มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


งานวิจัยเรื่องสัจจธรรม





ความจริงอันสูงสุดที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบ
คือสัจจธรรม
สิ่งที่มีอยู่จริงหรือความจริงในพระพุทธศาสนา ท่านเรียกสิ่งที่มีอยู่จริงหรือความจริงนี้ว่า “สัจจะ” คำว่า “สัจจะ” แปลว่า ความจริง เมื่อรวมกับคำว่า “ธรรม” ซึ่งแปลว่า สภาพที่ดำรงตัวเองไว้ คำว่า ”ธรรม” นั้น มีความหมายหลายประการ เช่น หมายถึง “สิ่ง สภาพ ปรากฏการณ์ ธรรมชาติ คำสอนสภาวะที่ทรงสัตว์ไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว เหตุ ต้นเหตุ อารมณ์ที่ปรากฏกับใจ (ธรรมารมณ์) คุณธรรม ความดี ความถูกต้อง เป็นต้น” ดังนั้น คำว่า “สัจจธรรม” จึงแปลว่า สภาพที่เป็นจริง หรือธรรมชาติที่เป็นจริง เป็นต้น



สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ได้ทรงให้ความหมายของคำว่าสัจจะไว้ว่า
“สัจจะ คือ สภาพที่จริงหรือสิ่งที่จริงนั้น ตามธรรมดามีอยู่เสมอมิได้หลบเลี่ยงไปไหน กล่าวสั้น ๆ คือ รูปที่ได้เห็น เสียงที่ได้ยิน กลิ่นที่ได้สูดดม รสที่ได้ลิ้ม โผฏฐัพพะที่ได้ถูกต้อง ธรรมคือเรื่องที่นึกคิด ย่อมมีอยู่เป็นสัจธรรมคือธรรมที่เป็นจริงอยู่ตามธรรมดา”
สิ่งที่มีอยู่จริงหรือสัจธรรมในทางพระพุทธศาสนานั้น ก็คือคำสอนที่เกี่ยวกับสภาวะของสิ่งทั้งหลาย หรือ ธรรมชาติและความเป็นไปโดยธรรมดาของสิ่งทั้งหลาย หรือกฎของธรรมชาตินั้นเอง


โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 ส.ค. 2548 , 10:11:23 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


พระพุทธเจ้าทรงแสวงหาสัจธรรมและตรัสรู้สัจธรรมจึงทำให้พระองค์ทรงได้พระนามว่า
“สัมมาสัมพุทธเจ้า” ดังพระพุทธดำรัสที่ตรัสไว้ในสัมมาสัมพุทธสูตรว่า
“…ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะได้ตรัสรู้อริยสัจ ๔ ประการนี้แล ตามความเป็นจริง ตถาคตจึงกล่าวว่า เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า”
ดังนั้น พระพุทธศาสนาจึงเกิดขึ้นจากการตรัสรู้สัจธรรมของพระพุทธเจ้า แล้วทรงนำเอาสัจธรรมนั้นมาแสดง เปิดเผย เพื่อประโยชน์แก่ชนเป็นอันมาก เมื่อเจาะลึกลงไปที่คำสอนของพระพุทธเจ้าที่เรียกว่า “พระธรรม” เราจะพบว่า พระธรรมก็หมายถึงสัจธรรมนั่นเองเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง ๆ ในพระพุทธศาสนา เพราะว่าพระพุทธเจ้าเกิดจากพระธรรมคือตรัสรู้สัจธรรม และพระอริยสงฆ์หนึ่งในพระรัตนตรัยก็เกิดขึ้นมาจากการบรรลุสัจธรรมที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนไว้ ดังนั้น สิ่งที่มีอยู่จริง ๆ ในพระพุทธศาสนาก็คือสัจธรรมนั่นเอง



