มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ห้วงแห่งความทรงจำที่งดงาม (๒)








พุทธคยา...มหาปฐพีแห่งการตรัสรู้


แม้จะเดินทางด้วยยานพาหนะที่ทันสมัย แต่ก็ใช้เวลากว่าสิบชั่วโมงจึงเดินทางถึงวัดไทยพุทธคยาอันเป็นที่พัก.. และหลังจากรับประทานอาหารแล้ว แต่ละคนต่างกลับไปยังห้องพักเพื่อจัดเตรียมธูปเทียนสำหรับบูชาพระมหาเจดีย์และโพธิบังลังก์ แล้วรีบกลับมารวมตัวกันอยู่ที่บริเวณห้องอาหารอีกครั้งด้วยความกระตือรือร้น

ชุดสีขาวที่ทุกคนสวมใส่ ก่อให้เกิดความสงบใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ....และสีแห่งผ้ากาสาวพัตร์ที่พระวิทยากรห่มคลุมกยู่ก็ยิ่งโดดเด่นท่ามกลางสีขาวนั้น

อาจารย์บุษกรได้นำทุกคนเข้าสู่อาณาบริเวณของมหาเจดีย์ด้วยกิริยาที่สุภาพเป็นอย่างยิ่ง แต่ละก้าวที่ย่างเข้าไปสู่องค์พระมหาเจดีย์ที่ตั้งสูงเด่นอยู่เบื้องหน้า เป็นย่างก้าวที่เนิบช้าราวกับเป็นการเดินเข้าไปหาผู้ทรงศักดาก็มิปาน ...

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [20 ก.ค. 2548 , 12:35:51 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]


  สลักธรรม 11

.....แม้ปัจจุบันนี้จะมีหนังสือและการสื่อสารที่ทันสมัย มีพระไตรปิฎกให้เลือกอ่านได้ตามความปรารถนา มีพระธรรมคำสอนให้หยิบอ่านได้ตลอดเวลา และโดยเฉพาะพระสูตรบทต่างๆที่กุลบุตรกุลธิดาในสมัยพุทธกาลได้สดับตรับฟังแล้วรู้แจ้งในธรรมนั้น เราก็ล้วนมีโอกาสศึกษาในบทเดียวกันกับที่ท่านเหล่านั้นเคยศึกษา แต่เพราะความโง่เขลาเบาปัญญาเราจึงไม่อาจแทงตลอดในธรรมนั้นได้

....พระอริยสัจจธรรมทั้ง ๔ ก็ยังคงมีประการเท่าเดิมมิได้ผิดแผกไปจากสมัยพุทธกาล ต่างกันแต่เพียงว่า เนื้อนาที่รองรับพระสัทธรรมในขณะนี้หาได้มีความสมบูรณ์เพียงพอที่จะเป็นปัจจัยอุดหนุนให้พระปฏิเวธศาสนาเจริญเติบโตขึ้นมาได้ คงเป็นเพียงผืนดินที่แห้งแล้งกันดาร ไม่อาจสืบสานเมล็ดพันธุ์แห่งอารยะให้งอกงามดี. แต่อย่างไรก็มิใช่ว่าจะไร้ผลเสียทีเดียว อย่างน้อยก็เป็นนิสยปัจจัยสร้างสมไว้ให้แก่ตนเอง....

เราจึงต้องปรับปรุงเนื้อดินโดยตั้งเจตนาอย่างเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวที่จะเดินตามรอยบาทพระศาสดาด้วยการศึกษาพระปริยัติ และการเพียรฝึกหัดเจริญคุณธรรมและสติปัญญา สร้างสมอบรมบารมีบ่มอินทรีย์ให้มีความสมบูรณ์และแก่กล้าขึ้นทีละน้อย ...เพื่อในวันหนึ่งข้างหน้าจะได้เข้าสู่มรรคาแห่งสันติสุขได้สำเร็จสมปรารถนา

และสถานที่นี้นอกจากจะเป็นที่อุบัติของพระบรมศาสดา ยังเป็นสถานที่ประหารโมหะอวิชชาให้สูญสิ้นลงได้เป็นครั้งแรกในพุทธกาล จึงนับเป็นมงคลสถานแห่งชัยชนะแก่ผู้ที่เดินทางมานมัสการอย่างยิ่ง

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [20 ก.ค. 2548 , 12:59:52 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 12

เพราะฉะนั้น ในวันนี้จึงให้ทุกคนมีเป้าหมายว่า อีกสักครู่ เราจะไปพุทธคยากันเพื่อ “ทำใจ” มิใช่ไปเพื่อปฏิบัติวิปัสสนาเพียงประการเดียว เพราะสิ่งแวดล้อมอาจไม่เอื้ออำนวยให้ และเป็นการป้องกันไม่ให้คิดอยากได้รูป-นาม เพราะนั่นคือตัณหา ..

