้น...


... เมื่อเรียนขันธ์ ๕ นามรูปเข้าใจจากอาจารย์ผู้แนะพร้อมด้วยวิธีเรียบร้อยแล้ว... ก็ทำพิธีรับศีลหรือปลงอาบัติ เมื่อเสร็จแล้วต้องตัดปลิโพธกังวลต่างๆ ให้หมด... แล้วจึงเข้าเจริญสติสัมปชัญญะ... โดยมีความเพียรเป็นตัวนำ

ในที่นี้อย่าลืมว่าเราทำวิปัสสนาล้วนๆ เรียกว่า วิปัสสนายนิก เพื่อละอวิชชาคือความไม่รู้ที่ปิดบังความจริงของนามรูปอยู่... ไม่ใช่เจริญการเดิน เป็นต้น... เพราะการเดิน เป็นต้น เป็นเพียงข้อปฏิบัติให้เกิดสติปัญญา และก็กำลังปฏิบัติอยู่ในหมวดของอิริยาบถใหญ่ จึงควรเน้นเรื่องการเดินเป็นสำคัญ

ขณะปฏิบัติจริงๆ อารมณ์อื่นมาเกิดบ้างเช่น ฟุ้ง เป็นเรื่องธรรมดาของผู้ปฏิบัติ ...จำเป็นต้องมีบ้าง เราก็รับรู้เพียงแค่ฟุ้งก็รู้ว่าฟุ้ง...

เพราะฟุ้งก็เป็นอารมณ์ปัญญาเหมือนกัน... แต่ขออย่าถือเป็นสำคัญอะไรมากนัก ที่เป็นเช่นนี้...ก็เพราะเราขาดความสังเกตไปว่า...ขณะที่เราปฏิบัติกำหนดอิริยาบถเดินอยู่... ความรู้สึกตกไปจากการเดินหรือเปล่า?

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 ก.ค. 2548 , 09:40:18 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



อีกประการหนึ่ง การเดิน ยืน นั่ง และนอน ในพระบาลีมหาสติปัฏฐานตรัสไว้เพียงว่า คจฺฉนฺโต วา คจฺฉาปีติ ปชานาติ… เดินก็รู้ว่า เดิน เท่านั้น... อรรถกถาท่านก็ขยายความไว้ว่าเดินนั้น ใครเดิน … แล้วท่านแก้ไว้ว่า... เดินไม่มีสัตว์หรือบุคคลเดิน ...แต่เมื่อจิตคิดว่าจะเดินเกิดขึ้น ...ทำให้เกิดลมซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย... แล้วก็ทำให้กายเอนไปข้างหน้าที่สมมติเรียกว่า เดิน ...

ในทางปฏิบัติก็ให้กำหนดการเดิน คืออาการที่เท้าไหวไปขณะเดียว...มิใช่กำหนดลมหรือจิตที่คิดว่าจะเดิน... เพราะการเดินในอรรถกถาท่านเรียกว่า วิญญัติรูป ซึ่งก็มีอยู่ในรูป ๒๘ แล้ว ...แต่เพื่อเข้าใจง่ายเราจึงเรียกเสียใหม่ว่า รูปเดิน เท่านั้น... มิใช่ว่ารูปเดินไม่มีรูป ๒๘ เท่าที่บางอาจารย์คัดค้าน...

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 ก.ค. 2548 , 09:41:17 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2



แล้วท่านก็ถามต่อไปว่า การเดินเป็นของใคร?… ท่านตอบเสียเองว่า.... ไม่ใช่ของใคร ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ... เมื่อมีเหตุปัจจัยก็เดิน เมื่อหมดเหตุปัจจัยก็ดับไปต่างหาก

...ท่านถามต่อไปอีกว่า เพราะเหตุไรจึงเดิน?…ท่านตอบเองว่า ...มีเหตุจึงเดิน... ตรงนี้หมายความว่า ผู้ปฏิบัติจำเป็นจะต้องรู้เหตุผลของการเดิน ถ้าไม่รู้...จะเป็นเหตุให้อภิชฌา คือ โลภะเข้าครอบงำจิตใจได้... เพราะอิริยาบถนั้นมีทั้งเก่าและใหม่...

อิริยาบถเก่าเป็นทุกขเวทนา ...คือความปวดเมื่อย อิริยาบถใหม่ คือ ...สังขารทุกข์ซึ่งมีความละเอียดกว่ามาก... ถ้าผู้ปฏิบัติมีความรู้สึกไม่ทัน ก็จะทำให้เกิดความพอใจในอิริยาบถใหม่ ทั้งๆ ที่มันยังไม่ทันเกิด อันนี้ท่านเรียกว่า... ตกจากอารมณ์ปัจจุบันแล้ว... เพราะอิริยาบถใหม่เป็นปัจจัยให้เกิดอภิชฌา อิริยาบถเก่าเป็นปัจจัยให้เกิดโทมนัส...