เมื่อพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้สัจธรรมและทรงนำสัจธรรมที่ได้ตรัสรู้แล้วนั้นมาแสดง นำมาเปิดเผยจนเกิดเป็นพระพุทธศาสนาขึ้นจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า คำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหมดที่ทรงแสดงไว้ก็คือหลักสัจธรรมนั่นเอง ลักษณะพิเศษที่เด่นชัดที่สุดประการหนึ่งของพระพุทธศาสนา คือ การเน้นความจริง (ยถาภูตวาที) เพราะ พระพุทธเจ้าได้ทรงแสวงหาความจริงและเมื่อทรงค้นพบความจริงแล้วก็นำมาประกาศเพื่อเป็นประโยชน์สุขแก่ชาวโลกอันหาประมาณมิได้ตลอดระยะเวลา ๔๕ พรรษาหลังจากตรัสรู้ โดยที่ไม่ทรงเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยพระวรกายของพระองค์แต่ประการใด พระพุทธเจ้าทรงรู้แจ้งความจริงและทรงประพฤติปฏิบัติให้สอดคล้องกับความจริงนั้นด้วย (วิชฺชาจรณ- สมฺปนฺโน) พระองค์กระทำอย่างที่พระองค์ตรัสและตรัสอย่างที่พระองค์ทรงกระทำ (ยถาวาที ตถาการี) ดังข้อความที่ท้าวสักกเทวราชกล่าวสรรเสริญพระคุณของพระพุทธเจ้าว่า


โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 ส.ค. 2548 , 10:16:36 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 2


“…พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น มีปรกติตรัสอย่างใด ทำอย่างนั้น ทำอย่างใด ตรัสอย่างนั้น เหตุนั้น พระองค์จึงเชื่อว่า ตรัสอย่างใด ทำอย่างนั้น ทำอย่างใด ตรัสอย่างนั้น เราไม่เคยเห็นพระศาสดาผู้ประกอบด้วยองค์คุณเช่นนี้ ทรงปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมอย่างนี้ ในอดีตกาลเลย ถึงในบัดนี้ก็ไม่เห็น นอกจากพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น”
ในเรื่องที่เกี่ยวกับสัจธรรมหรือความจริงนี้ มีพระพุทธพจน์ที่ตรัสแสดงถึงความสำคัญของความจริงไว้มากมาย เช่น



“…ภิกษุผู้รู้บทแห่งสัจจะทั้งหลาย ตรัสรู้ธรรม เห็นการละอาสวะทั้งหลายเป็นวิวัฏฏะ (นิพพาน) ไม่ข้องอยู่ในภพไหน เพราะความหมดสิ้นไปแห่งอุปธิ ทั้งปวง พึงเว้นรอบโดยชอบในโลก”
“…จักษุเป็นธรรม ความเห็นเป็นอรรถ ญาณเป็นธรรม ความรู้เป็นอรรถ ปัญญาเป็นธรรม ความรู้ทั่วเป็นอรรถ วิชชาเป็นอรรถ ความแทงตลอดเป็นธรรม แสงสว่างเป็นธรรม ความสว่างไสวเป็นอรรถ ธรรม ๕ ประการ อรรถ ๕ ประการนี้ เป็นที่ตั้งแห่งทุกข์ เป็นที่ตั้งแห่งสัจจะ มีสัจจะเป็นอารมณ์ มีสัจจะเป็นโคจร สงเคราะห์เข้าในสัจจะ นับเนื่องในสัจจะ เข้ามาประชุมในสัจจะ ตั้งอยู่ในสัจจะ ประดิษฐานอยู่ในสัจจะ”
“…สมณพราหมณ์ทั้งหลาย ย่อมกล่าวว่า ความหมดจดย่อมมีในธรรมนี้เท่านั้น ไม่กล่าวความหมดจดวิเศษในธรรมเหล่าอื่น อาศัยสิ่งใดแล้ว กล่าวสิ่งนั้นว่างามในเพราะทิฏฐิของตนนั้น สมณพราหมณ์เป็นอันมาก เป็นผู้ตั้งมั่นในสัจจะเฉพาะอย่างหนึ่ง ๆ”


โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 ส.ค. 2548 , 10:18:23 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 3


“…ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้เป็นผู้ละองค์ ๕ ได้แล้ว ประกอบด้วยองค์ ๖ มีธรรมอย่างเดียวเป็นเครื่องรักษา มีธรรมเป็นพนักพิง ๔ ด้าน มีสัจจะเฉพาะอย่างอันบรรเทาแล้ว มีความแสวงหาทุกอย่างอันสละแล้วโดยชอบ มีความดำริไม่ขุ่นมัว มีกายสังขารอันระงับแล้ว มีจิตหลุดพ้นดีแล้ว มีปัญญาหลุดพ้นดีแล้ว”
“…ดิน น้ำ ไฟ และลม ย่อมไม่หยั่งลงในนิพพานธาตุใด ในนิพพานธาตุนั้น ดาวทั้งหลายย่อมไม่สว่าง พระอาทิตย์ย่อมไม่ปรากฏ พระจันทร์ย่อมไม่สว่าง ความมืดย่อมไม่มี ก็เมื่อใดพราหมณ์ชื่อว่าเป็นมุนีเพราะรู้ (สัจจะ ๔) รู้แล้วด้วยตน เมื่อนั้น พราหมณ์ย่อมหลุดพ้นจากรูปและอรูปจากสุขและทุกข์”



