มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ผู้ถึงกระแสพระนิพพาน (๑๓)








ผู้ถึงกระแสพระนิพพาน (๑๓)



เมื่อได้รู้คุณลักษณะของพระโสดาบันแล้ว ก็คงจะจินตนาการได้ว่า ท่านคงจะหมดจดจากกิเลส ชีวิตคงราบรื่นไม่มีความทุกข์

เพราะปุถุชนเป็นผู้มีทุกข์ประจำคือขันธ์ ๕ แล้วก็แส่หาทุกข์ ส่วนพระโสดาบันเป็นผู้เอาคำว่า “แส่หาทุกข์” ออกไปแล้ว

ชีวิตจึงมีแต่การแก้ไขทุกข์ที่เป็นทุกข์ประจำซึ่งก็ยังแก้ได้ไม่หมดเลย นี่คือหน้าที่และเป็นคุณสมบัติพิเศษ

ขันธ์ ๕ เกิดขึ้นและตั้งอยู่ได้เพราะมีวิบาก จึงพยายามดูแลสอนตนเองว่านี่วิบากนะ แล้วตั้งใจทำกรรมใหม่ พอกระทบก็รู้เท่าทันไม่แส่หากรรมใหม่และทุกข์ใหม่

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [6 ส.ค. 2548 , 09:03:06 น.] ( IP = 202.183.132.193 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ส่วนลักษณะของพระโสดาบันยังมีคำจำกัดความส่วนตัวเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นอีก ดังนี้

๑. ไม่บ้าหอบ เวลาเราไปตลาดหรือซื้อของพะรุงพะรังนี่ บอกตนเองเลยว่ายังไกลจากพระโสดา สองมือสิบนิ้วหิ้วมันยี่สิบถุง พระโสดาไม่มีความบ้าเช่นนี้ เพราะคนหอบคือคนบ้าใช่ไหม คนหอบนี่วิปลาส

๒. ไม่บ้าคุย คนที่คุยเป็นคุ้งเป็นแคว กำลังพูดอะไรที่ไม่รู้เรื่อง บ้าไหม อยู่ดี ๆ ก็ตะโกนโหวกเหวก

๓. ไม่บ้าขอ เช่น ขอบ้างซิ ฉันอยากได้ เธอให้ฉันหน่อยซิ เป็นพระโสดาไม่ได้แล้ว พกมากเป็นทุกข์ มีมากเป็นทุกข์

๔. ไม่รอใคร คือ การไม่มีชีวิตเนื่องด้วยผู้อื่น เดี๋ยวรอเขาก่อนถึงค่อยตัดสินใจ ไม่เป็นตัวของตัวเอง พระโสดาไม่เป็นอย่างนั้น

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [6 ส.ค. 2548 , 09:04:14 น.] ( IP = 202.183.132.193 : : )


  สลักธรรม 2

แล้วเท่าที่เคยผ่านสายตา พระโสดาบันถ้าเป็นพระจะมีจีวรเพียง ๒ ชุดเท่านั้น ถ้าได้รับมากกว่านั้นจะรีบบริจาคไม่สะสมสมบัติสังโยชน์ และส่วนมากที่สัมผัสมาจะรับประทานอาหารคลุกเคล้ากันอยู่ตลอดเวลา ไม่เลือกทีละคำ แต่ปนกันกินได้ทุกอย่าง

นอกจากนี้ที่พบมากับตัวเองคือมองไม่ไกล เดินสุภาพ พูดน้อย ยิ้มรับ ตอบน้อยแต่มีประโยชน์ ไม่ได้เดินมองโน่นมองนี่ แล้วไม่ทำกิจโดยไม่จำเป็น

กิจของพระโสดาไม่จำเป็น ต้องก่อสร้าง ทาสี ไม่มีการเป็นเจ้าของทุน ออกรถทัวร์ ไม่เป็นหมอดูให้ใครแล้ว เพราะต้องดูแลตัวเองสำคัญกว่า มัวแต่ดูคนอื่น ตัวเราแย่

แล้วลักษณะจะเดินอย่างสง่าผ่าเผย การบิณฑบาต ของพระโสดาบันจะมองบาตรของตัวเอง ไม่มองอาหารของผู้ใส่ เห็นว่าพอสมควรแล้วปิดบาตรกลับทันที ไม่รับจนล้นบาตร มีชีวิตไม่พึ่งผู้อื่น ไม่ต้องมีลูกศิษย์ถือปิ่นโตเดินตาม เพราะมีความประมาณในโภชนา

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [6 ส.ค. 2548 , 09:04:44 น.] ( IP = 202.183.132.193 : : )


  สลักธรรม 3

ส่วนพระโสดาบันที่เป็นฆราวาสบุคคลนั้นจะมีความสง่าผ่าเผย หน้าตาชื่นบานอยู่เป็นนิจ มีความคิดที่รอบคอบประกอบไปด้วยการกระทำที่มีเหตุผล มีความสำรวม เป็นผู้รับฟังที่ดี ไม่โต้แย้งใคร มีใจสงบ