ผู้ที่ยังไม่สามารถประยุกต์สมาธิเข้ากับวิปัสสนาได้ ก็ขอให้จับอารมณ์ที่เป็นกุศล เช่น อาจจะมีเสียงสวดมนต์ หรือเสียงดนตรีของพระธิเบตดังขึ้นมาจนไม่สามารถกำหนดวิปัสสนาเป็น “นามได้ยิน”ได้ เพราะรู้ว่าเป็นท่วงทำนองไปแล้ว

ก็ขอให้ทำสมาธิโดยจับเสียงนั้นเป็นอารมณ์ แทนที่จะขุ่นมัวเกิดโทสะมีกิเลสล้อมหน้าล้อมหลัง หรือคิดว่าตกจากอารมณ์ปัจจุบันไปแล้ว ..อย่าตกใจ เพราะตกจากวิปัสสนาไม่ใช่ตกนรก ....บอกตัวเองว่า

ไปเพื่อทำใจให้เหนือกิเลส ...ไม่จำเป็นต้องกำหนดรูป-นามตลอดเวลา เพราะเป็นไปไม่ได้ เราไม่ใช่พระขีณาสพ เรากำลังเป็นผู้ไปประสพ ฉะนั้นอย่ากลัวว่าจะตกจากวิปัสสนา

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [20 ก.ค. 2548 , 13:00:17 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 13

วิปัสสนาต่างสมาธิราวฟ้ากับดิน ...สมาธิเป็นการกระทำใจให้สงบจากกิเลสเพียงชั่วคราว...ทำแล้วก็ได้บุญ แต่เป็นบุญที่มีการเกิดอยู่ เป็นวัฏฏกรรม....เพราะอำนาจของฌานจะทำให้มีภพภูมิเป็นที่รองรับ

..แต่วิปัสสนาเป็นวิวัฏคามินีกุศล เป็นการประหารกิเลสโดยตรง นอกจากวิปัสสนากรรมฐานแล้ว ในโลกนี้ไม่มีกุศลใดเป็นวิวัฏคามินีกุศลได้ ..แต่ก็มิใช่ว่าเราทำวิปัสสนาในชาตินี้แล้วเราจะไม่เกิดอีก...

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [20 ก.ค. 2548 , 13:00:37 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 14

....แล้วเราจะทำอย่างไรดีหรือ? ....ตอนไหนจะเป็นสมาธิก็เป็นไป ตอนไหนที่กำหนดวิปัสสนาได้ก็ทำไป ...บางครั้งสิ่งที่เรารู้ อาจจะรู้จนชิน

เช่น เสียงสวดมนต์ที่เราฟังจนจำได้ขึ้นใจ แม้ว่าในขณะนั้นยังมีเสียงอยู่ แต่เรากลับไปมองต้นโพธิ์ มีอารมณ์ชัดเจนที่ต้นโพธิ์ แต่ไม่ได้ยินเสียงแล้ว ...เสียงสวดมนต์ไม่ได้หายไปไหน แต่อารมณ์ของต้นโพธิ์เกิดขึ้นแทนเสียง

มีการเห็นเกิดขึ้นแทนการได้ยิน ...ต้องมีสิ่งหนึ่งมาเกิดขึ้นแทนอีกสิ่งหนึ่งเอง ไม่ใช่อยากได้อะไรมาแทนที่ แต่ให้ดูว่ามีอะไรมาแทนที่...