“…สัตว์ทั้งหลายผู้มีความสำคัญในเรื่องที่พูดกัน ตั้งอยู่เฉพาะแล้วในเรื่องที่พูดกัน ย่อมเข้าถึงข่าย คือ ความฉิบหาย และข่ายคือกิเลสเครื่องประกอบแห่งมัจจุ เพราะไม่กำหนดเรื่องที่พูดกัน พระขีณาสพย่อมไม่สำคัญผู้พูด เพราะกำหนดรู้เรื่องที่พูดกัน เพราะท่านถูกต้องวิโมกข์ด้วยใจ ท่านถูกต้องสันติบทอันยอดเยี่ยม พระขีณาสพนั้นแล ผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยเรื่องที่พูดกัน ผู้ระงับแล้ว ยินดีแล้วในสันติบท พิจารณาแล้วมีปกติเสพ ตั้งอยู่ในธรรม ผู้ถึงฝั่งแห่งเวท คือ สัจจะ ๔ ย่อมไม่เข้าถึงการนับว่าเป็นมนุษย์และเทวดา”


โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 ส.ค. 2548 , 10:21:49 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 4


พระพุทธพจน์ที่แสดงถึงความสำคัญของคำว่า “สัจจะ” มีปรากฏมากมายในพระไตรปิฎก ที่นำมากล่าวไว้ข้างต้นนั้นเป็นตัวอย่างเพียงเล็กน้อยที่แสดงให้เห็นลักษณะ คำสอนของพระพุทธเจ้าที่ทรงเน้นเรื่องสัจจะไว้มากในคำสอนของพระองค์
สรุปว่า สิ่งที่มีอยู่จริงหรือความจริงในพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท ก็คือความจริงที่เรียกว่า “สัจธรรม” หรือ “สัจจะ” นั่นเอง ซึ่งถูกค้นพบโดยการตรัสรู้อริยสัจธรรมของ พระพุทธเจ้า ดังนั้น คำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหมดก็คือคำสอนที่แสดงถึงความจริงนั่นเอง คือความจริงทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม ทั้งที่เป็นโลกิยธรรมและโลกุตตรธรรม และทั้งที่เป็นสังขตธรรมและอสังขตธรรม ล้วนเป็นคำสอนที่แสดงถึงความจริงในพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น



พระเทพเวที (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) , พจนานุกรมพุทธศาสน์ , (กรุงเทพฯ : บริษัท ด่านสุทธาการพิมพ์ จำกัด , ๒๕๓๑) , หน้า ๑๐๕.
สมเด็จพระสังฆราช กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ,
ธรรมานุกรม , (กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย , ๒๕๒๗) , หน้า ๔๕๑.
พระเทพเวที (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) , พุทธธรรม , (กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย , ๒๕๓๒) , หน้า ๑๐.
ขุ. ขุ. ๒๕ / ๓๓๑ / ๓๙๘.
ขุ. ปฏิ. ๓๑ / ๖๑๔ / ๕๒๔.
ขุ. ม. ๒๙ / ๒๗๒ / ๑๙๗.
ที. ปา. ๑๑ / ๔๗๒ / ๓๓๘.
ขุ. ขุ. ๒๕ / ๕๐ / ๘๕.
ขุ. ขุ. ๒๕ / ๒๔๑ / ๒๗๑.


โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 ส.ค. 2548 , 10:24:39 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 5

สัจจะ แปลว่า ความจริง
ความจริงมี ๒ ประการคือ
๑. จริงปรมัตถ์ (ปรมัตถสัจจะ)
- จริงปรมัตถ์เป็นจริงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านทรงตรัสรู้และโปรดเวไนยสัตว์

๒. จริงสมมุติ (สมมุติสัจจะ)
- จริงสมมุติ เป็นความจริงที่ชาวโลกใช้เรียกขานกัน เป็นที่เข้าใจในชนกลุ่มหนึ่งๆเท่านั้น

โดย เด็กใหม่ [11 ส.ค. 2548 , 11:56:32 น.] ( IP = 61.91.197.19 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org