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 ก.ค. 2548 , 09:41:37 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3



…เพราะอิริยาบถใหม่เป็นปัจจัยให้เกิดอภิชฌา …อิริยาบถเก่าเป็นปัจจัยให้เกิดโทมนัส... เพราะมีความรู้ไม่เท่าทันปัจจุบัน คือตัวโมหะเป็นรากเหง้า…เพราะอิริยาบถเก่า มันมีการบีบคั้นให้เกิดอาการปวดเมื่อยมากขึ้นๆ โดยกฏธรรมดานั่นเอง… ท่านจึงได้เรียกว่า ปีฬนตฺโถ มีอรรถว่าเบียดเบียนอยู่เป็นนิตย์ …

จึงเป็นความกดดันให้ต้องเกิดอิริยาบถใหม่…จำเป็นต้องผลัดเปลี่ยน จะทนอยู่ในอิริยาบถเดียวนานๆ ไม่ได้ …นี่แหละที่ท่านเรียกว่า สงฺขตตโถ… ต้องมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขกันอยู่เป็นนิตย์ …และขณะเดียวกันก็ไม่มีความสุขเจือปน แม้แต่น้อยหนึ่งเลย …

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 ก.ค. 2548 , 09:42:18 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4



มีแต่ความเร่าร้อนอยู่เป็นนิตย์… เพราะความดับไปของอิริยาบถเก่าเป็นมรณัคคิ คือ…เป็นไฟ คือ…มรณะ ตายไปทุกๆ ขณะ …เป็นเหมือนไฟกองเก่าเป็นปัจจัยให้เกิดไฟกองใหม่ คือ… ชาตยัคคิ คือ ชาติความเกิดของอิริยาบถใหม่ และเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็มิได้ยืนยงคงถาวรอะไร… ประเดี๋ยวก็เปลี่ยนไปแปลงไป ไม่มีความคงที่อยู่ได้ในสภาพเดิม…นี่แหละที่ว่า วิปริณมตฺโถ มีอรรถว่า มีความเปลี่ยนแปลงไปเป็นนิตย์…

…เมื่อความจริงขันธ์เป็นอยู่อย่างนี้ ผู้ปฏิบัติจึงไม่ควรทิ้งความเพียรที่จะทำให้เกิดสติปัญญา…อนึ่งความเพียรในที่นี้พึงเข้าใจว่า… เพียรที่เป็นประธาน…ทำกิจละบาปเก่า คืออนุสัยกิเลสที่นอนเนื่องอยู่ในจิตสันดานแล้ว กิจสังวรระวังบาปใหม่ …คืออนุสัยที่จะไหลออกไปอาบอารมณ์ใหม่ๆ…

ทำกิจยังวิปัสสนากุศลที่ยังไม่เคยเกิดให้เกิดขึ้น และ…ทำกิจยังวิปัสสนากุศลที่เกิดแล้วให้เจริญมากขึ้น …ซึ่งเป็นความเพียรในมรรค คือในทางสายเอก ซึ่งมีอยู่ในพระธรรมวินัยแห่งเดียวเท่านั้น ที่จะมุ่งตรงไปสู่พระนิพพาน คือ มหาสันติสุข …เป็นธรรมที่ระงับดับเสียซึ่งตัวเหตุพร้อมด้วยขันธ์อันเป็นตัวทุกข์

ตอนที่ผ่านมาอ่านที่นี่ http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=7583

โปรดติดตามตอนต่อไปครับ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 ก.ค. 2548 , 09:42:43 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบพระคุณค่ะพี่เณร คงอีก 2-3วัน จะกลับมาอ่านในกระทู้ต่อไปนะคะ ไป ตจว.กับหน่วยงานก่อนนะคะ

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ก.ค. 2548 , 12:30:21 น.] ( IP = 202.28.181.9 : : 10.6.129.64 )


  สลักธรรม 6

บ่ายนี้ ก็ได้เข้ามาอ่านสร้างความเห็นความเข้าใจในหลักธรรม อันจะนำไปสู่การเจริญวิปัสสนากรรมฐานต่อครับผม




โดย ทับตะวัน [14 ก.ค. 2548 , 14:52:31 น.] ( IP = 61.90.12.51 : : )


  สลักธรรม 7


เป็นเรื่องที่น่าใส่ใจเป็นอย่างยิ่งค่ะ

ขอบพระคุณมากค่ะพี่เณร

โดย พี่ดา [14 ก.ค. 2548 , 20:01:23 น.] ( IP = 61.91.196.245 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบพระคุณค่ะ
เป็นสิ่งที่ต้องศึกษาให้รู้ให้เข้าใจ จะได้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องค่ะ

โดย เซิ่น [15 ก.ค. 2548 , 12:32:03 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org