อย่าทำเพื่ออยากได้รูป-นาม เพราะรูป-นามคือขันธ์ ๕ รูป-นามมีอยู่แล้วเป็นปรมัตถ์ และในที่สุดเราก็ต้องทิ้งรูป-นาม เราจึงต้องอาศัย “ความรู้สึก” ว่าเป็นรูป ว่าเป็นนาม จนความรู้สึกนั้นสะอึกออกไปตรึกพระนิพพาน ...ตอนนี้เรายังไม่ได้สะอึกออกจากตัวตน พยายามกำหนดไปเรื่อยๆ อีกหน่อยก็จะสะอึกออกจากรูป-นามไปเอง

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [20 ก.ค. 2548 , 13:00:58 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 15

...ใครจะไปทำสมาธิก็ทำไป หรือจะทำวิปัสสนาก็ทำไป หรือจะไปนั่งซาบซึ้งตรงพระแท่นก็ทำไป แต่ถ้าไปนั่งแล้วเกิดความรู้สึกขึ้นมาว่า ...เราน่าจะเกิดทันพระพุทธเจ้า คำว่า “เราน่าจะ” นี่แหละคือความอยาก

เพราะฉะนั้นโพธิบัลลังก์ตรงนั้นก็ไม่เป็นสถานที่สัปปายะแก่เราแล้ว เพราะทำให้เราอยาก ....ให้กำหนดความรู้สึกแล้วไปที่อื่น ...นี่ไม่ใช่ความลบหลู่แต่เป็นความจริง หรือตรงนี้ลมเย็นแล้วเป็นเหตุให้ง่วง เราก็รู้สึกตัวว่าเราง่วง ให้กำหนดแล้วก็ย้ายที่ไปที่อื่น หรือไปเดินจงกรมสักพักหนึ่งตามสมควร

สำหรับผู้ที่จะแยกเดินทางไปเที่ยวชมบ้านนางสุชาดา อาจารย์บุษกรจึงได้ให้ข้อคิดว่า ...ขอให้ไปดู ไปรู้ และไปเห็นในความเป็นอยู่ที่แตกต่างจากพวกเรา แล้ววางใจให้ได้ว่า

การจะไปโปรยทานในครั้งนี้ เป็นการกระทำเพื่อละความตระหนี่มัจฉริยะ มิได้ทำเพราะโลภะว่าอยากทำ และอย่าได้ขยะแขยง หรือสนใจกับการแก่งแย่งที่เกิดขึ้นจากผู้มาขอทานเหล่านั้น

เพราะเขาต่างก็มีกรรมจำเพาะเจาะจง มุ่งส่งอุดหนุนเงื่อนไขให้ต้องเป็นเช่นนี้ ....แต่มือของเราจะต้องเป็นมือที่หยิบยื่นแต่สิ่งที่ดี อย่าลืมว่า “มือที่คว่ำกำแล้วแบ ย่อมดีแน่กว่ามือที่แบแล้วกำ”

มือของเราต้องพร้อมแบออกเพื่อสละ อย่าแบมือแบบพร้อมกำ เพราะจะทำให้อยู่ในสังสารวัฏอีกยาวนาน

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [20 ก.ค. 2548 , 13:01:19 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 16

การอบรมกรรมฐานในครั้งนี้ทำให้ผู้ฟังซึ่งเป็นศิษย์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่มีความเข้าใจดีขึ้น และเมื่อเดินทางไปถึงพระศรีมหาโพธิ์แล้วอาจารย์บุษกรได้กล่าวนำบูชาอีกครั้งหนึ่งว่า

.....ข้าพเจ้าทั้งหลายได้มาอยู่ ณ เบื้องหน้าของพระศรีมหาโพธิ์และพระแท่นวัชรอาสน์ อันเป็นสถานที่รองรับพระพุทธรัตนะ

ข้าพเจ้าทั้งหลายขอน้อมนำกุศลกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรมมาราบถวายเป็นเครื่องปฏิบัติบูชา และขอน้อมนำกุศลทั้งปวงมาเป็นเครื่องบูชาพระคุรครูบาอาจารย์ทุกท่านที่ได้ประสิทธิ์ประสาทพรให้เข้าถึงธรรมอันยังความสวัสดีได้อย่างแน่แท้

ขอครูบาอาจารย์ของข้าพเจ้ามีความปิติปราโมทย์ในการมาสร้างกุศลของข้าพเจ้าในครั้งนี้ด้วยเทอญ

และขอให้ผลของกุศลที่ข้าพเจ้าได้ทำในครั้งนี้เป็นพลวปัจจัยให้ข้าพเจ้ามีศรัทธามั่นคงยิ่งขึ้น มีความเพียรมากขึ้น มีสติอันมีกำลังมากขึ้น และมีปัญญามากขึ้น เพื่อจะได้เข้าถึงความรู้แจ้งในไตรลักษณ์ได้ต่อไป

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [20 ก.ค. 2548 , 13:01:39 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 17