เวลาประสบปัญหาก็จะมีสติคอยเตือนตนเอง และมีการดำเนินชีวิตอย่างง่ายและสะดวก คือ ไม่วุ่นวาย ไม่คัดเลือกอะไรทั้งสิ้น อาภรณ์จะสะอาดสะอ้าน ไม่สกปรกแต่ไม่มีมาก การประดับตกแต่งเรือนกายแทบไม่เหลือเลย

ถ้าบุคคลนั้นเกิดสายตาสั้นก็จำเป็นต้องใส่แว่นตา ไม่ถือของพะรุงพะรัง เพราะไม่ซื้ออะไรที่ไม่จำเป็น ไม่ชอบหอบ ไม่ชอบขน ไม่ชอบบ่น ไม่ชอบคิด ไม่ชอบติด ไม่ชอบยิ่ง มุ่งแต่ทางเดินต่อไปไม่เกิน ๗ ชาติ

ทุกคนมีสิทธิ์เป็นและขอให้เป็นได้ทุกคนด้วย โดยเริ่มหัดสำรวมกาย วาจา ใจ พูดให้น้อย พูดน้อย ไม่พูดเลย ไม่ผิดเลย ขอภาวนา อธิษฐาน แผ่เมตตาจิต ที่ได้เคยปฏิบัติมาพร้อมทั้งมีกำลังกาย วาจา และใจ ตั้งมั่นในการสอนให้ลูกศิษย์เป็นพระโสดาบัน ขอให้สัมฤทธิ์ผลกับทุก ๆคน


จบเรื่องผู้ถึงกระแสพระนิพพาน



ตอนที่ผ่านมา http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=7693

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [6 ส.ค. 2548 , 09:06:17 น.] ( IP = 202.183.132.193 : : )


  สลักธรรม 4

=กราบขอบพระคุณในความเมตตาของหลวงพ่อค่ะ และขอบระคุณคุณศาลาเสือพิทักษ์นะคะ ที่มอบทางเดินอันประเสริฐ มาให้ทบทวนทางเดินของตนว่าห่าง หรือใกล้ทางเดินของพระอริยเจ้า

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ส.ค. 2548 , 09:58:12 น.] ( IP = 203.151.140.121 : : 203.113.38.12 )


  สลักธรรม 5

กราบขอบพระคุณหลวงพ่อค่ะ
และอนุโมทนาและขอบคุณมากค่ะ ที่นำธรรมะมาให้อ่านเสมอ

โดย เซิ่น [7 ส.ค. 2548 , 19:52:46 น.] ( IP = 58.10.88.94 : : )


  สลักธรรม 6


สวัสดีครับพี่ๆ
ในความคิดเห็นของกระผม ทุกคนไม่มีสิทธิ์เป็นพระโสดาบันในภพนี้ครับ (ถ้ามีสิทธิ์ทุกคนแล้ว พระพุทธเจ้าองค์ต่อๆ ในอนาคตจะโปรดผู้ใดเล่าครับ?)

และพระโสดาบันที่กระผมสัทธานั้น จะต้องมีคุณวิเศษยิ่งกว่าในนิยาม คือ ต้องมีอภิญญา ครับ ถ้าไม่มี ไม่รู้อดีต-อนาคต ไม่มีญาน กระผมคงไม่สัทธาว่าเป็นพระโสดาบันครับ เพราะกิริยาภายนอกสามารถปรุงแต่งได้ (เพราะสมัยนี้พระรู้คัมภีร์ว่าอริยบุคคลมีลักษณะอย่างนี้ๆ ก็พยายามแสดงออกตามนั้น โดยไม่ได้ปฏิบัติจิตภายใน)

ส่วนคำจำกัดความที่พี่แสดงมานั้น (ไม่บ้าหอบ ฯลฯ) ผมคิดว่าเป็นเพียงคุณสมบัติของพระเสขะที่ปฏิบัติดีทั่วๆไปครับ ถ้ายังบ้าหอบ ฯลฯ ก็ไม่ควรใช่พระสงฆ์แล้วนะครับ พระโสดาบันควรจะมีความดีกว่านั้นนะครับ

โดย เป๊ปซี่ [8 ส.ค. 2548 , 15:42:11 น.] ( IP = 203.113.67.69 : : )


  สลักธรรม 7


อ่านกระทู้นี้ ติดตามมาทุกตอนค่ะ ทำให้ทราบว่าพระโสดาบันมีลักษณะอย่างไร

ขอบพระคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา [9 ส.ค. 2548 , 10:17:56 น.] ( IP = 61.91.197.196 : : )


  สลักธรรม 8

สาธุ

โดย ผู้สนใจ [16 ก.ย. 2548 , 20:13:46 น.] ( IP = 58.10.30.15 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org