เมื่อจบจากการถวายกุศลแล้ว ทุกคนได้แยกย้ายกันไปเจริญอยู่ในกุศลตามสมควรแก่สติปัญญา และในคืนวันนั้นคณะของเราก็ได้กลับมาทำวัตรสวดมนต์ ณ อุโบสถวัดไทยพุทธคยา และประกอบพิธีถวายกุศลเป็นราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ในฐานะข้าแผ่นดินที่ได้มาประกอบกุศลในพระพุทธศาสนาในดินแดนแห่งพุทธภูมินี้อีกครั้งหนึ่ง

ตามกำหนดการเดิมแล้วบริษัททัวร์จะต้องนำคณะของเราไปยังแคว้นมคธ เพื่อชมวัดเวฬุวนาราม ถ้ำสุกรขาตา พระคันธกุฎีบนยอดเขาคิชฌกูฏ มหาวิทยาลัยนาลันทาฯ

แต่เนื่องจากเส้นทางจากพุทธคยาไปยังมคธนั้นมีความเสียหายตลอดเส้นทาง คณะของเราจึงพร้อมใจกันปฏิบัติธรรมอยู่ที่พุทธคยาเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาอีกวันหนึ่ง

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [20 ก.ค. 2548 , 13:01:59 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 18

หลังจากรับประทานอาหารเช้าแล้ว พระวิทยากรได้นำคณะของเราเดินไปยังพระมหาเจดีย์พุทธคยาอีกครั้งหนึ่ง ในวันนี้เราเดินทางไปเพื่อปฏิบัติธรรมและฟังพระวิทยากรบรรยายเกี่ยวกับสถานที่สำคัญที่ทรงประทับในสัปดาห์ต่างๆหลังจากตรัสรู้แล้ว

สัปดาห์ที่ ๑ ทรงเสวยวิมุติสุขบนรัตนบัลลังก์
สัปดาห์ที่ ๒ ทรงประทับอยู่ในทิศอิสานแห่งไม้มหาโพธิ์ ณ อนิมิสเจดีย์ จ้องพระเนตรดูไม้มหาโพธิ์
สัปดาห์ที่ ๓ ทรงเสด็จจงกรมในทิศอุดรแห่งไม้มหาโพธิ์ ณ รัตนจงกรมเจดีย์
สัปดาห์ที่ ๔ ทรงเสด็จประทับนั่งอยู่ที่รัตนฆรเจดีย์ ทางทิศปัจจิม ทรงพิจารณาพระอภิธรรมปิฎก
สัปดาห์ที่ ๕ ทรงเสด็จไปประทับที่ใต้ต้นไทร เรียกว่า อชปาลนิโครธ ทรงขับธิดาพญามาร
สัปดาห์ที่ ๖ ทรงเสด็จไปประทับนั่งขัดสมาธิเสวยวิมุติสุขที่ร่มไม้จิกมีนามว่า มุจลินท์พญานาคราชได้ขนดกายรอบพระองค์ กำบังฝนถวาย
สัปดาห์ที่ ๗ ทรงเสด็จไปประทับเสวยวิมุติสุขที่ร่มไม้เกตุมีนามว่า ราชายตนะ

และในตอนกลางคืนของการพักค้างวันสุดท้าย ทุกคนได้ไปพร้อมเพรียงกันที่อุโบสถเพื่อกราบลาพระภิกษุสงฆ์เจ้าของสถานที่ที่ให้การอุปการะ อาจารย์บุษกรได้กราบถวายปัจจัยจำนวน ๖,๗๐๐ บาท (หกพันเจ็ดร้อยบาท) เพื่อบำรุงวัดไทยพุทธคยา และกราบถวายปัจจัยจำนวน ๖,๗๐๐ บาท (หกพันเจ็ดร้อยบาท) แด่พระวิทยากร

โปรดติดตามในโอกาสต่อไปครับ


โดย พี่เณร..นำมาฝาก [20 ก.ค. 2548 , 13:02:33 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 19

คุรั

สำหรับเรื่องดีๆที่มีแต่ความปิติใจ
ที่ได้อ่านทุกครั้งครับ

โดย ทับตะวัน [20 ก.ค. 2548 , 14:40:48 น.] ( IP = 61.91.150.81 : : )


  สลักธรรม 20

ห้วงแห่งความทรงจำที่งดงามด้วยกุศลจริงๆค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [20 ก.ค. 2548 , 16:50:15 น.] ( IP = 202.183.134.110 : : )
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org